ศาลฎีกาพิพากษายืนจำคุก 6 ปี ‘ทิวากร’ คดี ม.112 เหตุโพสต์เสื้อ “เราหมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์แล้ว” สั่งริบเสื้อ-จำเลยไม่รู้ล่วงหน้ามีฟังคำพิพากษา

วันที่ 7 พ.ค. 2569 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับแจ้งว่า “ทิวากร วิถีตน” อดีตวิศวกรและเกษตรกรชาวขอนแก่น วัย 50 ปี ถูกเบิกตัวจากทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ไปยังศาลจังหวัดขอนแก่น เพื่อฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ กรณีโพสต์ภาพสวมเสื้อ “เราหมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์แล้ว” รวมถึงโพสต์เรียกร้องให้สถาบันกษัตริย์ยุติการใช้มาตรา 112 และปล่อย 4 แกนนำราษฎร ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2564 โดยทั้งตัวจำเลยและทนายความไม่ทราบนัดฟังคำพิพากษานี้มาก่อน

ต่อมา พบว่าศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 4 ที่ให้จำคุก 6 ปี และพิพากษาแก้ให้ริบเสื้อยืดของกลางทั้งสามตัว ถือเป็นการสิ้นสุดคดีที่ยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปี โดยปัจจุบันทิวากรถูกคุมขังมาแล้ว 632 วัน และยังเหลือโทษที่ต้องคุมขังอีกกว่า 4 ปี

.

ถูกเบิกตัวฟังคำพิพากษา ทิวากร-ทนายความ ไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้า

สิ่งที่น่าสังเกตสำหรับการอ่านคำพิพากษาในวันนี้คือ ทั้งทิวากรและทนายความไม่ได้รับการแจ้งล่วงหน้าว่ามีนัดฟังคำพิพากษาในวันนี้ ทิวากรเข้าใจเพียงว่าเขาถูกเบิกตัวออกมาในเรื่องการพิจารณาขอประกันตัวเท่านั้น เนื่องจากอาทิตย์ที่ผ่านมา เพิ่งมีการยื่นขอประกันตัวระหว่างฎีกาเป็นครั้งที่ 14

เมื่อมาถึงห้องพิจารณาคดีที่ 1 ศาลสอบถามทิวากรว่าต้องการให้ทนายความเข้าร่วมรับฟังการพิพากษาด้วยหรือไม่ เมื่อทิวากรแจ้งความประสงค์ว่าต้องการให้ทนายความอยู่ด้วย จึงมีการติดต่อให้ทนายความทราบอย่างกะทันหัน จนเมื่อเวลา 10.30 น. ผู้พิพากษาจึงได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา

.

ศาลฎีกาพิพากษายืน เห็นว่าข้อความมุ่งถึง ร.10 – เป็นการใส่ความและดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ – สั่งริบเสื้อของกลาง

ก่อนหน้านี้ คู่ความทั้งสองฝ่ายได้ยื่นฎีกา ฎีกาของโจทก์ลงวันที่ 8 ม.ค. 2568 เห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ภาค 4 ที่ลงโทษจำคุกจำเลย 6 ปี ตามมาตรา 112 แต่คัดค้านในประเด็นเดียวคือ ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้มีคำสั่งริบเสื้อยืดของกลางด้วย

ขณะที่ฎีกาของฝ่ายจำเลยลงวันที่ 13 ก.พ. 2568 โต้แย้งใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ประเด็นแรก คำว่า สถาบันกษัตริย์ฯ ที่จำเลยใช้นั้นหมายถึงสถาบันในฐานะองค์กร ไม่ได้มุ่งถึงพระมหากษัตริย์รัชกาลปัจจุบันโดยเฉพาะ เพราะหากประสงค์จะกล่าวถึงพระมหากษัตริย์องค์ใดโดยตรง จำเลยจะระบุชื่อโดยตรงเสมอ และพยานโจทก์บางปากก็เบิกความทำนองเดียวกันว่าข้อความดังกล่าวหมายถึงสถาบันกษัตริย์ ไม่ใช่รัชกาลที่ 10 

