สถิติคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่ศาลยกฟ้อง-อัยการสั่งไม่ฟ้อง

ข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามความในพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) เรื่องการห้ามชุมนุม ทำกิจกรรม หรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ถูกนำมาใช้กล่าวหาดำเนินคดีต่อการชุมนุมทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นเครื่องมือในการจำกัดควบคุมเสรีภาพในการชุมนุมของรัฐบาลมาตั้งแต่ช่วงปี 2563 โดยเฉพาะหลังการชุมนุมเยาวชนปลดแอกเป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน

ท่ามกลางคดีที่ถูกสั่งฟ้องต่อศาล และอยู่ระหว่างการต่อสู้คดี พบว่ามีคดีที่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง และพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง ตารางข้อมูลต่อไปนี้รวบรวมสถิติคดีที่มีข้อกล่าวหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งศาลยกฟ้องและอัยการสั่งไม่ฟ้องไปแล้ว เท่าที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนติดตามข้อมูลคดี (รวบรวมเฉพาะคดีที่จำเลยมีการต่อสู้คดี มีคดีอีกบางส่วนจำเลยให้การรับสารภาพ และศาลมีคำพิพากษาว่ามีความผิด)

* ข้อมูลจนถึงวันที่ 29 พ.ค. 2567

.

คดีที่ต่อสู้คดี และศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง อย่างน้อย 100 คดี

ลำดับชื่อคดี/เหตุแห่งคดีวันที่พิพากษาเหตุผลโดยสังเขป
1คดีชุมนุม #อุดรธานีสิบ่ทน ที่ทุ่งศรีเมือง วันที่ 24 ก.ค. 256325 ส.ค. 2564
(ศาลแขวงอุดรธานี)
พยานหลักฐานของโจทก์ไม่สามารถยืนยันได้ว่า จำเลยเป็นผู้จัดการชุมนุม จึงไม่ต้องมีหน้าที่จัดให้มีมาตรการป้องกันโรค ผู้ชุมนุมยังคงเคลื่อนย้ายในพื้นที่ชุมนุมได้อย่างอิสระ และเป็นสถานที่โล่งกว้าง อีกทั้งจำเลยได้เว้นระยะห่างแล้ว ส่วนการเกาะกลุ่มของผู้ชุมนุมอยู่เหนือการควบคุมของจำเลย อีกทั้งในช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ในจังหวัดอุดรธานี การชุมนุมไม่มีการยุยงให้เกิดความวุ่นวาย เนื้อหาปราศรัยมีเพียงการวิจารณ์รัฐบาล
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
2คดีชุมนุม #21ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย วันที่ 21 ต.ค. 2563 ของ “มายด์” ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)13 ธ.ค. 2564
(ศาลแขวงดุสิต)
การชุมนุมโดยส่วนใหญ่เป็นไปโดยสงบและปราศจากอาวุธ ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ยังไม่เข้าข่าย “การมั่วสุม” และไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยมีส่วนร่วมฝ่าแนวกั้นหรือกระทำความรุนแรง
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
3คดีชุมนุม #ม็อบ6ธันวา ที่วงเวียนใหญ่ วันที่ 6 ธ.ค. 256331 ม.ค. 2565
(ศาลแขวงธนบุรี)

28 ก.พ. 2566
(ศาลอุทธรณ์)
พยานหลักฐานยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้จัดการชุมนุม จำเลยไม่ได้อยู่ดูแลการชุมนุมจนกระทั่งจบการชุมนุม ถือว่าผิดวิสัยของผู้จัดการชุมนุม รวมถึงไม่ได้มีการโพสต์ชักชวนให้ผู้อื่นมาร่วม แต่ลงโทษปรับข้อหากีดขวางทางจราจร และใช้เครื่องขยายเสียง รวม 1,110 บาท

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
* อัยการไม่ฎีกา คดีสิ้นสุดแล้ว
4คดีชุมนุม #21ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย วันที่ 21 ต.ค. 2563 ของ อานันท์ ลุ่มจันทร์ (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)2 มี.ค. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
การชุมนุมโดยส่วนใหญ่เป็นไปโดยสงบและปราศจากอาวุธ ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ช่วงดังกล่าวไม่มีการติดเชื้อโควิด จึงมิใช่การชุมนุมหรือมั่วสุมกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นในบ้านเมือง
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
5คดีชุมนุม #คนพะเยาบ่าเอาแป้ง ที่หน้ามหาวิทยาลัยพะเยา วันที่ 27 ก.ค. 256310 มี.ค. 2565
(ศาลจังหวัดพะเยา)
1. ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง ฉบับลงวันที่ 3 เมษายน 2563 ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ไม่มีผลใช้บังคับ
2. การชุมนุมไม่ใช่ในสถานที่แออัด
3. ผู้ชุมนุมเพียงเรียกร้องกล่าวโจมตีการทำงานของรัฐบาล ไม่มีถ้อยคำเป็นการยุยงปลุกปั่น และไม่ได้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
6คดีชุมนุม #21ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย วันที่ 21 ต.ค. 2563 ของ ไพศาล จันปาน (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)16 มี.ค. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
ไม่ปรากฏว่าจำเลยมีอาวุธ หรือมีพฤติการณ์อันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง จึงเป็นการชุมนุมโดยสงบ เป็นการใช้สิทธิที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่การชุมนุมหรือมั่วสุมกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
7คดีชุมนุม #21ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย วันที่ 21 ต.ค. 2563 ของ วสันต์ กล่ำถาวร และสุวรรณา ตาลเหล็ก (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)23 มี.ค. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
การชุมนุมเป็นไปโดยสงบปราศจากอาวุธ เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ และไม่ปรากฏว่าจำเลยเข้าร่วมหรือมีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ความรุนแรง
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
8คดีคาร์ม็อบจังหวัดลพบุรี วันที่ 15 ส.ค. 256411 พ.ค. 2565
(ศาลแขวงลพบุรี)
1. จำเลยทั้งสองเข้าร่วมชุมนุมในสถานที่โล่งกว้าง อากาศถ่ายเท ใช้เวลารวมตัวไม่นานนัก ผู้ชุมนุมมิได้อยู่กันเต็มพื้นที่ ไม่อยู่ในสภาพแออัดหรือหนาแน่น ลักษณะการชุมนุมจึงยังไม่ถึงขนาดเสี่ยงต่อการใกล้ชิดสัมผัสกัน
2. การชุมนุมมีเนื้อหาเพียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ผู้ชุมนุมไม่มีอาวุธ ไม่มีเหตุรุนแรง จึงยังเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ
3. ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง ฉบับลงวันที่ 3 ส.ค. 2564 กำหนดองค์ประกอบเพิ่มเติมไปจากข้อกำหนดที่ให้อำนาจ จึงไม่มีผลบังคับใช้
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
9คดีร่วมกิจกรรมหมู่บ้านทะลุฟ้า ของสมณะดาวดินฯ วันที่ 24 มี.ค. 256431 พ.ค. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
จำเลยไม่ได้เป็นผู้จัดการชุมนุม จึงไม่เป็นความผิดฐานร่วมกันจัดกิจกรรมชุมนุม จำเลยใส่หน้ากากอนามัย มีการเว้นระยะห่างจากผู้อื่น จำเลยไม่ได้ใช้เครื่องขยายเสียง สถานที่เกิดเหตุเป็นที่เปิดโล่ง ไม่ได้มีผู้ชุมนุมหนาแน่นเต็มตลอดพื้นที่ ยังเหลือที่ว่างอยู่มาก จึงไม่ใช่สภาพแออัดหนาแน่น
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
10คดีชุมนุม #21ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย วันที่ 21 ต.ค. 2563 ของ วีรวิชญ์ รุ่งเรืองศิริผล (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)1 มิ.ย. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
เป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น จึงเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ประกอบกับอัยการโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าการกระทำของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
11คดีคาร์ม็อบนครราชสีมา วันที่ 7 ส.ค. 256421 มิ.ย. 2565
(ศาลแขวงนครราชสีมา)

11 พ.ค. 2566
(ศาลอุทธรณ์ภาค 3)
1. ไม่มีพยานหลักฐานว่าใครเป็นผู้โพสต์นัดหมาย-ไลฟ์สดกิจกรรม-จัดเตรียมอุปกรณ์ จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้จัด
2. โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่า เป็นการชุมนุมในสถานที่แออัด อันเป็นความผิดตามข้อกำหนด ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่โจทก์ฟ้อง ศาลจึงลงโทษจำเลยไม่ได้
3. ผู้ชุมนุมเพียง 24 คน ทำกิจกรรม 24 นาที ที่ชุมนุมโล่งกว้าง ทั้งไม่มีรายงานผู้ชุมนุมติดโควิดจากการชุมนุม ยังน่าสงสัยว่าเสี่ยงแพร่โควิดหรือไม่ 

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
* คดีสิ้นสุดแล้ว
12คดีชุมนุม #คนลำพูนก็จะไม่ทนโว้ย ที่บริเวณอนุสาวรีย์ลานเจ้าแม่จามเทวี เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 25631 ก.ค. 2565
(ศาลจังหวัดลำพูน)
จำเลยทั้งสองเข้าร่วมการชุมนุมโดยเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ และความปลอดภัยของประชาชน การชุมนุมดังกล่าวจึงไม่ใช่การชุมนุมมั่วสุมที่ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย และไม่ใช่การชุมนุมที่เสี่ยงต่อโรคด้วยเช่นกัน
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
13คดีคาร์ม็อบนครราชสีมา วันที่ 23 ก.ค. 256419 ก.ค. 2565
(ศาลแขวงนครราชสีมา)

11 พ.ค. 2566
(ศาลอุทธรณ์ภาค 3)
โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยทั้งสามเป็นผู้จัดการชุมนุม โดยเป็นเพียงผู้เข้าร่วม จึงไม่มีหน้าที่ต้องขออนุญาต
ส่วนเรื่องการร่วมชุมนุม เนื่องจากสถานที่ชุมนุมเป็นพื้นที่โล่งกว้าง อากาศถ่ายเทสะดวก ผู้ฟังปราศรัยส่วนใหญ่สวมหน้ากากอนามัย และไม่มีหลักฐานว่าภายหลังเกิดเหตุมีผู้ติดเชื้อโควิดหรือไม่

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าจำเลยที่ 1-2 มีความผิดฐานร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ปรับคนละ 2,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 3 พยานโจทก์ยืนยันไม่ได้ว่าเข้าร่วมชุมนุมด้วย พิพากษายืน
* คดีสิ้นสุดแล้ว
14คดีชุมนุม #อีสานสิบ่ทน ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม วันที่ 22 ก.ค. 256321 ก.ค. 2565
(ศาลจังหวัดมหาสารคาม)
โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบให้เห็นว่า จำเลยเป็นผู้จัดกิจกรรม สถานที่จัดกิจกรรมเป็นที่โล่งกว้าง ผู้เข้าร่วมชุมนุมสามารถนั่งตามอัธยาศัย มีจุดตรวจวัดอุณหภูมิ แจกเจลแอลกอฮอล์และหน้ากากอนามัย อีกทั้งภายหลังกิจกรรมไม่มีใครติดเชื้อโควิดจากการชุมนุม การชุมนุมยังเป็นไปโดยสงบ ปราศจากอาวุธ
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
15คดีคาร์ม็อบ #สระบุรีไม่เอาเผด็จการ วันที่ 1 ส.ค. 25649 ส.ค. 2565
(ศาลแขวงสระบุรี)
พยานหลักฐานโจทก์ยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้จัดการชุมนุม เพียงแต่ปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาล อีกทั้งขณะปราศรัยยังอยู่ในพื้นที่เปิดโล่ง ไม่แออัด จำเลยทั้งสองได้สวมหน้ากากอนามัยตลอดการปราศรัย เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังเห็นว่าผู้เข้าร่วมการชุมนุมประมาณ 20 คน ขัดกับคำเบิกความตำรวจที่ระบุว่า 150 คน ส่วนข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงให้ปรับคนละ 150 บาท
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
16คดีคาร์ม็อบสุราษฎร์ธานี วันที่ 1 ส.ค. 256410 ส.ค. 2565
(ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี)
กิจกรรมมิได้รวมตัวกันอยู่ในพื้นที่ปิด สภาพอากาศถ่ายเทสะดวก ยังไม่ถึงขนาดเป็นสถานที่แออัดเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค การปราศรัยมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ไม่ถึงขนาดเกิดความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นในบ้านเมือง จึงยังไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 
ส่วนกรณีของจำเลยที่ไม่สวมหน้ากากอนามัย พบว่าเป็นการเปิดหน้ากากอนามัยชั่วคราว ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ยังไม่เป็นความผิดตามฟ้อง
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
17คดีชุมนุมหน้า บก.ตชด. ภาค 1 วันที่ 2 ส.ค. 2564 (คดีของ 4 นักศึกษาธรรมศาสตร์)10 ส.ค. 2565
(ศาลจังหวัดธัญบุรี)
จากพยานหลักฐานโจทก์ จำเลยทั้งสี่ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ยังถือว่าเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ทั้งบริเวณหน้า บก.ตชด. ภาค 1 เป็นพื้นที่โล่งแจ้ง มีผู้ชุมนุมเพียง 20-30 คนเท่านั้น ไม่ได้เกิดความแออัด จึงไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และไม่ปรากฏว่าพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 หลังการชุมนุมยุติลงแล้วแต่อย่างใด
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
18คดีกิจกรรมรำลึก 10 ปี การถูกยิงเสียชีวิตของ “เสธฯ แดง” บริเวณสวนลุมพินี วันที่ 13 พ.ค. 2563
(นักกิจกรรมและประชาชนรวม 8 คน)
29 ส.ค. 2565
(ศาลแขวงปทุมวัน)
ผู้จัดกิจกรรมได้แจ้งเจ้าหน้าที่ไว้ล่วงหน้าแล้ว ตำรวจได้เข้าดูแลกิจกรรมให้เว้นระยะห่าง ใส่หน้ากากอนามัย จนท.สาธารณสุขคอยแจกเจล-คัดกรองอุณหภูมิ วิญญูชนทั่วไปย่อมเข้าใจว่าได้รับอนุญาตให้จัดกิจกรรมแล้ว
ประกอบการจัดกิจกรรมมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเหมาะสม มีการคัดกรองอุณหภูมิ เว้นระยะห่าง สวมใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
19คดีคาร์ม็อบยะลา วันที่ 7 ส.ค. 256431 ส.ค. 2565
(ศาลจังหวัดยะลา)
การนำสืบของโจทก์ ไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าจำเลยทั้งห้าเป็นผู้จัดกิจกรรม เส้นทางการเคลื่อนขบวนรถเป็นสถานที่โล่งกว้าง อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ใช่สถานที่แออัดที่จะเสี่ยงต่อโรค ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่สวมหน้ากากอนามัย และไม่มีรายงานการติดเชื้อโควิดหลังการชุมนุม
แต่ให้ลงโทษปรับในข้อหาส่งเสียงอื้ออึงโดยไม่มีเหตุอันควร คนละ 600 บาท
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
20คดีร่วม “คาร์ม็อบสัญจร ยื่นหนังสือทะลุโลก” วันที่ 20 ส.ค. 25645 ก.ย. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันชุมนุม และร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุมขว้างปาสิ่งของหรือทำลายทรัพย์สินที่ป้อมตำรวจ ที่แยกเกียกกาย
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
21คดีร่วมชุมนุม #ม็อบ17ตุลา63 ที่วงเวียนใหญ่ (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)12 ก.ย. 2565
(ศาลแขวงธนบุรี)
ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองมีอาวุธ หรือมีการทำลายทรัพย์สินทางราชการ หรือกระทำรุนแรงในการชุมนุมในลักษณะที่ทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ภาพรวมยังเป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
22คดีคุณภัทร ไปขายเสื้อ-หนังสือ ใน #ม็อบ2พฤษภา64 ที่หน้าศาลอาญา13 ก.ย. 2565
(ศาลแขวงพระนครเหนือ)
พยานโจทก์เบิกความขัดแย้งกันในหลายประเด็น และไม่ปรากฏพยานหลักฐานใดที่จะเชื่อมโยงได้ว่าจำเลยเป็นหนึ่งในผู้ชุมนุมที่ใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ และการที่จำเลยวิ่งหนีชุดจับกุมก็ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถบ่งบอกได้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดตามข้อกล่าวหา พยานหลักฐานโจทก์มีข้อสงสัยหลายประการจึงไม่อาจรับฟังได้
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
23คดีมีมี่ เยาวชน ร่วมปราศรัยการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ วันที่ 25 ต.ค. 256322 ก.ย. 2565
(ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง)
ในวันเกิดเหตุ จำเลยเพียงร่วมขึ้นปราศรัย และถ้อยคำปราศรัยก็มิได้ผิดกฎหมายใด จึงนับเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก
อีกทั้งพยานโจทก์ที่มาขึ้นเบิกความก็ไม่มีปากใดยืนยันได้ว่าจำเลยเป็นผู้จัดการชุมนุม ขณะเกิดเหตุจำเลยมีอายุ 16 ปีเศษ ไม่มีศักยภาพพอที่จะจัดการชุมนุมได้ อาศัยเพียงพฤติการณ์การขึ้นปราศรัยเพื่อบอกว่าเป็นผู้จัดการชุมนุมนั้นยังฟังไม่ถนัด
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
24คดีคาร์ม็อบจากหน้าห้างฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต เข้ากรุงเทพฯ วันที่ 1 ส.ค. 256430 ก.ย. 2565
(ศาลจังหวัดธัญบุรี)
พยานหลักฐานยังระบุไม่ได้ชัดเจนว่าจำเลยทั้งสองคนเป็นผู้จัดการชุมนุม กิจกรรมตามฟ้องเป็นไปโดยสงบปราศจากอาวุธ ถือได้ว่าจำเลยทั้งสองได้เข้าร่วมชุมนุมโดยใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และไม่ได้มีพยานหลักฐานว่าจำเลยทั้งสองมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการแพร่โรคระบาดอย่างไร
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
25กลุ่ม “ขอคืนไม่ได้ขอทาน” ปักหลักค้างคืนที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องการแก้ไขกฎหมายประกันสังคม โดยถูกจับวันที่ 5 ม.ค. 25643 ต.ค. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
อัยการบรรยายฟ้องไม่ชัดเจน ไม่ได้บรรยายพฤติการณ์จำเลยแต่ละคนว่ากระทำความผิดอย่างไรในสถานที่ที่อ้างว่าแออัด ทั้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคไม่ได้ออกคำสั่งแจ้งเตือนเป็นหนังสือต่อผู้กระทำผิดตามกฎหมาย ทำให้ไม่อาจลงโทษตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ 
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
26คดีชุมนุม#StandWithMyanmar ร่วมต่อต้านการรัฐประหารในเมียนมาวันที่ 1 ก.พ. 2564
(คดีวิชพรรษ ศรีกสิพันธุ์ ทีม We Volunteer)
5 ต.ค. 2565
(ศาลแขวงพระนครใต้)

23 เม.ย. 2567
(ศาลอุทธรณ์)
ศาลยกฟ้องข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เห็นว่าจำนวนผู้ชุมนุมเทียบกับขนาดสถานที่แล้ว รับฟังไม่ได้ว่าชุมนุมในสถานที่แออัด และโจทก์ไม่ได้นำสืบว่าจำเลยยุยงให้กลุ่มผู้ชุมนุมกระทำการใดอันทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย
แต่ลงโทษปรับข้อหา พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ 10,000 บาท เห็นว่าเจ้าพนักงานควบคุมโรคได้ประกาศแจ้งเตือนแล้ว แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตาม

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
27คดีชุมนุม #21ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย วันที่ 21 ต.ค. 2563 ของ อภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)25 ต.ค. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
ศาลเห็นว่าจำเลยเข้าร่วมการชุมนุม โดยมีพฤติการณ์เพียงยืนอยู่รวมกับผู้ชุมนุมคนอื่นๆ เท่านั้น ไม่ปรากฏหลักฐานใดที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยเป็นผู้ใช้ความรุนแรง หรือกระทำการใดในลักษณะที่ไม่สงบ และเห็นว่าการชุมนุมตามฟ้อง ยังเป็นการเรียกร้องโดยใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ จึงไม่ใช่ “การมั่วสุม” ตามที่อัยการบรรยายฟ้อง
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
28คดี “แซน” เยาวชนร่วมชุมนุมหน้า สภ.ภูเขียว เรียกร้องให้ตำรวจขอโทษจากการคุกคามนักเรียน กรณีจัดค่าย “ราษฎรออนทัวร์” เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 256425 ต.ค. 2565
(ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชัยภูมิ)
จำเลยเป็นผู้มาร่วมชุมนุม จึงไม่มีหน้าที่ขออนุญาตและจัดให้มีมาตรการป้องกันโควิด ส่วนสถานที่เกิดเหตุเป็นสถานที่ไม่แออัด เป็นที่โล่งแจ้ง อากาศถ่ายเทสะดวก ผู้ชุมนุมไม่ได้ชุมนุมเต็มสถานที่ พยานโจทก์ปากสาธารณสุขอำเภอเบิกความว่ามิได้มีการแพร่ระบาดหรือมีผู้ป่วยติดเชื้อในพื้นที่อำเภอภูเขียว จึงไม่น่าจะมีการแพร่เชื้อในวงกว้าง อันเป็นไปตามเจตนารมณ์ของประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
29คดีคาร์ม็อบแม่สอด
วันที่ 1 ส.ค. 2564
26 ต.ค. 2565
(ศาลจังหวัดแม่สอด)
พยานหลักฐานโจทก์ไม่พอรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดกิจกรรมตามฟ้อง กิจกรรมยังเกิดในสถานที่โล่งแจ้ง อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ใช่สถานที่แออัด ผู้ชุมนุมไม่ถึงขนาดอยู่ใกล้ชิดกัน ทั้งส่วนใหญ่มีการสวมใส่หน้ากากอนามัย ยืนเว้นระยะห่าง ขณะเคลื่อนขบวนรถ ผู้ชุมนุมก็อยู่ในรถของตนเอง การชุมนุมจึงยังคำนึงถึงมาตรการป้องกันโรค
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
30คดีชุมนุมให้กำลังใจ ระหว่างนักกิจกรรม “ราษฎรโขงชีมูล” เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ที่ สภ.เมืองขอนแก่น วันที่ 22 มี.ค. 256431 ต.ค. 2565
(ศาลแขวงขอนแก่น)
พยานหลักฐานไม่มีข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งเจ็ดเป็นผู้จัดให้มีการชุมนุม จึงไม่มีหน้าที่จัดให้มีมาตรการป้องกันโรค ทั้งการชุมนุมในวันดังกล่าวไม่มีสภาพแออัด จึงยังไม่เสี่ยงต่อโรค
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
31คดีชุมนุม #ม็อบ18ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย วันที่ 18 ต.ค. 2563 ของสมบัติ ทองย้อย (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)8 พ.ย. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
ศาลเห็นว่าการชุมนุมที่เป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ต้องมีความรุนแรง ก่อให้เกิดความวุ่นวาย มีความรุนแรงกระทบความมั่นคงรัฐ ทรัพย์สิน หรือชีวิต พยานหลักฐานมีเพียงภาพจำเลยปรากฏในที่ชุมนุม แต่ไม่มีหลักฐานการใช้ความรุนแรง ไม่มีอาวุธ ไม่ได้กระทำการใดให้เกิดความไม่สงบ ปั่นป่วน วุ่นวาย อันจะถือว่าเป็นการมั่วสุมหรือไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ม.44
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
32คดีคาร์ม็อบกระบี่ วันที่ 1 ส.ค. 256410 พ.ย. 2565
(ศาลแขวงกระบี่)
ศาลเห็นว่าจำเลยที่ 1-5 และ 8 อยู่ในพื้นที่กว้าง โล่งแจ้ง และมีอากาศถ่ายเท สวมหน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่าง ไม่ถึงขนาดเป็นการทำกิจกรรมในสถานที่แออัดและไม่ถึงขนาดมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค
ขณะที่จำเลย 2 ราย จากกลุ่มปกป้องสถาบันฯ ให้การรับสารภาพ ศาลลงโทษปรับคนละ 10,000 บาท ลดโทษเหลือ 5,000 บาท
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
33คดีชุมนุม #เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย หรือ “ม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์” เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 256328 พ.ย. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
การชุมนุมเกิดในสถานที่เปิดโล่ง อากาศถ่ายเท ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่สวมใส่หน้ากากอนามัย ไม่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงเกิดเหตุในประเทศไทย และรัฐบาลมีการควบคุมอย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว โดยภาพรวมแล้ว ถือว่าการชุมนุมยังไม่ก่อให้เกิดการระบาดของโรค ไม่ถึงกับมีการปิดถนนสาธารณะ เชื่อว่าจำเลยทั้งหกในฐานะผู้จัดการชุมนุม ได้ดูแลรับผิดชอบการชุมนุมและให้ความร่วมมือแก่เจ้าพนักงานอย่างเต็มความสามารถแล้ว ยกฟ้องข้อหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.ชุมนุมฯ แต่ปรับคนละ 200 บาท ข้อหาใช้เครื่องขยายเสียง
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
34คดีชุมนุม #ม็อบ18ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย วันที่ 18 ต.ค. 2563 ของธัชพงศ์ แกดำ (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)29 พ.ย. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
ในระหว่างการชุมนุมไม่ปรากฏว่าเกิดความไม่สงบเรียบร้อย ผู้ชุมนุมไม่มีอาวุธ และไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ฟังไม่ได้ว่าการชุมนุมทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ยังเป็นการชุมนุมเรียกร้องตามปกติในระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่การชุมนุมมั่วสุม จำเลยไม่มีความผิดตามฟ้อง
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
35คดีคาร์ม็อบกระบี่ วันที่ 7 ส.ค. 256430 พ.ย. 2565
(ศาลแขวงกระบี่)
อัยการฟ้องคำสั่ง ศบค. ผิดฉบับ โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีประมาณ 30 คน ไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดคือ 50 คน
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
36คดีชุมนุมรอรับผู้ต้องขังคณะราษฏรอีสาน ที่หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม วันที่ 19 ธ.ค. 2563
(พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)
6 ธ.ค. 2565
(ศาลแขวงพระนครเหนือ)
กิจกรรมตามฟ้องมีเพียงการติดป้ายหน้าเรือนจำ ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งหมดกระทำความรุนแรงใดๆ เป็นเพียงการรวมตัวกันเพื่อให้กำลังใจผู้ต้องขังในเรือนจำเท่านั้น โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยมีความผิดอย่างไร พิพากษายกฟ้อง
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
37คดีชุมนุมหน้า สน.ดินแดง ภายหลังการสลายม็อบ REDEM เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 25647 ธ.ค. 2565
(ศาลอาญา)
โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยทั้งสองได้เข้าร่วมการชุมนุมตามฟ้องจริง
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
38คดีคาร์ม็อบนครนายก วันที่ 5 ก.ย. 25648 ธ.ค. 2565
(ศาลจังหวัดนครนายก)
พื้นที่ชุมนุมเป็นที่โล่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก ผู้ร่วมชุมนุมมีเพียงประมาณ 20 คน สวมหน้ากาอนามัย ยืนห่างจากกัน ไม่มีสภาพแออัด และใช้เวลไม่นาน จึงไม่เข้าลักษณะเป็นการรวมกลุ่มกันของบุคคลที่สามารถแพร่โรคได้
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
39คดีชุมนุม #อีสานบ่ย่านเด้อ ที่สวนรัชดานุสรณ์ จ.ขอนแก่น วันที่ 23 ก.ค. 256319 ธ.ค. 2565
(ศาลแขวงขอนแก่น)
ข้อกำหนดออกตามความในม.9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นการบังคับให้เฉพาะผู้จัดให้มีกิจกรรม เป็นผู้มีหน้าที่ในการจัดมาตรการป้องกันโรค แต่การนำสืบของโจทก์ ไม่มีข้อเท็จจริงเพียงพอว่าจำเลยทั้งห้าเป็นผู้ร่วมจัดการชุมนุม แม้จำเลยบางคนไม่สวมแมสก์ขณะปราศรัย แต่ก็เสี่ยงต่อการแพร่โควิดน้อย เหตุเว้นระยะห่างจากผู้ชุมนุม ไม่แออัด อีกทั้งประกาศจังหวัดขอนแก่นไม่เคร่งครัด ตำรวจ – สาธารณสุขไม่สวมแมสก์เช่นกัน
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
40คดีชุมนุม #21ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย วันที่ 21 ต.ค. 2563 ของ กรกช แสงเย็นพันธ์ (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)27 ธ.ค. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
ศาลเห็นว่าการชุมนุมของจำเลยเป็นไปอย่างสงบ ไม่มีความรุนแรง และปราศจากอาวุธ เป็นการใช้สิทธิตามที่รัฐธรรมนูญรับรอง ไม่เป็นความผิดในการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
41ร่วมกิจกรรมวันคล้ายวันเกิดทักษิณ ชินวัตร บริเวณหน้าร้านแมคโดนัลด์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ 26 ก.ค. 256427 ธ.ค. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
การชุมนุมของจำเลยไม่ถึงขนาดเป็นการมั่วสุมที่แออัด จำเลยได้จัดการชุมนุมมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพียง 20 คน ตลอดจนมีการจัดมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 การสวมหน้ากากอนามัย และแจกจ่ายเจลแอลกอฮอล์ตลอดทั้งงาน การชุมนุมจึงไม่เป็นการแออัดและเสี่ยงต่อการแพร่โรค ทั้งนี้ ศาลเห็นว่าจำเลยมีความผิดในข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้ลงโทษปรับเป็นเงิน 200 บาท 
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
42คดีผู้ร่วมชุมนุมม็อบทะลุฟ้า ประชาชน VS ทรราช #ม็อบ22สิงหา2564 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย (จิตรกร)27 ธ.ค. 2565
(ศาลอาญา)
ศาลเห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานนำสืบให้เห็นว่าจำเลยอยู่ในที่เกิดเหตุและกระทำความผิดอย่างไร แต่ให้ลงโทษปรับข้อหาครอบครองวิทยุสื่อสารโดยไม่ได้รับอนุญาต
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
43คดีชุมนุม #ม็อบ20กุมภา2564 #ปล่อยหมู่เฮา โดยราษฎรโขงชีมูล เดินขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่น ไป สภ.เมืองขอนแก่น27 ธ.ค. 2565
(ศาลแขวงขอนแก่น)
ข้อเท็จจริงจากการนำสืบของโจทก์ยังไม่อาจบ่งชี้ได้ว่า จำเลยทั้งแปดมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องกับการจัดชุมนุมและชักชวนให้บุคคลทั่วไปเข้าร่วมการชุมนุมมาตั้งแต่ต้นแต่อย่างใด บริเวณที่เกิดเหตุยังเป็นสถานที่โล่ง อากาศถ่ายเท ยังไม่ถึงขนาดเป็นสถานที่แออัด
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
44คดีชุมนุม #ม็อบ1มีนา2564 #ผู้พิทักษ์ทรราชผู้พิฆาตประชาชน เดินขบวนจาก มข. ไปยังหน้า สภ.ย่อยมข.27 ธ.ค. 2565
(ศาลแขวงขอนแก่น)
ข้อเท็จจริงจากการนำสืบของโจทก์ยังไม่อาจบ่งชี้ได้ว่า จำเลยทั้งเก้ามีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องกับการจัดชุมนุมและชักชวนให้บุคคลทั่วไปเข้าร่วมการชุมนุมมาตั้งแต่ต้นแต่อย่างใด บริเวณที่เกิดเหตุยังเป็นสถานที่โล่ง อากาศถ่ายเท ยังไม่ถึงขนาดเป็นสถานที่แออัด
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
45คดีคาร์ม็อบนครราชสีมา วันที่ 21 ส.ค. 256416 ม.ค. 2566
(ศาลแขวงนครราชสีมา)
จำเลยทั้งหกไม่ใช่ผู้จัดชุมนุม จึงไม่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการโควิด-19 พยานโจทก์มีความสงสัย และไม่สามารถนำสืบได้ว่าใครเป็นผู้ดูแลเพจ Korat Movement  ประกอบหลังการชุมนุมไม่มีผู้ใดติดเชื้อโควิด-19
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
46คดีคาร์ม็อบสิงห์บุรี วันที่ 31 ก.ค. 256417 ม.ค. 2566
(ศาลจังหวัดสิงห์บุรี)
การชุมนุมเป็นไปโดยสงบ ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย ยังเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ จากพยานหลักฐาน จำเลยสวมใส่หน้ากากอนามัยขณะเข้าร่วมกิจกรรม รูปแบบการชุมนุมอยู่บนรถส่วนตัว ผู้เข้าร่วมไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดกัน การชุมนุมจึงไม่ถึงขนาดแออัดเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
47คดีชุมนุม #ขีดเส้นตายไล่เผด็จการ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ 16 ส.ค. 256323 ม.ค. 2566
(ศาลแขวงดุสิต)
ศาลเห็นว่าการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ต้องเป็นไปเพื่อการป้องกันการแพร่กระจายของโควิด-19 ไม่ใช่เพื่อปราบปรามผู้ชุมนุมหรือการชุมนุมอย่างไร้เหตุผล โดยในระดับการป้องกันโควิด ในพื้นที่ชุมนุมขณะเกิดเหตุนั้น เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ ยังไม่ถึงขนาดเสี่ยงต่อการแพร่โรค และสถานการณ์ติดเชื้อในขณะนั้นก็เป็นศูนย์
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
48คดีเฉลิมชัย วัดจัง-ธนเดช ศรีสงคราม เดินขบวนไปร่วมตั้งหมู่บ้านทะลุฟ้าฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 13 มี.ค. 256423 ม.ค. 2566
(ศาลแขวงดุสิต)
โจทก์ไม่ได้นำสืบว่าทั้งสองเป็นผู้จัดกิจกรรม สถานที่เกิดเหตุไม่ใช่ที่แออัด ผู้ชุมนุมส่วนมากสวมหน้ากากอนามัย เคลื่อนไหวได้สะดวก มีจุดคัดกรองโรค มีบริการเจลแอลกอฮอล์ ในช่วงเกิดเหตุไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อ เป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธตามรัฐธรรมนูญ จึงไม่เป็นความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
49คดีชุมนุมหน้าสถานทูตเมียนมา วันที่ 1 ก.พ. 2564 ของ “โตโต้-รุ้ง-เพนกวิน”30 ม.ค. 2566
(ศาลแขวงดอนเมือง)
บริเวณที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่สาธารณะที่มีลักษณะเปิดโล่ง ผู้ชุมนุมเว้นระยะห่างพอสมควร สถานที่ชุมนุมจึงไม่เป็นสถานที่แออัด จำเลยโพสต์เชิญชวนให้ประชาชนมาชุมนุมเท่านั้น ไม่ได้ยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย การมีข้อเรียกร้องให้ต่อต้านการรัฐประหารเป็นการแสดงออกทางการเมืองตามวิถีทางประชาธิปไตย และจำเลยทั้งสามไม่อยู่ในที่เกิดเหตุตอนสลายการชุมนุม
50คดีคาร์ม็อบรังสิต เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 256431 ม.ค. 2566
(ศาลจังหวัดปทุมธานี)
พยานหลักฐานโจทก์บอกได้เพียงว่าจำเลยแชร์โพสต์ประชาสัมพันธ์กิจกรรม และแจกสติกเกอร์ให้แก่ผู้ชุมนุม ไม่พอให้รับฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้จัด จึงไม่มีหน้าที่ต้องขออนุญาตจัดกิจกรรม และไม่มีหน้าที่จัดให้มีมาตรการป้องกันโรค  ทั้งผู้ชุมนุมก็สวมหน้ากากอนามัย ที่เกิดเหตุเป็นที่โล่งแจ้งไม่แออัด อากาศถ่ายเทสะดวก และไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อ
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
51คดีคาร์ม็อบนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 256414 ก.พ. 2566
(ศาลแขวงนครศรีธรรมราช)
การชุมนุมจัดอยู่ในพื้นที่โล่งโปร่ง ผู้เข้าร่วมมีการสวมใส่หน้ากากอนามัย กิจกรรมดำเนินไปโดยสงบ ปราศจากอาวุธ และเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาอันสั้น มิได้ก่อให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด รวมทั้งมิได้กระทบสิทธิเสรีภาพต่อสังคมส่วนรวม ยังเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
52คดีชิติพัทธ์ ถูกตรวจค้นและจับกุมหลังเคอร์ฟิว บริเวณถนนมิตรไมตรี หลัง #ม็อบ16กันยา256416 ก.พ. 2566
(ศาลอาญา)
ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138, 140, 215, 216, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เรื่องการร่วมจัดกิจกรรมรวมกลุ่ม ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์ไม่เพียงพอว่าจำเลยได้กระทำผิดในข้อหาดังกล่าว แต่ให้ลงโทษปรับ 5,000 บาท ในข้อหาออกนอกเคหสถานหลังเวลา 21.00 น.
* คดีสิ้นสุดแล้ว
53คดีทีมขับรถของกลุ่ม Wevo ถูกติดตามจับกุมบริเวณปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 86/2 ในวัน #ม็อบ7สิงหา256421 ก.พ. 2566
(ศาลแขวงดุสิต)
ศาลเห็นว่า การที่จำเลยเข้าร่วมชุมนุมเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ไม่ปรากฏว่าการชุมนุมอยู่ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างรุนแรง ทั้งไม่ปรากฎว่าจำเลยเป็นผู้ขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าพนักงาน หรือกระทำการใดที่มีลักษณะรุนแรง
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
54#ม็อบ23กุมภา2564 หรือ #ม็อบตำรวจล้มช้าง เดินขบวนจากแยกราชประสงค์ไปหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายหลังจากที่ รังสิมันต์ โรม สมาชิกผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา เรื่อง “ตั๋วช้าง”22 ก.พ. 2566 (ศาลแขวงปทุมวัน)ข้อเท็จจริ’ไม่เพียงพอที่จะฟังได้ว่าจำเลยทั้ง 4 คนเป็นผู้จัดการชุมนุม พยานหลักฐานไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าความแออัดที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่โรค การชุมนุมเป็นไปโดยสงบเรียบร้อย ไม่มีความวุ่นวาย เป็นสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ประกาศหัวหน้าหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง (ฉบับที่ 3) ไม่สามารถจำกัดสิทธิและเสรีภาพในการชุมนุมเกินกว่ากฎหมายที่ให้อำนาจได้
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
55คดีชุมนุม #21ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย วันที่ 21 ต.ค. 2563 ของ ปิยรัฐ จงเทพ (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)23 ก.พ. 2566
(ศาลแขวงดุสิต)
โจทก์ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่ามีสถิติจำนวนผู้ติดเชื้อในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ อีกทั้งจำเลยได้สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดการชุมนุม ไม่ปรากฏว่าจำเลยมีอาวุธ หรือใช้ความรุนแรง การร่วมชุมนุมของจำเลยยังเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
56คดีชุมนุม #21ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย วันที่ 21 ต.ค. 2563 ของ ชลธิชา แจ้งเร็ว (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)28 ก.พ. 2566
(ศาลแขวงดุสิต)
จากการสืบพยานโจทก์ได้ความเพียงว่า จำเลยเข้าร่วมการชุมนุมในวันดังกล่าวจริง แต่ไม่ได้ปรากฏว่าจำเลยมีการใช้ความรุนแรง พกพาอาวุธ หรือสิ่งของที่จะทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ การเข้าร่วมชุมนุมของจำเลยจึงเป็นการชุมนุมตามสิทธิที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
57คดี 20 ผู้ชุมนุม ถูกจับกุมบริเวณแนวถนนดินแดงต่อเนื่องถนนราชวิถี หลังการชุมนุม #ม็อบ10สิงหา256413 มี.ค. 2566
(ศาลแขวงดุสิต)
จำเลยทั้งหมดเป็นเพียงผู้ร่วมชุมนุมที่อยู่ในบริเวณพื้นที่เกิดเหตุเท่านั้น ไม่มีพยานโจทก์ปากใดทราบว่าใครเป็นแกนนำหรือผู้จัดการชุมนุม ทั้งประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่องการห้ามชุมนุม เป็นเพียงการสั่งการในทางบริหาร ไม่ใช่การกระทำที่ได้รับมอบอำนาจตามข้อกำหนดออกตามความมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
58คดีกิจกรรม “กวี ดนตรี ปลดแอก แหวกหาคนหาย” ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2563 ของชลธิชา แจ้งเร็ว14 มี.ค. 2566
(ศาลแขวงดุสิต)
ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ห้ามชุมนุมในสถานที่แออัด แต่มิได้ห้ามการชุมนุมในลักษณะแออัด พยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าสถานที่ชุมนุมเป็นสถานที่แออัด การกระทำของจำเลยจึงไม่ใช่การทำกิจกรรม ชุมนุมมั่วสุม ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัด จำเลยแจ้งการชุมนุมระบุว่ามีผู้เข้าร่วม 3,000 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งก็ไม่ได้พิจารณาว่าจะอนุญาตหรือไม่อนุญาต
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
59คดีชุมนุม #ม็อบ18ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย วันที่ 18 ต.ค. 2563 ของชลธิชา แจ้งเร็ว (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)14 มี.ค. 2566
(ศาลแขวงดุสิต)
ศาลเห็นว่าปรากฏภาพถ่ายว่าจำเลยเข้าร่วมชุมนุมและให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ไม่มีการใช้ความรุนแรงหรือกระทำการในลักษณะไม่สงบเรียบร้อย และมั่วสุม ที่จะไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
60คดีชุมนุม #เยาวชนปลดแอก อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ 18 ก.ค. 2563 (ผู้ร่วมชุมนุม 15 คน)21 มี.ค. 2566
(ศาลแขวงดุสิต)
ไม่มีพยานโจทก์ปากใดเบิกความว่า จำเลยเป็นผู้จัดให้มีการชุมนุม อ้างเพียงแค่เห็นอยู่ในที่ชุมนุม สลับเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัย สถานที่ชุมนุมเป็นที่โล่ง การชุมนุมที่จะเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดนั้น ต้องเป็นการชุมนุมที่แออัด เป็นสถานที่ปิด จึงยังไม่เข้าข่ายความผิด
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
61คดี 5 นักวิชาการ-นักกิจกรรม ร่วมกิจกรรม “LightUp JUSTICE – เปิดไฟให้ดาว ส่องสว่างความยุติธรรม” ที่สกายวอล์คปทุมวัน เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2564 30 มี.ค. 2566
(ศาลแขวงปทุมวัน)
ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการชุมนุม จึงไม่มีหน้าที่ต้องจัดมาตรการควบคุมโรค
ในส่วนการชุมนุมใช้เวลาไม่นาน ผู้ชุมนุมไม่ได้อยู่กันอย่างแออัดตลอดเวลา สกายวอล์คปทุมวันเป็นพื้นที่เปิดโล่ง จำเลยทั้งห้าขณะขึ้นพูดปราศรัยเว้นระยะห่างจากผู้ชุมนุม และเบิกความว่ามีจุดคัดกรองโรค การชุมนุมมีวัตถุประสงค์เพื่อวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล เป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
62คดีคาร์ม็อบหาดใหญ่ วันที่ 14 ส.ค. 256425 เม.ย. 2566
(ศาลแขวงสงขลา)
ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์ไม่เพียงพอพิสูจน์ได้ว่าจำเลยทั้ง 11 คน เป็นผู้จัดกิจกรรมตามฟ้อง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีการสวมหน้ากากอนามัย จัดกิจกรรมในที่โล่งแจ้ง อากาศถ่ายเทสะดวก ขบวนมีการเคลื่อนตลอด และผู้เข้าร่วมอยู่ในรถส่วนตัวของแต่ละคน ส่วนใหญ่ไม่มีการลงจากรถ ไม่ปรากฏว่ามีผู้ติดเชื้อภายหลังจากการจัดกิจกรรม
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
63คดีคาร์ม็อบเพชรบูรณ์ วันที่ 19 ก.ย. 256427 เม.ย. 2566
(ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์)
กิจกรรมเกิดขึ้นในที่โล่งแจ้ง ผู้ชุมนุมไม่ได้อยู่ชิดติดกันจนแออัด มีการรวมตัวเพียงระยะเวลาสั้นๆ ยังไม่ถึงขนาดทำให้เสี่ยงต่อการแพร่โรค
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
64คดีชุมนุม #ราษฎรสาส์น เดินจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปใกล้พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 25631 พ.ค. 2566
(ศาลแขวงดุสิต)
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
65คดีชุมนุม #ไปสภาไล่ขี้ข้าศักดินา หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 256316 พ.ค. 2566
(ศาลแขวงดุสิต)
สถานที่ชุมนุมเป็นสถานที่เปิดโล่ง ขณะนั้นสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไม่รุนแรง กรณียังเป็นที่น่าสงสัยว่าจำเลยจัดให้มีมาตรการป้องกันโรคแล้วแต่ไม่เพียงพอหรือไม่ และยังเป็นที่น่าสงสัยว่าจำเลยจงใจหรือรถบรรทุกบังเอิญเลื่อนไปปิดหรือกีดขวางทางเข้าออกรัฐสภาหรือกีดขวางการจราจร ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
66คดีชุมนุม #เยาวชนปลดแอก อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ 18 ก.ค. 2563 (คดีแกนนำ 12 คน)12 มิ.ย. 2566
(ศาลอาญา)
ขณะนั้นมีผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ราย ประกอบกับมีการผ่อนคลายมาตรการให้ประชาชนสามารถดำเนินชีวิตตามปกติ กฎหมายและข้อกำหนดพิจารณาเปลี่ยนไปตามสถานการณ์โรคระบาดขณะนั้น โดยมีเจตนายับยั้งไม่ให้เชื้อไวรัสแพร่ระบาด แต่ไม่ได้มีเจตนาจำกัดกิจวัตรประจำวันของประชาชน นอกจากนี้ทางโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสิบสองเป็นผู้จัดการชุมนุม
67คดีสาดสีหน้า สน.ทุ่งสองห้อง เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 256414 มิ.ย. 2566
(ศาลอาญา)
จำเลยทั้ง 18 ไม่ได้มีเจตนาจะชุมนุมมั่วสุมตั้งแต่แรก เพียงแต่ถูกส่งตัวมาเพื่อรับการปล่อยตัวชั่วคราวที่ สน.ทุ่งสองห้อง ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งของศาล บริเวณที่เกิดเหตุยังเป็นที่ปลอดโปร่ง โล่งแจ้ง ผู้ชุมนุมสวมหน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่างตามสมควร ไม่ได้ยืนใกล้ชิดติดกัน 
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
68คดีชุมนุมหน้าสภ.ภูเขียว เรียกร้องให้ตำรวจขอโทษจากการคุกคามนักเรียน กรณีจัดค่าย “ราษฎรออนทัวร์” เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 256427 มิ.ย. 2566
(ศาลจังหวัดภูเขียว)
โจทก์นำสืบว่าจำเลยทั้งหมดเป็นเพียงผู้ร่วมชุมนุมเท่านั้น จึงไม่มีความผิดฐานเป็นผู้จัดฯ ส่วนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นกรณีที่ห้ามเฉพาะการมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค ไม่ได้ห้ามการชุมนุมหรือทำกิจกรรมอื่น ปรากฏว่ากลุ่มผู้ชุมนุมร่วมกันจัดเวทีปราศรัยและเล่นดนตรีผ่านเครื่องขยายเสียง โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรง ยังเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 44
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
69คดีคาร์ม็อบอุตรดิตถ์
วันที่ 15 ส.ค. 2564
25 ต.ค. 2565
(ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์)

