วันที่ 29 เม.ย. 2569 เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดพัทลุงพิพากษายกฟ้องคดีของ “จิรดี” (นามสมมติ) ประชาชนจากกรุงเทพฯ วัย 36 ปี ซึ่งถูกฟ้องในข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) จากกรณีถูกแกนนำกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน ไปกล่าวหาว่าได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์โต้ตอบกันกับผู้ใช้รายอื่น โดยมีการกล่าวพาดพิงถึงรัชกาลที่ 10 เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2565 โดยเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ตามฟ้องหรือไม่
.
คดีมีแกนนำกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบันไปกล่าวหา จำเลยถูกจับกุมจากกรุงเทพฯ ต้องเดินทางไกลไปต่อสู้คดี
ในคดีนี้ จิรดีถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองปราบปรามเข้าจับกุมจากสถานที่ทำงานในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2568 โดยพบว่าเป็นคดีที่ สภ.ควนขนุน จังหวัดพัทลุง ซึ่งมี ทรงชัย เนียมหอม แกนนำกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน เป็นผู้กล่าวหาเอาไว้ ทำให้เธอถูกตำรวจนำตัวเดินทางลงใต้ไปแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 ที่สถานีตำรวจเจ้าของคดี
ผู้กล่าวหาในคดี อ้างว่าพบบัญชีทวิตเตอร์ หรือ X โพสต์เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2565 ทวีตข้อความโต้ตอบกัน ในประเด็นเรื่องมุมมองเกี่ยวกับคนดีและคนไม่ดี โดยมีการกล่าวถึงในหลวงรัชกาลที่ 10 และ ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งผู้กล่าวหาอ้างว่าบัญชีที่โพสต์โต้ตอบบัญชีหนึ่งเป็นบัญชีของผู้ถูกกล่าวหา
จนในวันที่ 23 มิ.ย. 2568 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 4 ภาค 9 ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลแล้ว กล่าวหาว่า จำเลยเป็นผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่ได้พิมพ์โต้ตอบกับผู้ใช้ทวิตเตอร์อีกรายหนึ่ง มีความหมายผูกเรื่องราวถึงรัชกาลที่ 10 กับทักษิณ ชินวัตร ในเรื่องการกระทำความผิด และตรวจสอบได้หรือไม่ และในเรื่องการคัดกรองเผยแพร่แต่เพียงเนื้อหาดี ๆ อันเป็นการเปรียบเปรยให้พระมหากษัตริย์ถูกด้อยค่า ดูหมิ่น ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติ
จิรดีได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และต้องเดินทางไปต่อสู้คดีที่พัทลุงอย่างต่อเนื่อง โดยต่อสู้คดีว่า ไม่ได้เป็นผู้โพสต์ข้อความตามฟ้อง และไม่ได้มีทวิตเตอร์ตามที่ถูกกล่าวหา โดยจำเลยก็เพิ่งทราบรายละเอียดที่ตนถูกกล่าวหาในลักษณะนี้ หลังจากถูกจับกุมไปแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ทั้งพยานหลักฐานเอง ก็ไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ใช้ทวิตเตอร์ตามที่ถูกกล่าวหา มีเพียงเอกสารที่ผู้กล่าวหารวบรวมมาด้วยตนเอง
ด้านผู้กล่าวหาเบิกความอ้างว่า ได้เดินทางจากบ้านที่จังหวัดกระบี่ เพื่อมาทำงานที่จังหวัดพัทลุง ระหว่างรถติดอยู่ที่อำเภอควนขนุน ได้เลื่อนทวิตเตอร์ไปเจอโพสต์หน้าแรกของทวิตเตอร์เป็นข้อความตามคำฟ้อง จึงไปแจ้งความที่ สภ.ควนขนุน
.
