28 พ.ค. 2569 เวลา 09.00 น. ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดีของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่และประธานคณะก้าวหน้า กรณีถูกฟ้องในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) จากการไลฟ์สดเฟซบุ๊กในหัวข้อ “วัคซีนพระราชทาน ใครได้-ใครเสีย” วิจารณ์นโยบายการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2564
ศาลพิพากษายกฟ้อง เห็นว่าการพิจารณาว่าข้อความใดมีความผิดตามมาตรา 112 จะต้องพิจารณาข้อความทั้งหมด ไม่ใช่ข้อความส่วนใดส่วนหนึ่ง ซึ่งจำเลยวิจารณ์รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19
.
ย้อนไปเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2564 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าววิจารณ์นโยบายการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ในหัวข้อ “วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย ?” โดยระบุว่ารัฐบาลดำเนินการล่าช้าและตั้งคำถามถึงแนวทางจัดหาวัคซีนแบบ “แทงม้าตัวเดียว” จาก บ.แอสตร้าเซนเนก้า และกล่าวถึงกรณีที่มีรัชกาลที่ 10 เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว
คดีนี้มีผู้กล่าวหาคือ อภิวัฒน์ ขันทอง ซึ่งในช่วงรัฐบาลประยุทธ์ถูกแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบและดำเนินคดีแก่ผู้เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จในการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี และการฝ่าฝืนหรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค (คตส.) แจ้งความไว้ที่ สน.นางเลิ้งเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2564 จากนั้นธนาธรเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2564 (อ่านรายละเอียดข้อกล่าวหาและคำให้การจาก BBC Thai)
11 เม.ย. 2565 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด (สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5) มีคำสั่งฟ้องคดีต่อศาลอาญา ศาลอนุญาตให้ประกันตัวโดยให้วางหลักทรัพย์เป็นประกัน 90,000 บาท พร้อมเงื่อนไข 2 ข้อ คือ ห้ามกระทำการใด ๆ ตามที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้อีก และห้ามกระทำการใด ๆ อันเป็นการกระทบกระเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
ธนาธรให้การปฏิเสธตลอดตั้งแต่ชั้นสอบสวนและชั้นศาล โดยมีทีมทนายความของตนเอง คดีมีการสืบพยานประมาณ 4 ปีเศษ ก่อนที่ศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 28 พ.ค. 2569
ศาลพิพากษายกฟ้อง ‘ธนาธร’ เห็นว่าเป็นการวิจารณ์การบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลประยุทธ์
วันนี้ (28 พ.ค. 2569) เจ้าหน้าที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเข้าร่วมสังเกตการณ์การอ่านคำพิพากษา โดยพบว่าในช่วงเช้าบริเวณหน้าบันไดศาลอาญามีการนำป้ายไวนิลระบุข้อความว่า “พื้นที่สื่อมวลชน (ข้อกำหนดศาลอาญา)” พร้อมแผงเหล็กกั้น เพื่อกำหนดพื้นที่ของสื่อมวลชนในการทำข่าว
ขณะที่หน้าห้องพิจารณาคดีที่ 814 ซึ่งเป็นห้องพิจารณาคดีธนาธร พบว่ามีกระดาษติดป้ายข้อความว่า “ก่อนเข้าห้อง ขอความกรุณาอ่านข้อปฏิบัติในห้องพิจารณาคดี” พร้อมกับมีการติดกระดาษคดีนัดพิจารณาในวันนี้ โดยมี 2 คดี ซึ่งคดีของธนาธรอยู่อันดับที่หนึ่ง
