สถิติคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่ศาลยกฟ้อง-อัยการสั่งไม่ฟ้อง

ข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามความในพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) เรื่องการห้ามชุมนุม ทำกิจกรรม หรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ถูกนำมาใช้กล่าวหาดำเนินคดีต่อการชุมนุมทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นเครื่องมือในการจำกัดควบคุมเสรีภาพในการชุมนุมของรัฐบาลมาตั้งแต่ช่วงปี 2563 โดยเฉพาะหลังการชุมนุมเยาวชนปลดแอกเป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน

ท่ามกลางคดีที่ถูกสั่งฟ้องต่อศาล และอยู่ระหว่างการต่อสู้คดี พบว่ามีคดีที่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง และพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง ตารางข้อมูลต่อไปนี้รวบรวมสถิติคดีที่มีข้อกล่าวหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งศาลยกฟ้องและอัยการสั่งไม่ฟ้องไปแล้ว เท่าที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนติดตามข้อมูลคดี

* ข้อมูลจนถึงวันที่ 30 ม.ค. 2566

.

คดีที่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง อย่างน้อย 54 คดี

ลำดับชื่อคดี/เหตุแห่งคดีวันที่พิพากษาเหตุผลโดยสังเขป
1คดีชุมนุม #อุดรธานีสิบ่ทน ที่ทุ่งศรีเมือง วันที่ 24 ก.ค. 256325 ส.ค. 2564
(ศาลแขวงอุดรธานี)
พยานหลักฐานของโจทก์ไม่สามารถยืนยันได้ว่า จำเลยเป็นผู้จัดการชุมนุม จึงไม่ต้องมีหน้าที่จัดให้มีมาตรการป้องกันโรค ผู้ชุมนุมยังคงเคลื่อนย้ายในพื้นที่ชุมนุมได้อย่างอิสระ และเป็นสถานที่โล่งกว้าง อีกทั้งจำเลยได้เว้นระยะห่างแล้ว ส่วนการเกาะกลุ่มของผู้ชุมนุมอยู่เหนือการควบคุมของจำเลย อีกทั้งในช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ในจังหวัดอุดรธานี การชุมนุมไม่มีการยุยงให้เกิดความวุ่นวาย เนื้อหาปราศรัยมีเพียงการวิจารณ์รัฐบาล
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
2คดีชุมนุม #21ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย วันที่ 21 ต.ค. 2563 ของ “มายด์” ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)13 ธ.ค. 2564
(ศาลแขวงดุสิต)
การชุมนุมโดยส่วนใหญ่เป็นไปโดยสงบและปราศจากอาวุธ ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ยังไม่เข้าข่าย “การมั่วสุม” และไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยมีส่วนร่วมฝ่าแนวกั้นหรือกระทำความรุนแรง
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
3คดีชุมนุม #ม็อบ6ธันวา ที่วงเวียนใหญ่ วันที่ 6 ธ.ค. 256331 ม.ค. 2565
(ศาลแขวงธนบุรี)
พยานหลักฐานยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้จัดการชุมนุม จำเลยไม่ได้อยู่ดูแลการชุมนุมจนกระทั่งจบการชุมนุม ถือว่าผิดวิสัยของผู้จัดการชุมนุม รวมถึงไม่ได้มีการโพสต์ชักชวนให้ผู้อื่นมาร่วม แต่ลงโทษปรับข้อหากีดขวางทางจราจร และใช้เครื่องขยายเสียง รวม 1,650 บาท
4คดีชุมนุม #21ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย วันที่ 21 ต.ค. 2563 ของ อานันท์ ลุ่มจันทร์ (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)2 มี.ค. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
การชุมนุมโดยส่วนใหญ่เป็นไปโดยสงบและปราศจากอาวุธ ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ช่วงดังกล่าวไม่มีการติดเชื้อโควิด จึงมิใช่การชุมนุมหรือมั่วสุมกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นในบ้านเมือง
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
5คดีชุมนุม #คนพะเยาบ่าเอาแป้ง ที่หน้ามหาวิทยาลัยพะเยา วันที่ 27 ก.ค. 256310 มี.ค. 2565
(ศาลจังหวัดพะเยา)
1. ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง ฉบับลงวันที่ 3 เมษายน 2563 ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ไม่มีผลใช้บังคับ
2. การชุมนุมไม่ใช่ในสถานที่แออัด
3. ผู้ชุมนุมเพียงเรียกร้องกล่าวโจมตีการทำงานของรัฐบาล ไม่มีถ้อยคำเป็นการยุยงปลุกปั่น และไม่ได้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
6คดีชุมนุม #21ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย วันที่ 21 ต.ค. 2563 ของ ไพศาล จันปาน (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)16 มี.ค. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
ไม่ปรากฏว่าจำเลยมีอาวุธ หรือมีพฤติการณ์อันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง จึงเป็นการชุมนุมโดยสงบ เป็นการใช้สิทธิที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่การชุมนุมหรือมั่วสุมกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
7คดีชุมนุม #21ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย วันที่ 21 ต.ค. 2563 ของ วสันต์ กล่ำถาวร และสุวรรณา ตาลเหล็ก (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)23 มี.ค. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
การชุมนุมเป็นไปโดยสงบปราศจากอาวุธ เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ และไม่ปรากฏว่าจำเลยเข้าร่วมหรือมีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ความรุนแรง
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
8คดีคาร์ม็อบจังหวัดลพบุรี วันที่ 1 ส.ค. 256425 เม.ย. 2565
(ศาลแขวงลพบุรี)
1. พยานหลักฐานโจทก์ยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้จัดกิจกรรม การเชิญชวนมาร่วมชุมนุมไม่ได้เท่ากับเป็นผู้จัดฯ
2. การชุมนุมยังไม่ถึงกับแออัดเต็มพื้นที่ ผู้ชุมนุมและตำรวจยังเคลื่อนย้ายไปมาสะดวก ทั้งเพียงปราศรัยวิจารณ์รัฐบาล ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ
3. ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง ฉบับลงวันที่ 3 สิงหาคม 2564 กำหนดองค์ประกอบเพิ่มเติมไปจากข้อกำหนดที่ให้อำนาจ จึงไม่มีผลบังคับใช้
4. พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่ชัดเจนว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมใช้เครื่องขยายเสียง 
9คดีคาร์ม็อบจังหวัดลพบุรี วันที่ 15 ส.ค. 256411 พ.ค. 2565
(ศาลแขวงลพบุรี)
1. จำเลยทั้งสองเข้าร่วมชุมนุมในสถานที่โล่งกว้าง อากาศถ่ายเท ใช้เวลารวมตัวไม่นานนัก ผู้ชุมนุมมิได้อยู่กันเต็มพื้นที่ ไม่อยู่ในสภาพแออัดหรือหนาแน่น ลักษณะการชุมนุมจึงยังไม่ถึงขนาดเสี่ยงต่อการใกล้ชิดสัมผัสกัน
2. การชุมนุมมีเนื้อหาเพียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ผู้ชุมนุมไม่มีอาวุธ ไม่มีเหตุรุนแรง จึงยังเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 34 และ 44 ไม่เป็นการชุมนุมที่ยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย
3. ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง ฉบับลงวันที่ 3 สิงหาคม 2564 กำหนดองค์ประกอบเพิ่มเติมไปจากข้อกำหนดที่ให้อำนาจ จึงไม่มีผลบังคับใช้
ลงโทษปรับข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงคนละ 200 บาท
10คดีร่วมกิจกรรมหมู่บ้านทะลุฟ้า ของสมณะดาวดินฯ วันที่ 24 มี.ค. 256431 พ.ค. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
จำเลยไม่ได้เป็นผู้จัดการชุมนุม จึงไม่เป็นความผิดฐานร่วมกันจัดกิจกรรมชุมนุม จำเลยใส่หน้ากากอนามัย มีการเว้นระยะห่างจากผู้อื่น จำเลยไม่ได้ใช้เครื่องขยายเสียง สถานที่เกิดเหตุเป็นที่เปิดโล่ง ไม่ได้มีผู้ชุมนุมหนาแน่นเต็มตลอดพื้นที่ ยังเหลือที่ว่างอยู่มาก จึงไม่ใช่สภาพแออัดหนาแน่น
พิพากษายกฟ้องในข้อหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.ความสะอาด และใช้เครื่องขยายเสียง แต่ลงโทษปรับข้อหาตาม พ.ร.บ.จราจรฯ เป็นเงิน 500 บาท
11คดีชุมนุม #21ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย วันที่ 21 ต.ค. 2563 ของ วีรวิชญ์ รุ่งเรืองศิริผล (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)1 มิ.ย. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
เป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น จึงเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ประกอบกับอัยการโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าการกระทำของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร
12คดีคาร์ม็อบนครราชสีมา วันที่ 1 ส.ค. 25641 มิ.ย. 2565
