วันที่ 18 มี.ค. 2569 เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดธัญบุรี นัดฟังคำพิพากษาคดีของ “ป้านิด” จิราภรณ์ บุษปะเกศ ประชาชนชาวนนทบุรี วัย 77 ปี ในคดีมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) กรณีขึ้นปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ ในการชุมนุม THE RETURN OF THAMMASAT #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2566
ศาลพิพากษาว่าจิราภรณ์มีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษจำคุก 3 ปี จำเลยรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 ปี 6 เดือน โดยให้รอลงอาญา 2 ปี เนื่องจากพิเคราะห์จากรายงานการสืบเสาะแล้ว จิราภรณ์ไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน กำลังเข้าสู่วัยชราและมีโรคประจำตัว
.
คดีนี้มีอานนท์ กลิ่นแก้ว ประธานศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) และพวก เข้าแจ้งความตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) ที่ สภ.คลองหลวง โดยจิราภรณ์เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2566
ข้อกล่าวหามีเหตุจากการขึ้นปราศรัยในการชุมนุม THE RETURN OF THAMMASAT #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2566 โดยมีเนื้อหาในทำนองว่า ต้องการให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย ไม่ต้องการให้กษัตริย์อยู่เหนือกฎหมาย วิพากษ์วิจารณ์การทำรัฐประหารในประเทศไทยที่เกิดขึ้นมาแล้วถึง 13 ครั้ง รวมทั้งปัญหาการสนับสนุนและรับรองการรัฐประหาร
ต่อมา ในวันที่ 13 มิ.ย. 2568 พนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดธัญบุรี หลังศาลรับฟ้องไว้ ได้อนุญาตให้ประกันตัวจำเลยระหว่างพิจารณาคดี
ในวันที่ 15 ม.ค. 2569 ในนัดสืบพยานนัดแรก จิราภรณ์ได้ตัดสินใจถอนคำให้การเดิม เป็นให้การรับสารภาพตามโจทก์ฟ้อง ศาลจึงให้เจ้าพนักงานคุมประพฤติสืบเสาะและพินิจพฤติการณ์จำเลยเพื่อประกอบการจัดทำคำพิพากษา และนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 18 ก.พ. 2569
อย่างไรก็ตามในวันดังกล่าวจิราภรณ์และทนายความเดินทางมาศาล แต่ศาลมีคำสั่งให้เลื่อนอ่านคำพิพากษาไปเป็นวันที่ 18 มี.ค. 2569 โดยระบุว่า เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญที่ต้องรายงานต่อสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 1 และคดียังอยู่ระหว่างการตรวจร่างคำพิพากษาของอธิบดีผู้พิพากษาภาค 1
.
พิพากษาจำคุก 3 ปี ก่อนลดเหลือ 1 ปี 6 เดือน โดยให้รอการลงโทษ 2 ปี เนื่องจากจำเลยมีอายุมากและมีโรคประจำตัว
วันนี้ (18 มี.ค. 2569) เวลา 08.38 น. ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 10 จิราภรณ์เดินทางมาฟังคำพิพากษาพร้อมเพื่อน ๆ ที่มาให้กำลังใจ 2 คน ก่อนที่ทนายความและประชาชนที่สนใจคดีจะทยอยเข้ามาในห้องพิจารณา
08.55 น. เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์แจ้งว่าศาลจะออกนั่งพิจารณาประมาณ 09.30 – 10.00 น. จิราภรณ์จึงได้นั่งพูดคุยกับเพื่อนและประชาชนที่มาให้กำลังใจ โดยในห้องมีคนมาให้กำลังใจเธอราว 7 คน มีตำรวจศาลผู้หญิง 1 คน และตำรวจควบคุมฝูงชน 1 คน
จากนั้นในเวลา 09.21 น. ผู้พิพากษาออกนั่งพิจารณาและเริ่มอ่านคำพิพากษาคดีของจิราภรณ์ ศาลอ่านคำพิพากษาโดยย่อสรุปได้ว่า
พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ลงโทษจำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษกึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน
พิเคราะห์จากรายงานการสืบเสาะ จำเลยไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อนและกำลังเข้าสู่วัยชรา มีโรคประจำตัว ประกอบกับไม่พบข้อเสื่อมเสียของจำเลย ควรให้โอกาสจำเลยปรับปรุงตัว
โทษจำคุกให้รอการลงโทษ 2 ปี คุมประพฤติ 1 ปี โดยให้รายงานตัวต่อเจ้าพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือนต่อครั้ง เข้ารับการอบรมธรรมะและจริยธรรมเพื่อขัดเกลาจิตใจเดือนละ 1 ครั้งภายใน 1 ปี
.
หลังอ่านคำพิพากษาและจัดการเอกสารเสร็จเรียบร้อยแล้ว จิราภรณ์จึงเดินทางกลับบ้าน ในระหว่างที่เธอเดินลงบันไดศาล เธอพูดคุยกับเพื่อน ๆ ไปพลางว่า “ในที่สุดความยุติธรรมก็มาถึง ฉันพร้อมสู้ต่อให้คนที่ยังรอความยุติธรรม”
ทั้งนี้ สำหรับ “ป้านิด” จิราภรณ์ พื้นเพเป็นคนจังหวัดนนทบุรี เธอเคยทำงานเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจอยู่ที่องค์กรแห่งหนึ่ง หลังเกษียณอายุเธอเข้าร่วมการชุมนุมของคนเสื้อแดง การชุมนุมของคนรุ่นใหม่
ในวัย 77 ปี เธอเป็นโรคหัวใจตีบ, มีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ, ข้อเข่าเสื่อม และอาการไตเสื่อม แต่ก็ยังกระตือรือร้นทางการเมือง เธอถูกดำเนินคดีจากสถานการณ์ชุมนุมและการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองทางการเมือง 1 คดี คือในคดีนี้
จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ป้านิดนับเป็นประชาชนอายุมากที่สุดที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 ในยุคหลังปี 2563 เป็นต้นมา
.
ทำความรู้จักกับป้านิด ครึ่งศตวรรษของการต่อสู้ทางการเมืองของ “ป้านิด” คนตัวเล็กที่ยังพยายามขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลง
