อุทธรณ์พิพากษายืน คดี ม.112 ของ “ไวรัส” จำคุก 5 ปี 30 เดือน เห็นพ้องกับศาลชั้นต้นว่าคุ้มครองถึงอดีตกษัตริย์ แต่โทษจำคุกให้รอไว้ 3 ปี

วันที่ 5 ส.ค. 2568 เวลา 9.00 น. ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ในคดีมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ของ “ไวรัส” (นามสมมติ) พนักงานรักษาความปลอดภัย วัย 36 ปี ถูกกล่าวหาจากกรณีโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก 3 ข้อความ และ TikTok 2 ข้อความเกี่ยวกับรัชกาลที่ 9 และ 10 โดยมี อิสกันต์ ศรีอุบล กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันฯ เป็นผู้กล่าวหา คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 5 ปี 30 เดือน โดยให้รอการลงโทษไว้ 3 ปี และฝ่ายจำเลยได้อุทธรณ์คดีต่อ

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น เห็นว่า การหมิ่นประมาทอดีตพระมหากษัตริย์ย่อมกระทบต่อพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน หากไม่รวมถึงอดีตกษัตริย์ย่อมเป็นการเปิดช่องให้พระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันถูกดูหมิ่นได้ 

.

ย้อนไปเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2564 ได้มีกลุ่มบุคคลอ้างว่าเป็นกลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันฯ ประมาณ 6-7 คน ทั้งกลุ่มใส่เสื้อสีเหลืองบุกมาที่ทำงานของไวรัส กล่าวหาว่า เขาแชร์โพสต์หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ ทำให้เกิดการถกเถียงกันขึ้น ต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูเหตุการณ์ และเชิญทั้งหมดไปพูดคุยที่ สน.โชคชัย แต่เมื่อถึงสถานีตำรวจแล้ว กลุ่มคนดังกล่าวได้แจ้งความกล่าวหาว่าเขากระทำความผิดตามมาตรา 112 หลังจากนั้นสองวันเขาถูกเรียกตัวไปพบที่สถานีตำรวจ โดยไม่ได้มีหมายเรียกใด ๆ  ก่อนจะได้มีการแจ้งข้อหาตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

ต่อมาในวันที่ 17 ก.ย. 2564 พนักงานอัยการได้สั่งฟ้องคดีของเขา บรรยายข้อกล่าวหาทั้งหมด 5 กรรม จากการโพสต์ในเฟซบุ๊ก 3 ข้อความ และTikTok 2 ข้อความ เกี่ยวกับรัชกาลที่ 9 และ 10 ระหว่างวันที่ 30 เม.ย. ถึง 7 พ.ค. 2564

ในชั้นศาล ไวรัสรับสารภาพตามข้อกล่าวหาใน 2 กรรม แต่ในอีก 3 กรรมนั้น เขาต่อสู้ว่าการกระทำไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 112 ไม่มีคำหยาบคายและมีเจตนาเพื่อตั้งคำถามกับประชาชนเท่านั้น

ในวันที่ 11 พ.ค. 2566 ศาลอาญาพิพากษาว่า การหมิ่นประมาทอดีตพระมหากษัตริย์ย่อมกระทบต่อพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน หากไม่หมายความรวมถึงอดีตกษัตริย์ย่อมเป็นการเปิดช่องให้พระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันถูกดูหมิ่นได้ แม้อดีตพระมหากษัตริย์สวรรคตไปแล้วก็ยังคงมีประชาชนเคารพสักการะ จึงกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน ส่งผลต่อความมั่นคงราชอาณาจักร

ศาลลงโทษจำคุกกรรมละ 3 ปี รวม 5 กระทง เป็นจำคุก 15 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษลงกึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุก 5 ปี 30 เดือน ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี พร้อมให้ยึดโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง โดยมีอธิบดีศาลอาญา ได้ทำความเห็นแย้งคำพิพากษาไว้เห็นว่าพฤติการณ์ในคดีมีความร้ายแรง ไม่สมควรรอการลงโทษ และต่อมาฝ่ายจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อมา

.