(ศาลแขวงนครราชสีมา)
การกระทำของจำเลยทั้งสอง ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดฐานผู้จัดให้มีการชุมนุม เนื่องจากพยานโจทก์ไม่สามารถระบุได้เป็นว่าจำเลยเป็นผู้โพสต์ข้อความหรือจัดให้มีการชุมนุม
ส่วนการเข้าร่วมชุมนุม แม้จะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ แต่ยังไม่ถึงขนาดจะเสี่ยงต่อการแพร่โรคในวงกว้างอันเป็นไปตามเจตนารมณ์ของประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมมิให้โรคระบาดออกไปในวงกว้าง
13คดีคาร์ม็อบนครราชสีมา วันที่ 7 ส.ค. 256421 มิ.ย. 2565
(ศาลแขวงนครราชสีมา)
1. ไม่มีพยานหลักฐานว่าใครเป็นผู้โพสต์นัดหมาย-ไลฟ์สดกิจกรรม-จัดเตรียมอุปกรณ์ จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้จัด
2. โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่า เป็นการชุมนุมในสถานที่แออัด อันเป็นความผิดตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 1) ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่โจทก์ฟ้อง ศาลจึงลงโทษจำเลยไม่ได้
3. ผู้ชุมนุมเพียง 24 คน ทำกิจกรรม 24 นาที ที่ชุมนุมโล่งกว้าง ทั้งไม่มีรายงานผู้ชุมนุมติดโควิดจากการชุมนุม ยังน่าสงสัยว่าเสี่ยงแพร่โควิดหรือไม่ 
14คดีคาร์ม็อบกำแพงเพชร วันที่ 1 ส.ค. 256422 มิ.ย. 2565 (ศาลจังหวัดกำแพงเพชร)การชุมนุมจะเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จะต้องเป็นการชุมนุมที่มีลักษณะเป็นการกระทบต่อความมั่นคงต่อรัฐ การที่จำเลย ชักชวนและมาร่วมการชุมนุม จึงไม่เป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ นอกจากนี้ พ.ร.บ.ชุมนุมฯ มาตรา 3 (6) บัญญัติไม่ให้ใช้บังคับใช้ในระหว่างที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ประกาศใช้
15คดีชุมนุม #คนลำพูนก็จะไม่ทนโว้ย ที่บริเวณอนุสาวรีย์ลานเจ้าแม่จามเทวี เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 25631 ก.ค. 2565
(ศาลจังหวัดลำพูน)
จำเลยทั้งสองเข้าร่วมการชุมนุมโดยเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ และความปลอดภัยของประชาชน การชุมนุมดังกล่าวจึงไม่ใช่การชุมนุมมั่วสุมที่ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย และไม่ใช่การชุมนุมที่เสี่ยงต่อโรคด้วยเช่นกัน
16คดีคาร์ม็อบนครราชสีมา วันที่ 15 ส.ค. 25644 ก.ค. 2565
(ศาลแขวงนครราชสีมา)
ศาลยกฟ้องจำเลย 1 รายที่ต่อสู้คดี เห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยรายนี้เป็นผู้จัดการชุมนุม จึงไม่มีหน้าที่ต้องขออนุญาต และพบว่าผู้เข้าร่วมการชุมนุมต่างระมัดระวังตนเองโดยสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ประกอบกับโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานนำสืบให้เห็นว่า หลังเกิดเหตุมีผู้ติดเชื้อจากการเข้าร่วมทำกิจกรรมหรือไม่ อย่างไร พฤติการณ์ดังกล่าวจึงยังไม่ถึงขนาดรับฟังได้ว่า เป็นความเสี่ยงต่อการแพร่โควิด-19 ไปในวงกว้าง
17คดีคาร์ม็อบนครราชสีมา วันที่ 23 ก.ค. 256419 ก.ค. 2565
(ศาลแขวงนครราชสีมา)
โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยทั้งสามเป็นผู้จัดการชุมนุม โดยเป็นเพียงผู้เข้าร่วมเท่านั้น จึงไม่มีหน้าที่ต้องขออนุญาต
ส่วนเรื่องการร่วมชุมนุม เนื่องจากสถานที่ชุมนุมเป็นพื้นที่โล่งกว้าง อากาศถ่ายเทสะดวก ผู้ฟังปราศรัยส่วนใหญ่สวมหน้ากากอนามัย และไม่มีหลักฐานว่าภายหลังเกิดเหตุมีผู้ติดเชื้อโควิดหรือไม่ พยานหลักฐานโจทก์จึงยังมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่
18คดีชุมนุม #อีสานสิบ่ทน ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม วันที่ 22 ก.ค. 256321 ก.ค. 2565
(ศาลจังหวัดมหาสารคาม)
โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบให้เห็นว่า จำเลยเป็นผู้จัดกิจกรรม สถานที่จัดกิจกรรมเป็นที่โล่งกว้าง ผู้เข้าร่วมชุมนุมสามารถนั่งตามอัธยาศัย มีจุดตรวจวัดอุณหภูมิ แจกเจลแอลกอฮอล์และหน้ากากอนามัย อีกทั้งภายหลังกิจกรรมไม่มีใครติดเชื้อโควิดจากการชุมนุม การชุมนุมยังเป็นไปโดยสงบ ปราศจากอาวุธ
19คดีคาร์ม็อบ #สระบุรีไม่เอาเผด็จการ วันที่ 1 ส.ค. 25649 ส.ค. 2565
(ศาลแขวงสระบุรี)
พยานหลักฐานโจทก์ยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้จัดการชุมนุม เพียงแต่ปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาล อีกทั้งขณะปราศรัยยังอยู่ในพื้นที่เปิดโล่ง ไม่แออัด จำเลยทั้งสองได้สวมหน้ากากอนามัยตลอดการปราศรัย เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังเห็นว่าผู้เข้าร่วมการชุมนุมประมาณ 20 คน ขัดกับคำเบิกความตำรวจที่ระบุว่า 150 คน
ส่วนข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงให้ปรับคนละ 150 บาท
20คดีคาร์ม็อบสุราษฎร์ธานี วันที่ 1 ส.ค. 256410 ส.ค. 2565
(ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี)
กิจกรรมมิได้รวมตัวกันอยู่ในพื้นที่ปิด สภาพอากาศถ่ายเทสะดวก ยังไม่ถึงขนาดเป็นสถานที่แออัดเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค การปราศรัยมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ไม่ถึงขนาดเกิดความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นในบ้านเมือง จึงยังไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 
ส่วนกรณีของจำเลยที่ไม่สวมหน้ากากอนามัย พบว่าเป็นการเปิดหน้ากากอนามัยชั่วคราว ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ยังไม่เป็นความผิดตามฟ้อง
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
21คดีชุมนุมหน้า บก.ตชด. ภาค 1 วันที่ 2 ส.ค. 2564 (คดีของ 4 นักศึกษาธรรมศาสตร์)10 ส.ค. 2565
(ศาลจังหวัดธัญบุรี)
จากพยานหลักฐานโจทก์ จำเลยทั้งสี่ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ยังถือว่าเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ทั้งบริเวณหน้า บก.ตชด. ภาค 1 เป็นพื้นที่โล่งแจ้ง มีผู้ชุมนุมเพียง 20-30 คนเท่านั้น ไม่ได้เกิดความแออัด จึงไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และไม่ปรากฏว่าพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 หลังการชุมนุมยุติลงแล้วแต่อย่างใด
22คดีกิจกรรมรำลึก 10 ปี การถูกยิงเสียชีวิตของ “เสธฯ แดง” บริเวณสวนลุมพินี วันที่ 13 พ.ค. 2563
(นักกิจกรรมและประชาชนรวม 8 คน)
29 ส.ค. 2565
(ศาลแขวงปทุมวัน)
ผู้จัดกิจกรรมได้แจ้งเจ้าหน้าที่ไว้ล่วงหน้าแล้ว ตำรวจได้เข้าดูแลกิจกรรมให้เว้นระยะห่าง ใส่หน้ากากอนามัย จนท.สาธารณสุขคอยแจกเจล-คัดกรองอุณหภูมิ วิญญูชนทั่วไปย่อมเข้าใจว่าได้รับอนุญาตให้จัดกิจกรรมแล้ว
ประกอบการจัดกิจกรรมมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเหมาะสม มีการคัดกรองอุณหภูมิ เว้นระยะห่าง สวมใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์
23คดีชุมนุม #คนเจียงฮายก้ายคนง่าวบ่เอาคนหลายใจ ที่หอนาฬิกา จังหวัดเชียงราย วันที่ 25 ก.ค. 256329 ส.ค. 2565
(ศาลจังหวัดเชียงราย)
แม้พฤติการณ์จำเลยจะฟังได้ว่าเป็นผู้ร่วมจัดการชุมนุม แต่การชุมนุมไม่ถึงกับเป็นสถานที่แออัด ไม่เป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ผู้ชุมนุมส่วนมากสวมหน้ากากอนามัย รายงานสาธารณสุขแสดงว่า หลังการชุมนุม ในจังหวัดเชียงรายก็ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ เป็นเวลากว่า 133 วัน การชุมนุมจึงยังไม่เสี่ยงต่อโรค
24คดีคาร์ม็อบยะลา วันที่ 7 ส.ค. 256431 ส.ค. 2565
(ศาลจังหวัดยะลา)
การนำสืบของโจทก์ ไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าจำเลยทั้งห้าเป็นผู้จัดกิจกรรม เส้นทางการเคลื่อนขบวนรถเป็นสถานที่โล่งกว้าง อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ใช่สถานที่แออัดที่จะเสี่ยงต่อโรค ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่สวมหน้ากากอนามัย และไม่มีรายงานการติดเชื้อโควิดหลังการชุมนุม
แต่ให้ลงโทษปรับในข้อหาส่งเสียงอื้ออึงโดยไม่มีเหตุอันควร คนละ 600 บาท
25คดีร่วม “คาร์ม็อบสัญจร ยื่นหนังสือทะลุโลก” วันที่ 20 ส.ค. 25645 ก.ย. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันชุมนุม และร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุมขว้างปาสิ่งของหรือทำลายทรัพย์สินที่ป้อมตำรวจ ที่แยกเกียกกาย
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
26คดีร่วมชุมนุม #ม็อบ17ตุลา63 ที่วงเวียนใหญ่ (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)12 ก.ย. 2565
