ยังสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ศาลฎีกาพิพากษาแก้คดี ม.112 “บัสบาส” เป็นลงโทษจำคุก 46 ปี จากเดิมชั้นอุทธรณ์ลง 50 ปี

11 ธ.ค. 2568 เวลา 9.00 น. ที่ศาลจังหวัดเชียงราย “บัสบาส” หรือมงคล ถิระโคตร อดีตพ่อค้าเสื้อผ้าออนไลน์และนักกิจกรรมในจังหวัดเชียงรายวัย 32 ปี ถูกเบิกตัวมาจากเรือนจำกลางเชียงรายเพื่อฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา กรณีถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฯ จากการโพสต์เฟซบุ๊กรวม 27 โพสต์ ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2564

.

คดีนี้ มงคลถูกจับกุมตัวที่บริเวณหน้าศาลอาญาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2564 ภายหลังเดินทางไปอดอาหารประท้วงเรียกร้องสิทธิการประกันตัวของผู้ต้องขังทางการเมือง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาว่ามีโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กรวม 25 โพสต์ หลังจากนั้นในเดือนพฤษภาคมในปีเดียวกัน มงคลถูกจับอีกครั้งและถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่าโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กเพิ่มเติมอีก 2 โพสต์ 

ทั้งสองคดีมี พ.ต.ท.ปราโมทย์ บุญตันบุตร จากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เป็นผู้กล่าวหา ทำให้เมื่อรวมสำนวนทั้งสองในชั้นศาล คดีนี้มีจำนวนโพสต์ที่ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น 27 โพสต์

มงคลต่อสู้คดีโดยรับว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความทั้งหมด แต่ข้อความไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย โดยในการสืบพยาน ศาลมีคำสั่งให้พิจารณาเป็นการลับ ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการพิจารณา

เมื่อเสร็จสิ้นการสืบพยาน ศาลจังหวัดเชียงรายมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2566 โดยเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดในจำนวน 14 ข้อความ และยกฟ้องอีก 13 ข้อความ ในกรณีข้อความที่เกี่ยวกับอดีตกษัตริย์รัชกาลที่ 9 หรือข้อความที่ไม่สามารถตีความระบุตัวบุคคลได้ว่าโพสต์หมายถึงบุคคลใด และบางโพสต์แม้จะมีภาพรัชกาลที่ 10 แต่ศาลก็เห็นว่าไม่เป็นการดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาท ทำให้ไม่เข้าองค์ประกอบมาตรา 112

ภายหลังฟังคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยและโจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาล โดยจำเลยขอให้ยกฟ้องข้อความทั้งหมดและโจทก์ขอให้ลงโทษข้อความทั้งหมด 

หลังจากนั้นวันที่ 18 ม.ค. 2567 ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยเพิ่มอีก 11 ข้อความ กระทงละ 3 ปี จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษเหลือจำคุกกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 22 ปี เมื่อรวมกับโทษจำคุก 28 ปี ในอีก 14 กระทงก่อนหน้านี้ รวมเป็นโทษจำคุกรวม 50 ปี โดยวินิจฉัยเห็นว่าความผิดตามมาตรา 112 ไม่ได้หมายความถึงเฉพาะพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์อยู่ในขณะมีการกระทำความผิดเท่านั้น แต่หมายความรวมถึงพระมหากษัตริย์ที่สวรรคตไปแล้ว หรือมิได้ทรงครองราชย์ต่อไปแล้วด้วย ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้ง 9 โพสต์ ก็เป็นความผิดตามมาตรานี้ 

จากนั้นระหว่างถูกคุมขัง ไม่ได้รับการประกันตัวในชั้นฎีกา จำเลยยื่นฎีกาต่อมา ขอให้ทบทวนคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 และวินิจฉัยในประเด็นการต่อสู้อีกครั้ง

.

