จับตาสองวัน ฟังคำพิพากษาคดี ม.112 สามคดีรวด ของ “ป้านิด-วุฒิภัทร-สิงโต” ทั้งในศาลชั้นต้นและศาลสูง

ในวันที่ 18-19 ก.พ. 2569 นี้ มีคดีในข้อหาหลักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่ศาลต่าง ๆ นัดฟังคำพิพากษารวม 3 คดีติดต่อกัน ได้แก่

คดีแรก ในวันที่ 18 ก.พ. ศาลจังหวัดธัญบุรีนัดฟังคำพิพากษาในคดีของ “ป้านิด” จิราภรณ์ บุษปะเกศ ประชาชนชาวนนทบุรี วัย 77 ปี ผู้ถูกกล่าวหากรณีขึ้นปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ ในการชุมนุม THE RETURN OF THAMMASAT #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2566 นับเป็นผู้ถูกดำเนินคดีข้อหานี้ในยุคหลังปี 2563 ที่อายุมากที่สุดเท่าที่ทราบข้อมูล

คดีที่สอง ในวันเดียวกัน ศาลจังหวัดสมุทรปราการนัดฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาในคดีของ “วุฒิภัทร” (นามสมมติ) พนักงานบริษัทจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัย 31 ปี กรณีถูกกล่าวหาเหตุโพสต์แสดงความคิดเห็นในกลุ่ม “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส” เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2563 เกี่ยวกับการสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 8 และตั้งคำถามต่อเหตุการณ์ที่ 3 จำเลยในคดีประทุษร้ายรัชกาลที่ 8 ถูกประหารชีวิตไปโดยไม่มีความผิด 

คดีนี้เดิมศาลชั้นต้นเห็นว่าไม่มีความผิดตามมาตรา 112 เนื่องจากเห็นว่ากฎหมายคุ้มครองเฉพาะกษัตริย์ที่ยังครองราชย์อยู่เท่านั้น แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้พิพากษา เป็นเห็นว่ามีความผิด และลงโทษจำคุก 3 ปี 4 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ

คดีสุดท้าย ในวันที่ 19 ก.พ ศาลจังหวัดนนทบุรีนัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ในคดีของ “สิงโต” (นามสมมติ) ชาวมุกดาหารวัย 28 ปี ถูกกล่าวหาจากเหตุแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กอีกรายหนึ่งซึ่งโพสต์ภาพรัชกาลที่ 10 และเจ้าฟ้าทีปังกรฯ  คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ

.

คดี “ป้านิด” ปราศรัยที่ มธ.รังสิต: อานนท์ กลิ่นแก้ว กล่าวหาในสองข้อหา ก่อนอัยการฟ้องข้อหา ม.112 อย่างเดียว ตัดสินใจให้การรับสารภาพ

ในคดีของ “ป้านิด” มี อานนท์ กลิ่นแก้ว ประธานศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) และพวก เข้าแจ้งความตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) ที่ สภ.คลองหลวง โดยเธอเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 22 ส.ค. 2566 

ข้อกล่าวหามีเหตุจากการขึ้นปราศรัยในการชุมนุม THE RETURN OF THAMMASAT #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2566 โดยมีเนื้อหาในทำรองว่าต้องการให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย ไม่ต้องการให้กษัตริย์อยู่เหนือกฎหมาย วิพากษ์วิจารณ์การทำรัฐประหารในประเทศไทยที่เกิดขึ้นมาแล้วถึง 13 ครั้ง รวมทั้งปัญหาการสนับสนุนและรับรองการรัฐประหาร

ต่อมา ในวันที่ 13 มิ.ย. 2568 พนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดธัญบุรี หลังศาลรับฟ้องไว้ ได้อนุญาตให้ประกันตัวจำเลยระหว่างพิจารณาคดี โดยให้วางหลักทรัพย์ 150,000 บาท ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์ 

ต่อมา ในวันที่ 15 ม.ค. 2569 ในวันนัดสืบพยานนัดแรก จิราภรณ์ได้ตัดสินใจถอนคำให้การเดิม เป็นให้การรับสารภาพตามโจทก์ฟ้อง ศาลจึงให้เจ้าพนักงานคุมประพฤติสืบเสาะและพินิจพฤติการณ์จำเลยเพื่อประกอบการจัดทำคำพิพากษา ก่อนนัดฟังคำพิพากษาต่อมา

ทำความรู้จักป้านิด : ไม่อยากให้สถาบันฯ ถูกใช้เป็นเครื่องมือ โดยคนที่ผูกขาดว่า ‘รักชาติ’

.

.

คดี “วุฒิภัทร” โพสต์ถึงกรณีสวรรคต ร.8: ติดตามการตีความ ม.112 ของศาลฎีกา เมื่อศาลชั้นต้นและอุทธรณ์เห็นต่างว่ากฎหมายนี้คุ้มครองรวมถึงอดีกษัตริย์หรือไม่?