(ศาลแขวงธนบุรี)
ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองมีอาวุธ หรือมีการทำลายทรัพย์สินทางราชการ หรือกระทำรุนแรงในการชุมนุมในลักษณะที่ทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ภาพรวมยังเป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ
27คดีคุณภัทร ไปขายเสื้อ-หนังสือ ใน #ม็อบ2พฤษภา64 ที่หน้าศาลอาญา13 ก.ย. 2565
(ศาลแขวงพระนครเหนือ)
พยานโจทก์เบิกความขัดแย้งกันในหลายประเด็น และไม่ปรากฏพยานหลักฐานใดที่จะเชื่อมโยงได้ว่าจำเลยเป็นหนึ่งในผู้ชุมนุมที่ใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ และการที่จำเลยวิ่งหนีชุดจับกุมก็ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถบ่งบอกได้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดตามข้อกล่าวหา พยานหลักฐานโจทก์มีข้อสงสัยหลายประการจึงไม่อาจรับฟังได้
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
28คดีมีมี่ เยาวชน ร่วมปราศรัยการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ วันที่ 25 ต.ค. 256322 ก.ย. 2565
(ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง)
ในวันเกิดเหตุ จำเลยเพียงร่วมขึ้นปราศรัย และถ้อยคำปราศรัยก็มิได้ผิดกฎหมายใด จึงนับเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกตามที่กฎหมายกำหนด
อีกทั้งพยานโจทก์ที่มาขึ้นเบิกความก็ไม่มีปากใดยืนยันได้ว่าจำเลยเป็นผู้จัดการชุมนุม และขณะเกิดเหตุจำเลยมีอายุ 16 ปีเศษ ไม่มีศักยภาพพอที่จะจัดการชุมนุมได้ อาศัยเพียงพฤติการณ์การขึ้นปราศรัยเพื่อบอกว่าเป็นผู้จัดการชุมนุมนั้นยังฟังไม่ถนัด จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ต้องดูแลและรับผิดชอบการชุมนุม
29คดีคาร์ม็อบจากหน้าห้างฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต เข้ากรุงเทพฯ วันที่ 1 ส.ค. 256430 ก.ย. 2565
(ศาลจังหวัดธัญบุรี)
พยานหลักฐานยังระบุไม่ได้ชัดเจนว่าจำเลยทั้งสองคนเป็นผู้จัดการชุมนุม กิจกรรมตามฟ้องเป็นไปโดยสงบปราศจากอาวุธ ถือได้ว่าจำเลยทั้งสองได้เข้าร่วมชุมนุมโดยใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และไม่ได้มีพยานหลักฐานว่าจำเลยทั้งสองมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการแพร่โรคระบาดอย่างไร
30กลุ่ม “ขอคืนไม่ได้ขอทาน” ปักหลักค้างคืนที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องการแก้ไขกฎหมายประกันสังคม โดยถูกจับวันที่ 5 ม.ค. 25643 ต.ค. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
อัยการบรรยายฟ้องไม่ชัดเจน ไม่ได้บรรยายพฤติการณ์จำเลยแต่ละคนว่ากระทำความผิดอย่างไรในสถานที่ที่อ้างว่าแออัด ทั้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคไม่ได้ออกคำสั่งแจ้งเตือนเป็นหนังสือต่อผู้กระทำผิดตามกฎหมาย ทำให้ไม่อาจลงโทษตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ 
31คดีชุมนุม#StandWithMyanmar ร่วมต่อต้านการรัฐประหารในเมียนมาวันที่ 1 ก.พ. 2564
(คดีวิชพรรษ ศรีกสิพันธุ์ ทีม We Volunteer)
5 ต.ค. 2565
(ศาลแขวงพระนครใต้)
ศาลยกฟ้องข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เห็นว่าจำนวนผู้ชุมนุมเทียบกับขนาดสถานที่แล้ว รับฟังไม่ได้ว่าชุมนุมในสถานที่แออัด และโจทก์ไม่ได้นำสืบว่าจำเลยยุยงให้กลุ่มผู้ชุมนุมกระทำการใดอันทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย
แต่ลงโทษปรับข้อหา พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ 10,000 บาท เห็นว่าเจ้าพนักงานควบคุมโรคได้ประกาศแจ้งเตือนแล้ว แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตาม
32คดีชุมนุม #21ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย วันที่ 21 ต.ค. 2563 ของ อภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)25 ต.ค. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
ศาลเห็นว่าจำเลยเข้าร่วมการชุมนุม โดยมีพฤติการณ์เพียงยืนอยู่รวมกับผู้ชุมนุมคนอื่นๆ เท่านั้น ไม่ปรากฏหลักฐานใดที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยเป็นผู้ใช้ความรุนแรง หรือกระทำการใดในลักษณะที่ไม่สงบ และเห็นว่าการชุมนุมตามฟ้อง ยังเป็นการเรียกร้องโดยใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ จึงไม่ใช่ “การมั่วสุม” ตามที่อัยการบรรยายฟ้อง พิพากษายกฟ้อง
33คดี “แซน” เยาวชนร่วมชุมนุมหน้า สภ.ภูเขียว เรียกร้องให้ตำรวจขอโทษจากการคุกคามนักเรียน กรณีจัดค่าย “ราษฎรออนทัวร์” เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 256425 ต.ค. 2565
(ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชัยภูมิ)
จำเลยเป็นผู้มาร่วมชุมนุม จึงไม่มีหน้าที่ขออนุญาตและไม่มีหน้าที่ต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันโควิด ส่วนสถานที่เกิดเหตุเป็นสถานที่ไม่แออัด เป็นที่โล่งแจ้ง อากาศถ่ายเทสะดวก ผู้ชุมนุมไม่ได้ชุมนุมเต็มสถานที่ พยานโจทก์ปากสาธารณสุขอำเภอเบิกความว่ามิได้มีการแพร่ระบาดหรือมีผู้ป่วยติดเชื้อในพื้นที่อำเภอภูเขียว จึงไม่น่าจะมีการแพร่เชื้อในวงกว้าง อันเป็นไปตามเจตนารมณ์ของประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
34คดีคาร์ม็อบแม่สอด
วันที่ 1 ส.ค. 2564
26 ต.ค. 2565
(ศาลจังหวัดแม่สอด)
พยานหลักฐานโจทก์ไม่พอรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดกิจกรรมตามฟ้อง กิจกรรมยังเกิดในสถานที่โล่งแจ้ง อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ใช่สถานที่แออัด ผู้ชุมนุมไม่ถึงขนาดอยู่ใกล้ชิดกัน ทั้งส่วนใหญ่มีการสวมใส่หน้ากากอนามัย ยืนเว้นระยะห่าง ขณะเคลื่อนขบวนรถ ผู้ชุมนุมก็อยู่ในรถของตนเอง การชุมนุมจึงยังคำนึงถึงมาตรการป้องกันโรค
35คดีชุมนุมให้กำลังใจ ระหว่างนักกิจกรรม “ราษฎรโขงชีมูล” เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ที่ สภ.เมืองขอนแก่น วันที่ 22 มี.ค. 256431 ต.ค. 2565
(ศาลแขวงขอนแก่น)
พยานหลักฐานไม่มีข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งเจ็ดเป็นผู้จัดให้มีการชุมนุม จึงไม่มีหน้าที่จัดให้มีมาตรการป้องกันโรค ทั้งการชุมนุมในวันดังกล่าวไม่มีสภาพแออัด จึงยังไม่เสี่ยงต่อโรค
36คดีชุมนุม #ม็อบ18ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย วันที่ 18 ต.ค. 2563 ของสมบัติ ทองย้อย (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)8 พ.ย. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
ศาลเห็นว่าการชุมนุมที่เป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ต้องมีความรุนแรง ก่อให้เกิดความวุ่นวาย มีความรุนแรงกระทบความมั่นคงรัฐ ทรัพย์สิน หรือชีวิต พยานหลักฐานมีเพียงภาพจำเลยปรากฏในที่ชุมนุม แต่ไม่มีหลักฐานการใช้ความรุนแรง ไม่มีอาวุธ ไม่ได้กระทำการใดให้เกิดความไม่สงบ ปั่นป่วน วุ่นวาย อันจะถือว่าเป็นการมั่วสุมหรือไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ม.44
37คดีคาร์ม็อบกระบี่ วันที่ 1 ส.ค. 256410 พ.ย. 2565
(ศาลแขวงกระบี่)
ศาลเห็นว่ากิจกรรมตามฟ้อง จำเลยที่ 1-5 และ 8 อยู่ในพื้นที่กว้าง โล่งแจ้ง และมีอากาศถ่ายเท สวมหน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่าง ไม่ได้มีการใกล้ชิดกันแต่อย่างใด ไม่ถึงขนาดเป็นการทำกิจกรรมในสถานที่แออัดและไม่ถึงขนาดมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค
ขณะที่จำเลย 2 ราย จากกลุ่มปกป้องสถาบันฯ ให้การรับสารภาพ ศาลลงโทษปรับคนละ 10,000 บาท ลดโทษเหลือ 5,000 บาท
38คดีชุมนุม #เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย หรือ “ม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์” เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 256328 พ.ย. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
การชุมนุมเกิดในสถานที่เปิดโล่ง อากาศถ่ายเท ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่สวมใส่หน้ากากอนามัย ไม่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงเกิดเหตุในประเทศไทย และรัฐบาลมีการควบคุมอย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว โดยภาพรวมแล้ว ถือว่าการชุมนุมยังไม่ก่อให้เกิดการระบาดของโรค ไม่ถึงกับมีการปิดถนนสาธารณะ เชื่อว่าจำเลยทั้งหกในฐานะผู้จัดการชุมนุม ได้ดูแลรับผิดชอบการชุมนุมและให้ความร่วมมือแก่เจ้าพนักงานอย่างเต็มความสามารถแล้ว ยกฟ้องข้อหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.ชุมนุมฯ แต่ปรับคนละ 200 บาท ข้อหาใช้เครื่องขยายเสียง