เวลา 9.20 น. มงคลถูกเบิกตัวจากห้องขังใต้ถุนศาลขึ้นมายังห้องพิจารณาคดีที่ 7 ท่ามกลางครอบครัวและผู้เดินทางมาให้กำลังใจราว 5 คน ศาลเริ่มแกะซองคำพิพากษาฎีกา และอ่านโดยสรุปได้ว่า

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 วรรค 1 (3), (5) บทเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 112 ที่มีโทษหนักสูง เป็นจำนวน 14 กระทง ให้ลงโทษเรียงกระทงความผิดไป ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลถโทษให้กระทงละ 1 ใน 3 คงจำคุกกระทงละ 2 ปี  รวมจำคุก 28 ปี  ส่วนศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นลงโทษจำคุก 50 ปี

ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นเจ้าของบัญชีชื่อว่า “บัสบาส บาสบัส” โพสต์ภาพและข้อความจำนวน 27 โพสต์ 

ประเด็นที่ต้องพิจารณาตามฎีกาของจำเลย เห็นควรพิจารณาฎีกาของจำเลยในส่วนที่ว่าคำขอแก้ไขคำฟ้องของโจทก์ ที่ขอให้แก้ไขคำฟ้องเพิ่มเติมเข้ามาในคำขอท้ายคำฟ้องให้ลงโทษทุกกรรมเรียงกระทงตามประม วลกฎหมายอาญา มาตรา 91 นั้น เห็นว่าคำฟ้องของโจทก์บรรยายคำฟ้องแยกมาเป็นข้อ ๆ แยกข้อเท็จจริง แต่ละข้อต่างความประสงค์กัน การกระทำมุ่งประสงค์ในแต่ละพระองค์แตกต่างกัน แม้โจทก์ไม่อ้างถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แต่ศาลลงโทษเป็นความผิดต่างกรรมต่างกันได้ ดังนั้นในประเด็นข้อนี้ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ประเด็นพิจารณาต่อมาว่าการกระทำตามคำฟ้อง เป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือไม่ เห็นว่าความผิดตามมาตรา 112 อยู่ในหมวด 1 ความผิดต่อความมั่นคงตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งยึดโยงกับความมั่นคงและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 หมวด 2 การละเมิดต่อพระมหากษัตริย์ย่อมเป็นการละเมิดต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร 

ศาลฎีกาเห็นว่า กฎหมายมุ่งหมายรักษาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งประชาชนชาวไทยมีความผูกพันธ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทบกระเทือนจิตใจของประชาชนชาวไทย ทั้งมาตรา 112 ก็ไม่ระบุว่าจะต้องคุ้มครองเฉพาะพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันเท่านั้น การตีความว่ามาตรา 112 คุ้มครองเฉพาะพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันอาจเป็นการเปิดช่องให้เกิดการล่วงละเมิดต่อพระมหากษัตริย์ในอดีตซึ่งกระทบต่อพระมหากษัตริย์ปัจจุบัน ส่งผลต่อความเชื่อถือและศรัทธา ทั้งเป็นเรื่องร้ายแรงที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ การกระทำในลักษณะดังกล่าวจึงเป็นความผิดได้ทั้งสิ้น ฎีกาของจำเลยในส่วนนี้ฟังไม่ขึ้น

ส่วนที่จำเลยต่อสู้ว่าไม่มีเจตนาหมิ่นประมาท เป็นเพียงการล้อเลียนจึงไม่เป็นความผิดนั้น เห็นว่าตามมาตรา 112 ให้ดูผลแห่งการกระทำเป็นสำคัญ ในส่วนนี้ศาลฎีกาเห็นฟ้องกับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 แล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ส่วนข้อความที่ 8 และข้อความที่ 9 ที่มีการโพสต์ภาพเคลื่อนไหวที่รัชกาลที่ 9 ตอบคำถามสื่อต่างประเทศเกี่ยวกับความล่าช้าของการสร้างเขื่อนเก็บน้ำเนื่องด้วยปัญหาคอมมิวนิสต์ แต่เมื่อสร้างเสร็จแล้วก็จะเป็นประโยชน์กับประชาชนรวมถึงคอมมิวนิสต์ด้วย เมื่อพิจารณาเนื้อหาดูแล้วยังไม่เพียงพอฟังได้ว่าเป็นการกระทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น