11 ก.ค. 2566
(ศาลอุทธรณ์ ภาค 6)
ศาลเห็นว่าแม้การชุมนุมจะมีลักษณะขับขี่รถไปตามท้องถนน เป็นที่โล่งแจ้ง มีความเสี่ยงต่ำ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่และสามารถแพร่โรคได้เช่นกัน ส่วนจำเลยที่ 2 ศาลเห็นว่าเป็นตัวการร่วมที่โพสต์ให้มีการชุมนุม พิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้อง จำคุกจำเลย คนละ 2 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

ศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องคดี เห็นว่ากิจกรรมมีความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในระดับต่ำ และมิได้กระทบต่อความสงบเรียบร้อย เป็นการใช้เสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ
70คดีคาร์ม็อบนครศรีธรรมราช
วันที่ 1 ส.ค. 2564
25 ก.ค. 2566
(ศาลแขวงนครศรีธรรมราช)
1. พยานของโจทก์ายังไม่อาจยืนยันได้แน่ชัดว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้จัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคโควิด-19 หรือไม่ จึงไม่มีหน้าที่ขออนุญาตจัดการชุมนุมต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรค
2. ผู้ชุมนุมทุกคนต่างสวมหน้ากากอนามัย ทั้งสถานที่จัดกิจกรรมเป็นพื้นที่โล่งแจ้ง ไม่ได้จัดในสถานที่แออัด มีอากาศถ่ายเทสะดวก ผู้เข้าร่วมชุมนุมได้ร่วมการแสดงออกทางการเมืองภายใต้สิทธิและเสรีภาพที่ประชาชนพึงมีตามรัฐธรรมนูญ โดยคำนึงถึงมาตรการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโควิดอยู่ด้วย
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
71คดีสาดสีและแสดงออกหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยกลุ่มทะลุฟ้า วันที่ 30 ก.ค. 2564
(กรณีชาติชาย-เจษฎาภรณ์)
25 ก.ค. 2566
(ศาลแขวงพระนครเหนือ)
ไม่มีพยานโจทก์ยืนยันว่าจำเลยทั้งสองปราศรัย ร่วมกันนำการชุมนุม หรือเป็นแกนนำ จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้จัดชุมนุม เห็นว่าจำเลยทั้งสองไม่มีความผิดข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
72คดี We Volunteer และประชาชน บริเวณห้างสรรพสินค้าเมเจอร์รัชโยธิน ก่อนชุมนุม #ม็อบ6มีนา2564
(กรณีเยาวชน 3 ราย)
25 ก.ค. 2566
(ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง)
ศาลยกฟ้องจำเลย 2 ราย ทุกข้อกล่าวหา แต่ลงโทษจำเลยอีกหนึ่งราย ข้อหาหลบหนีและทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน จำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษ 2 ปี
* คดีสิ้นสุดแล้ว
73คดีชุมนุม #ม็อบ9กุมภา2564 #ปล่อยเพื่อนเรา ที่สกายวอล์คปทุมวัน เรียกร้องให้ปล่อยตัว 4 แกนนำราษฎร
(นักกิจกรรม 9 ราย)
3 ส.ค. 2566
(ศาลแขวงปทุมวัน)
ไม่มีพยานโจทก์ยืนยันว่าจำเลยเป็นผู้จัดให้มีการชุมนุม แม้จำเลยทั้งเก้าจะได้ร่วมกันทำกิจกรรม แต่สถานที่ก็มีลักษณะเป็นที่โล่ง ไม่ใช่พื้นที่ปิด จึงมีพื้นที่มากเพียงพอให้สามารถเว้นระยะห่างได้

พยานโจทก์ทุกปากเบิกความตรงกันว่า ในการปราศรัยนั้นไม่มีถ้อยคำที่เป็นการยุยง ไม่ก่อให้เกิดความรุนแรง กิจกรรมของจำเลยทั้งเก้ายังเป็นการชุมนุมตามสิทธิที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
74คดีชุมนุม #ม็อบ6มีนา2564 เดินขบวนจากห้าแยกลาดพร้าว ไปหน้าศาลอาญา
(นักกิจกรรม 3 คน)
7 ส.ค. 2566
(ศาลแขวงพระนครเหนือ)
ไม่มีพยานโจทก์ปากใดที่เป็นผู้พบเห็นจำเลยทั้งสามในที่ชุมนุมด้วยตนเอง อีกทั้งไม่สามารถยืนยันได้ว่าบุคคลในภาพเป็นจำเลยทั้งสามจริงหรือไม่ จึงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยทำความผิดตามฟ้อง
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
75คดีชุมนุม #ม็อบ10กุมภา2564 #ตีหม้อไล่เผด็จการ ที่สกายวอล์คปทุมวัน
(นักกิจกรรม/ผู้ชุมนุม 8 ราย)
7 ส.ค. 2566
(ศาลแขวงปทุมวัน)
ไม่มีพยานโจทก์ยืนยันว่าจำเลยเป็นผู้จัดให้มีการชุมนุม สถานที่เกิดเหตุไม่ใช่สถานที่แออัด ยังเหลือที่ว่างอยู่มากให้ผู้ชุมนุมสามารถเดินไปมาได้
ข้อเรียกร้องในการชุมนุมและคำปราศรัยของจำเลยทั้งหมดเป็นข้อเรียกร้องที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แม้มีข้อเท็จจริงว่า มีคนร้ายขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่และทำลายทรัพย์สิน ที่บริเวณ สน.ปทุมวัน แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยในคดีนี้เป็นผู้สั่งการหรือเป็นผู้กระทำการ ข้อเท็จจริงจึงยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการชุมนุมที่ยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
76คดีชุมนุม #ม็อบ15ตุลา2563 ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล
(พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)
(ประชาชน 9 คน)
16 ส.ค. 2566
(ศาลแขวงดุสิต)
การชุมนุมของจำเลยทั้งเก้าและพวก ยังคงเป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ  ซึ่งได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 44 การเบิกความของพยานโจทก์ยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีความผิด พิพากษาให้ยกฟ้อง
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
77คดีชุมนุม #ม็อบ20ตุลา2563 ที่หน้าห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้าฯ
(พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)
21 ส.ค. 2566
(ศาลอาญาตลิ่งชัน)
โจทก์ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่า การชุมนุมไม่ชอบด้วยกฎหมาย สร้างความปั่นป่วน ขัดขวางขบวนเสด็จ หรือกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยสาธารณะ อันมิใช่การชุมนุมโดยสงบ และกระทบต่อมาตรการป้องกันโควิด อย่างไร พฤติการณ์การชุมนุมเป็นไปโดยสงบปราศจากอาวุธ เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมตามที่รับรองในรัฐธรรมนูญ มาตรา 44
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
78คดีชุมนุม #ม็อบ20ตุลา2563 ที่หน้าห้างฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต
(นักกิจกรรม-ประชาชน 7 คน)
4 ก.ย. 2566
(ศาลจังหวัดธัญบุรี)
ข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มีการจำกัดเสรีภาพของประชาชน จึงต้องบังคับใช้ด้วยความจำเป็นและได้สัดส่วน ไม่ใช่เพื่อดำเนินการกับผู้ชุมนุมทางการเมืองอย่างไร้เหตุผล ข้อเท็จจริงปรากฏว่าในช่วงดังกล่าว ผู้ติดเชื้อโควิด–19 เป็นศูนย์ ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่สวมหน้ากากอนามัย และสถานที่เกิดเหตุเปิดโล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก จึงไม่น่ามีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคระบาด ทั้งผู้ชุมนุมไม่มีการพกพาอาวุธ ไม่มีความวุ่นวาย และไม่มีความรุนแรง จึงถือได้ว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ตามรัฐธรรมนูญ
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
79คดี Rainbow Car mob #ขบวนกี1 โดยกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2564
(นักกิจกรรม 3 คน)
4 ก.ย. 2566
(ศาลแขวงกรุงเทพใต้)
สถานที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่โล่ง ประกอบกับผู้ชุมนุมมีประมาณ 20 คน ผู้คนยืนเว้นระยะห่างกัน จึงไม่ถึงขนาดเป็นสถานที่แออัด พยานหลักฐานของโจทก์ก็ไม่ปรากฏว่ามีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-2019
80คดี #15ตุลาไปราชประสงค์ เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2563
(เยาวชน 2 คน)
25 ก.ย. 2566
(ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง)
จำเลยทั้งสองเข้าร่วมชุมนุมโดยสงบ ไม่ได้ก่อการจลาจลหรือทำให้เกิดความวุ่นวาย แม้จะมีการขึ้นพูดปราศรัย แต่ไม่ได้ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย อีกทั้ง ยังไม่ได้มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 การชุมนุมยังอยู่ในขอบเขตการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ เป็นสิทธิตามที่รัฐธรรมนูญได้รับรองไว้
81คดีชุมนุม #21ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย
วันที่ 21 ต.ค. 2563 ของ ธัชพงศ์ แกดำ (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)
27 ก.ย. 2566
(ศาลแขวงดุสิต)
จำเลยเป็นเพียงผู้เข้าร่วมชุมนุม ไม่ปรากฏพฤติการณ์ใดๆ ในการก่อความไม่สงบ
จำเลยใช้สิทธิและเสรีภาพตามที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ พยานหลักฐานของโจทก์ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
82คดีติดตามให้กำลังใจ “เดฟ ชยพล” เข้าแสดงตัวตามหมายจับที่ สภ.คลองหลวง
(ประชาชน 5 คน)
5 ต.ค. 2566
(ศาลจังหวัดธัญบุรี)
จากพยานหลักฐานโจทก์ แม้จำเลยทั้งหมดจะเข้าร่วมกิจกรรม แต่ก็ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าแต่ละคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ชุมนุมที่สร้างความวุ่นวายอย่างไร ทั้งแต่ละคนก็สวมหน้ากากอนามัย และไม่ได้เข้ารวมตัวกันใกล้ชิดจนถึงขนาดแออัด
* อัยการไม่อุทธรณ์ คดีสิ้นสุดแล้ว
83คดี 2 ประชาชน ถูกจับกุมหลังการชุมนุม #ม็อบ18กรกฎา2564 #ทวงคืนประเทศไทยขับไล่ปรสิต เดินขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปทำเนียบรัฐบาล10 ต.ค. 2566
(ศาลแขวงดุสิต)
พิเคราะห์จากพยานหลักฐานของโจทก์แล้ว รับฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองได้เข้าไปอยู่ในบริเวณพื้นที่การชุมนุม แต่จากคำเบิกความของพยานโจทก์ ไม่สามารถนำสืบได้ว่า จำเลยทั้งสองคนมีพฤติการณ์เข้าร่วมการชุมนุมในวันดังกล่าว หรือร่วมทำกิจกรรมที่เป็นในลักษณะฝ่าฝืนข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งที่ออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หรือไม่ อย่างไร
84คดีชุมนุม #ม็อบ15มิถุนา65 เหตุเผายางรถยนต์บริเวณดินแดง
(ประชาชน 1 คน)
31 ต.ค. 2566
(ศาลอาญา)
ศาลยกฟ้องทุกข้อหา โดยข้อหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เห็นว่าจากคำเบิกความของพยานโจทก์ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบเห็นผู้ชุมนุมประมาณ 15–20 คน เท่านั้น รวมถึงภาพถ่ายในที่เกิดเหตุ ไม่พอที่จะอนุมานได้ว่าผู้ชุมนุมมีจำนวนเท่าใด จึงยกประโยชน์ให้แก่จำเลย
85คดีชุมนุม #ม็อบ10กุมภา2564 #ตีหม้อไล่เผด็จการ ที่สกายวอล์คปทุมวัน
(รุ้ง-ไมค์-ครูใหญ่ ถูกฟ้องเป็นแกนนำ)
15 พ.ย. 2566
(ศาลอาญากรุงเทพใต้)
ศาลยกฟ้องข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เห็นว่าพยานหลักฐานไม่ปรากฏว่าทั้งสามคนเป็นผู้จัดกิจกรรม-โพสต์เชิญชวนให้มาชุมนุม แต่ไปลงโทษในข้อหาตาม มาตรา 215 วรรคท้าย, มาตรา 385 และ พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ 
86คดีคาร์ม็อบพิษณุโลก วันที่ 29 ส.ค. 256416 ก.พ. 2566
(ศาลแขวงพิษณุโลก)

