11 ก.ย. 2568 เวลา 09.00 น. ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาในคดีของ “ตั้ม” จิรวัฒน์ (สงวนนามสกุล) ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ กรณีถูกกล่าวหาว่าเป็นแอดมินเพจเฟซบุ๊ก “คนกลมคนเหลี่ยม” เพจการ์ตูนล้อเลียนและเสียดสีการเมือง วาดภาพเสียดสีรวม 4 โพสต์ โดยแบ่งเป็นรัชกาลที่ 10 รวม 2 โพสต์ และรัชกาลที่ 9 อีก 2 โพสต์ ในช่วงเดือนมีนาคม – มิถุนายน 2565
ศาลพิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้องให้จำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 4 กระทงเป็น 12 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกระทงกึ่งหนึ่งคงจำคุก 4 ปี 24 เดือน ให้รอการลงโทษไว้ 3 ปี
.
คดีนี้มี ระพีพงษ์ ชัยยารัตน์ สมาชิกกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เป็นผู้กล่าวหา ก่อนที่จะถูกแจ้งข้อกล่าวหา ช่วงเดือนกรกฎาคม 2565 จิรวัฒน์เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอท. ประมาณ 10 นาย เข้าตรวจค้นและยึดโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต รวมไปถึงเอกสารต่าง ๆ และถูกควบคุมตัวไปยัง บก.ปอท. โดยอ้างว่าเป็นการเชิญตัวไปเพื่อพูดคุยและเจรจา ไม่มีหมายจับ พร้อมทั้งให้เซ็นเอกสารยืนยันสิ่งของ ก่อนให้เดินทางกลับ
ต่อมา จิรวัฒน์ถูกออกหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาถึง 3 ครั้ง ในครั้งแรกถูกแจ้งข้อหามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) จำนวนสองโพสต์ที่ถูกตีความว่าพาดพิงกษัตริย์รัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 10) ส่วนอีกสองโพสต์ที่ตีความว่าเกี่ยวกับอดีตพระมหากษัตริย์ (รัชกาลที่ 9) แจ้งข้อกล่าวหาเฉพาะ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (1)
ครั้งที่สอง ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (1) ต่อ 2 โพสต์แรกที่ตีความว่าเกี่ยวกับรัชกาลปัจจุบัน และครั้งที่สาม ถูกแจ้งข้อกล่าวหาใหม่ ตามคำสั่งของพนักงานอัยการ กล่าวหาว่าทั้ง 4 โพสต์มีความผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (1), (3)
อัยการสั่งฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2567 ภายหลังศาลรับฟ้อง จิรวัฒน์ได้รับประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี โดยให้เพิ่มหลักทรัพย์รวมเป็น 200,000 บาท ได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์ ต่อมาในวันที่ 17 มิ.ย. 2568 ศาลกำหนดสืบพยานนัดแรก จิรวัฒน์ได้เปลี่ยนคำให้การเป็นรับสารภาพตามฟ้อง ศาลจึงให้สืบเสาะพฤติการณ์จำเลย พร้อมกำหนดนัดฟังคำพิพากษาเป็นวันที่ 11 ก.ย. 2568
.
ศาลพิพากษาว่าผิดตามฟ้อง จำคุก 12 ปี ลดเหลือ 4 ปี 24 เดือน ให้รอลงอาญาไว้ 3 ปี
วันนี้ (11 ก.ย. 2568) ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 805 จิรวัฒน์เดินทางมาฟังคำพิพากษาพร้อมกับครอบครัวและทนายความ มีประชาชน สื่ออิสระ และองค์กรภาคประชาสังคม มาสังเกตการณ์การอ่านคำพิพากษาในวันนี้รวมแล้วประมาณ 13 คน เต็มห้องพิจารณาคดี โดยพบว่ามีตำรวจศาล 3 นายมาสังเกตการณ์อยู่ในห้องพิจารณาตลอดการอ่านคำพิพากษา
เวลา 9.37 น. ผู้พิพากษาจำนวน 5 คนออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาในคดีนี้ และเรียกจิรวัฒน์ไปบริเวณด้านหน้าบัลลังก์ จากนั้นจึงเริ่มอ่านคำพิพากษา สรุปเป็นใจความสำคัญได้ดังนี้
คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (1) และ (3) ความผิดของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกกรรมตามความผิด ในความผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เป็นการกระทำกรรมเดียวต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตา 112 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด
จำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 4 กระทงเป็น 12 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกระทงละกึ่งหนึ่ง (1 ปี 6 เดือน) คงจำคุกกระทงละ 1 ปี 6 เดือน รวม 4 กระทง เป็น 4 ปี 24 เดือน
พิเคราะห์พฤติการณ์คดีและรายงานการสืบเสาะจากพนักงานคุมประพฤติแล้ว เห็นว่าแม้จำเลยกระทำความผิดร้ายแรง แต่ไม่เคยก่อเหตุในทำนองนี้มาก่อน จำเลยกระทำผิดเป็นครั้งแรก อีกทั้งจำเลยให้การต่อพนักงานคุมประพฤติว่าได้สำนึกผิดและลบโพสต์ดังกล่าวแล้ว และได้ยื่นหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษให้คำสัญญาว่าจะประพฤติตนเป็นพลเมืองดี ไม่กระทำผิดอีก
หลังเกิดเหตุจนถึงปัจจุบันไม่ปรากฏว่าจำเลยกระทำพาดพิงถึงสถาบันกษัตริย์ฯ เห็นว่าอยู่ในวิสัยในการปรับปรุงตนให้เป็นพลเมืองดี จึงสมควรให้รอการลงโทษไว้ 3 ปี
สรุปแล้วคดีนี้ ศาลพิพากษาจำคุกรวม 12 ปี จำเลยให้การรับสารภาพจึงลดโทษกระทงละกึ่งหนึ่งเหลือจำคุกรวม 4 ปี 24 เดือน ให้รอการลงโทษไว้ 3 ปี ให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือน/ครั้ง เป็นเวลา 2 ปี ทำงานบริการสังคม 48 ชั่วโมง และให้ริบโทรศัพท์ของกลาง
หลังอ่านคำพิพากษาเสร็จ ผู้พิพากษาสรุปโทษของจิรวัฒน์ให้ฟังอย่างเข้าใจง่ายอีกครั้งหนึ่ง และได้บอกกับจิรวัฒน์ว่า “ศาลเชื่อว่าจำเลยสำนึกผิดแล้ว ถ้าหากมีการกระทำผิดครั้งต่อไป อาจจะรอการลงโทษไม่ได้” จากนั้นจิรวัฒน์จึงเดินทางไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ และเดินทางกลับบ้าน
.