39คดีชุมนุม #ม็อบ18ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย วันที่ 18 ต.ค. 2563 ของธัชพงศ์ แกดำ (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)29 พ.ย. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
ในระหว่างการชุมนุมไม่ปรากฏว่าเกิดความไม่สงบเรียบร้อย ผู้ชุมนุมไม่มีอาวุธ และไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ฟังไม่ได้ว่าการชุมนุมทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ยังเป็นการชุมนุมเรียกร้องตามปกติในระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่การชุมนุมมั่วสุม จำเลยไม่มีความผิดตามฟ้อง
40คดีคาร์ม็อบกระบี่ วันที่ 7 ส.ค. 256430 พ.ย. 2565
(ศาลแขวงกระบี่)
อัยการฟ้องคำสั่ง ศบค. ผิดฉบับ โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีประมาณ 30 คน ไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดคือ 50 คน
41คดีชุมนุมรอรับผู้ต้องขังคณะราษฏรอีสาน ที่หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม วันที่ 19 ธ.ค. 2563
(พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)
6 ธ.ค. 2565
(ศาลแขวงพระนครเหนือ)
กิจกรรมตามฟ้องมีเพียงการติดป้ายหน้าเรือนจำ ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งหมดกระทำความรุนแรงใดๆ เป็นเพียงการรวมตัวกันเพื่อให้กำลังใจผู้ต้องขังในเรือนจำเท่านั้น โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยมีความผิดอย่างไร พิพากษายกฟ้อง
42คดีชุมนุมหน้า สน.ดินแดง ภายหลังการสลายม็อบ REDEM เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 25647 ธ.ค. 2565
(ศาลอาญา)
โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยทั้งสองได้เข้าร่วมการชุมนุมตามฟ้องจริง
43คดีคาร์ม็อบนครนายก วันที่ 5 ก.ย. 25648 ธ.ค. 2565
(ศาลจังหวัดนครนายก)
พื้นที่ชุมนุมเป็นที่โล่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก ผู้ร่วมชุมนุมมีเพียงประมาณ 20 คน สวมหน้ากาอนามัย ยืนห่างจากกัน ไม่มีสภาพแออัด และใช้เวลไม่นาน จึงไม่เข้าลักษณะเป็นการรวมกลุ่มกันของบุคคลที่สามารถแพร่โรคได้
44คดีชุมนุม #อีสานบ่ย่านเด้อ ที่สวนรัชดานุสรณ์ จ.ขอนแก่น วันที่ 23 ก.ค. 256319 ธ.ค. 2565
(ศาลแขวงขอนแก่น)
ข้อกำหนดออกตามความในม.9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นการบังคับให้เฉพาะผู้จัดให้มีกิจกรรม เป็นผู้มีหน้าที่ในการจัดมาตรการป้องกันโรค แต่การนำสืบของโจทก์ ไม่มีข้อเท็จจริงเพียงพอว่าจำเลยทั้งห้าเป็นผู้ร่วมจัดการชุมนุม แม้จำเลยบางคนไม่สวมแมสก์ขณะปราศรัย แต่ก็เสี่ยงต่อการแพร่โควิดน้อย เหตุเว้นระยะห่างจากผู้ชุมนุม ไม่แออัด อีกทั้งประกาศจังหวัดขอนแก่นไม่เคร่งครัด ตำรวจ – สาธารณสุข ร่วมกิจกรรมโดยไม่สวมแมสก์เช่นกัน
45คดีชุมนุม #21ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย วันที่ 21 ต.ค. 2563 ของ กรกช แสงเย็นพันธ์ (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)27 ธ.ค. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
ศาลเห็นว่าการชุมนุมของจำเลยเป็นไปอย่างสงบ ไม่มีความรุนแรง และปราศจากอาวุธ เป็นการใช้สิทธิตามที่รัฐธรรมนูญรับรอง ไม่เป็นความผิดในการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
46ร่วมกิจกรรมวันคล้ายวันเกิดทักษิณ ชินวัตร บริเวณหน้าร้านแมคโดนัลด์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ 26 ก.ค. 256427 ธ.ค. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
การชุมนุมของจำเลยไม่ถึงขนาดเป็นการมั่วสุมที่แออัด จำเลยได้จัดการชุมนุมมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพียง 20 คน ตลอดจนมีการจัดมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 การสวมหน้ากากอนามัย และแจกจ่ายเจลแอลกอฮอล์ตลอดทั้งงาน การชุมนุมจึงไม่เป็นการแออัดและเสี่ยงต่อการแพร่โรค ทั้งนี้ ศาลเห็นว่าจำเลยมีความผิดในข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้ลงโทษปรับเป็นเงิน 200 บาท 
47คดีผู้ร่วมชุมนุมม็อบทะลุฟ้า ประชาชน VS ทรราช #ม็อบ22สิงหา2564 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย (จิตรกร)27 ธ.ค. 2565
(ศาลอาญา)
ศาลเห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานนำสืบให้เห็นว่าจำเลยอยู่ในที่เกิดเหตุและกระทำความผิดอย่างไร แต่ให้ลงโทษปรับข้อหาครอบครองวิทยุสื่อสารโดยไม่ได้รับอนุญาต
48คดีชุมนุม #ม็อบ20กุมภา2564 #ปล่อยหมู่เฮา โดยราษฎรโขงชีมูล เดินขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่น ไป สภ.เมืองขอนแก่น27 ธ.ค. 2565
(ศาลแขวงขอนแก่น)
ข้อเท็จจริงจากการนำสืบของโจทก์ยังไม่อาจบ่งชี้ได้ว่า จำเลยทั้งแปดมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องกับการจัดชุมนุมและชักชวนให้บุคคลทั่วไปเข้าร่วมการชุมนุมมาตั้งแต่ต้นแต่อย่างใด บริเวณที่เกิดเหตุยังเป็นสถานที่โล่ง อากาศถ่ายเท ยังไม่ถึงขนาดเป็นสถานที่แออัด
49คดีชุมนุม #ม็อบ1มีนา2564 #ผู้พิทักษ์ทรราชผู้พิฆาตประชาชน เดินขบวนจาก มข. ไปยังหน้า สภ.ย่อยมข.27 ธ.ค. 2565
(ศาลแขวงขอนแก่น)
ข้อเท็จจริงจากการนำสืบของโจทก์ยังไม่อาจบ่งชี้ได้ว่า จำเลยทั้งเก้ามีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องกับการจัดชุมนุมและชักชวนให้บุคคลทั่วไปเข้าร่วมการชุมนุมมาตั้งแต่ต้นแต่อย่างใด บริเวณที่เกิดเหตุยังเป็นสถานที่โล่ง อากาศถ่ายเท ยังไม่ถึงขนาดเป็นสถานที่แออัด
50คดีคาร์ม็อบนครราชสีมา วันที่ 21 ส.ค. 256416 ม.ค. 2566
(ศาลแขวงนครราชสีมา)
จำเลยทั้งหกไม่ใช่ผู้จัดชุมนุม จึงไม่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการโควิด-19 พยานโจทก์มีความสงสัย และไม่สามารถนำสืบได้ว่าใครเป็นผู้ดูแลเพจ Korat Movement  ประกอบหลังการชุมนุมไม่มีผู้ใดติดเชื้อโควิด-19
51คดีคาร์ม็อบสิงห์บุรี วันที่ 31 ก.ค. 256417 ม.ค. 2566
(ศาลจังหวัดสิงห์บุรี)
การชุมนุมเป็นไปโดยสงบ ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย ยังเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ จากพยานหลักฐาน จำเลยสวมใส่หน้ากากอนามัยขณะเข้าร่วมกิจกรรม รูปแบบการชุมนุมอยู่บนรถส่วนตัว ผู้เข้าร่วมไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดกัน การชุมนุมจึงไม่ถึงขนาดแออัดเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค
52คดีชุมนุม #ขีดเส้นตายไล่เผด็จการ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ 16 ส.ค. 256323 ม.ค. 2566
(ศาลแขวงดุสิต)
ศาลเห็นว่าการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ต้องเป็นไปเพื่อการป้องกันการแพร่กระจายของโควิด-19 ไม่ใช่เพื่อปราบปรามผู้ชุมนุมหรือการชุมนุมอย่างไร้เหตุผล โดยในระดับการป้องกันโควิด ในพื้นที่ชุมนุมขณะเกิดเหตุนั้น เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ ยังไม่ถึงขนาดเสี่ยงต่อการแพร่โรค และสถานการณ์ติดเชื้อในขณะนั้นก็เป็นศูนย์
53คดีเฉลิมชัย วัดจัง-ธนเดช ศรีสงคราม เดินขบวนไปร่วมตั้งหมู่บ้านทะลุฟ้าฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 13 มี.ค. 256423 ม.ค. 2566
(ศาลแขวงดุสิต)
โจทก์ไม่ได้นำสืบว่าทั้งสองเป็นผู้จัดกิจกรรม
ส่วนสถานที่เกิดเหตุไม่ใช่ที่แออัด ผู้ชุมนุมส่วนมากสวมหน้ากากอนามัย เคลื่อนไหวได้สะดวก มีจุดคัดกรองโรคระบาดโควิด-19 มีบริการเจลแอลกอฮอล์ ในช่วงเกิดเหตุไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อ ไม่มีเหตุร้ายแรง เป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธตามรัฐธรรมนูญ จึงไม่เป็นความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
54คดีชุมนุมหน้าสถานทูตเมียนมา วันที่ 1 ก.พ. 2564 ของ “โตโต้-รุ้ง-เพนกวิน”30 ม.ค. 2566
(ศาลแขวงดอนเมือง)
บริเวณที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่สาธารณะที่มีลักษณะเปิดโล่ง ผู้ชุมนุมเว้นระยะห่างพอสมควร สถานที่ชุมนุมจึงไม่เป็นสถานที่แออัด จำเลยโพสต์เชิญชวนให้ประชาชนมาชุมนุมเท่านั้น ไม่ได้ยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย การมีข้อเรียกร้องให้ต่อต้านการรัฐประหารเป็นการแสดงออกทางการเมืองตามวิถีทางประชาธิปไตย และจำเลยทั้งสามไม่อยู่ในที่เกิดเหตุตอนสลายการชุมนุม