เวลา 09.00 น. ไวรัสได้เดินทางมาถึงห้องพิจารณาที่ 609 พร้อมภรรยา ทั้งสองสวมเสื้อยืดสกรีนคำว่า “Virus Studio” ยืนพูดคุยหยอกล้อกันระหว่างรอ

เวลา 09.18 น. เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ได้ขอบัตรประชาชน และเรียกไวรัสเข้าไปในห้องพิจารณา ก่อนผู้พิพากษาออกนั่งพิจารณา โดยดำเนินการในคดีอื่นก่อน

เวลา 09.50 น. ศาลดำเนินการในคดีของไวรัส โดยเริ่มแกะซองคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ก่อนจะแจ้งว่าศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และให้อ่านในส่วนรายละเอียดในคำพิพากษา

ในคำพิพากษาสรุปได้ว่า คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นได้ลงโทษจำคุกและลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกเป็นเวลา 5 ปี 30 เดือน ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี ต่อมาจำเลยได้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมคดีแล้ว มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่า

1. ตามที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ข้อความที่โพสต์เป็นการตั้งคำถามต่อประชาชน ไม่ได้เป็นการยืนยันข้อเท็จจริง

เห็นว่า โพสต์ภาพและข้อความซึ่งเป็นข่าวที่ชาวบ้านทั้งตำบลลงขันกัน นำเงินไปซ่อมแซมศาลาที่รัชกาลที่ 9 ผูกเชือกฉลองพระบาทเองเป็นครั้งแรก พยานหลายปากเบิกความเห็นตรงกันว่าโพสต์ดังกล่าวสื่อถึงการดูหมิ่นว่าไร้วุฒิภาวะ ช่วยเหลือตนเองเหมือนคนปกติไม่ได้ ถ้อยคำดังกล่าวถือเป็นการแสดงเจตนาดูหมิ่นแล้ว ไม่จำต้องเป็นการยืนยันข้อเท็จจริง

2. ตามที่จำเลยอุทธรณ์ว่า การกระทำความผิดมาตรา 112 ไม่รวมถึงการกระทำผิดต่ออดีตกษัตริย์

เห็นว่า มีคำพิพากษาฎีกาที่ 6374/2556 ซึ่งวางหลักว่า “แม้จะกระทำ (ความผิดตามมาตรา 112) ต่ออดีตพระมหากษัตริย์ซึ่งสวรรคตไปแล้ว ก็ยังเป็นความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าว การหมิ่นประมาทอดีตพระมหากษัตริย์ก็ย่อมกระทบถึงพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันที่ยังคงครองราชย์อยู่” ดังนั้นการดูหมิ่นรัชกาลที่ 9 ซึ่งได้ทำคุณประการความดีไว้แก่ประเทศชาติย่อมกระทบต่อรัชสมัยของรัชกาลที่ 10 หากตีความคุ้มครองเฉพาะกษัตริย์ที่ปกครองอยู่ ย่อมเป็นการเปิดช่องให้ดูหมิ่นอดีตพระมหากษัตริย์ ส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชนและอาจส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศ

พิพากษายืนว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 112 เมื่อจำเลยได้กระทำความผิดผ่านสื่อออนไลน์แอปพลิเคชั่นเฟซบุ๊กและติ๊กต๊อก จึงเป็นความผิดฐานนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) และ (5) ด้วย

ลงโทษจำคุกกรรมละ 3 ปี รวม 5 กระทง เป็นจำคุก 15 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษลงกึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุก 5 ปี 30 เดือน ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี พร้อมให้ยึดโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง

ลงชื่อผู้พิพากษาในคำพิพากษาอุทธรณ์ ได้แก่ รังสิชัย บรรณกิจวิจารณ์, ทิวิบูลย์ ปราการพิลาศ และ วีรพงษ์ ศิริกานต์นนท์

.

หลังอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น ไวรัสได้ออกมาพูดคุยกับทนายที่หน้าห้องด้วยความโล่งใจ เขาเล่าว่าวันนี้เขาเดินทางออกจากที่พักย่านบางกะปิตั้งแต่เช้า ขี่รถมอเตอร์ไซค์มาศาลพร้อมกับภรรยาเพื่อมาฟังคำพิพากษา

ไวรัสกล่าวว่าเขาอยากให้คดีถึงที่สุดเพื่อที่จะได้ไปหางานใหม่ทำ เขาได้ไปสมัครงานหลายที่ แต่เมื่อค้นประวัติอาชญากรรมและพบว่าถูกดำเนินคดีมาตรา 112 ก็ถูกปฏิเสธ หลังคดีนี้ถึงที่สุด เขาหวังว่าจะได้ไปเริ่มต้นสมัครงานใหม่อีกครั้ง

.

อ่านฐานข้อมูลคดีของไวรัส >>> คดี 112 “ไวรัส” อดีต รปภ. เหตุโพสต์ 5 ข้อความเกี่ยวกับ ร.9 และ ร.10

X