ส่วนประเด็นที่ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ หรือไม่ เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 วรรค 1 (3) (5) ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าการดำเนินคดีนี้เป็นการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตเพราะพนักงานสอบสวนไม่ออกหมายเรียกก่อนนั้น เห็นว่าศาลชั้นต้นออกหมายจับชอบแล้ว ไม่เป็นการดำเนินคดีไม่สุจริต

พิพากษาแก้เป็นยกฟ้องจำเลยในกระทงความผิดที่ 8 และ 9 สรุปรวมแล้วศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยจึงมีความผิดทั้งหมด 23 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี ให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษลง 1 ใน 3 เหลือจำคุกกระทงละ 2 ปี รวมโทษจำคุก 46 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 5

หลังฟังคำพิพากษา มงคลนิ่งเงียบ ไม่ได้พูดอะไร ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์พาตัวเดินลงไปข้างล่างศาล ก่อนศาลพิจารณาในคดีอื่นต่อไป

สำหรับองค์คณะผู้พิพากษาของศาลฎีกาในคดีนี้ ได้แก่ จักรี พงษธา, สัมพันธ์ บุนนาค และ สุทธิ จันทรสุทธิ

.

โทษจำคุกของศาลฎีกาในคดีนี้ ยังนับได้ว่าเป็นคดีมาตรา 112 ที่โทษสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยเท่าที่ทราบข้อมูลก่อนหน้านี้ คดีที่ถูกลงโทษจำคุกสูงที่สุด คือ คดีของ “อัญชัญ” ศาลอาญาลงโทษจำคุกรวม 87 ปี จากการเผยแพร่คลิปเสียงของ “บรรพต” จำนวน 29 กรรม โดยเธอให้การรับสารภาพ ศาลจึงลดโทษเหลือจำคุก 29 ปี 174 เดือน (คิดเป็นประมาณ 43 ปี 6 เดือน) โทษจำคุกที่ถูกลดหย่อนแล้วในกรณีของบัสบาส จึงยังสูงกว่าคดีของอัญชัญ

รวมทั้งนอกเหนือจากคดีนี้ มงคลยังถูกกล่าวหาตามมาตรา 112 ในอีก 2 คดี ได้แก่ คดีจากการโพสต์อีก 2 ข้อความ โดยมีผู้กล่าวหาเป็นตำรวจรายเดียวกับคดีข้างต้น และถูกฟ้องคดีที่ศาลจังหวัดเชียงรายเช่นกัน โดยในคดีนี้ ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาว่า มงคลมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุกกระทงละ 2 ปี และให้เพิ่มโทษจำคุกอีก 6 เดือน จากคดีที่จำเลยเคยถูกกล่าวหาเรื่องการบุกรุกเคหสถานและเคยให้รอการลงโทษไว้ รวมลงโทษจำคุกทั้งหมด 4 ปี 6 เดือน คดียังอยู่ระหว่างฎีกา

ส่วนอีกคดีหนึ่ง ในระหว่างที่มงคลถูกคุมขัง พนักงานสอบสวนจาก บก.ปอท. ได้เดินทางไปแจ้งข้อกล่าวหา เหตุจากโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กในช่วงเดือนพฤษภาคม – กันยายน 2565 เพิ่มอีก 3 ข้อความ โดยพบว่าคดีมี อานนท์ กลิ่นแก้ว จากกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เป็นผู้ไปกล่าวหาไว้ โดยคดีนี้ยังอยู่ในชั้นสอบสวน

.

อ่านบันทึกการสืบพยานในคดีนี้ บันทึกจากห้องพิจารณาลับ “บัสบาส มงคล” ต่อสู้คดี ม.112 ถูกฟ้อง 27 กรรม ก่อนฟังคำพิพากษา

อ่านเรื่องราวชีวิตของบัสบาส เสียงเพลงพังก์ ในโลกขบถของ “บัสบาส” ผู้ต่อสู้คดี 112

ย้อนอ่านบันทึกการเยี่ยมบ้านบัสบาส “ก็แค่ยักไหล่แล้วไปต่อ ผมยังหายใจอยู่นี่หน่า”: พาเยี่ยมบ้าน ‘บัสบาส’ ผู้ต้องโทษประวัติศาสตร์คดี ม.112

.

X