ศาลยกฟ้อง เห็นว่าโจทก์มีเพียงคำเบิกความของผู้กล่าวหา ยังมีข้อสงสัยว่าจำเลยเป็นเจ้าของทวิตเตอร์ตามฟ้องหรือไม่
จิรดี พร้อมทนายความเดินทางมาฟังคำพิพากษาในวันนี้ ศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้อง โดยสรุปเห็นว่าโจทก์มี ทรงชัย เนียมหอม ผู้แจ้งความดำเนินคดีเบิกความยืนยันว่า จำเลยเป็นผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ตามฟ้อง ซึ่งเอกสารดังกล่าวเป็นข้อมูลฝ่ายเดียวที่นายทรงชัยเป็นผู้จัดทำ แม้ตามเอกสารมีรูปจำเลยปรากฏ แต่ไม่มีพยานยืนยันว่าใครเป็นผู้นำรูปจำเลยมาใส่ นายทรงชัยรับว่าเป็นเพียงผู้รวบรวมข้อมูล แม้จะมีรูปจำเลยตรงกับข้อมูลทะเบียนราษฎร แต่เมื่อจำเลยยื่นคำให้การปฏิเสธตั้งแต่ชั้นสอบสวน และยังอ้างตนเป็นพยานเบิกความว่าผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ดังกล่าวไม่ใช่จำเลย ย่อมเป็นหน้าที่ของโจทก์ต้องหาพยานหลักฐานอื่นมาสนับสนุนคำฟ้อง
โจทก์สามารถสืบเสาะหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพราะนายทรงชัยก็ยังเบิกความว่ากลุ่มเพื่อนซึ่งเป็นบุคคลที่ปกป้องสถาบันฯ เหมือนกันสืบข่าวจนได้ข้อมูล จากการตรวจสอบปรากฏว่าบัญชีผู้ใช้ทวิตเตอร์ดังกล่าวยังไม่ได้ปิดถาวร พยานคอยติดตามผู้ใช้ทวิตเตอร์มาโดยตลอด กลุ่มบุคคลที่มีข้อพิพาทกับผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ดังกล่าวจะถูกบล็อคเป็นรายบุคคล ส่วนพยานภายหลังวันที่ 8 ก.ย. 2568 ก็ยังดูได้ เพราะเป็นผู้ติดตามดูพฤติกรรมแต่ไม่ได้คอมเมนต์ใด ๆ เพิ่งมาปิดกั้นทั้งหมดภายหลังการแจ้ง
ระหว่างที่นายทรงชัย ยังดูผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ดังกล่าว ไม่ปรากฏว่านายทรงชัยหรือโจทก์มีพยานหลักฐานการโพสต์ครั้งก่อน ๆ ของผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ที่สามารถเชื่อมโยงถึงจำเลย หรือมีพยานบุคคลอื่นที่สามารถยืนยันระบุตัวจำเลยได้มาเบิกความเป็นพยานประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์อีก ยิ่งกว่านั้นการตรวจสอบไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมไม่สามารถตรวจสอบยืนยันระบุตัวบุคคลได้
ลำพังพยานหลักฐานโจทก์มีเพียงคำเบิกความของนายทรงชัย และเอกสารที่ผู้กล่าวหารวบรวมมา ยังมีข้อสงสัยตามสมควรที่จำเลยเป็นผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ จึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง พิพากษายกฟ้อง
จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนพบว่า ทรงชัย เนียมหอม ผู้กล่าวหาในคดีนี้ เป็นผู้แจ้งความคดีมาตรา 112 และ 116 กระจายไปในหลายสถานีตำรวจในจังหวัดทางภาคใต้ อาทิ ในจังหวัดพัทลุง, สงขลา, ตรัง, กระบี่, สุราษฎร์ธานี รวมทั้งในกรุงเทพฯ โดยมีผู้ถูกดำเนินคดีไม่น้อยกว่า 19 คดีแล้ว โดยส่วนใหญ่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นประชาชนทั่วไป ไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ถูกแจ้งความ ทำให้แต่ละคนมีภาระและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่อสู้คดีอย่างต่อเนื่อง
.
ย้อนอ่านบันทึกการต่อสู้คดีและสืบพยาน
คดี “จิรดี” จากกรุงเทพฯ ถูกฟ้องคดี ม.112 ทางไกลที่พัทลุง ต่อสู้ไม่ใช่ผู้ทวีตข้อความตามที่ถูกกล่าวหา
.