อย่างไรก็ตาม ในรายงานกระบวนการพิจารณาคดี วันนี้ไม่ได้มีระบุถึงคำสั่งห้ามเผยแพร่เหตุการณ์ในห้องพิจารณาคดีแต่อย่างใด ซึ่งในนัดสืบพยานนัดแรกของคดีนี้ ศาลได้ระบุคำสั่งดังกล่าวไว้ด้วย
.
“คนกลมคนเหลี่ยม” เพจการ์ตูนล้อเลียนเสียดสีการเมือง กับขีดจำกัดในการแสดงออกทางศิลปะ
สำหรับเพจ “คนกลมคนเหลี่ยม” เปิดตัวขึ้นในช่วงปี 2562 จนปัจจุบันเพจมียอดผู้ติดตามกว่า 130,000 คน เป็นเพจที่มุ่งเน้นวิพากษ์วิจารณ์และเสียดสีประเด็นทางการเมืองและสังคมผ่าน ‘การ์ตูน’ ลายเส้นลักษณะวงกลมและเหลี่ยม เน้นการสื่อสารให้เข้าใจได้ง่าย แต่แฝงไปด้วยประเด็นให้ฉุกคิด
ผลงานภาพวาดการ์ตูนบางชิ้นถูกมองว่าเป็นการ ‘หมิ่นประมาทกษัตริย์’ จนถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ในเวลาต่อมา จนสังคมอาจเกิดการตั้งคำถามถึงขีดจำกัดและเสรีภาพในการแสดงออกทางศิลปะผ่านการวาดการ์ตูน
จากข้อมูลของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน พบว่านับตั้งแต่มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองในปี 2563 ที่ต่อเนื่องอยู่ราว 2 ปี เป็นการเคลื่อนไหวแสดงออกด้วยข้อเรียกร้องที่ไม่เคยมีมาก่อนในสังคมไทย อย่าง ‘ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์’ จนถึงปัจจุบันมีผู้ถูกดำเนินคดีในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ตามมาตรา 112 จำนวนอย่างน้อย 284 คน ในจำนวน 317 คดี
ในจำนวนดังกล่าว มีคดีที่เกิดจากการแสดงออกในรูปแบบผลงานศิลปะ (ศิลปะการแสดง หรือ Performance Art, ศิลปะในพื้นที่สาธารณะ, ภาพวาด, ภาพถ่าย, การแสดง หรือแม้กระทั่งแฟชั่นโชว์) อย่างน้อย 15 คดี โดยมีผู้ถูกดำเนินคดีจำนวน 22 คน
ในชั้นศาล จำเลยบางส่วนต่อสู้คดี บางคนตัดสินใจให้การรับสารภาพ ซึ่งผลทางคดีมีความแตกต่างกันออกไป จนถึงปัจจุบันศาลมีคำพิพากษาในคดีมาตรา 112 ที่เกี่ยวข้องกับงานศิลปะออกมาแล้วเป็นส่วนใหญ่ มากกว่าครึ่งถูกพิพากษาว่าผิดมาตรา 112 โดยคำพิพากษาตีความงานศิลปะและเจตนาของจำเลยว่าเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ถึงแม้ว่าจำเลยที่ต่อสู้คดีจะยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาดังกล่าว บางคดีศาลยังตีความครอบคลุมไปถึงอดีตกษัตริย์ด้วย
แต่ในบางคดีที่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง ได้แก่ คดีการแสดง Performance Art และคดีทำคลิปโฆษณา Lazada ซึ่งคำพิพากษาในคดีเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ายังมีบ้างที่ศาลวินิจฉัยโดยยึดตัวบทกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ฐานข้อมูลคดีนี้
คดี 112 “ตั้ม” นักวาดการ์ตูน ถูกกล่าวหาเป็นแอดมินเพจ “คนกลมคนเหลี่ยม” วาดการ์ตูนเสียดสี ร.9 – ร.10
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ศิลปะใต้เงา 112 (ตอน 1) : ราคาของการเสียดสีและขีดจำกัดของเสรีภาพ
ศิลปะใต้เงา 112 (ตอน 2) : ความสร้างสรรค์แคระแกร็น ในพื้นที่แล้งเสรีภาพ