เวลา 09.16 น. ธนาธรและทนายความเดินทางมาถึงห้องพิจารณาคดีและทักทายผู้ที่มาติดตามฟังคำพิพากษาหลายคน เช่น อมรรัตน์ โชคปมิตต์กุล, ธนาพล อิ๋วสกุล, ชัยธวัช ตุลาธน, เทวฤทธิ์ มณีฉาย พร้อมด้วยประชาชนและสื่อมวลชนหลายสำนักข่าว โดยก่อนศาลออกนั่งบัลลังก์ เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์แจ้งว่าให้ผู้ที่อยู่ในห้องพิจารณาคดีปิดเสียงโทรศัพท์
เวลา 09.21 น. ผู้พิพากษาออกนั่งบัลลังก์ ธนาธรและทนายความยืนขึ้นเพื่อฟังคำพิพากษา โดยศาลเริ่มอ่านจากบรรยายฟ้องโจทก์ และอ่านคำพิพากษาประมาณ 20 นาที โดยสรุปเป็นใจความสำคัญได้ดังนี้
คดีรับฟังได้ว่าจำเลยไลฟ์สดเฟซบุ๊กเพจธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเป็นสาธารณะและบุคคลทั่วไปเข้าถึงได้ โดยเพจมีผู้ติดตาม 2 ล้านคน โดยจำเลยพูดในหัวข้อ “วัคซีนพระราชทาน ใครได้-ใครเสีย” มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่
โจทก์มี อภิวัฒน์ ขันทอง ผู้กล่าวหาซึ่งตรวจสอบพบเฟซบุ๊กเพจธนาธร พูดถึงเรื่องการบริหารจัดการวัคซีน โดยมีการพูดเปรียบเทียบกับประเทศสิงคโปร์ เห็นว่าคำว่าวัคซีนพระราชทานนั้นหมายถึงรัชกาลที่ 10 เป็นผู้พระราชทานให้กับประชาชน แต่ที่จริงแล้วรัชกาลที่ 10 ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้น แต่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เป็นผู้ถือหุ้น ซึ่งจำเลยได้กล่าวโจมตี
ส่วนที่จำเลยกล่าวถึงบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ที่มีรัชกาลที่ 10 ถือหุ้นอยู่ 100% นั้น มีพยานจากกระทรวงการคลังที่เบิกความถึงข้อเท็จจริงว่า บริษัทดังกล่าวถึงรายนามผู้ถือหุ้นมีชื่อพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ์ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ถือหุ้นอยู่ 99% ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่ง และมีชื่อบุคคลอื่นอีก 1%
เห็นว่า เมื่อพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว การกระทำของจำเลยเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในเรื่องโควิด-19 โดย พล.อ.ประยุทธ์ คัดเลือกวัคซีน Astrazeneca บริษัทเดียวมาแจกจ่ายแก่ประชาชน โดยไม่เลือกวัคซีนอื่นที่มีคุณภาพดีกว่า จึงทำให้การกระจายวัคซีนไม่ทั่วถึง ซึ่งเป็นการบริหารที่ไม่เหมาะสม และถ้าหากเกิดปัญหาจะรับมือกับสถานการณ์ได้หรือไม่
ในการพิจารณาว่าข้อความใดที่จะเป็นข้อความที่ผิดตามมาตรา 112 จะต้องพิจารณาทั้งหมด ไม่ใช่ส่วนใดส่วนหนึ่ง จำเลยวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในการจัดการวัคซีน และมีการพูดถึงบริษัทวัคซีนหลายแห่งที่เกี่ยวข้อง โดยกล่าวถึงรัชกาลที่ 10 เป็นส่วนน้อย และข้อความทั้งหมดไม่ได้เป็นการอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์
ข้อความที่ระบุว่า “แทงม้าตัวเดียว” เป็นการวิจารณ์ว่าหากความเสียหายเกิดขึ้นจากการบริหารวัคซีน ที่ใช้วัคซีนจากเพียงบริษัทสยามไบโอไซน์ เพราะอาจเกิดความล่าช้าไม่สามารถรองรับความต้องการของประชาชนได้
ส่วนข้อความที่ระบุว่า “ใครได้ใครเสีย” จะเห็นได้ว่า จำเลยพูดพาดพิงถึง พล.อ.ประยุทธ์ โดยตรงในการบริหารจัดการวัคซีน หรือประชาชนที่จะได้รับผลจากการจัดหาวัคซีน ซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์ต่อนายกรัฐมนตรี ไม่อาจเป็นความผิดตามมาตรา 112 ได้
การพิจารณาความผิดในข้อหามาตรา 112 ต้องพิจารณาโดยเคร่งครัด พยานหลักฐานที่โจทก์ฟ้องยังมิอาจรับฟังได้ว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พิพากษายกฟ้องจำเลย
.