12 ธ.ค. 2566
(ศาลอุทธรณ์ภาค 6)
ศาลเห็นว่าจำเลยเป็นผู้โพสต์เชิญชวนและนำขบวนผู้ชุมนุมไปตามเส้นทาง จำเลยย่อมเล็งเห็นได้ว่าไม่อาจควบคุมให้ผู้ร่วมชุมนุมใส่หน้ากากและเว้นระยะห่างได้อย่างทั่วถึง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิด จำคุก 6 เดือน และปรับ 9,000 บาท ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก 4 เดือน และปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 กลับคำพิพากษา เป็นยกฟ้องจำเลย เห็นว่าไม่ปรากฏว่ามีผู้ติดเชื้อจากการชุมนุม พนักงานสอบสวนไม่ได้สอบสวนถึงความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค พฤติการณ์การขับรถไปตามท้องถนนซึ่งเป็นพื้นที่โล่ง ผู้ชุมนุมต่างใส่หน้ากากอนามัย เห็นว่าโอกาสทำให้เกิดการติดเชื้ออยู่ในระดับที่ต่ำ ทั้งการชุมนุมดังกล่าวก็ไม่ได้ปิดกั้นถนน หรือมีการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย
87คดีคาร์ม็อบ-Call Out ปทุมธานี วันที่ 29 ส.ค. 2564 หน้าศาลากลางจังหวัดปทุมธานี14 ธ.ค. 2566
(ศาลจังหวัดปทุมธานี)
ไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยเป็นผู้จัดกิจกรรม และได้ร่วมขึ้นปราศรัยในกิจกรรม
88คดี 19 ประชาชน ชุมนุมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มาลงพื้นที่น้ำท่วม บริเวณท่าน้ำนนทบุรี วันที่ 30 ก.ย. 256414 ธ.ค. 2566
(ศาลแขวงนนทบุรี)
ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มอบอำนาจให้หัวหน้าผู้รับผิดชอบฯ ในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงเพียงประกาศกำหนดเขตพื้นที่ซึ่งห้ามการชุมนุมเท่านั้น ไม่ได้ให้อำนาจออกข้อกำหนดลักษณะการชุมนุมแพร่โรคเพิ่มเติม ประกอบกับโจทก์ไม่ได้นำสืบว่าการชุมนุมดังกล่าวมีลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่โรคอย่างไร และไม่มีหลักฐานการแพร่โรคที่เกิดขึ้นภายหลังชุมนุม
89คดีคาร์ม็อบ #ขบวนกี2 #อัยจะขยี้ยูวให้แหลกคึ วันที่ 10 ส.ค. 2564 โดยกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก20 ธ.ค. 2566
(ศาลแขวงพระนครใต้)
จากพยานหลักฐานโจทก์ จำเลยทั้งสี่ไม่ได้มีลักษณะเป็นแกนนำ หรือผู้จัดให้มีการชุมนุม จึงยังมีความสงสัยตามสมควรว่าจําเลยได้กระทําความผิดตามฟ้องหรือไม่
90คดีคาร์ม็อบ #ขบวนกี3 #เฟมตัวร้ายกับนายคฝ.ตัวดี วันที่ 15 ส.ค. 2564 โดยกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก20 ธ.ค. 2566
(ศาลแขวงพระนครใต้)
ศาลเห็นว่าบริเวณที่เกิดเหตุเป็นที่สาธารณะ มีลักษณะเป็นพื้นที่โล่ง ไม่ใช่สถานที่แออัด ผู้ชุมนุมกระจายตัวไปตามจุดต่างๆ ซึ่งยืนห่างกัน และสามารถเคลื่อนไหวไปมาได้โดยสะดวก ไม่ใกล้ชิดเบียดเสียดกัน ส่วนใหญ่ใส่หน้ากากอนามัย ไม่ปรากฏว่ามีการแพร่เชื้อโรคโควิด-19 หรือไม่
91คดีผู้ถูกจับกุมจาก #ม็อบ11สิงหา2564 ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
(ผู้ถูกจับกุมชุดที่ 2 จำนวน 4 คน)
21 ธ.ค. 2566
(ศาลอาญา)
ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจำเลยเป็นผู้จัดชุมนุม หรือผู้โพสต์เชิญชวนไปชุมนุม และในที่เกิดเหตุเป็นสถานที่โล่งแจ้ง เป็นการชุมนุมที่ไม่ใช้ระยะเวลานาน จึงไม่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค ยังเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ 
92คดี “ฟ้า-แอมมี่”
ชุมนุมปราศรัยหน้าศาลจังหวัดธัญบุรี เรียกร้องปล่อยตัว “นิว สิริชัย” ผู้ถูกจับกุมคดี ม.112
28 ธ.ค. 2566
(ศาลจังหวัดธัญบุรี)
ศาลเห็นว่าพื้นที่หน้าศาลเป็นพื้นที่โล่ง อากาศถ่ายเท ผู้ชุมนุมไม่หนาแน่น เคลื่อนไหวไปมาได้สะดวก สถานที่ชุมนุมจึงไม่แออัดเสี่ยงต่อการแพร่โรค และจากการสืบพยานปรากฎว่าจำเลยทั้งสองไม่ใช่ผู้จัดการชุมนุม จึงเห็นว่าทั้งสองไม่มีหน้าที่ต้องดูแลการชุมนุม แม้จำเลยที่ 1 รับสารภาพ แต่การสืบพยานสามารถรับฟังเป็นคุณกับจำเลยได้
93คดี “อานนท์-ไมค์-ไผ่-ครูใหญ่”
ชุมนุม #ม็อบ18พฤศจิกา2563 หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สำนวนศาลอาญากรุงเทพใต้)
16 ม.ค. 2567
(ศาลอาญากรุงเทพใต้)
ในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ส่วนของอานนท์และไมค์ ศาลเห็นว่าเป็นการฟ้องซ้ำกับคดีที่ศาลแขวงปทุมวัน สิทธิในการนำคดีมาฟ้องของโจทก์จึงเป็นอันระงับไป ส่วนของไผ่และครูใหญ่ ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังทั้งสองเป็นผู้จัดการชุมนุม ที่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องแจ้งการชุมนุม และมีหน้าที่ในการจัดมาตรการป้องกันโรค
94คดี “ไมค์” ทำกิจกรรม “ใครสั่งอุ้มวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์” ที่สวนศรีเมือง จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 256330 ม.ค. 2567
(ศาลแขวงระยอง)
ศาลเห็นว่ากิจกรรมใช้เวลาเพียง 40 นาที จำเลยยังใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา พื้นที่ในการทำกิจกรรมเป็นที่โล่งแจ้ง อากาศถ่ายเท ประกอบกับในช่วงที่จัดกิจกรรมมีการผ่อนปรนมาตรการป้องกันโควิด-19 เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดลดลง
95คดีภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล
ปราศรัยในการชุมนุม #ม็อบ24มีนา64 #เพราะประเทศนี้เป็นของราษฎร ที่สี่แยกราชประสงค์ (พ่วงกับข้อหา ม.112)
31 ม.ค. 2567
(ศาลอาญากรุงเทพใต้)
เห็นว่าจำเลยเป็นเพียงผู้เข้าร่วมชุมนุม ไม่ได้เป็นผู้จัด ซึ่งมีหน้าที่จัดมาตรการรักษาความปลอดภัย และมาตรการรักษาความสะอาดป้องกันโรคโควิดในขณะนั้น และไม่ปรากฏว่าเป็นจำเลยเป็นแอดมินเพจที่แชร์โพสต์ให้คนเข้าร่วมชุมนุม
96คดีกิจกรรมคาร์ม็อบขอนแก่น 3 “แห่ไล่ ประยุทธ์” วันที่ 22 ส.ค. 25648 มี.ค. 2567
(ศาลแขวงขอนแก่น)
ไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยทั้งสิบเป็นผู้จัดการชุมนุม จุดนัดรวมตัวกันเป็นสถานที่โล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่มีการเชิญชวนให้บุคคลมายืนรวมตัวกัน แม้เวลาเกิดเหตุบางช่วงจะมีผู้ชุมนุมยืนอยู่ใกล้กัน แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยเป็นผู้ออกคำสั่งให้ยืนชิดกัน ผู้ชุมนุมใส่หน้ากากอนามัย และไม่พบว่ามีผู้ติดเชื้อจากการชุมนุม
97คดีชุมนุม #ม็อบ13กุมภา หรือ ‘นับ 1 ถึงล้าน คืนอำนาจให้ประชาชน’ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เดินขบวนไปศาลหลักเมือง
(นักกิจกรรม 8 คน)
12 มี.ค. 2567
(ศาลแขวงดุสิต)
เห็นว่าการชุมนุมเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย สันติ และปราศจากอาวุธ ไม่ได้มีการยุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย  ทั้งยังเป็นการชุมนุมในที่โล่งแจ้ง แสงแดดส่องถึง และพบว่าผู้เข้าร่วมชุมนุมส่วนใหญ่สวมหน้ากากอนามัย ยังไม่ถึงขนาดเป็นการชุมนุมในสถานที่แออัด
98คดี “ขนุน” สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ
ปราศรัยในชุมนุม #18พฤศจิกาไปราษฎรประสงค์ เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2563
(พ่วงกับข้อหา ม.112)
25 มี.ค. 2567
(ศาลอาญากรุงเทพใต้)
ศาลเห็นว่าจำเลยไม่ใช่ผู้จัดการชุมนุมเป็นเพียงผู้ร่วมการชุมนุม จึงไม่มีหน้าที่ต้องแจ้งการชุมนุมและจัดมาตรการป้องกันโรค
99คดีชุมนุม #ม็อบ1กันยา2564 ที่หน้าพรรคพลังประชารัฐ
(นักกิจกรรม 3 คน)
24 เม.ย. 2567
(ศาลแขวงพระนครเหนือ)
ศาลเห็นว่าในที่ชุมนุมมีกลุ่มคนหลากหลาย ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นผู้ชุมนุมหรือคนธรรมดาที่เดินผ่านไปมา การชุมนุมไม่แน่ชัดว่าเกินกว่า 25 คน ตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ นอกจากนี้ทุกคนในบริเวณนั้นสวมหน้ากากอนามัยเห็นว่าเพียงพอต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค
100คดี 10 นักกิจกรรมชุมนุมปราศรัยเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องขังทางการเมือง หน้าศาลจังหวัดธัญบุรี เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2564 27 พ.ค. 2567
(ศาลจังหวัดธัญบุรี)
ศาลเห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยทั้งสิบเป็นผู้จัดการชุมนุม แม้จำเลยทั้งสิบเข้าร่วมการชุมนุม แต่พื้นที่หน้าศาลกว้างโล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่แออัด ผู้ชุมนุมสามารถเดินไปมาได้สะดวก จำเลยทั้งสิบสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง บุคคลที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยในพยานเอกสารของโจทก์ไม่ใช่จำเลยทั้งสิบ และไม่ปรากฏว่าหลังชุมนุมมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 

.