คดีของ “วุฒิภัทร” (นามสมมติ) มีผู้กล่าวหาคือ ศิวพันธุ์ มานิตย์กุล ซึ่งกล่าวหาคดีมาตรา 112 ไว้ไม่น้อยกว่า 9 คดี ที่ สภ.บางแก้ว ถูกกล่าวจากกรณีโพสต์แสดงความคิดเห็นในกลุ่ม “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส” เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2563 มีเนื้อหาข้อความเกี่ยวกับกรณีการสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 8 และการตั้งคำถามต่อเหตุการณ์ที่ 3 จำเลยในคดีประทุษร้ายรัชกาลที่ 8 ถูกประหารชีวิตไปโดยไม่มีความผิด

ก่อนพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องคดีนี้ต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2564 ในข้อหามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) ในการต่อสู้ชั้นศาล จำเลยรับว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความจริง แต่การกระทำของเขาไม่เข้าองค์ประกอบมาตรา 112 ซึ่งคุ้มครองกษัตริย์พระองค์ที่ครองราชย์อยู่ขณะเกิดเหตุ ไม่ครอบคลุมถึงอดีตกษัตริย์ และเพียงแต่ะบุเหตุการณ์สวรรคตรัชกาลที่ 8 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์

ต่อมาวันที่ 25 มี.ค. 2565 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาพิพากษายกฟ้องในข้อหามาตรา 112 แต่ลงโทษตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (1) โดยให้เหตุผลสรุปได้ว่า มาตรา 112 คุ้มครองบุคคลเพียงเฉพาะ 4 ตำแหน่ง ได้แก่ พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ที่ยังคงครองราชย์หรือดำรงตำแหน่งอยู่เท่านั้น ช่วงเวลาที่จำเลยโพสต์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้สวรรคตตั้งแต่ปี 2559 การกระทำจึงขาดองค์ประกอบของ มาตรา 112 

พิพากษาว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (1) ซึ่งอัยการไม่ได้ฟ้องข้อหานี้เข้ามา ลงโทษจำคุก 1 ปี และลดโทษให้หนึ่งในสามเนื่องจากให้การเป็นประโยชน์ เหลือจำคุก 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ทั้งนี้ศาลอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ และต่อมาโจทก์และจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์

ต่อมาวันที่ 27 เม.ย. 2566 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษาแก้ ในประเด็นเรื่องมาตรา 112 โดยตีความว่า มาตรา 112 มิได้ระบุว่าพระมหากษัตริย์จะต้องยังคงครองราชย์อยู่ในขณะกระทำความผิดหรือไม่ หากมีการดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ที่เสด็จสวรรคตไปแล้ว ก็ยังกระทบกระเทือนต่อความรู้สึกของประชาชน อันนำไปสู่ความไม่พอใจ และอาจส่งผลกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรได้

พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 112 ลงโทษจำคุก 5 ปี คำให้การในชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน ไม่รอการลงโทษ ทั้งนี้ศาลฎีกาอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างฎีกา

การนัดฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาในวันที่ 18 ก.พ. 2569 นี้จะเป็นศาลสุดท้าย ที่ทำให้คดีสิ้นสุดลง หลังคดีดำเนินมานานกว่า 5 ปี โดยต้องจับตาผลคำพิพากษา ทั้งการตีความตัวบทมาตรา 112 คุ้มครองถึงอดีตกษัตริย์หรือไม่ และสถานการณ์ของวุฒิภัทร

.

.

คดี “สิงโต” คอมเมนต์ข้อความใต้โพสต์ ถูกกลุ่มปกป้องสถาบันฯ กล่าวหาที่นนทบุรี 

คดีของ “สิงโต” (นามสมมติ) ประชาชนจากมุกดาหาร เป็นคดีที่มี ฐิติวัฒน์ ธนการุณย์ เป็นผู้กล่าวหา โดยอ้างว่าได้พบเห็นข้อความใต้โพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กอีกรายหนึ่งซึ่งโพสต์ภาพรัชกาลที่ 10 และเจ้าฟ้าทีปังกรฯ ที่ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ประกอบเพลงสรรเสริญพระบารมีขณะที่อยู่ในโรงภาพยนตร์ จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ 

สิงโตถูกตำรวจหลายหน่วยสนธิกำลังกันบุกเข้าจับกุมที่บ้านใน จ.มุกดาหาร เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2565 ก่อนถูกนำตัวไปแจ้งข้อหาตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3)  ที่สถานีตำรวจผู้รับผิดชอบคดี ต่อมาเขาได้ประกันตัวในชั้นสอบสวน ก่อนถูกอัยการฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดนนทบุรีเมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2566

ในนัดสืบพยานนัดแรก เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2567 สิงโตขอถอนคำให้การเดิม เป็นให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลจึงมีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะและพินิจจำเลยก่อนนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 29 ต.ค. 2567 ซึ่งต่อมาได้ส่งเลื่อนไปฟังคำพิพากษาวันที่ 27 พ.ย. 2567 เนื่องจากคำพิพากษายังไม่เสร็จสมบูรณ์

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) ลงโทษตามมาตรา 112 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษเหลือจำคุก 1 ปี 6 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ โดยศาลอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ ในเวลาต่อมา ฝ่ายจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา

.

.

ในทั้ง 3 คดี เป็นที่น่าจับตามองถึงผลคำพิพากษาและการตีความข้อหามาตรา 112 ประกอบกับสถานการณ์ลงโทษจำคุก ที่อาจส่งผลต่อสถานการณ์ผู้ต้องขังทางการเมือง ซึ่งปัจจุบันมีผู้ถูกคุมขังในข้อหานี้เท่าที่ทราบข้อมูล อย่างน้อย 32 คน จากจำนวนผู้ต้องขังทางการเมืองทั้งหมดอย่างน้อย 59 คน

.

X