.

คดีที่พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง อย่างน้อย 36 คดี

ลำดับชื่อคดี/เหตุแห่งคดีวันที่สั่งไม่ฟ้องเหตุผลโดยสังเขป
1คดีชุมนุม #ลำปางรวมการเฉพาะกิจ จังหวัดลำปาง วันที่ 26 ก.ค. 25633 มี.ค. 2564พื้นที่ชุมนุมไม่เป็นสถานที่แออัด ผู้ที่มาร่วมส่วนใหญ่สวมใส่หน้ากากอนามัย และไม่พบผู้ติดเชื้อในพื้นที่จังหวัดลำปางช่วงดังกล่าว เนื้อหาปราศรัย มีการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพ ที่มีการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่มีข้อเท็จจริงว่ามีการยุยงปลุกปั่น หรือกระทําการใดๆ เพื่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง
2คดียื่นหนังสือเรียกร้องความเป็นธรรมการอุ้มหายวันเฉลิม ที่สถานทูตกัมพูชา วันที่ 8 มิ.ย. 2563 (ช่วงเช้า ผู้ต้องหา 4 คน)17 ก.พ. 2564กิจกรรมไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายหรือรุนแรง จึงไม่เป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย เป็นเพียงการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพโดยทั่วไป พื้นที่ด้านนอกสถานทูตเป็นที่โล่งและกว้างขวาง ไม่ได้เป็นสถานที่แออัด อีกทั้งผู้ต้องหาสวมหน้ากากอนามัย
3คดียื่นหนังสือเรียกร้องความเป็นธรรมการอุ้มหายวันเฉลิม ที่สถานทูตกัมพูชา วันที่ 8 มิ.ย. 2563 (ช่วงบ่าย ผู้ต้องหา 6 คน)19 ก.พ. 2564กิจกรรมไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายหรือรุนแรง จึงไม่เป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย เป็นเพียงการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพโดยทั่วไป พื้นที่ด้านนอกสถานทูตเป็นที่โล่งและกว้างขวาง ไม่ได้เป็นสถานที่แออัด อีกทั้งผู้ต้องหาสวมหน้ากากอนามัย
4คดีชุมนุม #เด็กนนท์พร้อมชนเผด็จการ ที่ท่าน้ำนนทบุรี วันที่ 29 ก.ค. 256316 ก.ค. 2564ไม่มีพยานหลักฐานยืนยันว่าผู้ต้องหาได้การกระทำอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ที่เกิดเหตุเป็นสถานที่โล่ง  มิได้เป็นสถานที่แออัด ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิดในช่วงที่เกิดเหตุ ทั้งในวันชุมนุม มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขร่วมกันจัดทางเข้าออกเป็นทางเดียว และจัดให้มีการตรวจคัดกรองวัดอุณหภูมิ และผู้ชุมนุมมีการสวมใส่หน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่าง
5คดีชุมนุม #สมุทรปราการจะไม่ทน ที่ลานหน้าหอชมเมืองสมุทรปราการ วันที่ 25 ก.ค. 256310 พ.ย. 2564ไม่มีรายละเอียดคำสั่งของอัยการ
6คดีคาร์ม็อบจังหวัดตาก วันที่ 15 ส.ค. 256420 ธ.ค. 2564ผู้เข้าร่วมมีการสวมใส่หน้ากากอนามัย มีการรวมตัวในระยะเวลาอันสั้น ไม่ปรากฏว่ามีการสัมผัสใกล้ชิด หรือการกระทำอื่นใดที่จะทำให้เห็นว่าเป็นการเสี่ยงต่อการแพร่โรคติดต่อ ทั้งที่เกิดเหตุเป็นที่โล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก
7คดีคาร์ม็อบจังหวัดมุกดาหาร วันที่ 29 ส.ค. 25647 ม.ค. 2565ไม่มีพยานหลักฐานว่าผู้ต้องหาทั้งสามเป็นผู้จัดกิจกรรมครั้งนี้ จึงไม่มีหน้าที่ต้องขออนุญาตเจ้าพนักงานในการจัดกิจกรรม
8คดีคาร์ม็อบ 1 ส.ค. 2564 จากหน้าสนามบินดอนเมือง ไปตามถนนวิภาวดี-รังสิต8 มี.ค. 2565การชุมนุมเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ลักษณะเป็นการขับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไปตามถนน ไม่ได้อยู่ในสถานที่แออัดจะเสี่ยงต่อการแพร่โรค และผู้ร่วมชุมนุมมีการใส่หน้ากากอนามัย และไม่ปรากฏว่ามีการปิดกั้นการจราจร
9คดีคาร์ม็อบ “รวมพลังคนพันธุ์ R อาชีวะขับไล่เผด็จการ” วันที่ 15 ส.ค. 2564 โดยกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย11 เม.ย. 2565ห้างสรรพสินค้าซึ่งตั้งอยู่ที่เกิดเหตุเปิดทำการ ย่อมมีบุคคลทั่วไปสัญจรไปมาโดยใช้รถใช้ถนนเข้าออก, ผู้ต้องหาได้เข้าชี้แจงกำหนดการจัดกิจกรรมกับผู้กำกับก่อนจัดกิจกรรม อันถือได้ว่าเป็นการขอความร่วมมือหรือขออนุญาตเจ้าพนักงานโดยปริยายแล้ว ประกอบกับที่เกิดเหตุเป็นถนนเปิดโล่ง ผู้คนสัญจรไม่หนาแน่น มีการใส่หน้ากากอนามัย และการขับขี่ยานพาหนะย่อมมีการเว้นระยะห่างระหว่างรถแต่ละคันอยู่เป็นปกติวิสัย ถือได้ว่ามีมาตรการเว้นระยะห่างของบุคคลที่ปลอดภัยพอสมควรแล้ว
10คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 23 ส.ค. 2564 (ชาญชัย-เอกชัย)1 มิ.ย. 2565ไม่มีพยานยืนยันว่าผู้ต้องหาทั้งสองเป็นแกนนำหรือผู้จัดกิจกรรมการชุมนุม สถานที่ชุมนุมเป็นที่โปร่งโล่งแจ้ง ไม่แออัดที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค ผู้เข้าร่วมชุมนุมส่วนใหญ่สวมใส่หน้ากากอนามัย
11คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 2 ก.ย. 2564 (ชาญชัย-ธีรเมธ)20 มิ.ย. 2565ข้อเท็จจริงพิสูจน์ได้เพียงว่าผู้ต้องหาทั้งสองปรากฏตัวในที่ชุมนุมเท่านั้น โดยไม่มีพยานหลักฐานว่าเป็นผู้จัดการชุมนุม การชุมนุมดังกล่าวมีจุดประสงค์ในการแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาลเท่านั้น ไม่มีพฤติกรรมที่เป็นการเสี่ยงต่อการแพร่โรค
12คดีผู้ถูกจับกุมบริเวณใต้แฟลตดินแดง ช่วงเช้าวันที่ 7 ต.ค. 2564 (ประชาชน 11 คน)31 พ.ค. 2565คดีไม่มีพยานยืนยันได้ว่าผู้ต้องหาทั้ง 11 ได้เข้าร่วมกับกลุ่มที่เป็นผู้ทำการจัดกิจกรรมชุมนุม หรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค มิใช่เป็นการจับกุมได้ในขณะที่มีการร่วมชุมนุม การตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายในครอบครอง ภาพพิสูจน์ทราบตัวบุคคลก็เป็นภาพถ่ายในระยะไกล มิได้แสดงให้เห็นลักษณะการร่วมชุมนุม
13คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 20 ก.ย. 2564 (กตัญญู-ธีรเมธ)18 ก.ค. 2565ผู้ต้องหาทั้งสองแค่มาปรากฏตัวในที่ชุมนุม เป็นเพียงบุคคลที่น่าสนใจซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดูพฤติกรรม โดยไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหารายใดเป็นแกนนำจัดกิจกรรมชุมนุม ทั้งผู้ชุมนุมส่วนมากสวมหน้ากาก มีจำนวนไม่มาก ยืนกันมีระยะห่าง ไม่เบียดเสียดแน่นใกล้ชิด เป็นพื้นที่โล่ง ไม่ได้ปิดทึบ จึงไม่เสี่ยงต่อโรค
14 – 16คดีคาร์ม็อบจังหวัดสกลนคร 3 คดี วันที่ 1, 7 และ 15 ส.ค. 256421 ก.ค. 2565อัยการสั่งไม่ฟ้องในข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ-พ.ร.บ.จราจรฯ ผู้ต้องหาจึงยินยอมให้ตำรวจเปรียบเทียบปรับในข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้คดีสิ้นสุดลง
17คดีคาร์ม็อบจังหวัดลำพูน วันที่ 1 ส.ค. 256427 ก.ค. 2565อัยการสั่งไม่ฟ้องในข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ผู้ต้องหาจึงยินยอมให้ตำรวจเปรียบเทียบปรับในข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้คดีสิ้นสุดลง
18คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 11 ก.ย. 2564
(ประชาชน 8 คน)
7 ก.ค. 2565ผู้ต้องหาแค่มาปรากฏตัวในที่ชุมนุม เป็นเพียงบุคคลที่น่าสนใจซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดูพฤติกรรม โดยไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหารายใดเป็นแกนนำจัดกิจกรรมชุมนุม ทั้งผู้ชุมนุมส่วนมากสวมหน้ากาก มีจำนวนไม่มาก ยืนกันมีระยะห่าง ไม่เบียดเสียดแน่นใกล้ชิด เป็นพื้นที่โล่ง ไม่ได้ปิดทึบ จึงไม่เสี่ยงต่อโรค
19คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 18 ก.ย. 2564 (ชาญชัย-ธีรเมธ)4 ส.ค. 2565พยานหลักฐานระบุได้เพียงว่าผู้ต้องหาทั้งสองปรากฏตัวในที่ชุมนุมเท่านั้น โดยไม่มีพยานหลักฐานว่าเป็นผู้จัดการชุมนุม ทั้งไม่มีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค
ขณะที่ชาญชัยมีพฤติการณ์การไปตั้งเต็นท์ปฐมพยาบาล อันเป็นกิจกรรมเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและการสาธารณสุข ซึ่งได้รับการยกเว้นตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
