สถิติคดีมาตรา 112 ที่ศาลมีคำพิพากษา

หลังนำประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กลับมาบังคับใช้ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2563 เป็นต้นมา หลังการชุมนุมเยาวชนปลดแอกและข้อเรียกร้องเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ คดีข้อหานี้ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ดูสถิติคดีเท่าที่ทราบข้อมูล) ขณะที่จนถึงปี 2565 ศาลได้ทยอยมีคำพิพากษาในแต่ละคดีออกมาเป็นระยะ

ตารางข้อมูลต่อไปนี้รวบรวมผลคำพิพากษาในคดีมาตรา 112 เท่าที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนติดตามข้อมูล เฉพาะคดีที่เกิดขึ้นนับแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2563 เป็นต้นมา ทั้งนี้ผลของคดีเหล่านี้ ยังไม่ถึงที่สุด โดยเป็นผลคำพิพากษาในศาลชั้นต้น หลายคดีมีการอุทธรณ์และฎีกาคำพิพากษาต่อไป

** เท่าที่ทราบข้อมูล จนถึงวันที่ 29 พ.ย. 2565

.

คดีที่จำเลยต่อสู้คดี และศาลมีคำพิพากษา จำนวน 15 คดี

ลำดับชื่อคดี/เหตุแห่งคดีวันที่พิพากษาผลคำพิพากษาโดยสรุป
1คดีจรัส
คอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์เศรษฐกิจพอเพียง
30 พ.ย. 2564
(ศาลจังหวัดจันทบุรี)

22 พ.ย. 2565
(ศาลอุทธรณ์ภาค 2)
ศาลพิพากษายกฟ้องเฉพาะข้อหา ม.112 เห็นว่าองค์ประกอบ ม.112 คุ้มครองเฉพาะพระมหากษัตริย์ที่ยังทรงครองราชย์อยู่เท่านั้น แต่ลงโทษในข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ม.14 (1) เห็นว่าข้อความกระทบกระเทือนความรู้สึกของประชาชนทั่วไป พิพากษาจำคุก 1 ปี 4 เดือน และปรับเงิน 26,666.66 บาท แต่ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี

ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 2 กลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น เห็นว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 112 เนื่องจากแม้กระทำต่อกษัตริย์ที่สวรรคตไปแล้ว ก็กระทบองค์ปัจจุบัน ลงโทษจำคุก 3 ปี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี
2คดีนรินทร์
แปะสติกเกอร์ “กูkult” คาดตาบนรูปรัชกาลที่ 10
4 มี.ค. 2565
(ศาลอาญา)
ศาลพิพากษาว่ามีความผิดตาม ม.112 เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการแสดงว่ามีความยิ่งใหญ่เหนือกว่าพระมหากษัตริย์ เป็นการลบหลู่ ดูหมิ่น แม้ไม่ได้เป็นการกระทำต่อตัวกษัตริย์โดยตรง แต่ก็แปลความหมายได้ในลักษณะเดียวกัน
พิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปี ให้การเป็นประโยชน์ลดโทษจำคุก 1 ใน 3 เหลือจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา 
3คดีอิศเรศ อุดานนท์ โพสต์กรณียังไม่แต่งตั้งกษัตริย์ใหม่ หลังการสวรรคต16 มี.ค. 2565
(ศาลจังหวัดนครพนม)
ศาลพิพากษายกฟ้องทุกข้อกล่าวหา ข้อความที่จำเลยโพสต์ไม่ได้แสดงความอาฆาตมาดร้าย มิได้ระบุถึงบุคคลที่ถูกดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทให้รู้ได้แน่นอนว่าเป็นใคร อีกทั้ง ม.112 ไม่บัญญัติถึงสถาบันกษัตริย์ พยานหลักฐานโจทก์ไม่พอรับฟังลงโทษจำเลยได้ และเมื่อไม่ผิด ม.112 จึงไม่เป็นความผิด ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
4คดี “วุฒิภัทร”
โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ 3 จำเลยกรณีสวรรคต ร.8
25 มี.ค. 2565
(ศาลจังหวัดสมุทรปราการ)
ศาลพิพากษายกฟ้องเฉพาะข้อหา ม.112 เห็นว่าองค์ประกอบ ม.112 คุ้มครองเฉพาะพระมหากษัตริย์ที่ยังทรงครองราชย์อยู่เท่านั้น แต่ลงโทษในข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ม.14 (1) เห็นว่าข้อความกระทบกระเทือนความรู้สึกของประชาชนทั่วไป พิพากษาจำคุก 1 ปี ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษเหลือจำคุก 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
5คดีสมบัติ ทองย้อย โพสต์ “เก่งมาก กล้ามาก ขอบใจ” และข้อความกล่าวถึงการทำตัวใกล้ชิดประชาชน28 เม.ย. 2565 (ศาลอาญากรุงเทพใต้)ศาลพิพากษาว่ามีความผิดตาม ม.112 จำนวน 2 กรรม เห็นว่าข้อความเป็นสิ่งที่ไม่บังควร มีลักษณะเป็นการจาบจ้วง และชี้ให้เห็นถึงเจตนาของจําเลยที่ต้องการจะดูถูก ด้อยค่าพระมหากษัตริย์ อันเข้าลักษณะเป็นการดูหมิ่นแล้ว พิพากษาจําคุกกระทงละ 3 ปี รวม 2 กระทง เป็นจําคุก 6 ปี โดยไม่รอลงอาญา
(ยังไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างอุทธรณ์)
6คดีมีชัย
โพสต์วิจารณ์การใช้ภาษีของสถาบันกษัตริย์
18 ก.ค. 2565
(ศาลจังหวัดสมุทรปราการ)
ศาลพิพากษาว่ามีความผิดตาม ม.112 เห็นว่าข้อความที่โพสต์เป็นความเท็จ ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติ มีเจตนาลดเกียรติและดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ พิพากษาจำคุก 4 ปี จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษเหลือจำคุก 2 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
7คดีอุดม
โพสต์ข้อความรวม 7 ข้อความ
26 ก.ค. 2565
(ศาลจังหวัดนราธิวาส)
ศาลพิพากษาว่ามีความผิดตาม ม.112 ใน 2 ข้อความ ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี รวมโทษจำคุก 6 ปี จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษเหลือโทษจำคุก 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา
ขณะที่ศาลเห็นว่า ม.112 คุ้มครองเฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งในปัจจุบัน ทำให้ข้อความตามฟ้องใน 4 ข้อความ ไม่ครบองค์ประกอบ ขณะที่อีก 1 ข้อความ โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าหมายถึงบุคคลใด
8คดี “กัลยา”
โพสต์ข้อความ 2 กระทง
2 ส.ค. 2565
(ศาลจังหวัดนราธิวาส)
ศาลพิพากษาว่ามีความผิดตาม ม.112 ในทั้ง 2 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี รวมโทษจำคุก 6 ปี โดยไม่รอลงอาญา