คดีที่พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง อย่างน้อย 66 คดี

ลำดับชื่อคดี/เหตุแห่งคดีวันที่สั่งไม่ฟ้องเหตุผลโดยสังเขป
1คดีชุมนุม #ลำปางรวมการเฉพาะกิจ จังหวัดลำปาง วันที่ 26 ก.ค. 25633 มี.ค. 2564พื้นที่ชุมนุมไม่เป็นสถานที่แออัด ผู้ที่มาร่วมส่วนใหญ่สวมใส่หน้ากากอนามัย และไม่พบผู้ติดเชื้อในพื้นที่จังหวัดลำปางช่วงดังกล่าว เนื้อหาปราศรัย มีการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพ ที่มีการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่มีข้อเท็จจริงว่ามีการยุยงปลุกปั่น หรือกระทําการใดๆ เพื่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง
2คดียื่นหนังสือเรียกร้องความเป็นธรรมการอุ้มหายวันเฉลิม ที่สถานทูตกัมพูชา วันที่ 8 มิ.ย. 2563 (ช่วงเช้า ผู้ต้องหา 4 คน)17 ก.พ. 2564กิจกรรมไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายหรือรุนแรง จึงไม่เป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย เป็นเพียงการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพโดยทั่วไป พื้นที่ด้านนอกสถานทูตเป็นที่โล่งและกว้างขวาง ไม่ได้เป็นสถานที่แออัด อีกทั้งผู้ต้องหาสวมหน้ากากอนามัย
3คดียื่นหนังสือเรียกร้องความเป็นธรรมการอุ้มหายวันเฉลิม ที่สถานทูตกัมพูชา วันที่ 8 มิ.ย. 2563 (ช่วงบ่าย ผู้ต้องหา 6 คน)19 ก.พ. 2564กิจกรรมไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายหรือรุนแรง จึงไม่เป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย เป็นเพียงการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพโดยทั่วไป พื้นที่ด้านนอกสถานทูตเป็นที่โล่งและกว้างขวาง ไม่ได้เป็นสถานที่แออัด อีกทั้งผู้ต้องหาสวมหน้ากากอนามัย
4คดีชุมนุม #เด็กนนท์พร้อมชนเผด็จการ ที่ท่าน้ำนนทบุรี วันที่ 29 ก.ค. 256316 ก.ค. 2564ไม่มีพยานหลักฐานยืนยันว่าผู้ต้องหาได้การกระทำอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ที่เกิดเหตุเป็นสถานที่โล่ง  มิได้เป็นสถานที่แออัด ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิดในช่วงที่เกิดเหตุ ทั้งในวันชุมนุม มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขร่วมกันจัดทางเข้าออกเป็นทางเดียว และจัดให้มีการตรวจคัดกรองวัดอุณหภูมิ และผู้ชุมนุมมีการสวมใส่หน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่าง
5คดีชุมนุม #สมุทรปราการจะไม่ทน ที่ลานหน้าหอชมเมืองสมุทรปราการ วันที่ 25 ก.ค. 256310 พ.ย. 2564ไม่มีรายละเอียดคำสั่งของอัยการ
6คดีคาร์ม็อบจังหวัดตาก วันที่ 15 ส.ค. 256420 ธ.ค. 2564ผู้เข้าร่วมมีการสวมใส่หน้ากากอนามัย มีการรวมตัวในระยะเวลาอันสั้น ไม่ปรากฏว่ามีการสัมผัสใกล้ชิด หรือการกระทำอื่นใดที่จะทำให้เห็นว่าเป็นการเสี่ยงต่อการแพร่โรคติดต่อ ทั้งที่เกิดเหตุเป็นที่โล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก
7คดีคาร์ม็อบจังหวัดมุกดาหาร วันที่ 29 ส.ค. 25647 ม.ค. 2565ไม่มีพยานหลักฐานว่าผู้ต้องหาทั้งสามเป็นผู้จัดกิจกรรมครั้งนี้ จึงไม่มีหน้าที่ต้องขออนุญาตเจ้าพนักงานในการจัดกิจกรรม
8คดีคาร์ม็อบ 1 ส.ค. 2564 จากหน้าสนามบินดอนเมือง ไปตามถนนวิภาวดี-รังสิต8 มี.ค. 2565การชุมนุมเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ลักษณะเป็นการขับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไปตามถนน ไม่ได้อยู่ในสถานที่แออัดจะเสี่ยงต่อการแพร่โรค และผู้ร่วมชุมนุมมีการใส่หน้ากากอนามัย และไม่ปรากฏว่ามีการปิดกั้นการจราจร
9คดีคาร์ม็อบ “รวมพลังคนพันธุ์ R อาชีวะขับไล่เผด็จการ” วันที่ 15 ส.ค. 2564 โดยกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย11 เม.ย. 2565ห้างสรรพสินค้าซึ่งตั้งอยู่ที่เกิดเหตุเปิดทำการ ย่อมมีบุคคลทั่วไปสัญจรไปมาโดยใช้รถใช้ถนนเข้าออก, ผู้ต้องหาได้เข้าชี้แจงกำหนดการจัดกิจกรรมกับผู้กำกับก่อนจัดกิจกรรม อันถือได้ว่าเป็นการขอความร่วมมือหรือขออนุญาตเจ้าพนักงานโดยปริยายแล้ว ประกอบกับที่เกิดเหตุเป็นถนนเปิดโล่ง ผู้คนสัญจรไม่หนาแน่น มีการใส่หน้ากากอนามัย และการขับขี่ยานพาหนะย่อมมีการเว้นระยะห่างระหว่างรถแต่ละคันอยู่เป็นปกติวิสัย ถือได้ว่ามีมาตรการเว้นระยะห่างของบุคคลที่ปลอดภัยพอสมควรแล้ว
10คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 23 ส.ค. 2564 (ชาญชัย-เอกชัย)1 มิ.ย. 2565ไม่มีพยานยืนยันว่าผู้ต้องหาทั้งสองเป็นแกนนำหรือผู้จัดกิจกรรมการชุมนุม สถานที่ชุมนุมเป็นที่โปร่งโล่งแจ้ง ไม่แออัดที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค ผู้เข้าร่วมชุมนุมส่วนใหญ่สวมใส่หน้ากากอนามัย
11คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 2 ก.ย. 2564 (ชาญชัย-ธีรเมธ)20 มิ.ย. 2565ข้อเท็จจริงพิสูจน์ได้เพียงว่าผู้ต้องหาทั้งสองปรากฏตัวในที่ชุมนุมเท่านั้น โดยไม่มีพยานหลักฐานว่าเป็นผู้จัดการชุมนุม การชุมนุมดังกล่าวมีจุดประสงค์ในการแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาลเท่านั้น ไม่มีพฤติกรรมที่เป็นการเสี่ยงต่อการแพร่โรค
12คดีผู้ถูกจับกุมบริเวณใต้แฟลตดินแดง ช่วงเช้าวันที่ 7 ต.ค. 2564 (ประชาชน 11 คน)31 พ.ค. 2565คดีไม่มีพยานยืนยันได้ว่าผู้ต้องหาทั้ง 11 ได้เข้าร่วมกับกลุ่มที่เป็นผู้ทำการจัดกิจกรรมชุมนุม หรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค มิใช่เป็นการจับกุมได้ในขณะที่มีการร่วมชุมนุม การตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายในครอบครอง ภาพพิสูจน์ทราบตัวบุคคลก็เป็นภาพถ่ายในระยะไกล มิได้แสดงให้เห็นลักษณะการร่วมชุมนุม
13คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 20 ก.ย. 2564 (กตัญญู-ธีรเมธ)18 ก.ค. 2565ผู้ต้องหาทั้งสองแค่มาปรากฏตัวในที่ชุมนุม เป็นเพียงบุคคลที่น่าสนใจซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดูพฤติกรรม โดยไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหารายใดเป็นแกนนำจัดกิจกรรมชุมนุม ทั้งผู้ชุมนุมส่วนมากสวมหน้ากาก มีจำนวนไม่มาก ยืนกันมีระยะห่าง ไม่เบียดเสียดแน่นใกล้ชิด เป็นพื้นที่โล่ง ไม่ได้ปิดทึบ จึงไม่เสี่ยงต่อโรค
14 – 16คดีคาร์ม็อบจังหวัดสกลนคร 3 คดี วันที่ 1, 7 และ 15 ส.ค. 256421 ก.ค. 2565อัยการสั่งไม่ฟ้องในข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ-พ.ร.บ.จราจรฯ ผู้ต้องหาจึงยินยอมให้ตำรวจเปรียบเทียบปรับในข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้คดีสิ้นสุดลง
17คดีคาร์ม็อบจังหวัดลำพูน วันที่ 1 ส.ค. 256427 ก.ค. 2565อัยการสั่งไม่ฟ้องในข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ผู้ต้องหาจึงยินยอมให้ตำรวจเปรียบเทียบปรับในข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้คดีสิ้นสุดลง
18คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 11 ก.ย. 2564
(ประชาชน 8 คน)
7 ก.ค. 2565ผู้ต้องหาแค่มาปรากฏตัวในที่ชุมนุม เป็นเพียงบุคคลที่น่าสนใจซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดูพฤติกรรม โดยไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหารายใดเป็นแกนนำจัดกิจกรรมชุมนุม ทั้งผู้ชุมนุมส่วนมากสวมหน้ากาก มีจำนวนไม่มาก ยืนกันมีระยะห่าง ไม่เบียดเสียดแน่นใกล้ชิด เป็นพื้นที่โล่ง ไม่ได้ปิดทึบ จึงไม่เสี่ยงต่อโรค
19คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 18 ก.ย. 2564 (ชาญชัย-ธีรเมธ)4 ส.ค. 2565พยานหลักฐานระบุได้เพียงว่าผู้ต้องหาทั้งสองปรากฏตัวในที่ชุมนุมเท่านั้น โดยไม่มีพยานหลักฐานว่าเป็นผู้จัดการชุมนุม ทั้งไม่มีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค
ขณะที่ชาญชัยมีพฤติการณ์การไปตั้งเต็นท์ปฐมพยาบาล อันเป็นกิจกรรมเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและการสาธารณสุข ซึ่งได้รับการยกเว้นตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
20คดีชุมนุม #ม็อบ18สิงหา ไล่ล่าทรราช ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ 18 ส.ค. 2564 18 ส.ค. 2565อัยการสั่งไม่ฟ้องในข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่ฟ้องเฉพาะข้อหาร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะ และร่วมกันกีดขวางการจราจร ซึ่งมีอัตราโทษปรับ
21คดีเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น 37 คน ชุมนุมทวงสัญญาการยุติการสร้างนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือน้ำลึก ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลก.ย. 2565
22คดีคาร์ม็อบ #คนเชียงรายไม่ทน วันที่ 1 ส.ค. 25649 ก.ย. 2565อัยการสั่งไม่ฟ้องในข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ-พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ เห็นว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมใส่หน้ากากอนามัย ไม่มีการรวมกลุ่มในสถานที่แออัด ไม่มีการยุยงให้เกิดความไม่สงบหรือก่อให้เกิดเหตุรุนแรง  ส่วนข้อหาบีบแตรเสียงดังโดยไม่มีเหตุอันควร คดีหมดอายุความแล้ว
23คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 3 ก.ย. 2564
24คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 9 ก.ย. 2564
(ประชาชน 4 คน)
3 ส.ค. 2565ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาเป็นแกนนำในการจัดกิจกรรมชุมนุม เป็นเพียงบุคคลที่น่าสนใจที่ตำรวจติดตามดูพฤติกรรมที่ปรากฏตัวในที่ชุมนุมเท่านั้น ทั้งไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าทั้งสามมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค หรือสร้างความเดือดร้อนเสียหายอย่างไร
25คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 15 ก.ย. 2564
(ประชาชน 5 คน)
5 ต.ค. 2565ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาเป็นแกนนำในการจัดกิจกรรมชุมนุม เป็นเพียงบุคคลที่น่าสนใจที่ตำรวจติดตามดูพฤติกรรมที่ปรากฏตัวในที่ชุมนุมเท่านั้น ทั้งไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าทั้งสามมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค หรือสร้างความเดือดร้อนเสียหายอย่างไร
26คดีผู้ร่วมชุมนุม #เคาะรั้วเจ้าของหมา บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ วันที่ 7 ส.ค. 256429 มิ.ย. 2565ไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าเป็นแกนนำจัดกิจกรรม ผู้ต้องหาเป็นเพียงบุคคลน่าสนใจซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดูพฤติกรรมที่ปรากฏตัวในที่ชุมนุมเท่านั้น และไม่ปรากฏพยานหลักฐานยืนยันได้ชัดเจนว่า ผู้ต้องหาอยู่ในที่ชุมนุมหรือไม่ สร้างความเดือดร้อนเสียหายอย่างไรหรือมีพฤติกรรมที่เป็นการเสี่ยงต่อการแพร่โรคอย่างไร
27คดีชุมนุม #ศุกร์13ไล่ล่าทรราช บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ วันที่ 13 ส.ค. 2564 (ประชาชน-นักกิจกรรมรวม 13 คน)26 ก.ย. 2565พยานหลักฐานมีเพียงว่าผู้ต้องหาทั้ง 13 เข้าร่วมชุมนุมเท่านั้น ไม่ใช่ผู้จัดกิจกรรม ที่จัดชุมนุมยังเป็นสถานที่โล่งกว้าง อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่มีสภาพแออัด ทั้ง 13 คน เพียงขึ้นเวทีปราศรัยแสดงความคิดเห็นถึงข้อเรียกร้องที่ประชาชนสามารถกระทำได้ ไม่มีพฤติการณ์ยุยงให้เกิดความไม่สงบ พฤติการณ์ยังไม่พอฟังว่าผู้ต้องหากระทำความผิด
28คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 20 ส.ค. 2564 (ชาญชัย-วสันต์-เอกชัย)4 ต.ค. 2565ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาเป็นแกนนำในการจัดกิจกรรมชุมนุม เป็นเพียงบุคคลที่น่าสนใจที่ตำรวจติดตามดูพฤติกรรมที่ปรากฏตัวในที่ชุมนุมเท่านั้น ทั้งไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าทั้งสามมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค หรือสร้างความเดือดร้อนเสียหายอย่างไร
29คดี #คณะราษฎรอีสาน รอการชุมนุมใหญ่ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย (กลุ่มถูกออกหมายเรียกภายหลัง 6 คน)17 ส.ค.
2565
สถานที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่เปิดโล่งกว้าง ไม่ปรากฏว่ามีผู้ชุมนุมอยู่หนาแน่นตลอดพื้นที่ อันเสี่ยงต่อการใกล้ชิดสัมผัสและแพร่เชื้อโรค ไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาปราศรัยในลักษณะให้ก่อความรุนแรงและให้ใช้กำลังขัดขวางเจ้าหน้าที่ อันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ทั้งการกระทบกระทั่งระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่นั้น เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมเกิดความไม่พอใจเจ้าหน้าที่จะเข้าจับกุมตัวจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ขณะเดียวกัน พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ ยังไม่นำมาใช้บังคับในระหว่างการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
30คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 3 ต.ค. 2564
(ประชาชน 3 คน)
พยานหลักฐานระบุได้เพียงว่าผู้ต้องหาปรากฏตัวในที่ชุมนุมเท่านั้น โดยไม่มีพยานหลักฐานว่าเป็นผู้จัดการชุมนุม ทั้งไม่มีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค การชุมนุมไม่ใช่ในสถานที่แออัด ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่สวมหน้ากากอนามัย
31คดี #ภาคีSaveบางกลอย ยื่นหนังสือถึงรมต. ที่หน้ากระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม วันที่ 5 ก.พ. 2564
32คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 7 ก.ย. 2564
(ประชาชน 8 คน)
21 พ.ย. 2565พยานหลักฐานระบุได้เพียงว่าผู้ต้องหาปรากฏตัวในที่ชุมนุมเท่านั้น โดยไม่มีพยานหลักฐานว่าเป็นผู้จัดการชุมนุม ทั้งไม่มีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค ขณะที่ภาพถ่ายที่อ้างว่าเป็นผู้ต้องหา 5 ราย ก็เป็นภาพที่ถ่ายในระยะไกล ไม่ชัดเจน ไม่เห็นหน้า จึงไม่อาจยืนยันตัวบุคคลได้ชัดเจน
33คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 24 ส.ค. 2564
(ชาญชัย-จีรพงษ์-วรวรรณ)
26 ต.ค. 2565ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาเป็นแกนนำในการจัดกิจกรรมชุมนุม เป็นเพียงบุคคลที่น่าสนใจที่ตำรวจติดตามดูพฤติกรรมที่ปรากฏตัวในที่ชุมนุมเท่านั้น ทั้งไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าทั้งสามมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค หรือสร้างความเดือดร้อนเสียหายอย่างไร
34คดีชุมนุมหน้ารัฐสภา วันที่ 17 พ.ย. 2563
(นักกิจกรรม 4 คน)
8 ธ.ค. 2565ไม่ปรากฏพฤติการณ์บ่งชี้ว่า ผู้ต้องหาทั้งสี่เป็นผู้ใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าพนักงาน หรือก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาทั้งสี่เป็นผู้ดูแลหรือผู้รับผิดชอบในการจัดการชุมนุม จึงไม่มีหน้าที่ขออนุญาตจัดการชุมนุม และไม่มีหน้าที่โดยตรงในการจัดมาตรการป้องกันโรค ทั้งเมื่อบริเวณที่เกิดเหตุ มีลักษณะเป็นพื้นที่เปิดโล่ง อากาศถ่ายเท มีพื้นที่ว่างให้บุคคลสามารถยืนโดยเว้นระยะห่างเพียงพอ สถานที่ชุมนุมจึงไม่มีลักษณะเป็นสถานที่แออัด ไม่ถือว่าผู้ต้องหาร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมในสถานที่แออัด
35คดี 3 คนขับรถเครื่องขยายเสียง ใน #ม็อบสมรสเท่าเทียม เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 256425 พ.ย. 2565อัยการไม่สั่งฟ้องในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่ฟ้องเฉพาะข้อหากีดขวางทางสาธารณะ ต่อมาจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพข้อหานี้ในชั้นศาล ศาลลงโทษปรับคนละ 500 บาท
36คดีชุมนุม #ปทุมธานีไม่ปรานีเผด็จการ ลานรถตู้ตรงข้ามฟิวเจอร์รังสิต วันที่ 23 ก.ค. 25636 ม.ค. 2566การชุมนุมเกิดขึ้นในสถานที่เปิด มิใช่เป็นสถานที่แออัด และมิได้เป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย  ผู้เข้าร่วมสวมหน้ากากอนามัย ที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏว่าเกิดการแพร่เชื้อจากการชุมนุม หากแต่เกิดจากบ่อนการพนัน สถานบันเทิง ตลาดสด ซึ่งเป็นสถานที่แออัด การชุมนุมยังอยู่ในกรอบตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ 
37คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 14 ก.ย. 2564
(ประชาชน 6 คน)
24 ม.ค. 2566พยานหลักฐานระบุได้เพียงว่าผู้ต้องหาปรากฏตัวในที่ชุมนุมเท่านั้น โดยไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหารายใดเป็นแกนนำจัดกิจกรรมชุมนุม หรือชักชวนบุคคลอื่นมาร่วมชุมนุม เป็นเพียงบุคคลที่น่าสนใจที่ตำรวจติดตามดูพฤติกรรมที่ปรากฏตัวในที่ชุมนุมเท่านั้น ทั้งไม่มีพฤติการณ์ที่เป็นการเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค เนื่องจากเป็นสถานที่โล่ง และผู้ชุมนุมสวมหน้ากากอนามัยเป็นส่วนมาก
38-39คดีการชุมนุมของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ช่วงปลายเดือน ม.ค. 2565 (ทั้งคดีผู้ใหญ่และเยาวชน)29 มี.ค. 25661. สถานที่ชุมนุมมีลักษณะเปิดโล่ง อากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก มีพื้นที่ว่างให้บุคคลสามารถยืนโดยเว้นระยะห่างมากเพียงพอ ประชาชนสามารถเคลื่อนย้ายได้โดยอิสระ สถานที่ชุมนุมจึงไม่มีสภาพเป็นสถานที่แออัด
2. ไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาได้พูดหรือกระทำการอื่นใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ไม่ปรากฏความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน เป็นการแสดงความคิดเห็นและแสดงออกถึงข้อเรียกร้องของผู้ร่วมชุมนุมผ่านทางการทำกิจกรรมรวมกลุ่มโดยทั่วไปเท่านั้น
40-41คดีภาคี #Saveบางกลอย จัดกิจกรรมตามหาประยุทธ์ ทวงถามความคืบหน้าตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาบางกลอย เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2565 (ทั้งคดีผู้ใหญ่และเยาวชน)28 ก.พ. 2566ประเด็นที่ 1-2 คล้ายกับคดีชุมนุมของพีมูฟ นอกจากนั้นอัยการเห็นว่าการชุมนุมมีความระมัดระวังการแพร่ระบาดของโรคด้วยการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขตามที่ทางราชการกำหนดแล้ว กรณีจึงไม่อาจคาดเห็นได้ว่าการมาร่วมชุมนุมดังกล่าวจะเป็นปัจจัยที่เสี่ยงต่อการแพร่โรคเพียงใด ประกอบกับไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าจากการชุมนุมดังกล่าวทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 หรือไม่
42คดีร่วมชุมนุม #ศุกร์13ไล่ล่าทรราช เคลื่อนไปบริเวณดินแดง14 มี.ค. 2566
43คดีกิจกรรม “รวมพลแห่เทียน ขับไล่เสนียดจัญไร ออกไป” หล่อเทียนพรรษาที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยกลุ่มทะลุฟ้า24 เม.ย. 2566ไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่า ผู้ต้องหาทั้งเจ็ดมีพฤติการณ์เป็นผู้ก่อการ หรือมีส่วนร่วมเป็นผู้ริเริ่มทำให้มีการชุมนุมในวันเกิดเหตุ บริเวณที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่กว้างเปิดโล่ง อากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก และในสภาพที่ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถเว้นระยะห่างจากกันได้ ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่สวมหน้ากากอนามัยขแม้จะไม่ครบทุกคนก็ตาม กรณีจึงยังไม่พอรับฟังว่า การทำกิจกรรมมีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค
44คดีคาร์ม็อบนราธิวาส เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2564
45คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 23 ก.ย. 2564 (ประชาชน 4 คน)25 เม.ย. 2566ผู้ต้องหาทั้งสี่แค่มาปรากฏตัวในที่ชุมนุม ไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหารายใดเป็นแกนนำจัดกิจกรรมชุมนุม ทั้งผู้ชุมนุมส่วนมากสวมหน้ากาก มีจำนวนไม่มาก ยืนกันมีระยะห่าง ไม่เบียดเสียดแน่นใกล้ชิด เป็นพื้นที่โล่ง ไม่ได้ปิดทึบ จึงไม่เสี่ยงต่อโรค
46คดีชุมนุม #ม็อบ18ตุลา2563 ลานรถตู้ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต11 พ.ค. 2566อัยการสั่งไม่ฟ้องข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ส่วนข้อหา พ.ร.บ.ชุมนุมฯ และใช้เครื่องขยายเสียง หมดอายุความ
47คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 6 ก.ย. 2564 (ประชาชน 6 คน)11 ก.ค. 2566ผู้กล่าวหากับพวกไม่ได้ยืนยันว่าผู้ต้องหาทั้งหกมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของผู้ชุมนุมอย่างไร หรือมีส่วนร่วมในการก่อเหตุวุ่นวาย ขว้างประทัดหรือระเบิดปิงปองหรือยิงหนังสติ๊กใส่เจ้าหน้าที่หรือทรัพย์สินของราชการแต่อย่างใด
48คดีกิจกรรมคาร์ม็อบของกลุ่มราษฎรนนทบุรี ที่หน้าสถานีดาวเทียมไทยคม วันที่ 29 ส.ค. 2564 (นักกิจกรรมและนักการเมือง รวม 3 คน)25 มิ.ย. 2566สถานที่เกิดเหตุเป็นที่โล่ง การชุมนุมเป็นการใช้ยานพาหนะส่วนตัวขับไปตามถนนอันมีระยะห่าง ผู้ชุมนุมที่ออกมายืนอยู่ประปรายก็สวมหน้ากากอนามัย และไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีผู้ติดเชื้อจากการชุมนุมนี้
49คดีร่วมชุมนุมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ลงพื้นที่ท่าน้ำนนทบุรี วันที่ 30 ก.ย. 2564 (ประชาชน 1 คน)19 ก.ย. 2566สถานที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่เปิดโล่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก ประชาชนสามารถเคลื่อนย้ายได้โดยอิสระ และไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่ามีผู้ชุมนุมหนาแน่นตลอดพื้นที่ โดยการตีความข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จะต้องตีความภายใต้เจตนารมณ์ของการควบคุมมิให้เกิดโรคระบาดออกไปในวงกว้าง กรณีมีการรวมกลุ่มในพื้นที่บางส่วน ไม่ได้อยู่ในสภาพคับแคบหรือหนาแน่นไปด้วยผู้คน ยังไม่เข้าข่ายสถานที่แออัดที่เป็นการเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค
50คดีทำกิจกรรมให้กำลังใจ “เดฟ ชยพล” เข้าแสดงตัวตามหมายจับที่ สภ.คลองหลวง
(แกนนำนักกิจกรรม 9 คน)
ต.ค. 2566อัยการสั่งไม่ฟ้องคดีของนักกิจกรรม 7 คน ในทุกข้อหา แต่มีคำสั่งฟ้องเฉพาะพิมชนกและเบนจาในกรณีการแสดงออกเกี่ยวกับการนำผ้าแดงขึ้นสู่ยอดเสาธง โดยไม่ฟ้องทั้งสองในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, มาตรา 215 และดูหมิ่นเจ้าพนักงาน
51-53คดีคาร์ม็อบนครพนม 3 คดีต.ค. 2566
54คดีคาร์ม็อบขอนแก่น วันที่ 1 ส.ค. 6430 ส.ค. 2566พื้นที่จัดกิจกรรมเป็นสถานที่โล่งกว้าง อากาศถ่ายเท ผู้ร่วมชุมนุมสามารถเดินไปมา มิได้อยู่กับที่ และยังมีพื้นที่ว่างเหลืออยู่ เชื่อว่า ไม่ได้เป็นสถานที่แออัด อีกทั้งผู้ร่วมชุมนุมส่วนใหญ่สวมหน้ากากอนามัยอยู่ตลอด เชื่อได้ว่า มีการป้องกันการแพร่เชื้อพอสมควร ประกอบกับการจัดกิจกรรมเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ จึงไม่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค นอกจากนี้ ไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่า ผู้ต้องหาเป็นผู้จัดกิจกรรมและโพสต์ข้อความเชิญชวนชุมนุมในเพจเฟซบุ๊ก ลําพังการเข้าร่วมชุมนุมและขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวทีไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นผู้จัดกิจกรรม
55คดีชุมนุม #21ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย วันที่ 21 ต.ค. 2563 ของ ชลธิชา คุ้มจันทร์อัด
(พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)
10 ส.ค. 2566
(ทราบคำสั่ง ม.ค. 2567)
ศาลแขวงดุสิตพิพากษายกฟ้องคดีของผู้ร่วมชุมนุมคนอื่นๆ จากเหตุการณ์เดียวกันไปทั้งหมด ทำให้อัยการเห็นว่าหากฟ้องคดีไป ศาลจะยกฟ้องจำเลยในลักษณะเดียวกันได้
56-60คดีทำกิจกรรมยืนหยุดขังที่หน้าศาลฎีกา ช่วงเดือนเม.ย. 2564 รวม 5 คดี
61คดีทำกิจกรรม “รวมพลแห่เทียน ขับไล่เสนียดจัญไร ออกไป” ที่สวนลุมพินี โดยกลุ่มทะลุฟ้า เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 256412 ธ.ค. 2566อัยการเห็นว่าไม่มีพยานหลักฐานว่า ผู้ต้องหาคนใดเป็นผู้จัดกิจกรรม การสลับกันร้องเพลง แสดงตนตรี กล่าวแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเพียงช่วงสั้น ๆ ยังไม่เพียงพอรับฟังโดยแน่ชัดว่าทั้งสิบเป็นผู้จัด ทั้งบริเวณที่เกิดเหตุมีลักษณะเป็นพื้นที่กว้าง เปิดโล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก และจำนวนผู้เข้าร่วมมีไม่มาก เมื่อเทียบกับพื้นที่ ทำให้มีระยะห่างจากกันได้ ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่สวมหน้ากากอนามัย และยืนเว้นระยะห่างตามสมควร จึงยังรับฟังไม่ได้ว่าเป็นกิจกรรมในลักษณะที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค
62คดีชุมนุม #ม็อบ4กันยา2564 #ถอนรากระบอบปรสิต เดินขบวนจากสถานทูตสวิสเซอร์แลนด์ ไปยังลานรูปปั้น ร.6 สวนลุมพินี18 ม.ค. 2567อัยการเห็นว่าไม่มีพยานหลักฐานใดยืนยันว่า ผู้ต้องหาทั้ง 12 คน หรือคนใดเป็นผู้จัดกิจกรรม ที่เกิดเหตุเป็นสถานที่โล่ง มวลชนที่เข้าร่วมไม่ได้แน่นเบียดเสียดเต็มพื้นที่ มีระยะห่างจากกันได้ ไม่ใช่สถานที่แออัด ขณะกิจกรรม ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่สวมหน้ากากอนามัย ยืนเว้นระยะห่างกันตามสมควร ประกอบกับฝ่ายสาธารณสุขประเมินว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดมีแนวโน้มคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น ผู้ติดเชื้อใหม่รายวันมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมไม่น่าจะเป็นสาเหตุให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรค
63คดีชุมนุม #ม็อบ12ธันวา2564 #ราษฎรพิพากษามาตรา112 ที่สี่แยกราชประสงค์26 ธ.ค. 2566พฤติการณ์ของผู้ต้องหา 3 คน เพียงเข้าร่วมชุมนุมอย่างเดียว ส่วนอีก 14 คน ก็ทำกิจกรรมเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ยังไม่เพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าเป็นผู้จัดกิจกรรม ที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่กว้าง เปิดโล่ง มวลชนที่เข้าร่วมไม่ได้แน่นเบียดเสียดเต็มพื้นที่ มีระยะห่างจากกันได้ จึงไม่ใช่สถานที่แออัด ผู้เข้าร่วมชุมนุมส่วนใหญ่สวมหน้ากากอนามัย และยืนกระจายตามจุดต่าง ๆ ในระยะห่างกันตามสมควร อีกทั้งไม่ปรากฏว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดจากการร่วมชุมนุม
64คดีชุมนุม #เชียงใหม่จะไม่ทน ลานประตูท่าแพ เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 256426 ม.ค. 2567การกระทำของผู้ต้องหาเป็นลักษณแฟลชม็อบ เพื่อแสดงออกสัญลักษณ์ทางการเมือง และเป็นกิจกรรมในที่โล่งแจ้ง ไม่มีลักษณะแออัด ขณะจัดกิจกรรม ได้มีการใส่หน้ากากอนามัย ไม่มีลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไม่ปรากฏว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสและไม่มีเหตุการณ์ไม่สงบหรือเกิดความวุ่นวาย
65การชุมนุม #ม็อบ15เมษา2565 ของกลุ่มมังกรปฏิวัติ ถูกปิดกั้นที่ถนนหลานหลวง22 ธ.ค. 2566สถานที่เกิดเหตุเป็นสถานที่กว้างและเปิดโล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก มีพื้นที่ว่างให้ยืนโดยเว้นระยะห่างมากเพียงพอ สถานที่ชุมนุมจึงไม่มีสภาพเป็นสถานที่แออัด ทั้งการจัดกิจกรรมมีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการจับกุมตัวเยาวชนอายุ 13 ปี ถือเป็นการแสดงความคิดเห็นและแสดงออกถึงข้อเรียกร้องผ่านการทำกิจกรรมรวมกลุ่มโดยทั่วไป ไม่ปรากฏว่าการชุมนุมมีอาวุธ บุกรุกสถานที่ราชการหรือทำลายทรัพย์สิน ถือว่าเป็นการชุมนุมด้วยความสงบปราศจากอาวุธ เป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
66คดีผู้ร่วมสังเกตการณ์ #ม็อบทะลุแก๊ส ดินแดง วันที่ 21 ก.ย. 2564
(ประชาชน 5 คน)
16 ก.พ. 2567จากคำให้การของผู้กล่าวหาและพยานในที่เกิดเหตุ และตามรายงานการสืบสวน ไม่ปรากฏว่ามีผู้ต้องหาทั้งห้าร่วมจัดกิจกรรมหรือชุมนุมมั่วสุมหรือกระทำการอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบริเวณที่เกิดเหตุแต่อย่างใด