หลังศาลอ่านคำพิพากษา ธนาธรให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ศาลอ่านคำพิพากษายกฟ้องคดีที่ตนเป็นจำเลยในคดีมาตรา 112 โดยใจความหลักของคำพิพากษา ศาลระบุว่าสิ่งที่ไลฟ์ไปนั้นเป็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และการไลฟ์สดไม่มีเนื้อหาส่วนใดที่ละเมิดพระมหากษัตริย์ ส่วนคดีจะมีการยื่นอุทธรณ์ต่อไปหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับอัยการ
อย่างไรก็ตาม ธนาธรกล่าวว่ายังมีนักโทษการเมืองจำนวนมากที่ไม่ได้รับสิทธิประกันตัวและยังถูกจำคุกเพราะว่าคิดและพูด ดังนั้นตนคิดว่ายังจำเป็นที่จะมีการต่อสู้เพื่อให้สิทธิและความเป็นธรรมกับคนที่อยู่ในเรือนจำ
ธนาธรกล่าวต่อว่า ที่ศาลพิพากษาออกมาก็สอดคล้องกับสิ่งที่ประธานศาลฎีกาได้ออกมาให้นโยบายการป้องกันการฟ้องคดีปิดปาก (SLAPPs) ไว้เมื่อต้นสัปดาห์ เห็นได้ว่าประเทศไทยเสียทรัพยากรจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่ศาล ทนายโจทก์ ทนายจำเลย หรืออัยการ ดังนั้นตนอยากจะใช้โอกาสนี้เรียกร้องเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ชั้นตำรวจ ชั้นอัยการ ให้หนักแน่นและกล้าหาญยืนยันในหลักการไม่สั่งฟ้อง โดยเฉพาะคดีปิดปาก เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกอย่างแท้จริง และแบ่งเบาภาระหน้าที่ของผู้พิพากษาให้ไปทำงานในคดีอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องได้รับความเป็นธรรมอย่างเร่งด่วน
หลังจากนี้หากมีเรื่องใดที่สำคัญและจำเป็น หากตนเองมีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ตนก็พร้อมที่จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ต่อ ธนาธรยืนยันว่าเมื่อคืนตนนอนหลับสบายดีและตื่นมาด้วยจิตใจที่แจ่มใส ไม่ได้ตื่นตระหนกหรือกังวลใจใด ๆ ขอบคุณทีมทนายทุกคนที่สละเวลาหลายปีมาต่อสู้ร่วมกัน และขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้กำลังใจในช่วงที่สังคมมืดมิด
.
ทบทวนกรณีศาลมีคำสั่งระงับการเผยแพร่วิดีโอไลฟ์สด “วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย ?”
สำหรับวิดีโอไลฟ์สดในหัวข้อ “วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย ?” ภายหลังจาก อภิวัฒน์ ขันทอง ได้เข้าแจ้งความต่อธนาธรในข้อหามาตรา 112 เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2569 ถัดมาในวันที่ 29 ม.ค. 2564 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมยื่นคำร้องต่อศาลอาญาขอให้ระงับการเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ 3 รายการ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการอภิปรายของนายธนาธร ในหัวข้อ “วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย ?” ซึ่งศาลอาญาได้มีคำสั่งในวันเดียวกันนั้นให้ระงับการเผยแพร่วิดีโอดังกล่าวผ่านการไต่สวนฝ่ายเดียว
ต่อมาธนาธรได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งระงับการเผยแพร่ดังกล่าว ศาลอาญาจึงได้ให้มีการไต่สวนคดีใหม่ จากนั้นในวันที่ 8 ก.พ. 2564 ศาลอาญาได้มีคำสั่งให้เพิกถอนการปิดกั้น โดยเห็นว่าการพิจารณาเรื่องการปิดกั้นเว็บไซต์ ตามมาตรา 20 ของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ต้องให้โอกาสเจ้าของเว็บไซต์โต้แย้งแสดงพยานหลักฐานอย่างเต็มที่ เสมือนการพิจารณาคดีอาญาคดีหนึ่ง และยังระบุเหตุผลว่า การตีความคำว่า “อาจกระทบต่อความมั่นคง” ต้องตีความอย่างเคร่งครัดและเป็นภววิสัย ข้อเท็จจริงเท่าที่ธนาธรพูดถึงเพียงว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถือหุ้นบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ มิได้ทำให้พระองค์เสื่อมเสีย ถูกดูหมิ่นหรือเกลียดชัง หรือไม่เป็นที่เคารพสักการะแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2564 ศาลอุทธรณ์ได้กลับคำสั่งของศาลชั้นต้น โดยทศพล เพ็งส้ม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายนรัฐมนตรี ออกปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เปิดเผยว่าศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งให้ระงับการเผยแพร่คลิปวิดีโอดังกล่าว เนื่องจากเข้าข่ายกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
จากนั้นในวันที่ 15 มิ.ย. 2566 ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ระงับการเผยแพร่วิดีโอ โดยระบุว่าการเผยแพร่คลิป อาจทำให้มีผู้มาแสดงความคิดเห็นที่อาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของราชอาณาจักรได้ ไม่จำเป็นต้องพิจารณาว่าไลฟ์ของธนาธรเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลโดยสุจริตตามรัฐธรรมนูญไทยหรือไม่