20คดีชุมนุม #ม็อบ18สิงหา ไล่ล่าทรราช ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ 18 ส.ค. 2564 18 ส.ค. 2565อัยการสั่งไม่ฟ้องในข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่ฟ้องเฉพาะข้อหาร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะ และร่วมกันกีดขวางการจราจร ซึ่งมีอัตราโทษปรับ
21คดีเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น 37 คน ชุมนุมทวงสัญญาการยุติการสร้างนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือน้ำลึก ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลก.ย. 2565
22คดีคาร์ม็อบ #คนเชียงรายไม่ทน วันที่ 1 ส.ค. 25649 ก.ย. 2565อัยการสั่งไม่ฟ้องในข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ-พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ เห็นว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมใส่หน้ากากอนามัย ไม่มีการรวมกลุ่มในสถานที่แออัด ไม่มีการยุยงให้เกิดความไม่สงบหรือก่อให้เกิดเหตุรุนแรง  ส่วนข้อหาบีบแตรเสียงดังโดยไม่มีเหตุอันควร คดีหมดอายุความแล้ว
23คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 3 ก.ย. 2564
24คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 9 ก.ย. 2564
(ประชาชน 4 คน)
3 ส.ค. 2565ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาเป็นแกนนำในการจัดกิจกรรมชุมนุม เป็นเพียงบุคคลที่น่าสนใจที่ตำรวจติดตามดูพฤติกรรมที่ปรากฏตัวในที่ชุมนุมเท่านั้น ทั้งไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าทั้งสามมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค หรือสร้างความเดือดร้อนเสียหายอย่างไร
25คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 15 ก.ย. 2564
(ประชาชน 5 คน)
5 ต.ค. 2565ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาเป็นแกนนำในการจัดกิจกรรมชุมนุม เป็นเพียงบุคคลที่น่าสนใจที่ตำรวจติดตามดูพฤติกรรมที่ปรากฏตัวในที่ชุมนุมเท่านั้น ทั้งไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าทั้งสามมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค หรือสร้างความเดือดร้อนเสียหายอย่างไร
26คดีผู้ร่วมชุมนุม #เคาะรั้วเจ้าของหมา บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ วันที่ 7 ส.ค. 256429 มิ.ย. 2565ไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าเป็นแกนนำจัดกิจกรรม ผู้ต้องหาเป็นเพียงบุคคลน่าสนใจซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดูพฤติกรรมที่ปรากฏตัวในที่ชุมนุมเท่านั้น และไม่ปรากฏพยานหลักฐานยืนยันได้ชัดเจนว่า ผู้ต้องหาอยู่ในที่ชุมนุมหรือไม่ สร้างความเดือดร้อนเสียหายอย่างไรหรือมีพฤติกรรมที่เป็นการเสี่ยงต่อการแพร่โรคอย่างไร
27คดีชุมนุม #ศุกร์13ไล่ล่าทรราช บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ วันที่ 13 ส.ค. 2564 (ประชาชน-นักกิจกรรมรวม 13 คน)26 ก.ย. 2565พยานหลักฐานมีเพียงว่าผู้ต้องหาทั้ง 13 เข้าร่วมชุมนุมเท่านั้น ไม่ใช่ผู้จัดกิจกรรม ที่จัดชุมนุมยังเป็นสถานที่โล่งกว้าง อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่มีสภาพแออัด ทั้ง 13 คน เพียงขึ้นเวทีปราศรัยแสดงความคิดเห็นถึงข้อเรียกร้องที่ประชาชนสามารถกระทำได้ ไม่มีพฤติการณ์ยุยงให้เกิดความไม่สงบ พฤติการณ์ยังไม่พอฟังว่าผู้ต้องหากระทำความผิด
28คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 20 ส.ค. 2564 (ชาญชัย-วสันต์-เอกชัย)4 ต.ค. 2565ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาเป็นแกนนำในการจัดกิจกรรมชุมนุม เป็นเพียงบุคคลที่น่าสนใจที่ตำรวจติดตามดูพฤติกรรมที่ปรากฏตัวในที่ชุมนุมเท่านั้น ทั้งไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าทั้งสามมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค หรือสร้างความเดือดร้อนเสียหายอย่างไร
29คดี #คณะราษฎรอีสาน รอการชุมนุมใหญ่ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย (กลุ่มถูกออกหมายเรียกภายหลัง 6 คน)17 ส.ค.
2565
สถานที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่เปิดโล่งกว้าง ไม่ปรากฏว่ามีผู้ชุมนุมอยู่หนาแน่นตลอดพื้นที่ อันเสี่ยงต่อการใกล้ชิดสัมผัสและแพร่เชื้อโรค ไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาปราศรัยในลักษณะให้ก่อความรุนแรงและให้ใช้กำลังขัดขวางเจ้าหน้าที่ อันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ทั้งการกระทบกระทั่งระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่นั้น เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมเกิดความไม่พอใจเจ้าหน้าที่จะเข้าจับกุมตัวจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ขณะเดียวกัน พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ ยังไม่นำมาใช้บังคับในระหว่างการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
30คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 3 ต.ค. 2564
(ประชาชน 3 คน)
พยานหลักฐานระบุได้เพียงว่าผู้ต้องหาปรากฏตัวในที่ชุมนุมเท่านั้น โดยไม่มีพยานหลักฐานว่าเป็นผู้จัดการชุมนุม ทั้งไม่มีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค การชุมนุมไม่ใช่ในสถานที่แออัด ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่สวมหน้ากากอนามัย
31คดี #ภาคีSaveบางกลอย ยื่นหนังสือถึงรมต. ที่หน้ากระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม วันที่ 5 ก.พ. 2564
32คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 7 ก.ย. 2564
(ประชาชน 8 คน)
21 พ.ย. 2565พยานหลักฐานระบุได้เพียงว่าผู้ต้องหาปรากฏตัวในที่ชุมนุมเท่านั้น โดยไม่มีพยานหลักฐานว่าเป็นผู้จัดการชุมนุม ทั้งไม่มีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค ขณะที่ภาพถ่ายที่อ้างว่าเป็นผู้ต้องหา 5 ราย ก็เป็นภาพที่ถ่ายในระยะไกล ไม่ชัดเจน ไม่เห็นหน้า จึงไม่อาจยืนยันตัวบุคคลได้ชัดเจน
33คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 24 ส.ค. 2564
(ชาญชัย-จีรพงษ์-วรวรรณ)
26 ต.ค. 2565ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาเป็นแกนนำในการจัดกิจกรรมชุมนุม เป็นเพียงบุคคลที่น่าสนใจที่ตำรวจติดตามดูพฤติกรรมที่ปรากฏตัวในที่ชุมนุมเท่านั้น ทั้งไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าทั้งสามมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค หรือสร้างความเดือดร้อนเสียหายอย่างไร
34คดีชุมนุมหน้ารัฐสภา วันที่ 17 พ.ย. 2563
(นักกิจกรรม 4 คน)
8 ธ.ค. 2565ไม่ปรากฏพฤติการณ์บ่งชี้ว่า ผู้ต้องหาทั้งสี่เป็นผู้ใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าพนักงาน หรือก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาทั้งสี่เป็นผู้ดูแลหรือผู้รับผิดชอบในการจัดการชุมนุม จึงไม่มีหน้าที่ขออนุญาตจัดการชุมนุม และไม่มีหน้าที่โดยตรงในการจัดมาตรการป้องกันโรค ทั้งเมื่อบริเวณที่เกิดเหตุ มีลักษณะเป็นพื้นที่เปิดโล่ง อากาศถ่ายเท มีพื้นที่ว่างให้บุคคลสามารถยืนโดยเว้นระยะห่างเพียงพอ สถานที่ชุมนุมจึงไม่มีลักษณะเป็นสถานที่แออัด ไม่ถือว่าผู้ต้องหาร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมในสถานที่แออัด
35คดี 3 คนขับรถเครื่องขยายเสียง ใน #ม็อบสมรสเท่าเทียม เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 256425 พ.ย. 2565อัยการไม่สั่งฟ้องในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่ฟ้องเฉพาะข้อหากีดขวางทางสาธารณะ ต่อมาจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพข้อหานี้ในชั้นศาล ศาลลงโทษปรับคนละ 500 บาท
36คดีชุมนุม #ปทุมธานีไม่ปรานีเผด็จการ ลานรถตู้ตรงข้ามฟิวเจอร์รังสิต วันที่ 23 ก.ค. 2563