.

คดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่ต่อสู้คดี และศาลพิพากษาว่ามีความผิด อย่างน้อย 67 คดี

แยกเป็นคดีที่ศาลลงโทษปรับเพียงอย่างเดียว จำนวน 39 คดี, คดีที่ศาลให้รอกำหนดโทษ จำนวน 3 คดี, คดีที่ศาลลงโทษจำคุก โดยให้รอลงอาญา จำนวน 18 คดี, คดีที่ศาลลงโทษจำคุก โดยไม่รอลงอาญา จำนวน 5 คดี และมีคดีเยาวชน 1 คดี ที่ศาลกล่าวตักเตือน นอกจากนั้นยังมีอีก 1 คดี ที่ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกโดยจำเลยบางส่วนให้รอลงอาญา แต่บางส่วนไม่รอลงอาญา

(ทั้งนี้ มีจำนวน 4 คดีที่ศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น และอีก 1 คดี ที่ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่)

ลำดับชื่อคดี/เหตุแห่งคดีวันที่พิพากษาเหตุผลโดยสังเขป
1คดีชุมนุม #ม็อบ2พฤศจิกา63 ที่ MRT ท่าพระ (ถูกฟ้องทั้งข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ)29 เม.ย. 2565
(ศาลอาญาตลิ่งชัน)

30 ม.ค. 2566
(ศาลอุทธรณ์)
พิพากษาปรับ 5,000 บาท เห็นว่าจำเลยเป็นผู้นำรถเครื่องเสียงมาให้แก่ผู้ชุมนุม ทั้งยังคอยตรวจความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ชุมนุม ถือเป็นผู้มีพฤติการณ์ทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้ร่วมจัดให้มีการชุมนุม แต่จำเลยมิใช่แกนนำหรือผู้มีอำนาจสั่งการในการจัดการชุมนุมสาธารณะ ทั้งการชุมนุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย จำเลยเพียงแต่ไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
* คดีสิ้นสุดแล้ว
2คดีชุมนุม #ม็อบ15เมษา #รดน้ำกดหัวประยุทธ์ กลุ่มทะลุฟ้า หน้าทำเนียบรัฐบาล27 พ.ค. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
พิพากษาปรับคนละ 2,000 บาท เห็นว่าพฤติการณ์ของจำเลยทั้งสี่ มีลักษณะแออัด และผู้ร่วมกิจกรรมไม่เข้าข่ายของการเว้นระยะห่าง หรือมีมาตรการตามสมควรมิให้แพร่ระบาดของโรค เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค
* คดีสิ้นสุดแล้ว
3คดีชุมนุม #Saveวันเฉลิม สกายวอล์กปทุมวัน วันที่ 5 มิ.ย. 256312 ก.ค. 2565
(ศาลแขวงปทุมวัน)

5 ก.พ. 2567
(ศาลอุทธรณ์)
พิพากษาจำคุกคนละ 2 เดือน ปรับ 10,000 บาท รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี เห็นว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมในการจัดกิจกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แม้ไม่มีหลักฐานมาแสดง โดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาพฤติการณ์ชุมนุมว่าเป็นไปตามมาตรการป้องกันโรค เกิดขึ้นในสถานที่แออัดหรือไม่ หรือมีความไม่สงบเรียบร้อยหรือไม่ 

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
4คดีชุมนุม #ม็อบ11สิงหาไล่ล่าทรราช ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ วันที่ 11 ส.ค. 2564
(ประชาชน 7 ราย)
2 ส.ค. 2565
(ศาลอาญา)
พิพากษาจำคุก 1 ปี ปรับคนละ 20,000 บาท ให้รอการลงโทษจำคุก มีระยะเวลา 3 ปี เห็นว่าแม้กิจกรรมจะจัดขึ้นในที่โล่งแจ้ง อากาศถ่ายเทสะดวก และไม่เข้าข่ายการแพร่ระบาดโควิด-19 รวมทั้งจำเลยไม่ได้เป็นผู้จัดกิจกรรม แต่หากพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ของบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อใช้รักษาความสงบเรียบร้อยแล้ว กรณีเช่นนี้ จึงไม่จำเป็นต้องพิจารณาประเด็นอื่นอีก เพียงแต่จำเลยได้เข้าร่วมกิจกรรมและมีจำนวนกว่าห้าคนขึ้นไป ก็เป็นความผิดแล้ว แต่ข้อหาอื่นๆ ให้ยกฟ้อง
5คดีกิจกรรมรำลึกครบรอบ 10 ปี สลายการชุมนุมเสื้อแดง บริเวณหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ วันที่ 19 พ.ค. 2563 (ทศพร เสรีรักษ์ และ อนุรักษ์ เจนตวนิชย์)9 ส.ค. 2565
(ศาลแขวงปทุมวัน)
ศาลเห็นว่าแม้จำเลยจะต่อสู้ว่าข้อกำหนดที่ออกตาม พ.ร.ก. ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่ก็ไม่ปรากฏจำเลยเคยร้องหรือขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เห็นว่าประกาศฯ ดังกล่าวออกโดยชอบ และเห็นว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิด แต่เมื่อคำนึงถึงพฤติการณ์เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิดด้วย จึงเห็นควรให้รอการกำหนดโทษไว้ 2 ปี
6คดีชุมนุมแยกอุดมสุข ถึงสี่แยกบางนา วันที่ 1 พ.ย. 256331 ส.ค. 2565
(ศาลอาญาพระโขนง)
ศาลเห็นว่า การชุมนุมตามฟ้องจัดโดยไม่มีมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกําหนด แม้โจทก์นำสืบจะไม่ปรากฎว่า จำเลยทั้งสามเป็นผู้จัดกิจกรรม แต่ทั้งสามได้ผลัดกันขึ้นปราศรัย ศาลจึงเห็นว่าการทำหน้าที่ปราศรัยนั้น มีหน้าที่รับผิดชอบต่อการชุมนุมให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ด้วย และถึงแม้จะไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 หลังจาการชุมนุมดังกล่าว แต่สถานการณ์ยังมีการแพร่ระบาดอยู่ 
ศาลจึงพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสาม ในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ คนละ 5,000 บาท ข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต 200 บาท รวมปรับคนละ 5,200 บาท แต่เนื่องจากให้การเป็นประโยชน์ จึงลดให้กึ่งหนึ่ง เหลือปรับคนละ 2,600 บาท 
7คดีชุมนุมหน้าอาคารเนชั่น ถนนบางนา-ตราด วันที่ 29 ต.ค. 256331 ส.ค. 2565
(ศาลอาญาพระโขนง)
ศาลวินิจฉัยเช่นเดียวกับคดีชุมนุมแยกอุดมสุข ถึงสี่แยกบางนา
8คดีชุมนุม #ม็อบ3กันยา64 ที่แยกราชประสงค์5 ก.ย. 2565
(ศาลอาญา)
ศาลเห็นว่าจำเลย 2 รายที่เข้าร่วมชุมนุมมีความผิด แม้ไม่มีหลักฐานว่าเป็นผู้จัดการชุมนุม เนื่องการเข้าร่วมชุมนุมฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่ว่าจะมีการจัดมาตรการป้องกันโรคหรือไม่ หรือมีผู้ติดเชื้อจากการชุมนุมหรือไม่ ลงโทษปรับคนละ 20,000 บาท ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษปรับเหลือคนละ 13,333.33 บาท
9คดีชุมนุม #ม็อบมุ้งมิ้ง ที่หน้ากองทัพบก วันที่ 20 ก.ค. 256317 ต.ค. 2565
(ศาลแขวงดุสิต)
ศาลเห็นว่าการชุมนุมไม่ได้จัดให้มีจุดคัดกรอง ไม่มีการเว้นระยะห่าง ลงโทษปรับคนละ 20,000 บาท และ ปรับข้อหาใช้เครื่องเสียงคนละ 200 บาท รวมปรับคนละ 20,200 บาท แต่ลดโทษให้ 1/4 เนื่องจากให้การเป็นประโยชน์เหลือปรับคนละ 15,150 บาท รวมปรับ 75,750 บาท
10คดีผู้ถูกกล่าวหาว่าได้กล่าวยุยงให้ผู้ชุมนุมขว้างปาก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ระหว่าง #ม็อบ7สิงหา64 (ถูกกล่าวหาในข้อหาอื่นๆ ด้วย)18 ต.ค. 2565
(ศาลอาญา)
ศาลเห็นว่าการชุมนุมของจำเลยไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 15,000 บาท นำสืบจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาบรรเทาโทษ ลดโทษเหลือจำคุก 8 เดือน และปรับ 10,000 บาท จำเลยไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน จึงให้รอลงอาญามีกำหนด 2 ปี และคุมประพฤติจำเลย
* คดีสิ้นสุดแล้ว
11คดีคาร์ม็อบยะลา วันที่ 1 ส.ค. 25641 พ.ย. 2565
(ศาลจังหวัดยะลา)

27 ก.ย. 2566
(ศาลอุทธรณ์ ภาค 9)
ศาลเห็นว่าผู้ชุมนุมบางคนไม่สวมหน้ากากอนามัย และจำเลยสองรายบางช่วงดึงหน้ากากอนามัยลง ถึงจะเป็นที่โล่งแจ้ง แต่มีผู้คนเข้าร่วมจำนวนมาก และหน้ากากอนามัยที่ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่สวมใส่นั้นไม่ใช่หน้ากากอนามัยทางการแพทย์
ลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 3 เดือน ปรับคนละ 6,000 บาท ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษหนึ่งในสาม เหลือจำคุก 2 เดือน ปรับ 4,000 บาท และลงโทษปรับจำเลยสามราย คนละ 400 บาท ในฐานขับรถในลักษณะกีดขวางทางจราจร เนื่องจากไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้คนละ 1 ปี

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน
12คดีธนพร วิจันทร์ เป็นตัวแทนเรียกร้องแก้ไขปัญหาของกลุ่มแรงงานข้ามชาติระหว่างการระบาดของโควิด-19 ที่กระทรวงแรงงาน วันที่ 29 ต.ค. 25647 พ.ย. 2565
(ศาลแขวงพระนครเหนือ)
ศาลเห็นว่ามีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พิพากษาลงโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 20,000 บาท แต่จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอลงอาญา 1 ปี
13-14คดีคาร์ม็อบปัตตานี วันที่ 7 และ 14 ส.ค. 256410 พ.ย. 2565
(ศาลจังหวัดปัตตานี)

14 พ.ย. 2566
(ศาลอุทธรณ์ภาค 9)
ศาลยกฟ้องจำเลยสองราย เห็นว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอว่าฟังว่าเป็นผู้จัดกิจกรรม แต่ลงโทษจำเลยอีก 1 ราย เห็นว่าพยานหลักฐานเข้าข่ายเป็นผู้จัดการชุมนุม ลงโทษจำคุกกระทงละ 2 เดือน ปรับ 20,000 บาท รวมจำคุก 4 เดือน ปรับ 40,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืนในกรณีของจำเลยที่ 3
15คดีชุมนุม #ตามหานาย สาดสี-ปาไข่ หน้าประตูทางเข้า ม.พัน 4 พล.1 รอ.
(นักกิจกรรม 3 คน)
1 ธ.ค. 2565
(ศาลอาญา)
ศาลเห็นว่ามีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และข้อหาอื่นๆ โดยลงโทษข้อหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ให้จำคุก 2 เดือน ปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา
16คดี “ภูมิ” ร่วมชุมนุมคณะราษฎรอีสาน วันที่ 13 ต.ค. 256313 ธ.ค. 2565
(ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง)

4 ก.ย. 2566
(ศาลอุทธรณ์)
ศาลลงโทษจำคุก 1 ปี ในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ รวมทั้งลงโทษในข้อหาอื่นๆ รวมจำคุก 2 ปี 5 วัน โดยเปลี่ยนจากโทษจำคุกเป็นนำตัวไปฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เป็นระยะเวลา 6 เดือน

