พิพากษาคดี ม.112 สองแม่ค้าบะหมี่ “เจ๊จวง – เจ๊เทียม” จำคุก 1 ปี 6 เดือน รอลงอาญา 3 ปี กรณีติดป้ายหน้าร้านเรียกร้องยกเลิก 112 – ปล่อยเพื่อนเรา

วันที่ 28 เม.ย. 2569 ศาลอาญาพระโขนงนัดสอบคำให้การ และตรวจพยานหลักฐานในคดีของ “เจ๊จวง”  (สงวนชื่อสกุล) อายุ 55 ปี และ “เจ๊เทียม” (สงวนชื่อสกุล) อายุ 60 ปี สองแม่ค้าขายบะหมี่-ก๋วยเตี๋ยว ที่ถูกฟ้องในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เหตุจากการติดป้ายไว้บริเวณหน้าร้านจำนวน 2 ป้าย ซึ่งป้ายหนึ่งมีเนื้อหาเรียกร้องยกเลิกมาตรา 112 และกล่าวถึงการผลาญงบประมาณแผ่นดิน, และอีกป้ายมีข้อความว่า “ปล่อยเพื่อนเรา ไปไหนก็เป็นภาระ” เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2566

วันนี้จำเลยทั้งสองตัดสินใจให้การรับสารภาพ ศาลจึงมีคำพิพากษาทันที โดยพิพากษาว่าทั้งสองมีความผิดตามมาตรา 112 ลงโทษจำคุกคนละ 3 ปี ให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 ปี 6 เดือน โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 3 ปี  ให้คุมประพฤติ 1 ปี โดยต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้งต่อปี

.

คดีนี้มี ทรงชัย เนียมหอม สมาชิกกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน (ปภส.) เป็นผู้กล่าวหา โดยทรงชัยอ้างว่า ถ้อยคำภายในแผ่นป้ายดังกล่าวนั้น เป็นถ้อยคำหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ อันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญและมาตรา 112

เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2567 เจ๊จวงและเจ๊เทียมได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.บางนา พนักงานสอบสวนระบุพฤติการณ์โดยสรุปว่า เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2566 ทรงชัยได้มากล่าวโทษให้ดำเนินคดี โดยพบโพสต์ภาพและข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กซึ่งเป็นสาธารณะ ในวันที่ 18 ม.ค. 2566 เวลาประมาณ 18.30 น. เป็นแผ่นป้ายที่ติดแสดงอยู่บริเวณหน้าร้านขายก๋วยเตี๋ยว จำนวน 2 แผ่นป้าย ที่ประชาชนทั่วไปสามารถพบเห็นได้ ซึ่งเห็นว่าถ้อยคำเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ อันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญไทยและประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 

ทั้งนี้ เฟซบุ๊กที่ผู้กล่าวหาอ้างว่าพบภาพและข้อความนั้น ไม่ได้เป็นของ “เจ๊จวง” และ “เจ๊เทียม” แต่อย่างใด ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ต่อมาพนักงานสอบสวน ได้ส่งสำนวนคดีให้กับพนักงานอัยการพระโขนงเมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2568 และอัยการนัดผู้ต้องหามารายงานตัวและฟังคำสั่งเดือนละหนึ่งครั้ง จนกระทั่งอัยการมีคำสั่งฟ้องเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2568  

.

จำคุก “เจ๊จวง – เจ๊เทียม” 1 ปี 6 เดือน โดยให้รอลงอาญา 3 ปี เห็นว่าไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน

วันนี้ (28 เม.ย. 2569) เวลา 11.30 น. ห้องพิจารณาที่ 22 ศาลอาญาพระโขนง นัดสอบคำให้การ และตรวจพยานหลักฐานในคดีนี้ โดยจำเลยทั้งสอง “เจ๊จวง” และ “เจ๊เทียม” ได้เดินทางมาศาล และได้ยื่นคำให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

จำเลยได้แถลงว่าเหตุในคดีนี้เกิดขึ้นในช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมืองซึ่งมีประชาชนออกมาใช้สิทธิเสรีภาพวิพากษ์วิจารณ์อำนาจรัฐจำนวนมาก จำเลยทั้งสองก็เป็นคนที่ติดตามข่าวสารการชุมนุม จึงได้นำป้ายที่มีข้อความสอดคล้องกับประเด็นข้อเรียกร้องของในการชุมนุมมาวางไว้ที่ร้านก๋วยเตี๊ยวของตน ซึ่งในภายหลังเมื่อจำเลยได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีกลุ่มที่มีความเห็นทางการเมืองต่างจากจำเลยรู้สึกไม่สบายใจกับข้อความบนป้าย และได้มีการไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จำเลยก็ได้ให้ความร่วมมือในการนำป้ายข้อความตามฟ้องออกจากร้านแต่โดยดี 

ศาลอาญาพระโขนงจึงมีคำพิพากษาออกมาในวันเดียวกัน โดยพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอง 3 ปี ให้การรับสารภาพ จึงลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน และเนื่องจากจำเลยทั้งสองไม่เคยต้องคำพิพากษาจำคุกมาก่อน จึงให้รอลงอาญา 3 ปี ให้คุมประพฤติ 1 ปี และต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้งต่อปี

.
ทั้งนี้ คดีนี้นับว่าเป็นคดีมาตรา 112 คดีที่สองของเจ๊จวงที่ถูกกล่าวหา โดยก่อนหน้านี้มีคดีที่เธอถูก ระพีพงษ์ ชัยยารัตน์ สมาชิกกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เป็นผู้กล่าวหาไว้อีกคดีหนึ่ง เหตุจากเหตุการปราศรัยในประเด็น ‘ขบวนเสด็จ’ หน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2565 โดยคดีนี้ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้พิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี และโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี

X