.

คดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่ต่อสู้คดี และศาลพิพากษาว่ามีความผิด อย่างน้อย 20 คดี

ลำดับชื่อคดี/เหตุแห่งคดีวันที่พิพากษาเหตุผลโดยสังเขป
1คดีชุมนุม #ม็อบ2พฤศจิกา63 ที่ MRT ท่าพระ (ถูกฟ้องทั้งข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ)29 เม.ย. 2565
(ศาลอาญาตลิ่งชัน)
พิพากษาปรับ 5,000 บาท เห็นว่าจำเลยเป็นผู้นำรถเครื่องเสียงมาให้แก่ผู้ชุมนุม ทั้งยังคอยตรวจความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ชุมนุม ถือเป็นผู้มีพฤติการณ์ทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้ร่วมจัดให้มีการชุมนุม แต่จำเลยมิใช่แกนนำหรือผู้มีอำนาจสั่งการในการจัดการชุมนุมสาธารณะ ทั้งการชุมนุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย จำเลยเพียงแต่ไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง
2คดีชุมนุม #ม็อบ15เมษา #รดน้ำกดหัวประยุทธ์ กลุ่มทะลุฟ้า หน้าทำเนียบรัฐบาล27 พ.ค. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
พิพากษาปรับคนละ 2,000 บาท เห็นว่าพฤติการณ์ของจำเลยทั้งสี่ มีลักษณะแออัด และผู้ร่วมกิจกรรมไม่เข้าข่ายของการเว้นระยะห่าง หรือมีมาตรการตามสมควรมิให้แพร่ระบาดของโรค เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค
3คดีชุมนุม #Saveวันเฉลิม สกายวอล์กปทุมวัน วันที่ 5 มิ.ย. 256312 ก.ค. 2565
(ศาลแขวงปทุมวัน)
พิพากษาจำคุกคนละ 2 เดือน ปรับ 10,000 บาท รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี เห็นว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมในการจัดกิจกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แม้ไม่มีหลักฐานมาแสดง โดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาพฤติการณ์ชุมนุมว่าเป็นไปตามมาตรการป้องกันโรค เกิดขึ้นในสถานที่แออัดหรือไม่ หรือมีความไม่สงบเรียบร้อยหรือไม่ 
4คดีชุมนุม #ม็อบ11สิงหาไล่ล่าทรราช ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ วันที่ 11 ส.ค. 2564
(ประชาชน 7 ราย)
2 ส.ค. 2565
(ศาลอาญา)
พิพากษาจำคุก 1 ปี ปรับคนละ 20,000 บาท ให้รอการลงโทษจำคุก มีระยะเวลา 3 ปี เห็นว่าแม้กิจกรรมจะจัดขึ้นในที่โล่งแจ้ง อากาศถ่ายเทสะดวก และไม่เข้าข่ายการแพร่ระบาดโควิด-19 รวมทั้งจำเลยไม่ได้เป็นผู้จัดกิจกรรม แต่หากพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ของบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อใช้รักษาความสงบเรียบร้อยแล้ว กรณีเช่นนี้ จึงไม่จำเป็นต้องพิจารณาประเด็นอื่นอีก เพียงแต่จำเลยได้เข้าร่วมกิจกรรมและมีจำนวนกว่าห้าคนขึ้นไป ก็เป็นความผิดแล้ว แต่ข้อหาอื่นๆ ให้ยกฟ้อง
5คดีกิจกรรมรำลึกครบรอบ 10 ปี ล้อมปราบการชุมนุมเสื้อแดง บริเวณหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ วันที่ 19 พ.ค. 2563 (นพ.ทศพร เสรีรักษ์ และ อนุรักษ์ เจนตวนิชย์ เป็นจำเลย คดีนี้ ทนายความจาก สกสส. ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย)9 ส.ค. 2565
(ศาลแขวงปทุมวัน)
ศาลเห็นว่าแม้จำเลยจะต่อสู้ว่าข้อกำหนดที่ออกตาม พ.ร.ก. ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่ก็ไม่ปรากฏจำเลยเคยร้องหรือขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จึงเห็นว่าประกาศฯ ดังกล่าวออกโดยชอบ และเห็นว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิด แต่เมื่อคำนึงถึงพฤติการณ์เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิดด้วย จึงเห็นควรให้รอการกำหนดโทษไว้ 2 ปี
6คดีชุมนุมแยกอุดมสุข ถึงสี่แยกบางนา วันที่ 1 พ.ย. 256331 ส.ค. 2565
(ศาลอาญาพระโขนง)
ศาลเห็นว่า การชุมนุมตามฟ้องจัดโดยไม่มีมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกําหนด แม้โจทก์นำสืบจะไม่ปรากฎว่า จำเลยทั้งสามเป็นผู้จัดกิจกรรม แต่ทั้งสามได้ผลัดกันขึ้นปราศรัย ศาลจึงเห็นว่าการทำหน้าที่ปราศรัยนั้น มีหน้าที่รับผิดชอบต่อการชุมนุมให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ด้วย และถึงแม้จะไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 หลังจาการชุมนุมดังกล่าว แต่สถานการณ์ยังมีการแพร่ระบาดอยู่ 
ศาลจึงพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสาม ในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ คนละ 5,000 บาท ข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต 200 บาท รวมปรับคนละ 5,200 บาท แต่เนื่องจากให้การเป็นประโยชน์ จึงลดให้กึ่งหนึ่ง เหลือปรับคนละ 2,600 บาท 
7คดีชุมนุมหน้าอาคารเนชั่น ถนนบางนา-ตราด วันที่ 29 ต.ค. 256331 ส.ค. 2565
(ศาลอาญาพระโขนง)
ศาลวินิจฉัยเช่นเดียวกับคดีชุมนุมแยกอุดมสุข ถึงสี่แยกบางนา
8คดีชุมนุม #ม็อบ3กันยา64 ที่แยกราชประสงค์5 ก.ย. 2565
(ศาลอาญา)
ศาลเห็นว่าจำเลย 2 รายที่เข้าร่วมชุมนุมมีความผิด แม้ไม่มีหลักฐานว่าเป็นผู้จัดการชุมนุม เนื่องการเข้าร่วมชุมนุมฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่ว่าจะมีการจัดมาตรการป้องกันโรคหรือไม่ หรือมีผู้ติดเชื้อจากการชุมนุมหรือไม่ ลงโทษปรับคนละ 20,000 บาท ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษปรับเหลือคนละ 13,333.33 บาท
9คดีชุมนุม #ม็อบมุ้งมิ้ง ที่หน้ากองทัพบก วันที่ 20 ก.ค. 256317 ต.ค. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
ศาลเห็นว่าการชุมนุมไม่ได้จัดให้มีจุดคัดกรอง ไม่มีการเว้นระยะห่าง ลงโทษปรับคนละ 20,000 บาท และ ปรับข้อหาใช้เครื่องเสียงคนละ 200 บาท รวมปรับคนละ 20,200 บาท แต่ลดโทษให้ 1/4 เนื่องจากให้การเป็นประโยชน์เหลือปรับคนละ 15,150 บาท รวมปรับ 75,750 บาท
10คดีผู้ถูกกล่าวหาว่าได้กล่าวยุยงให้ผู้ชุมนุมขว้างปาก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ระหว่าง #ม็อบ7สิงหา64 (ถูกกล่าวหาในข้อหาอื่นๆ ด้วย)18 ต.ค. 2565
(ศาลอาญา)
ศาลเห็นว่าการชุมนุมของจำเลยไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 15,000 บาท นำสืบจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาบรรเทาโทษ ลดโทษเหลือจำคุก 8 เดือน และปรับ 10,000 บาท จำเลยไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน จึงให้รอลงอาญามีกำหนด 2 ปี และคุมประพฤติจำเลย
11คดีคาร์ม็อบอุตรดิตถ์ วันที่ 15 ส.ค. 256425 ต.ค. 2565
(ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์)
ศาลเห็นว่าแม้การชุมนุมจะมีลักษณะขับขี่รถไปตามท้องถนน เป็นที่โล่งแจ้ง มีความเสี่ยงต่ำ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่และสามารถแพร่โรคได้เช่นกัน ส่วนจำเลยที่ 2 ศาลเห็นว่าเป็นตัวการร่วมที่โพสต์ให้มีการชุมนุม พิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้อง จำคุกจำเลย คนละ 2 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
12คดีคาร์ม็อบยะลา วันที่ 1 ส.ค. 25641 พ.ย. 2565
(ศาลจังหวัดยะลา)
ศาลเห็นว่าจำเลยทั้งหกมีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เห็นว่าผู้ชุมนุมบางคนไม่สวมหน้ากากอนามัย และจำเลยสองรายบางช่วงดึงหน้ากากอนามัยลง ถึงจะเป็นที่โล่งแจ้ง แต่มีผู้คนเข้าร่วมจำนวนมาก และหน้ากากอนามัยที่ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่สวมใส่นั้นไม่ใช่หน้ากากอนามัยทางการแพทย์
ลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 3 เดือน ปรับคนละ 6,000 บาท ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษให้หนึ่งในสาม เหลือจำคุก 2 เดือน ปรับ 4,000 บาท และลงโทษปรับจำเลยสามราย คนละ 400 บาท ในฐานขับรถในลักษณะกีดขวางทางจราจร เนื่องจากไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้คนละ 1 ปี
13คดีธนพร วิจันทร์ เป็นตัวแทนเรียกร้องแก้ไขปัญหาของกลุ่มแรงงานข้ามชาติระหว่างการระบาดของโควิด-19 ที่กระทรวงแรงงาน วันที่ 29 ต.ค. 25647 พ.ย. 2565
(ศาลแขวงพระนครเหนือ)
ศาลเห็นว่ามีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พิพากษาลงโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 20,000 บาท แต่จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอลงอาญา 1 ปี
14-15คดีคาร์ม็อบปัตตานี วันที่ 7 และ 14 ส.ค. 256410 พ.ย. 2565
(ศาลจังหวัดปัตตานี)
ศาลยกฟ้องจำเลยสองราย เห็นว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอว่าฟังว่าเป็นผู้จัดกิจกรรม แต่ลงโทษจำเลยอีก 1 ราย เห็นว่าพยานหลักฐานเข้าข่ายเป็นผู้จัดการชุมนุม ลงโทษจำคุกกระทงละ 2 เดือน ปรับ 20,000 บาท รวมจำคุก 4 เดือน ปรับ 40,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี
16คดีชุมนุม #ตามหานาย สาดสี-ปาไข่ หน้าประตูทางเข้า ม.พัน 4 พล.1 รอ.
(นักกิจกรรม 3 คน)
1 ธ.ค. 2565
(ศาลอาญา)
ศาลเห็นว่ามีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และข้อหาอื่นๆ โดยลงโทษข้อหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ให้จำคุก 2 เดือน ปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา
17คดี “ภูมิ” ศศลักษณ์ ร่วมชุมนุมคณะราษฎรอีสาน วันที่ 13 ต.ค. 256313 ธ.ค. 2565
(ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง)
ศาลลงโทษจำคุก 1 ปี ในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ รวมทั้งลงโทษในข้อหาอื่นๆ รวมจำคุก 2 ปี 5 วัน โดยเปลี่ยนจากโทษจำคุกเป็นนำตัวไปฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เป็นระยะเวลา 6 เดือน
18คดีคาร์ม็อบของกลุ่มคนรุ่นใหม่นนทบุรี วันที่ 1 ส.ค. 256420 ธ.ค. 2565
(ศาลแขวงนนทบุรี)
ศาลเห็นว่าจำเลยบางคนไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี และมีการถอดหน้ากากอนามัยคุยกันในระหว่างที่ร่วมการชุมนุม อันเป็นการสร้างความเสี่ยงต่อการแพร่โรคโควิด–19 พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ให้ลงโทษปรับคนละ 5,000 บาท ฐานส่งเสียงอื้ออึงโดยไม่มีเหตุอันควร ปรับคนละ 1,000 บาท รวมปรับคนละ 6,000 บาท
19คดี “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ ชุมนุมตั้งเวทีให้กำลังใจผู้ถูกดำเนินคดี ม.112 ที่หน้าสน.ยานนาวา12 ม.ค. 2566
(ศาลแขวงพระนครใต้)
ศาลเห็นว่าจำเลยไม่ได้ฝ่าฝืนข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่จำเลยถือเป็นผู้จัดการชุมนุม มีหน้าที่แจ้งการชุมนุม เมื่อจำเลยไม่ได้แจ้งการชุมนุม จึงมีความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฐานฝ่าฝืนข้อกำหนดเรื่องการจัดกิจกรรม ส่วนข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง ลงโทษปรับ 3,000 บาท จำเลยให้การเป็นประโยชน์ลดโทษลง 1 ใน 3 คงปรับ 2,000 บาท
20คดีสิทธิโชค เศรษฐเศวต ถูกกล่าวหานำของเหลวคล้ายเป็นน้ำมันฉีดใส่ฐานพระบรมฉายาลักษณ์ ระหว่างชุมนุม #ม็อบ18กรกฎา2564 (พ่วงข้อหา ม.112)17 ม.ค. 2566
(ศาลอาญา)
ศาลเห็นว่าจากพยานหลักฐาน จำเลยเข้าร่วมการชุมนุมดังกล่าวจริง การที่จำเลยอยู่ในที่ชุมนุมขณะที่มีการประกาศบังคับใช้ข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จึงถือว่าเป็นความผิด ลงโทษจำคุก 6 เดือน ส่วนข้อหา ม.112 ลงโทษจำคุก 3 ปี ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษเหลือจำคุกรวม 2 ปี 4 เดือน

.

คดีข้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ และอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง

ลำดับชื่อคดี/เหตุแห่งคดีข้อหาหลักวันที่สั่งไม่ฟ้องเหตุผลโดยสังเขป
1คดีสุชาติ จั่นแก้ว พกป้ายไล่ประยุทธ์ ที่ท่าน้ำปากเกร็ด วันที่ 30 ก.ย. 2564ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง-ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน, ก่อความเดือดร้อนรำคาญ27 ธ.ค. 2564ผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์ก่อความเดือดร้อนรำคาญ ยังไม่มีการนำแผ่นป้ายดังกล่าวออกจากกระเป๋า ซึ่งเป็นการไม่แน่ว่าผู้ต้องหาจะใช้แผ่นดังกล่าวกระทำหรือไม่กระทำการใด ตำรวจจับกุมโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย ผู้ต้องหาจึงไม่มีความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน
2คดี “นายพล” กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ถูกกล่าวหาว่าโพสต์ชวนเข้าร่วมชุมนุมเดือนก.ค.-ส.ค. 2564 ทำให้เกิดการล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116ก.ย. 2565พยานหลักฐานไม่เพียงพอว่าผู้ต้องหาเป็นแอดมินของเพจกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และเป็นผู้โพสต์ข้อความตามข้อกล่าวหา แม้จะมีภาพถ่ายว่าผู้ต้องหาเข้าร่วมการชุมนุม และได้กล่าวเชิญชวนในไลฟ์ แต่ก็ไม่มีข้อความที่มีลักษณะปลุกปั่น ปลุกระดมมวลชนให้มีการกระทำที่กระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน

.

X