ศาลอุทธรณ์เห็นควรกับการกำหนดโทษจำคุกดังกล่าว แต่ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี แทน โดยไม่เปลี่ยนโทษนำตัวไปฝึกอบรมฯ
17คดีคาร์ม็อบของกลุ่มคนรุ่นใหม่นนทบุรี วันที่ 1 ส.ค. 256420 ธ.ค. 2565
(ศาลแขวงนนทบุรี)
ศาลเห็นว่าจำเลยบางคนไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี และมีการถอดหน้ากากอนามัยคุยกันในระหว่างที่ร่วมการชุมนุม อันเป็นการสร้างความเสี่ยงต่อการแพร่โรคโควิด–19 พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ให้ลงโทษปรับคนละ 5,000 บาท ฐานส่งเสียงอื้ออึงโดยไม่มีเหตุอันควร ปรับคนละ 1,000 บาท รวมปรับคนละ 6,000 บาท
* คดีสิ้นสุดแล้ว
18คดี “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ ชุมนุมตั้งเวทีให้กำลังใจผู้ถูกดำเนินคดี ม.112 ที่หน้าสน.ยานนาวา12 ม.ค. 2566
(ศาลแขวงพระนครใต้)
ศาลเห็นว่าจำเลยไม่ได้ฝ่าฝืนข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่จำเลยถือเป็นผู้จัดการชุมนุม มีหน้าที่แจ้งการชุมนุม เมื่อจำเลยไม่ได้แจ้งการชุมนุม จึงมีความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฐานฝ่าฝืนข้อกำหนดเรื่องการจัดกิจกรรม ส่วนข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง ลงโทษปรับ 3,000 บาท จำเลยให้การเป็นประโยชน์ลดโทษลง 1 ใน 3 คงปรับ 2,000 บาท
19คดีสิทธิโชค เศรษฐเศวต ถูกกล่าวหานำของเหลวคล้ายเป็นน้ำมันฉีดใส่ฐานพระบรมฉายาลักษณ์ ระหว่างชุมนุม #ม็อบ18กรกฎา2564 (พ่วงข้อหา ม.112)17 ม.ค. 2566
(ศาลอาญา)
ศาลเห็นว่าจากพยานหลักฐาน จำเลยเข้าร่วมการชุมนุมดังกล่าวจริง การที่จำเลยอยู่ในที่ชุมนุมขณะที่มีการประกาศบังคับใช้ข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จึงถือว่าเป็นความผิด ลงโทษจำคุก 6 เดือน ส่วนข้อหา ม.112 ลงโทษจำคุก 3 ปี ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษเหลือจำคุกรวม 2 ปี 4 เดือน
20คดีผู้ร่วมชุมนุม #ม็อบ18กรกฎา2564 #ทวงคืนประเทศไทยขับไล่ปรสิต บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย9 ก.พ. 2566
(ศาลแขวงดุสิต)
ศาลเห็นว่าจำเลยทั้ง 8 ราย มีความผิดร่วมกันชุมนุมที่มีความเสี่ยงต่อโรค ลงโทษปรับคนละ 30,000 บาท และปรับข้อหากีดขวางทางสาธารณะ คนละ 4,000 บาท รวมเป็นโทษปรับคนละ 34,000 บาท
21คดีชุมนุม #เชียงใหม่จะไม่ทนtoo ที่ลานประตูท่าแพ วันที่ 18 ก.ค. 256316 ก.พ. 2566
(ศาลแขวงเชียงใหม่)

23 ม.ค. 2567
(ศาลอุทธรณ์ภาค 5)
ศาลเห็นว่าแม้ไม่ปรากฏว่าผู้ใดเป็นผู้จัดการชุมนุมตามฟ้อง แต่เมื่อเจ้าพนักงานประกาศให้ยุติกิจกรรม จำเลยทั้งสี่มีพฤติการณ์ร่วมกันรับผิดชอบในการจัดกิจกรรมต่อไป แม้ที่เกิดเหตุจะเป็นสถานที่โล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก และไม่ปรากฏว่ามีผู้ติดเชื้อโรคหลังการชุมนุม แต่การชุมนุมก็ถือว่าได้ว่ามีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก จนเกือบเต็มพื้นที่ และผู้เข้าร่วมบางคนไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย จึงนับว่าเป็นการชุมนุมในสถานที่แออัด ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค  ลงโทษปรับคนละ 6,000 บาท จำเลยทั้งสี่ให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงโทษปรับคนละ 4,000 บาท

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน
* คดีสิ้นสุดแล้ว
22คดี “ป้าเป้า” เปลือยกายประท้วงเจ้าหน้าที่ คฝ. ระหว่างการชุมนุม #ม็อบ28กันยา6413 มี.ค. 2566
(ศาลแขวงดุสิต)
พิเคราะห์แล้วในข้อหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พบว่าการชุมนุมมีลักษณะกีดขวางการจราจร รถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านไปมา โดยมีผู้เข้าร่วมชุมนุมกว่า 150 คน ยืนกันหนาแน่น และมีการมั่วสุมกันในสถานที่แออัด เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 ถึงแม้ในที่เกิดเหตุจะเป็นพื้นที่เปิดโล่ง แต่ผู้ชุมนุมสามารถเดินไปมาบนท้องถนนได้อย่างอิสระ จนทำให้ไม่มีการเว้นระยะห่างกัน ลงโทษปรับ 30,000 บาท ส่วนข้อหาเปลือยกายต่อหน้าธารกำนัล ปรับ 4,000 บาท
23คดีคาร์ม็อบ 10 ม.ค. 2564 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย13 มี.ค. 2566
(ศาลแขวงดุสิต)
ศาลเห็นว่าการชุมนุมดังกล่าว ผู้ชุมนุมอาจไม่ได้เดินทางมาโดยการขับรถ และในระหว่างที่ชุมนุมไม่ได้มีการรักษาระยะห่างอย่างเคร่งครัดหรือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 กลุ่มผู้ชุมนุมได้เดินปะปนกันไปมาระหว่างทำกิจกรรม ไม่ได้อยู่ในรถยนต์ตลอดเวลา พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ลงโทษปรับคนละ 30,000 บาท และวีรวิชญ์มีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรฯ ลงโทษปรับ 500 บาท
24คดีคาร์ม็อบนครราชสีมา วันที่ 1 ส.ค. 25641 มิ.ย. 2565
(ศาลแขวงนครราชสีมา)

13 มี.ค. 2566
(ศาลอุทธรณ์ภาค 3)
ศาลชั้นต้นยกฟ้อง เห็นว่าพยานโจทก์ไม่สามารถระบุได้เป็นว่าจำเลยเป็นผู้จัดให้มีการชุมนุม ส่วนการเข้าร่วมชุมนุม แม้จะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ แต่ยังไม่ถึงขนาดจะเสี่ยงต่อการแพร่โรคในวงกว้างอันเป็นไปตามเจตนารมณ์ของประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 กลับคำพิพากษา เห็นว่าจำเลยมีความผิด ให้ลงโทษปรับคนละ 2,000 บาท
25คดีคาร์ม็อบจังหวัดลพบุรี วันที่ 1 ส.ค. 256425 เม.ย. 2565
(ศาลแขวงลพบุรี)

20 มี.ค. 2566
(ศาลอุทธรณ์ภาค 1)
ศาลชั้นต้นยกฟ้อง เห็นว่า 1. พยานหลักฐานโจทก์ยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้จัดกิจกรรม การเชิญชวนมาร่วมชุมนุมไม่ได้เท่ากับเป็นผู้จัดฯ
2. การชุมนุมยังไม่ถึงกับแออัดเต็มพื้นที่ ผู้ชุมนุมและตำรวจยังเคลื่อนย้ายไปมาสะดวก ทั้งเพียงปราศรัยวิจารณ์รัฐบาล ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ
3. ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง ฉบับลงวันที่ 3 ส.ค. 2564 กำหนดองค์ประกอบเพิ่มเติมไปจากข้อกำหนดที่ให้อำนาจ จึงไม่มีผลบังคับใช้

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 กลับคำพิพากษา เห็นว่าจำเลยทั้งสองมีความผิด ลงโทษจำคุก 20 วัน ปรับคนละ 8,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 1 ปี
26คดีคาร์ม็อบกำแพงเพชร วันที่ 1 ส.ค. 256422 มิ.ย. 2565 (ศาลจังหวัดกำแพงเพชร)

14 ก.พ. 2566
(ศาลอุทธรณ์ภาค 6)

20 มี.ค. 2566 (ศาลจังหวัดกำแพงเพชร)

28 พ.ย. 2566
(ศาลอุทธรณ์ภาค 6)

31 ม.ค. 2567
(ศาลจังหวัดกำแเพงเพชร)
ศาลชั้นต้นยกฟ้อง เห็นว่าการชุมนุมจะเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ต้องเป็นการชุมนุมที่มีลักษณะเป็นการกระทบต่อความมั่นคงต่อรัฐ การที่จำเลยชักชวนและมาร่วมการชุมนุม จึงไม่เป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ นอกจากนี้ พ.ร.บ.ชุมนุมฯ มาตรา 3 (6) บัญญัติไม่ให้ใช้บังคับในระหว่างที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ประกาศใช้

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ และศาลจังหวัดกำแพงเพชรได้แก้คำพิพากษาเดิม เห็นว่าจำเลยมีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ลงโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 20,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษ 1 ปี

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่อีกครั้ง หลังมีผู้พิพากษาลงนามในคำพิพากษาเพียงคนเดียว ในคดีที่ลงโทษปรับเกิน 10,000 บาท ทำให้ศาลชั้นต้นต้องอ่านคำพิพากษาเดิมใหม่อีกครั้ง
27คดี #ม็อบ19ตุลา2563 ชุมนุมแยกเกษตรศาสตร์
(พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง)
(นพ.ทศพร เสรีรักษ์ และ สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์)
22 มี.ค. 2566
(ศาลแขวงพระนครเหนือ)
ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกคนละ 1 เดือน ปรับคนละ 14,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้
28คดีชุมนุม #ม็อบ2พฤษภา2564 หน้าศาลอาญา โดยกลุ่ม REDEM28 มี.ค. 2566
(ศาลอาญา)
ศาลยกฟ้องจำเลย 2 ราย แต่เห็นว่าจำเลยอีก 13 ราย มีความผิดในหลายข้อหา รวมทั้งตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่ลงโทษตามมาตรา 216 ที่เป็นบทหนักสุด โดยให้รอการลงโทษจำคุก
29คดี “สายน้ำ” ร่วมชุมนุม #ทวงคืนประเทศไทยขับไล่ปรสิต เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 256430 มี.ค. 2566
(ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง)
ศาลเห็นว่าจำเลยไปร่วมการชุมนุมในวันเกิดเหตุจริง จำเลยไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย และมีพฤติกรรมที่ไม่ปฎิบัติตามมาตรการป้องกันโรค ขณะเกิดเหตุจำเลยอายุ 17 ปี จึงลดโทษกึ่งหนึ่ง ลงโทษปรับ 6,000 บาท และเนื่องจากจำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง จึงลดโทษปรับ เหลือ 4,000 บาท ข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง
30คดีผู้ชุมนุม #ม็อบ7สิงหา2564 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย19 เม.ย. 2566
(ศาลแขวงดุสิต)
ศาลเห็นว่าไม่ใช่การจัดกิจกรรมที่เข้าข้อยกเว้นตามประกาศกำหนด ไม่มีการตั้งจุดคัดกรอง หรือจุดลงทะเบียน ไม่มีการเว้นระยะห่าง จึงเป็นความผิด ลงโทษปรับคนละ 2,000 บาท
31คดีกิจกรรมรำลึก 88 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ที่สกายวอล์กปทุมวัน เมื่อ 24 มิ.ย. 25631 พ.ค. 2566
(ศาลแขวงปทุมวัน)
ศาลพิพากษาว่าลงโทษปรับฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 5,000 บาท ใช้เครื่องขยายเสียงปรับ 200 บาท รวมปรับ 5,700 บาท
32คดีคาร์ม็อบสตูล วันที่ 10 ส.ค. 256423 พ.ค. 2566
(ศาลจังหวัดสตูล)

14 พ.ค. 2567
(ศาลอุทธรณ์ภาค 9)
ศาลพิพากษาให้รอการกำหนดโทษ 1 ปี เห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่เพียงพอจะระบุได้ว่าจำเลยทั้งสามเป็นผู้จัดกิจกรรม แต่จำเลยก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของผู้เข้าร่วมกิจกรรม และเมื่อปรากฏว่าไม่มีผู้ร่วมชุมนุมคนใดได้ขออนุญาต ผู้ร่วมชุมนุมทุกคนจึงต้องร่วมกันรับผิดชอบ
แม้กิจกรรมจะมีความเสี่ยงน้อยตามที่จำเลยกล่าวอ้างไว้ แต่ในช่วงวันเกิดเหตุยังมีการระบาดของโควิด-19 อย่างรุนแรง อีกทั้งยังไม่มีข้อมูลหรืองานวิจัยที่สามารถแสดงได้ชัดเจนและเป็นที่ยุติได้ว่าการกระทำเช่นใดถือเป็นการกระทำที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค รวมทั้งวิธีการป้องกันการแพร่เชื้อโรคที่ชัดเจนแต่อย่างใด และเมื่อจำเลยไม่กระทำตามมาตรการเช่นนั้น จำเลยจึงมีความผิดตามฟ้อง

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน
33คดีชูเกียรติ แสงวงค์ ร่วมชุมนุม #ม็อบ20มีนา2564 ที่สนามหลวง (พ่วงกับข้อหาอื่นๆ)15 มิ.ย. 2566
(ศาลอาญา)
เมื่อจำเลยรับว่าไปร่วมชุมนุมจริง จึงเป็นความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ลงโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 2,000 บาท แต่จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ให้รอลงอาญา 2 ปี
34คดีร่วมกิจกรรม Rainbow Car mob #ขบวนกี1 โดยกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2564 (เยาวชน 3 คน)28 มิ.ย. 2566
(ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง)
ศาลเห็นว่าจำเลยเข้าร่วมกิจกรรมจริง และเรื่องเสรีภาพการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ มีข้อยกเว้นในสถานการณ์ฉุกเฉิน ลงโทษปรับคนละ 4,000 บาท เฉพาะจำเลยที่ 3 ลงโทษปรับข้อหากีดขวางการจราจรเพิ่มอีก 400 บาท
35คดีชุมนุม #ตามหานาย สาดสี-ปาไข่ หน้าประตูทางเข้า ม.พัน 4 พล.1 รอ.
(นักกิจกรรม 2 คน)
28 มิ.ย. 2566
(ศาลแขวงดุสิต)
ศาลเห็นว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้จัด และแบ่งหน้าที่กันทำ ลักษณะการชุมนุมขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี และไม่ถูกหลักสุขอนามัย อีกทั้งยังกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ไม่มีการแจ้งชุมนุมต่อเจ้าพนักงาน และไม่มีมาตรการป้องกันโรคโควิด จึงไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ชอบด้วยกฎหมาย ลงโทษปรับข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ คนละ 20,000 บาท
36คดีร่วมงานเสวนา “คืนอิสรภาพ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม” หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ วันที่ 23 ต.ค. 256429 มิ.ย. 2566
(ศาลแขวงพระนครเหนือ)
ศาลเห็นว่าจำเลยเข้าร่วมกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคระบาด ทั้งที่ทราบดีอยู่แล้วว่าฝ่าฝืนกฎหมาย พิพากษาจำคุก 20 วัน ในข้อหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ปรับ 10,000 บาท ส่วน พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ ปรับ 200 บาท  ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษเหลือจำคุก 15 วัน ในข้อหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ปรับ 7,500 บาท ส่วน พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ ปรับ 150 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ให้รอการลงโทษจำคุกกำหนด 1 ปี
37คดีคาร์ม็อบนครราชสีมา วันที่ 15 ส.ค. 25644 ก.ค. 2565
(ศาลแขวงนครราชสีมา)

29 มิ.ย. 2566
(ศาลอุทธรณ์ภาค 3)
ศาลชั้นต้นยกฟ้องจำเลย 1 รายที่ต่อสู้คดี เห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยรายนี้เป็นผู้จัดการชุมนุม จึงไม่มีหน้าที่ต้องขออนุญาต และพบว่าผู้เข้าร่วมการชุมนุมต่างระมัดระวังตนเองโดยสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา พฤติการณ์ดังกล่าวยังไม่ถึงขนาดรับฟังได้ว่า เป็นความเสี่ยงต่อการแพร่โควิด-19 ไปในวงกว้าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่ามีความผิดลงโทษปรับ 10,000 บาท
38คดี “เอีย” เด็กอายุ 12 ปี ปั่นจักรยานไปรับข้าวแจกใน #ม็อบ13กันยา64 ที่ดินแดง18 ก.ค. 2566
(ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง)
ศาลเห็นว่าจำเลยอยู่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดงและตะโกนว่า “กระสุนยางมาแล้ว” จำเลยรู้อยู่แล้วว่ามีการชุมนุม แต่ไม่ยอมออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวจำเลยได้ในที่เกิดเหตุ ที่จำเลยอ้างว่าปั่นจักรยานมารับข้าวนั้น ฟังไม่ขึ้น ขณะกระทำความผิดจำเลยมีอายุ 12 ปีเศษ จึงยังไม่ต้องรับโทษ จึงว่ากล่าวตักเตือนและปล่อยตัวไป 
39คดี “สายน้ำ”
แต่งครอปท็อปเข้าร่วมเดินแฟชั่นโชว์ และเขียนข้อความบนร่างกายในการชุมนุม #ภาษีกู เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2563 บนถนนสีลม (พ่วงกับ ม.112)
20 ก.ค. 2566
(ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง)
จำเลยไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา และแม้จะไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลังจากการชุมนุมดังกล่าวอย่างมีนัยยะสำคัญ แต่รัฐบาลได้มีการออกข้อกำหนดและข้อบังคับใช้เพื่อป้องกันและลดการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 แล้ว ลงโทษปรับฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 6,000 บาท ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษหนึ่งในสาม เหลือปรับ 4,000 บาท
40คดีคาร์ม็อบสุรินทร์
เหตุวันที่ 15 ส.ค. 2564
26 ก.ค. 2566
(ศาลแขวงสุรินทร์)

23 เม.ย. 2567
(ศาลอุทธรณ์ภาค 3)
ศาลเห็นว่าจำเลยทั้งสองมีบทบาทเป็นผู้จัดการชุมนุม จำเลยที่ 1 ไม่ได้ตรวจ ATK  ส่วนจำเลยที่ 2 แม้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา แต่มีผู้ร่วมชุมนุมบางส่วนไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยในบางเวลา ถือเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะมีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 และ 2 เป็นเงิน 30,000 บาท ลดค่าปรับเฉพาะจำเลยที่ 2 เนื่องจากให้การเป็นประโยชน์ เหลือปรับ 20,000 บาท

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน
41คดีชุมนุม #ศุกร์13ไล่ล่าทรราช บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยกลุ่มทะลุฟ้า เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2564 (กรณีเยาวชน)27 ก.ค. 2566
(ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง)
ศาลเห็นว่าจำเลยไม่สวมหน้ากากอนามัย เดินปะปนกับคนอื่น แม้หลังชุมนุม มีการตรวจ ATK และไม่ติดเชื้อ แต่ก็เห็นว่าจำเลยมีความเสี่ยงที่จะรับเชื้อได้ ลงโทษปรับ 6,000 บาท ให้การเป็นประโยชน์ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือปรับ 4,000 บาท
42คดีชุมนุม #คนเจียงฮายก้ายคนง่าวบ่เอาคนหลายใจ ที่หอนาฬิกา จังหวัดเชียงราย วันที่ 25 ก.ค. 256329 ส.ค. 2565
(ศาลจังหวัดเชียงราย)

16 ส.ค. 2566
(ศาลอุทธรณ์ ภาค 5)
แม้พฤติการณ์จำเลยจะฟังได้ว่าเป็นผู้ร่วมจัดการชุมนุม แต่การชุมนุมไม่ถึงกับเป็นสถานที่แออัด ไม่เป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ผู้ชุมนุมส่วนมากสวมหน้ากากอนามัย รายงานสาธารณสุขแสดงว่า หลังการชุมนุม ในจังหวัดเชียงรายก็ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ เป็นเวลากว่า 133 วัน การชุมนุมจึงยังไม่เสี่ยงต่อโรค