ในประเด็นการตีความองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 112 จำเลยโต้แย้งว่ามาตรา 112 คุ้มครองเฉพาะพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เท่านั้น กฎหมายไม่ได้ระบุถึง “สถาบันพระมหากษัตริย์” เป็นองค์ประกอบความผิด ซึ่งในกฎหมายอาญาจะต้องตีความโดยเคร่งครัด

ประการสุดท้าย ข้อความทั้งสามโพสต์เป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แสดงออกอย่างตรงไปตรงมาและไม่มีถ้อยคำหยาบคาย เสนอแนะความคิดเห็นถึงสถาบันกษัตริย์ด้วยเจตนาหวังดี

อย่างไรก็ตามคำพิพากษาศาลฎีกามีเนื้อหาโดยสรุปดังนี้

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 หรือไม่ และมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า สมควรต้องริบเสื้อยืดของกลางหรือไม่

ศาลฎีกา เห็นว่า แม้คำว่า  “สถาบันพระมหากษัตริย์” จะมีความหมายรวมถึงอดีตพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ แต่ย่อมหมายถึงองค์พระมหากษัตริย์ปัจจุบันด้วย จำเลยเบิกความรับเองว่าคำว่า “สถาบันกษัตริย์ฯ” ที่พูดถึงหมายถึงพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน พระบรมวงศานุวงศ์องค์ปัจจุบัน องคมนตรี ประธานองคมนตรี ราชเลขานุการ และราชองครักษ์ระดับสูง นอกจากนี้เมื่อพิจารณาจากเนื้อหาโพสต์วันที่ 11 และ 18 ก.พ. 2564 ก็แสดงให้เห็นชัดว่าจำเลยมุ่งถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

สำหรับความผิดฐานหมิ่นประมาทและดูหมิ่นพระมหากษัตริย์นั้น เห็นว่า ข้อความ “เราหมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์แล้ว” มีความหมายว่าหมดความเชื่อ และสิ้นศรัทธาในพระมหากษัตริย์ของประเทศไทยองค์ปัจจุบันและสถาบันกษัตริย์ เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่าพระมหากษัตริย์ของประเทศไทยไม่ดี ทำให้จำเลยหมดความเลื่อมใสศรัทธาในองค์พระมหากษัตริย์และสถาบันกษัตริย์ การลงรูปภาพและข้อความของจำเลย จึงทำให้พสกนิกรของพระมหากษัตริย์ในประเทศไทย ประชาชนหรือบุคคลทั่วไปที่พบเห็น เชื่อหรือเข้าใจว่าพระมหากษัตริย์ประพฤติปฏิบัติไม่ดี จนทำให้สถาบันกษัตริย์เสื่อมเสียและพสกนิกรเสื่อมศรัทธา และทำให้รู้สึกต่อพระมหากษัตริย์และสถาบันกษัตริย์ในทางที่ไม่ดี

ส่วนข้อความที่เรียกร้องให้ระงับใช้มาตรา 112 และให้ปล่อยแกนนำทั้ง 4 คน เห็นว่าเป็นการใส่ความเท็จว่าพระมหากษัตริย์มีพระราชอำนาจสั่งการดังกล่าวได้ เพราะความจริงแล้วพระมหากษัตริย์มิได้ทรงมีพระราชอำนาจตามกฎหมายที่จะสั่งให้ใช้หรือระงับการใช้กฎหมายอาญา มาตรา 112 และไม่มีพระราชอำนาจตามกฎหมายที่จะสั่งให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีใด ๆ ได้ การลงรูปภาพและข้อความของจำเลยจึงเป็นการใส่ความโดยประการที่น่าจะทำให้รัชกาลที่ 10 เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง และเสื่อมเสียพระเกียรติยศ

การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (3) ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ส่วนประเด็นเสื้อยืดของกลาง เห็นว่าเสื้อยืดทั้งสามตัวที่ยึดได้จากจำเลย ซึ่งมีข้อความสกรีนว่า “เราหมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์แล้ว” เป็นทรัพย์ที่บุคคลได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) สมควรริบ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำวินิจฉัยให้ริบ แต่ไม่ได้พิพากษาให้ริบนั้นไม่ชอบ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษาแก้ให้ริบเสื้อยืดของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4

องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกา ได้แก่ พรชัย พุ่มกำพล, ทินกร ก่อเพียรเจริญ และอำนาจ เย็นยิ่ง

.

