วันที่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 09.30 น. ศาลอาญา รัชดาฯ นัดฟังคำพิพากษาของประชาชนผู้ประกอบอาชีพช่างไฟวัย 30 ปี และประสงค์ใช้นามแฝงว่า “ลอเฟย์สัน” (Laufeyson) ซี่งถูกฟ้องในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) จากกรณีคอมเมนต์ข้อความใต้โพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊ก “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส-ตลาดหลวง” เมื่อปี 2564
ศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี 6 เดือน เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ก่อให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกในหมู่ประชาชนที่พบเห็นโพสต์ กรณีนี้จึงไม่มีเหตุสมควรให้รอการลงโทษ
.
“ลอเฟย์สัน” ถูกสอบสวนโดยไม่มีทนายความ ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน ก่อนถูกสั่งฟ้องคดี
สำหรับคดีนี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับแจ้งข้อมูลภายหลังผู้ต้องหาได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว และตำรวจได้ส่งสำนวนคดีให้กับอัยการ โดยอัยการเตรียมจะสั่งฟ้องคดี ทำให้ญาติของลอเฟย์สันขอความช่วยเหลือทางกฎหมายเข้ามาในชั้นอัยการ
คดีนี้ พบว่ามีผู้กล่าวหาเป็นประชาชนทั่วไปชื่อ พรพรม ภูนุภา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ไว้ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)
ย้อนไปเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2566 ในช่วงเช้าตรู่ ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก กก.3 บก.ปอท. ประมาณ 8 นาย ได้เข้าตรวจค้นหอพักของลอเฟย์สันตามหมายค้นของศาลจังหวัดปทุมธานี ก่อนตรวจยึดโทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่อง ในวันเดียวกัน ลอเฟย์สันได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ บก.ปอท. โดยไม่มีทนายความร่วมในการสอบสวนด้วย แต่มีบุคคลผู้ไว้วางใจร่วมเดินทางไปด้วย 1 คน คือคนรักของเขา
พนักงานสอบสวนกล่าวหาว่า เขาเป็นผู้ใช้เฟซบุ๊กที่เข้าไปแสดงความเห็นใต้โพสต์ที่มีภาพพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 10 ในกลุ่มเฟซบุ๊ก “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส-ตลาดหลวง” เขาให้การรับสารภาพ และพนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวโดยไม่ควบคุมตัวไว้
ต่อมาในวันที่ 5 มี.ค. 2567 พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องคดีต่อศาล โดยเขาได้ประกันตัวโดยวางหลักทรัพย์เป็นจำนวน 90,000 บาท ได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์
ก่อนการสืบพยานในวันที่ 24 มิ.ย. 2568 จำเลยได้ขอถอนคำให้การเดิม เปลี่ยนเป็นรับสารภาพตามฟ้อง ศาลจึงให้สืบเสาะพฤติการณ์จำเลยเพิ่มเติม พร้อมกำหนดนัดฟังคำพิพากษา ในวันที่ 30 ก.ค. 2568
.
ศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี 6 เดือน เห็นว่าการกระทำของจำเลยก่อให้เกิดความขัดแย้งแตกแยก ไม่มีเหตุสมควรให้รอการลงโทษ แม้เจ้าพนักงานคุมประพฤติเห็นว่าควรให้ความปรานี
ที่ห้องพิจารณา 808 เวลา 09.30 น. จำเลยเดินทางมาห้องพิจารณาพร้อมคนรัก ในห้องพิจารณามีทั้งทนายจำเลย ประชาชนทั่วไป และผู้สังเกตการณ์คดีจากองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนเข้าร่วมสังเกตการณ์การฟังคำพิพากษา
เวลา 09.34 น. ศาลออกนั่งพิจารณาและอ่านรายงานการสืบเสาะจากพนักงานคุมประพฤติ สรุปใจความสำคัญได้ว่า จากรายงานฯ พบว่า ตัวจำเลยเคยมีคดีส่วนตัว ในศาลเยาวชนฯ และศาลจังหวัดธัญบุรี ทั้งสองศาลลงโทษให้คุมประพฤติ
ในความเห็นของเจ้าพนักงานคุมประพฤติ เห็นว่าจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน พฤติการณ์อื่นประกอบในการกระทำความผิด ยังไม่เห็นว่าเกิดความเสียหายร้ายแรง จำเลยมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง อีกทั้งภรรยาผู้ใกล้ชิดของจำเลยได้ให้ถ้อยคำว่า จำเลยรักและดูแลครอบครัวดี หากศาลให้การรอลงโทษจะช่วยกำชับไม่ให้จำเลยกระทำความผิดซ้ำ และปัจจุบันจำเลยมีความสำนึกในการกระทำความผิด มีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์แล้ว
เจ้าพนักงานคุมประพฤติเห็นว่าจำเลยสามารถปรับปรุงตนได้ ควรให้ความปรานี โดยสามารถให้จำเลยมารายงานตัวต่อเจ้าพนักงานฯ 4 ครั้งใน 1 ปี ทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เป็นเวลา 24 ชั่วโมง และให้ทำกิจกรรมฟื้นฟูอื่น ๆ ตามที่เจ้าพนักงานฯ เห็นสมควร
.
หลังอ่านรายงานการสืบเสาะ ศาลได้อ่านคำพิพากษาโดยสรุปใจความสำคัญได้ว่า เห็นว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักที่สุด คือ มาตรา 112 ลงโทษจำคุก 3 ปีจำเลยรับสารภาพมีเหตุให้ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงเหลือโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน
พิเคราะห์ประกอบรายงานการสืบเสาะ แม้จำเลยไม่เคยถูกต้องโทษจำคุกมาก่อน แต่เห็นว่าใน 2 คดีก่อนหน้า ศาลได้ให้โอกาสกลับตัวแล้ว แต่จำเลยไม่สำนึก การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ก่อให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกในหมู่ประชาชนที่พบเห็นโพสต์ กรณีนี้จึงไม่มีเหตุสมควรให้รอการลงโทษ
ผู้พิพากษาที่ลงชื่อในคำพิพากษา ได้แก่ กิตติพงศ์ อิทธิกุสุมาลย์ และ นพกร กล่ำทวี
.
หลังอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวลอเฟย์สันไปยังห้องขังใต้ถุนศาล เพื่อรอผลการประกันตัว ด้านคนรักของลอเฟย์สันได้ตามลงไปรอบริเวณด้านนอกของห้องขัง โดยเธอกล่าวทั้งน้ำตาหวังว่า เขาจะได้รับการประกันตัว
สำหรับครอบครัว ลอเฟย์สันเป็นเสาหลักของบ้าน โดยนอกจากประกอบอาชีพช่างไฟให้กับบริษัทแห่งหนึ่งแล้ว เขายังพยายามหารายได้ผ่านการขายของออนไลน์ โดยเขาต้องส่งเงินให้มารดาที่อายุมากกว่า 60 ปี ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดลำพูน เดือนละกว่าพันบาท แม้มารดาจะมีอายุมากแล้ว แต่ก็ยังสามารถทำงานเป็นแม่บ้านได้อยู่ โดยได้รายได้ไม่มากนัก
.
ต่อมา เวลา 17.00 น. ศาลอาญามีคำสั่งให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์คดี โดยในวันนี้ได้วางหลักทรัพย์เพิ่ม 10,000 บาท จากเดิมที่ได้วางในนัดฟ้อง 90,000 บาท รวมหลักทรัพย์ประกันตัวชั้นอุทธรณ์เป็นเงินจำนวน 100,000 บาท ซึ่งได้รับการช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์และไม่ได้กำหนดเงื่อนไขอื่นเพิ่มเติม
.
