15 ก.ค. 2568 ศาลจังหวัดสมุทรปราการ นัดอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกา ในคดี ม.112 – พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) ของ “ก้อง” อุกฤษฏ์ สันติประสิทธิ์กุล นักศึกษานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และสมาชิกกลุ่มทะลุราม จากกรณีแชร์ข้อความเกี่ยวกับการชุมนุมประท้วง ร.10 เมื่อช่วงปี 2563
คดีนี้สืบเนื่องจาก ศิวพันธุ์ มานิตย์กุล เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษกับอุกฤษฏ์ที่ สภ.บางแก้ว ว่าใช้บัญชีเฟซบุ๊กแชร์โพสต์ข่าวของเพจ John New World เข้าไปยังกลุ่ม “รอยัลลิสต์ มาร์เก็ตเพลส” เมื่อปี 2563 ซึ่งเป็นข่าวเกี่ยวกับการชุมนุมของชาวต่างชาติเพื่อประท้วงพระมหากษัตริย์ไทยที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมนี พร้อมข้อความประกอบการแชร์ว่า “อย่างนี้ต้องทรงพระเจริญเต็มที่เลยนะเนี่ย”
เมื่ออัยการสั่งฟ้องคดีและถึงนัดสืบพยานนัดแรก อุกฤษฏ์ตัดสินใจขอถอนคำให้การเดิมเป็นรับสารภาพ และได้จัดทำคำแถลงประกอบคำรับสารภาพ ศาลจึงได้สั่งให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะและพินิจจำเลยเพื่อประกอบการพิจารณาพิพากษาด้วย
ต่อมา 16 ก.พ. 2566 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเห็นว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษตามมาตรา 112 ที่มีโทษหนักสุด พิพากษาจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 2 ปี โดยไม่มีเหตุให้รอลงอาญา โดยยังอนุญาตให้ประกันตัวจำเลยระหว่างอุทธรณ์
จนกระทั่ง วันที่ 30 ม.ค. 2567 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำคุก 4 ปี ในข้อหา ม.112 แต่จำเลยรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 1 เห็นพ้องด้วย โดยไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ แต่ได้รับการประกันตัวในระหว่างฎีกา
อย่างไรก็ตาม ก้องมีคดี ม.112 อีกหนึ่งคดีที่ศาลอาญา ซึ่งเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2567 ศาลอาญาได้นัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในคดีดังกล่าว โดยพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุก 5 ปี 30 เดือน ไม่รอลงอาญา และเขาไม่ได้รับประกันตัวในระหว่างฎีกา ทำให้ก้องถูกส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทันที และได้ยื่นถอนประกันตัวในคดีนี้ด้วย
ปัจจุบันก้องถูกย้ายไปคุมขังที่เรือนกลางจำกลางบางขวาง มาตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค. 2568 สืบเนื่องจากนโยบายของราชทัณฑ์ที่ต้องการกำหนดให้เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นเรือนจำสำหรับรองรับผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี (Hub) ทุกประเภท จึงต้องย้ายผู้ต้องขังคดีสิ้นสุดไปคุมขังยังเรือนจำอื่น ๆ ทั่วประเทศ
แต่การโยกย้ายดังกล่าว พบว่าไม่ได้มีเพียงผู้ต้องขังคดีสิ้นสุดแล้วเท่านั้นที่ถูกย้ายตัวไป โดยก้องเป็นหนึ่งในผู้ต้องขังทางการเมืองที่อยู่ระหว่างชั้นอุทธรณ์-ฎีกา ที่ถูกโยกย้ายโดยไม่ทราบสาเหตุเช่นเดียวกัน และเขาไม่เคยได้รับสิทธิประกันตัวเรื่อยมา
.
ในวันฟังคำพิพากษาศาลฎีกามีครอบครัวของจำเลย และประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมฟังคำพิพากษาแน่นห้อง ทั้งนี้ในวันดังกล่าวไม่ได้มีการเบิกตัวเลยมาที่ศาลแต่อย่างใด แต่มีการถ่ายทอดผ่านระบบออนไลน์จากเรือนจำกลางบางขวางเพื่อให้จำเลยได้รับฟังคำพิพากษา
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 1 ลงโทษจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา ทำให้คดีนี้ของเขาสิ้นสุด
ปัจจุบันก้องถูกคุมขังเป็นระยะเวลา 520 วัน แล้ว และในช่วงที่ผ่านมา ได้มีความเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิในการสอบให้กับก้อง ซึ่งปัจจุบันยังมีสถานะเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งยังเหลือการเรียนอีก 3 วิชา คิดเป็นจำนวน 9 หน่วยกิต ก็จะสำเร็จเป็นนิติศาสตร์บัณฑิตแล้ว
Thumb Rights – ทำไรท์ ยังรายงานว่า ทั้งก้องและเพื่อนยังยื่นหนังสือเพื่อขอความช่วยเหลือกรณีนี้ไปที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และกระทรวงยุติธรรมอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการใช้แฮชแท็ก #ก้องต้องได้สอบ เพื่อร่วมรณรงค์ในประเด็นดังกล่าวในโลกออนไลน์อีกด้วย
เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2568 ก้องได้ทำคำร้องต่อศาลในการขออนุญาตให้นำตัวไปสอบ โดยได้แถลงต่อศาลโดยสรุปว่า เขาเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และได้ลงทะเบียนเรียนในภาคฤดูร้อนปีการศึกษา 2567 รวมจำนวน 9 หน่วยกิต (3 รายวิชา) ซึ่งหากสามารถสอบไล่ได้ครบก็จะสำเร็จการศึกษาและได้รับปริญญาตามหลักสูตร
แม้ก้องจะถูกคุมขัง แต่ยังตั้งใจเรียนอย่างมุ่งมั่นภายใต้ข้อจำกัดของเรือนจำ และได้พยายามใช้สิทธิตามระเบียบมหาวิทยาลัย โดยการยื่นคำร้องต่อคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จำนวน 2 ครั้ง และสภานักศึกษายังมีหนังสือถึงมหาวิทยาลัยฯ เพื่อขอให้จัดสอบภายในเรือนจำอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยรามคำแหงมีมติไม่อนุมัติคำร้องขอสอบในเรือนจำทั้งหมด โดยมีแถลงการณ์ ให้เหตุผลโดยสรุปอ้างว่าไม่สามารถจัดสอบเฉพาะบุคคลภายในเรือนจำได้ เนื่องจากอาจเกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้เรียนคนอื่นที่ประสบเหตุสุดวิสัยในลักษณะเดียวกัน
แม้ว่าก้องจะถูกควบคุมตัวในระหว่างการพิจารณา แต่ก็ยังมีสิทธิศึกษาตามรัฐธรรมนูญฯ ดังนั้นการควบคุมตัวในระหว่างพิจารณาจะทำให้ก้องเสียสิทธิการศึกษาอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ย่อมทำให้ก้องได้รับผลกระทบอย่างหนัก และจะส่งผลให้ต้องพ้นจากสภาพนักศึกษาด้วย
จึงขอให้อนุญาตให้ก้องออกนอกเรือนจำ เพื่อเดินทางไปสอบที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงตามวันและเวลาในตารางสอบ โดยอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ หรือมาตรการอื่นตามดุลยพินิจ
อย่างไรก็ตามศาลมีคำสั่งในวันเดียวกัน โดยระบุเหตุผลสั้น ๆ ว่า “กรณียังไม่มีเหตุเพียงพอที่จะอนุญาต ยกคำร้อง”