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 กลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น เห็นว่ามีความผิด ลงโทษปรับ 4,000 บาท
43คดีร่วมกิจกรรมคาร์ม็อบเชียงใหม่ “ล้านนาต้านศักดินาทัวร์” เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2564
(พ่วงกับ ม.112)
21 ส.ค. 2566
(ศาลจังหวัดเชียงใหม่)
พฤติการณ์ของจำเลยที่มีการประกาศเชิญชวนการชุมนุมผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มีการเดินทางร่วมไปกับรถที่ใช้ในการชุมนุม มีการอ่านแถลงการณ์ จึงเชื่อว่าจำเลยเป็นแกนนำร่วมจัดกิจกรรมดังกล่าว โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน พิพากษาจำคุก 1 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
44คดีชุมนุมหน้าสถานทูตเมียนมา #StandWithMyanmar  วันที่ 1 ก.พ. 2564
(จำเลย 1 ราย ต่อสู้คดี)
21 ส.ค. 2566
(ศาลอาญากรุงเทพใต้)
ศาลเห็นว่าเหตุการณ์มีการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกับตำรวจ เป็นลักษณะที่แตกต่างจากการชุมนุมโดยทั่วไป การชุมนุมยังมีความแออัด ไม่มีการตรวจคัดกรองโรค ลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 1 เดือน ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 20 วัน ไม่รอลงอาญา
45คดีร่วมหมู่บ้านทะลุฟ้า ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล มีนาคม 2564
(เยาวชน 2 คน)
24 ส.ค. 2566
(ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง)
ศาลพิพากษาปรับข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ คนละ 6,000 บาท และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับคนละ 90 บาท รวมปรับคนละ 6,090 บาท ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษเหลือปรับคนละ 4,060 บาท
46คดีของ 2 คนขับรถเครื่องเสียงของเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ร่วมชุมนุม #ราษฎรประสงค์ยกเลิก112 หรือ #ม็อบ31ตุลา2564 29 ส.ค. 2566
(ศาลอาญากรุงเทพใต้)
พยานหลักฐานของโจทก์รับฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองเข้ามาในบริเวณสถานที่ชุมนุมจริงเป็นการชุมนุมที่เกินกว่า 50 คนขึ้นไป อันเป็นการเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค ลงโทษจำคุกคนละ 1 เดือน ปรับคนละ 10,000 บาท ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 1 ปี 
47คดีร่วมคาร์ม็อบ #ขบวนกี2 โดยกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2564 (เยาวชน 2 คน)30 ส.ค. 2566
(ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง)
การเข้าร่วมชุมนุมของจำเลยทั้งสอง ไม่มีการตั้งจุดคัดกรองป้องกันโรค มีผู้เข้าร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมาก เป็นการชุมนุมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคระบาด และการชุมนุมดังกล่าวย่อมเกิดความไม่สงบเรียบร้อย แม้จำเลยจะนำสืบว่า ทั้งสองสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และพกเจลแอลกอฮอล์เพื่อล้างมือ ก็ไม่ทำให้จำเลยหลุดพ้นจากการกระทำความผิด ลงโทษปรับคนละ 6,000 บาท จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม คงปรับคนละ 4,000 บาท
48คดีคาร์ม็อบสุรินทร์
เหตุวันที่ 1 ส.ค. 2564
31 ส.ค. 2566
(ศาลแขวงสุรินทร์)
ศาลพิพากษาปรับ 2 จำเลย คนละ 30,000 บาท ให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี  ลดโทษลง 1 ใน 3 เหลือปรับคนละ 20,000 บาท
49คดีชุมนุม #ม็อบ18พฤศจิกา2563 ชุมนุมแยกราชประสงค์เดินไปหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 
(นักกิจกรรม 5 ราย)
6 ก.ย. 2566
(ศาลแขวงปทุมวัน)
อัยการฟ้อง พ.ร.ก. แยกเป็น 2 กระทง เรื่องการไม่แจ้งการชุมนุมสาธารณะ และการไม่จัดให้มีมาตรการป้องกันโรค ศาลเห็นว่าเฉพาะจำเลยที่ 1 (อานนท์ นำภา) ที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นผู้จัดกิจกรรม มีความผิดในทั้งสองกระทง ลงโทษปรับกระทงละ 5,000 บาท รวมปรับ 10,000 บาท
นักกิจกรรมอีก 4 ราย ไม่มีหลักฐานว่าเป็นผู้จัดกิจกรรม ให้ยกฟ้อง
50คดี #ม็อบย่างกุ้ง ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2563
(นักกิจกรรม 3 ราย)
7 ก.ย. 2566
(ศาลแขวงดุสิต)
เห็นว่าจำเลยทั้งสามร่วมกิจกรรมขายกุ้งจริง โดยไม่ได้มีมาตรการป้องกันโควิด-2019 ไม่มีเจลแอลกอฮอล์ ไม่มีการเว้นระยะห่าง ไม่มีการตรวจจุดคัดกรอง การชุมนุมจึงมีลักษณะมั่วสุมแออัด เสี่ยงต่อการทำให้เกิดการแพร่เชื้อ พิพากษาปรับคนละ 10,000 บาท
51คดีเยาวชนร่วมชุมนุม #ล้วงคองูเห่าเอาให้อ้วกเป็นกล้วย ที่แยกอโศกมนตรี เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 256426 ก.ย. 2566
(ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง)
ศาลเห็นว่ากิจกรรมดังกล่าวทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้รับผิดชอบ ลงโทษปรับ 6,000 บาท เนื่องจากการนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์ ลดโทษให้หนึ่งในสาม เหลือลงโทษปรับ 4,000 บาท
52คดีอานนท์ นำภา
ชุมนุม #ม็อบ14ตุลา2563 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เคลื่อนไปยังทำเนียบรัฐบาล

(พ่วงกับ ม.112)
26 ก.ย. 2566
(ศาลอาญา)
ศาลเห็นว่าจำเลยเป็นแกนนำการชุมนุม แต่การจัดการชุมนุมไม่มีการเว้นระยะห่าง ไม่มีมาตรการป้องกันและควบคุมโรค พิพากษาลงโทษปรับ 20,000 บาท
53คดีทำกิจกรรม “เขียนป้ายผ้า 112 เมตร” บริเวณเกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
(ประชาชน 8 คน)
27 ก.ย. 2566
(ศาลแขวงดุสิต)
ศาลเห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยโดยรวมของสังคมและประชาชนคนอื่น และอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่การชุมนุมมีจุดประสงค์เพียงเพื่อต้องการเรียกร้องการบริหารของรัฐบาล ใช้สิทธิและเสรีภาพที่ได้รับการรับรองไว้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 44 ประกอบกับไม่มีการพกอาวุธ หรือความวุ่นวายเสียหาย และในขณะเกิดเหตุยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อโควิดในพื้นที่ชุมนุม จึงให้รอการกำหนดโทษไว้ 1 ปี
54คดีชุมนุม #ซ้อมต้านรัฐประหารหรือ #27พฤศจิกาไปห้าแยกลาดพร้าว เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2563
(นักกิจกรรมและประชาชน รวม 16 คน)
2 ต.ค. 2566
(ศาลแขวงพระนครเหนือ)
ศาลเห็นว่าการชุมนุมของจำเลยทั้ง 16 ไม่มีมาตรการป้องกันโควิด-19 ไม่มีจุดคัดกรอง เห็นว่าเป็นการชุมนุมมั่วสุมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรค และจำเลยทั้ง 16 คนมีพฤติการณ์เป็นผู้จัดการชุมนุม ในข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ศาลลงโทษจำคุก 2 เดือน ปรับคนละ 16,000 บาท เฉพาะจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ยังเพิ่มโทษจำคุก 20 วัน เพราะเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน
จำเลย 13 คน ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ ส่วน อานนท์ นำภา, จตุภัทร์ และธนายุทธ ณ อยุธยา ศาลไม่ให้รอลงอาญา
55คดีชุมนุม #ม็อบ25ตุลา2563 สี่แยกราชประสงค์
(นักกิจกรรม 4 คน)
16 ต.ค. 2566
(ศาลแขวงปทุมวัน)
ศาลเห็นว่าจำเลยที่ 1 ได้มีการนัดหมายชุมนุม แต่ไม่ได้มีการจดแจ้งการชุมนุม และไม่ได้จัดให้มีมาตรการป้องกันโรค ลงโทษปรับข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 5,000 บาท, พ.ร.บ.จราจรฯ และ กีดขวางทางสาธารณะฯ ลงโทษตามมาตรา 385 ปรับ 5,000 บาท
ส่วนจำเลยที่ 2-4 ไม่มีพยานหลักฐานแน่ชัดว่าเป็นผู้จัดการชุมนุม ลงโทษเฉพาะข้อหากีดขวางทางสาธารณะ ปรับคนละ 5,000 บาท
56คดีชุมนุม #ทวงคืนประเทศไทยขับไล่ปรสิต เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2564 เคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปยังทำเนียบรัฐบาล
(นักกิจกรรม 1 คน ต่อสู้คดี)
24 ต.ค. 2566
(ศาลแขวงดุสิต)
ศาลเห็นว่าจำเลยที่ 5 ขึ้นปราศรัยหน้าแมคโดนัลด์ ซึ่งแม้เป็นสถานที่เปิดโล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก แต่มีผู้ชุมนุมจำนวนมาก ผู้ชุมนุมสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้จากทุกทิศทาง ไม่มีจุดคัดกรอง ไม่มีมาตรการให้สวมหน้ากากอนามัยอย่างเข้มงวด ไม่มีการเว้นระยะห่าง ไม่มีจุดบริการแอลกอฮอล์ จึงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 5 เข้าร่วมการชุมนุมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคโดยไม่ได้รับอนุญาต พิพากษาปรับข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 6,000 บาท
57คดีคาร์ม็อบนนทบุรี เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 256425 ต.ค. 2566
(ศาลแขวงนนทบุรี)
ศาลเห็นว่าช่วงเวลาดังกล่าวมีโรคระบาด มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ออกข้อบังคับห้ามชุมนุมเพื่อป้องกันและควบคุมโรค เว้นได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ จึงเห็นว่ากิจกรรมเป็นการชุมนุมที่ขัดต่อกฎหมายและประกาศข้อกำหนด ลงโทษปรับ 5,000 บาท
58คดีเบนจา อะปัญ
อ่านแถลงการณ์ในคาร์ม็อบ ‘คาร์ม็อบใหญ่ไล่ทรราช’ หน้าอาคารซิโน-ไทย เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2564
(พ่วงกับ ม.112)
30 ต.ค. 2566
(ศาลอาญากรุงเทพใต้)
ศาลเห็นว่ากิจกรรมมีการเชิญชวนให้มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก จำเลยไม่สามารถควบคุมผู้ชุมนุมได้ และไม่มีมาตรการรองรับความปลอดภัยหรือควบคุมโรคเพียงพอ ลงโทษจำคุกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 1 ปี ให้การเป็นประโยชน์ ลดหนึ่งในสาม เหลือจำคุก 8 เดือน โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี
59คดีร่วมกิจกรรมคาร์ม็อบ15สิงหา64 #ขบวนกี3 โดยกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก (เยาวชน 1 คน)31 ต.ค. 2566
(ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง)
ศาลเห็นว่ากิจกรรมมีความเสี่ยงทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค ลงโทษปรับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 4,000 บาท และปรับฐานกีดขวางทางสาธารณะ 2,000 บาท ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษหนึ่งในสาม เหลือรวมปรับ 4,000 บาท
60คดีของนวพล ต้นงาม ชุมนุม #ม็อบ19สิงหาไล่ล่าทรราช ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2564
(พ่วงกับข้อหาอื่นๆ กรณีเผาหุ่นฟางระหว่างกิจกรรม)
25 ม.ค. 2567
(ศาลอาญา)
ศาลเห็นว่าจำเลยเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุมที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่เห็นว่าเป็นความผิด แต่ให้ลงโทษในข้อหาทำให้เกิดเพลิงไหม้ซึ่งมีโทษหนักกว่า ลงโทษจำคุก 3 ปี ให้การเป็นประโยชน์ ลดเหลือจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา
61คดีชุมนุม #ม็อบ28กุมภา2564 เดินจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปกรมทหารราบที่ 1
(จำเลย 38 คน)
30 ม.ค. 2567
(ศาลอาญา)
ศาลเห็นว่าจากภาพเหตุการณ์ปรากฏผู้ชุมนุมเป็นจำนวน 600-800 คน เห็นว่ามีความแออัด ผู้ชุมนุมไม่ได้มีการเว้นระยะห่าง เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค แต่ยกฟ้องข้อหาอื่นๆ
62คดี #ม็อบ14มิถุนา2565 ชุมนุมบริเวณแยกดินแดง
(จำเลย 8 คน)
31 ม.ค. 2567
(ศาลอาญา)
ศาลเห็นว่าจำเลยเข้าร่วมชุมนุมในขณะที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ และมีการออกข้อกำหนดห้ามการชุมนุมมั่วสุมในสถานที่แออัด ซึ่งอาจทำให้ความเสี่ยงในการระบาดของโรคโควิด จำเลยทุกคนไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย และไม่ได้มีมาตราการป้องกันโควิด-19 แต่อย่างใด
63คดีเครือข่ายแรงงานชุมนุมเรียกร้อง #เงินชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้าง ให้กับคนงานโรงงานตัดเย็บชุดชั้นในบริษัทบริลเลียนท์ฯ หน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2564
(จำเลย 6 คน)
5 ก.พ. 2567
(ศาลแขวงดุสิต)
ศาลเห็นว่าผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ลงโทษปรับคนละ 6,000 บาท ให้การเป็นประโยชน์ ลดเหลือปรับ 4,000 บาท เนื่องจากจำเลยเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนและไม่เคยกระทำผิดมาก่อน โทษปรับให้รอลงอาญา 2 ปี
64ผู้ชุมนุมคัดค้านการสลาย #หมู่บ้านทะลุฟ้า ถูกจับกุมหน้าหน้าทำเนียบรัฐบาลในช่วงเย็น (จำเลย 32 คน)28 ก.พ. 2567
(ศาลแขวงดุสิต)
ศาลเห็นว่าจำเลยเป็นผู้เข้าร่วมทำกิจกรรมตามฟ้อง โดยเป็นการทำกิจกรรมในลักษณะที่แออัด เสี่ยงต่อการแพร่โรค และไม่มีการตั้งจุดคัดกรอง ผู้ชุมนุมไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัย ไม่เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรค แต่ไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าจำเลยเป็นผู้จัดการชุมนุม จึงมีความผิดฐานร่วมชุมนุมเท่านั้น เห็นว่าผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.จราจรฯ ลงโทษปรับคนละ 10,000 บาท ส่วนข้อหาอื่นยกฟ้อง
65คดีทีมการ์ด WeVo ขายกุ้งเพื่อช่วยผู้ค้ากุ้ง หรือ #ม็อบย่างกุ้ง ที่สนามหลวง
(จำเลย 11 คน)
12 มี.ค. 2567
(ศาลแขวงดุสิต)
เห็นว่าจำเลยทั้ง 11 คนเข้าร่วมกิจกรรม ไม่เว้นระยะห่างทางสังคม ผู้ชุมนุมมีจำนวนมากในลักษณะแออัด ไม่มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ส่วนที่จำเลยอ้างว่าปฏิบัติตามมาตรการโดยสวมหน้ากากอนามัย ใช้เจลแอลกอฮอล์ ไม่ติดเชื้อ และไม่ปรากฏว่ามีการแพร่เป็นกลุ่ม ไม่สามารถอ้างปฏิเสธความรับผิดได้ ลงโทษจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้อำนวยการกลุ่มปรับ 30,000 บาท จำเลยที่ 2 ลงโทษปรับ 5,000 บาท ให้การรับสารภาพ ลดโทษเหลือปรับ 2,500 บาท จำเลยที่ 3-11 ลงโทษปรับคนละ 10,000 บาท
66คดีอานนท์ นำภา
ปราศรัยในการชุมนุม ‘เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาชน’ หรือ #ม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์2 ที่ลานหอศิลปกรุงเทพฯ วันที่ 3 ส.ค. 2564
(พ่วงกับ ม.112)
29 เม.ย. 2567
(ศาลอาญากรุงเทพใต้)
จำเลยเชิญชวนผ่านโซเชียลมีเดียให้มาฟังการปราศรัย ซึ่งถือเป็นการนัดหมายชุมนุม ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่คนเริ่มต้นก็ตาม และการที่จำเลยปราศรัยบนรถกระบะเครื่องเสียง แปลว่าได้มีการเตรียมการมาไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงเห็นว่าจำเลยเป็นผู้จัดมิใช่ผู้เข้าร่วม และแม้จะเบิกความว่าตนสวมหน้ากากอนามัย และยืนห่างกับผู้อื่น แต่จำเลยก็ไม่สามารถควบคุมให้ผู้ชุมนุมยืนห่างกันได้ พิพากษาจำคุก 1 เดือน ให้การเป็นประโยชน์ ลดเหลือจำคุก 20 วัน
67คดี 3 นักศึกษา ม.เชียงใหม่
เดินขบวนจากสามกษัตริย์ ไป สภ.เมืองเชียงใหม่ แจ้งความตำรวจสลายการชุมนุมในกรุงเทพฯ วันที่ 17 พ.ย. 2563
29 พ.ค. 2567
(ศาลแชวงเชียงใหม่)
ศาลเห็นว่าการชุมนุมมีลักษณะใกล้ชิดกัน ผู้ชุมนุมใส่หน้ากากอนามัยบางส่วน ไม่มีการตั้งตรวจวัดอุณหภูมิ จำเลยไม่ได้นำสืบว่ามีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 อย่างไร พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าการชุมนุมมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคแล้ว แม้ปรากฏตามพยานหลักฐานทั้งของโจทก์และจำเลยว่าก่อนและหลังการชุมนุมไม่มีผู้ติดเชื้อ ลงโทษปรับคนละ 6,000 บาท ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษเหลือคนละ 4,000 บาท

.

คดีข้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ และอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง

ลำดับชื่อคดี/เหตุแห่งคดีข้อหาหลักวันที่สั่งไม่ฟ้องเหตุผลโดยสังเขป
1คดีสุชาติ จั่นแก้ว พกป้ายไล่ประยุทธ์ ที่ท่าน้ำปากเกร็ด วันที่ 30 ก.ย. 2564ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง-ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน, ก่อความเดือดร้อนรำคาญ27 ธ.ค. 2564ผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์ก่อความเดือดร้อนรำคาญ ยังไม่มีการนำแผ่นป้ายดังกล่าวออกจากกระเป๋า ซึ่งเป็นการไม่แน่ว่าผู้ต้องหาจะใช้แผ่นดังกล่าวกระทำหรือไม่กระทำการใด ตำรวจจับกุมโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย ผู้ต้องหาจึงไม่มีความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน
2คดี “นายพล” กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ถูกกล่าวหาว่าโพสต์ชวนเข้าร่วมชุมนุมเดือนก.ค.-ส.ค. 2564 ทำให้เกิดการล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116ก.ย. 2565พยานหลักฐานไม่เพียงพอว่าผู้ต้องหาเป็นแอดมินของเพจกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และเป็นผู้โพสต์ข้อความตามข้อกล่าวหา แม้จะมีภาพถ่ายว่าผู้ต้องหาเข้าร่วมการชุมนุม และได้กล่าวเชิญชวนในไลฟ์ แต่ก็ไม่มีข้อความที่มีลักษณะปลุกปั่น ปลุกระดมมวลชนให้มีการกระทำที่กระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน

.

X