9คดีปริญญา ชีวินกุลปฐม หรือ “พอร์ท ไฟเย็น”
โพสต์ข้อความ 3 ข้อความ
15 ส.ค. 2565
(ศาลอาญา)
ศาลพิพากษาว่ามีความผิดตาม ม.112 ทั้ง 3 ข้อความ จำคุกกระทงละ 3 ปี แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์อยู่บ้าง จึงลดโทษให้กระทงละ 1 ใน 3 เหลือโทษจำคุกรวม 6 ปี โดยไม่รอลงอาญา
10คดี “นิว” จตุพร แซ่อึง
แต่งชุดไทยเดินแฟชั่นโชว์บนถนนสีลม ในม็อบ29ตุลา63
12 ก.ย. 2565
(ศาลอาญากรุงเทพใต้)
ศาลพิพากษาว่ามีความผิดตาม ม.112 ลงโทษจำคุก 3 ปี ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษเหลือจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา เห็นว่าจำเลยมีการแสดงตนเป็นราชินี ในเชิงล้อเลียนเสียดสี ก่อให้เกิดความตลกขบขัน เป็นการไม่แสดงความเคารพต่อสถาบันกษัตริย์ อันเป็นกระทำที่ไม่บังควร
11คดีทิวากร วิถีตน
ถ่ายรูปสวมเสื้อ “เราหมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์แล้ว” พสต์ลงเฟซบุ๊ก รวมถึงโพสต์เรียกร้องให้สถาบันกษัตริย์ยุติการใช้มาตรา 112 และปล่อย 4 แกนนำราษฎร
29 ก.ย. 2565
(ศาลจังหวัดขอนแก่น)
ศาลพิพากษายกฟ้องทุกข้อกล่าวหา เห็นว่าข้อความของจำเลยไม่ได้ระบุให้รู้ได้โดยแน่นอนว่าเป็นองค์พระมหากษัตริย์องค์ใดองค์หนึ่งโดยเฉพาะ ขึ้นกับการตีความของบุคคล และสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ใช่องค์ประกอบความผิดตามมาตรา 112 พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีไม่พอที่จะลงโทษจำเลยในทุกข้อหาได้
12คดี “วารี”
นำภาพจากทวิตเกี่ยวกับการเลือกปกป้องกษัตริย์ของตำรวจ มาโพสต์ลงเฟซบุ๊ก รวมถึงการโพสต์รูปการ์ตูนล้อเลียนตำรวจในคอมเมนต์ และการแชร์โพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์ประยุทธ์ที่สั่งปิดกั้นเพลงของ R.A.D 
6 ต.ค. 2565
(ศาลจังหวัดนราธิวาส)
ศาลพิพากษายกฟ้องทุกข้อกล่าวหา เห็นว่าพยานโจทก์ยังไม่พอให้เชื่อได้ว่าจำเลยเป็นผู้นำเข้าโพสต์ดังกล่าว มีเพียงผู้กล่าวหาคนเดียวที่เบิกความว่าจำเลยโพสต์ แต่กลับเบิกความถึงการเห็นโพสต์แตกต่างกัน อีกทั้งภาพที่นำมาแจ้งความก็ไม่ปรากฏ URL ประกอบการคำเบิกความของพยานจำเลยซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งสองเห็นว่า ภาพมีการตัดต่อมา
13คดีภัคภิญญา
แชร์ข้อความจากเพจทางการเมืองต่างๆ รวม 6 ข้อความ
19 ต.ค. 2565
(ศาลจังหวัดนราธิวาส)
ศาลพิพากษาว่ามีความผิดตาม ม.112 รวม 3 ข้อความ จำคุกกระทงละ 3 ปี รวมจำคุก 9 ปี โดยไม่รอลงอาญา ส่วนอีก 3 ข้อความให้ยกฟ้อง
14คดีพิพัทธ์
โพสต์ภาพรัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าทีปังกรฯ พร้อมใส่ข้อความแทรกบนภาพ 2 ประโยค ในกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อ “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส”
26 ต.ค. 2565
(ศาลจังหวัดสมุทรปราการ)
ศาลพิพากษายกฟ้อง เห็นว่าหลักฐานที่ผู้กล่าวหานำมาแจ้งความ เป็นการแคปภาพหน้าจอ ไม่ใช่สิ่งพิมพ์จากข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์โดยตรง พยานหลักฐานของโจทก์ไม่สามารถนำสืบได้ว่าข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์มีจุดเริ่มต้นส่งข้อมูล และปลายทางส่งข้อมูลเป็นอย่างไร หมายเลขประจำตัวเครื่องคอมพิวเตอร์คืออะไร ซึ่งเป็นข้อมูลระบุตัวตนสำคัญ จึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัย
15คดีธนกร
ปราศรัยในการชุมนุม 6 ธ.ค. 2563 ที่วงเวียนใหญ๋
22 พ.ย. 2565
(ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง)
ศาลเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา 112 แม้คำปราศรัยจะไม่ได้มีการกล่าวถึงพระนามของกษัตริย์พระองค์ใด แต่เห็นว่ามาตรา 112 ไม่ได้คุ้มครองแค่กษัตริย์พระองค์ใดพระองค์หนึ่ง แต่คุ้มครองทั้งสถาบันกษัตริย์ กำหนดโทษจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ ม.142 (1) เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นคุมประพฤติ นำตัวไปฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน กำหนดขั้นต่ำ 1 ปี 6 เดือน ขั้นสูงไม่เกิน 3 ปี