632 วันในเรือนจำ – คดีสิ้นสุด เหลือโทษอีกกว่า 4 ปี

สำหรับคดีนี้มี พ.ต.ท.สุรัตน์ วันทะมาตย์ รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.ท่าพระ เป็นผู้กล่าวหา เมื่อเดือนกันยายน 2565 ศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำพิพากษายกฟ้องทิวากรทุกข้อหา โดยวินิจฉัยว่าข้อความที่จำเลยโพสต์กล่าวถึงสถาบันกษัตริย์ในฐานะองค์กร ไม่ได้ระบุถึงพระมหากษัตริย์องค์ใดโดยเฉพาะ ทั้งคำว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ ก็ไม่ใช่องค์ประกอบความผิดตามมาตรา 112 และให้คืนเสื้อยืดของกลางแก่จำเลย 

อย่างไรก็ตามฝ่ายโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา จนเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2567 ศาลอุทธรณ์ภาค 4 กลับคำพิพากษา โดยเห็นว่ามีความผิดในทั้งสามข้อความ วินิจฉัยว่าข้อความดังกล่าวมุ่งถึงพระมหากษัตริย์รัชกาลปัจจุบัน และมีลักษณะลดคุณค่า ใส่ความ อันเป็นการดูหมิ่นหมิ่นประมาท โดยลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี รวมจำคุก 9 ปี เห็นว่าจำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษหนึ่งในสาม เหลือจำคุก 6 ปี โดยไม่รอลงอาญา 

จากนั้น ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวทิวากรระหว่างฎีกาเรื่อยมา แม้จะมีการยื่นขอประกันตัวทั้งหมดรวม 14 ครั้ง ก่อนที่สุดท้ายในวันนี้ศาลฎีกาก็มีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 4 

หลังจากรับฟังคำพิพากษา ทิวากรกล่าวว่าตนไม่ทราบมาก่อนว่าวันนี้จะเป็นนัดฟังคำพิพากษา และรู้สึกว่าคำพิพากษาที่ออกมาไม่เป็นธรรม แต่ก็ไม่รู้สึกประหลาดใจนัก เพียงแต่รู้สึกตื่นเต้นเพราะทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ส่วนตัวขณะนี้ยังคิดไม่ออกว่าจะสื่อสารเรื่องราวอะไรบ้าง เพราะคำพิพากษาฎีกาและสิ่งที่ได้รับในกระบวนการยุติธรรมก็น่าจะสะท้อนได้มากพอแล้ว

ปัจจุบันทิวากรถูกคุมขังที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่นมาแล้ว 632 วัน หรือ 1 ปี 8 เดือน 22 วัน และยังเหลือโทษคุมขังอีกกว่า 4 ปีจากโทษดังกล่าว

.

สามารถเขียนจดหมายหรือโปสการ์ดถึงทิวากรได้โดยตรง ตามที่อยู่ ทิวากร วิถีตน เลขที่ 117 ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ถ.ศรีจันทร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000 

หรือหากสนใจบริจาคหนังสือ สามารถส่งไปได้ที่ ห้องสมุดพร้อมปัญญา ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น 117 ถนนศรีจันทร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000

นอกจากนี้ยังสามารถเขียนจดหมายออนไลน์ถึงทิวากรผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล

.

ฐานข้อมูลคดีนี้ 

คดี 112, 116 ทิวากร สวมเสื้อ “เราหมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์” – โพสต์ยุติการใช้ 112

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

‘625 วัน’ ในเรือนจำของ “ทิวากร”: ยังคิด ยังเขียนแบบ ‘วิถีตน’ และยังขอยื่นประกันตัวต่อไป

กว่าจะ ‘หมดศรัทธาฯ’: เรื่องราวของ ‘ทิวากร วิถีตน’ กับวิถีการต่อสู้ที่ตนเลือกเอง

X