.

คดีที่จำเลยรับสารภาพ และศาลมีคำพิพากษา จำนวน 11 คดี

ลำดับชื่อคดี/เหตุแห่งคดีวันที่พิพากษาผลคำพิพากษาโดยสรุป
1คดี “ปุญญพัฒน์”
โพสต์เฟซบุ๊ก 4 ข้อความ ในกลุ่ม “รอยัลลิสต์มาร์เกตเพลส”
20 มิ.ย. 2565
(ศาลจังหวัดสมุทรปราการ)
ศาลพิพากษาว่ามีความผิดตาม ม.112 มีลักษณะใส่ร้าย ใส่ความและเป็นเท็จ เจตนาจาบจ้วงล่วงเกิน ดูหมิ่น หมิ่นประมาท ทำให้รัชกาลที่ 10 เสื่อมเสียพระเกียรติ
จำคุกกระทงละ 3 ปี รวมจำคุก 12 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้เหลือจำคุก 4 ปี 24 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
2คดีชลสิทธิ์
แชร์สตอรี่เฟซบุ๊กภาพคล้าย ร.10
1 ส.ค. 2565
(ศาลจังหวัดกันทรลักษ์)
ศาลพิพากษาให้รอกำหนดโทษ 2 ปี เห็นว่าจากรายงานการสืบ เสาะ ไม่พบจำเลยเคยทำผิดมาก่อน ขณะโพสต์รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก่อน-หลังถูกดำเนินคดีไม่มีพฤติการณ์เช่นที่ถูกฟ้อง จึงเห็นควรให้โอกาสจำเลย
3คดี “พลทหารเมธิน” กล่าวถ้อยคำพาดพิงกษัตริย์ระหว่างถกเถียงกับคู่กรณีที่ขับรถเฉี่ยวชน11 ส.ค. 2565
(ศาลทหารกรุงเทพ)
ศาลพิพากษาจำคุก 5 ปี จำเลยให้รับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุก 2 ปี 6 เดือน เห็นว่าไม่มีเหตุให้บรรเทาโทษและรอการลงโทษ โดยได้พิพากษาลงโทษสถานเบาแล้ว
4คดี “บุญลือ”
คอมเมนต์โต้ตอบกันกับผู้อื่นเกี่ยวกับลักษณะที่ดีของกษัตริย์ และความจำเป็นในการปฏิรูปสถาบันฯ
22 ก.ย. 2565
(ศาลจังหวัดพังงา)
ศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุก 1 ปี 6 เดือน เห็นว่าจำเลยกระทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เมื่อตักเตือนก็ยินยอมลบข้อความ ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ในทางการเมืองหรือหวังผลอย่างอื่นใด จึงให้โอกาสได้แก้ไข ฟื้นฟู และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี และคุมประพฤติไว้กำหนด 1 ปี ให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 ครั้ง และทำกิจกรรมบริการสังคม 12 ชั่วโมง
5คดี “อัปสร” แชร์โพสต์ข้อความของปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ วิจารณ์ราชวงศ์ไทย26 ก.ย. 2565
(ศาลอาญา)
ศาลพิพากษาจำคุก 4 ปี ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุก 2 ปี จำเลยกระทำความผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ประกอบกับไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน สมควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี ให้รอการลงโทษไว้ 3 ปี กับให้คุมความประพฤติจำเลย โดยให้จำเลยไปรายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติ 3 ครั้ง ภายในกำหนด 2 ปี
6คดี “ณชา”
คอมเมนต์ในโพสต์ข้อความในกลุ่มรอยัลลิสต์ มาร์เกตเพลส
7 พ.ย. 2565
(ศาลอาญา)
ศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือ 1 ปี 6 เดือน พิเคราะห์แล้วจำเลยไม่เคยรับโทษมาก่อน ให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 เดือนครั้ง ภายใน 1 ปี ทำงานบริการสังคม 12 ชั่วโมง ริบโทรศัพท์ที่เป็นของกลาง
7คดีสุทธิเทพ
โพสต์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ประชดกลุ่มรักสถาบันฯ
8 พ.ย. 2565
(ศาลอาญา)
ศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี จำเลยรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือ 1 ปี 6 เดือน เห็นว่าการกระทำของจำเลยทำให้ประชาชนเข้าใจผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติ ถูกดูหมิ่น ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา พฤติการณ์กระทำความผิดเป็นเรื่องร้ายแรง กรณีไม่สมควรรอการลงโทษ
8คดีพิทักษ์พงษ์
โพสต์ข้อความพาดพิงถึงความประพฤติของกษัตริย์  
21 พ.ย. 2565
(ศาลอาญา)
ศาลพิพากษาจำคุก 5 ปี จำเลยรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือ 2 ปี 6 เดือน เห็นว่าจำเลยกระทำความผิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย จึงไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ
9คดี “ปณิธาน”
คอมเมนต์ในโพสต์ข้อความในกลุ่มรอยัลลิสต์ มาร์เกตเพลส
24 พ.ย. 2565
(ศาลอาญา)
ศาลพิพากษาจำคุก 4 ปี จำเลยรับสารภาพ ลดโทษลงกึ่งหนึ่งเหลือ 2 ปี จากรายงานการสืบเสาะจำเลยประกอบอาชีพสุจริต ไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน ต้องเลี้ยงดูครอบครัว แต่การกระทำของจำเลยทำให้กษัตริย์เสื่อมเสียเกียรติยศ ชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง เป็นความผิดร้ายแรง ไม่สมควรรอการลงโทษ
10คดี “โจ”
แชร์โพสต์จากเพจเยาวชนปลดแอก
29 พ.ย. 2565
(ศาลจังหวัดลำปาง)
ศาลพิพากษาให้รอกำหนดโทษ 2 ปี โดยพิจารณาถึงพฤติการณ์ของจำเลย ประวัติส่วนตัว โดยที่จำเลยไม่เคยกระทำผิดมาก่อน
11คดีพิทยุตม์
วางเพลิงรูปรัชกาลที่ 10 ที่อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี
29 พ.ย. 2565
(ศาลจังหวัดอุดรธานี)
ศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี 6 เดือน โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี คุมประพฤติเป็นเวลา 1 ปี โดยให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง และทำงานบริการสังคม 24 ชั่วโมง

.

X