เปิดสถิติ – แนวโน้มประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมืองครึ่งปี 2568: ไม่มีผู้ได้สิทธิประกันตัว แถมมีคนเข้าเรือนจำเพิ่มเกือบทุกเดือน 

*ข้อมูลถึงวันที่ 3 ก.ย. 2568

จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เกี่ยวกับสถานการณ์การยื่นประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมืองตั้งแต่เดือน ม.ค. – มิ.ย. 2568 พบว่ามีการยื่นคำร้องขอประกันตัวและยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ประกันตัวต่อศาลรวมแล้วอย่างน้อย 120 ครั้ง 

ในขณะที่ปัจจุบันมีผู้ต้องขังทางการเมืองที่ยังอยู่ในระหว่างพิจารณาคดีถึง 24 คน เนื่องจากไม่ได้รับสิทธิประกันตัว ในจำนวนเหล่านี้มีผู้ที่เพิ่งถูกคุมขังใหม่ในปี 2568 จำนวน 4 คน ซึ่งได้แก่ จิรัชยา, พีรพงษ์, วิจิตร, จิรวัฒน์ เนื่องจากศาลยกคำร้องการประกันตัว นอกจากนั้นเป็นผู้ต้องขังที่ถูกขังข้ามมาจากปีก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม ยังพบว่ามีบางกรณีที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวบ้าง แต่พบเฉพาะในเฉพาะคดีที่อยู่ระหว่างสอบสวน ระหว่างการพิจารณาในศาลชั้นต้น และการยื่นประกันตัวครั้งแรกหลังมีคำพิพากษาเท่านั้น แต่สำหรับกรณีที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องตั้งแต่ครั้งแรกที่ยื่นประกันตัวหลังมีคำพิพากษา แม้จะมีความพยายามในการยื่นประกันตัวอย่างต่อเนื่อง นำเสนอเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ก็ไม่พบว่าศาลจะให้ประกันตัวอีก ทำให้บางรายถูกขังยาวตั้งแต่ปี 2566 และเหตุดังกล่าวก็ทำให้มีแนวโน้มที่ผู้ต้องขังที่คดีสิ้นสุดมีจำนวนเพิ่มขึ้น หลังจากถูกขังและไม่ได้รับสิทธิประกันตัว จนในที่สุดคดีความก็สิ้นสุดลง

.

ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา (ม.ค. – มิ.ย. 2568) จากคำร้องที่ยื่นต่อศาลทั้งหมดอย่างน้อย 120 ครั้ง (นับเฉพาะกรณีที่ยื่นในหลังจากผู้ต้องขังไม่ได้รับการประกันตัวแล้ว) แบ่งเป็นการยื่นขอประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมืองที่ถูกขังระหว่างพิจารณาคดีจำนวน 92 ​ครั้ง และยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวจำนวน 28 ครั้ง

ปัญหาเรื่องการประกันตัวของผู้ต้องขังโดยเฉพาะในคดีตามมาตรา 112 และคดีที่เกี่ยวข้องกับวัตถุระเบิดในช่วงการชุมนุมดินแดง สถานการณ์ยังคงดำเนินสืบเนื่องมาจากปีก่อนหน้า ในคดีของจำเลยที่มีคำพิพากษาจำคุก ไม่รอลงอาญา และศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวภายหลังจากการยื่นขอประกันครั้งแรกหลังคำพิพากษา ก็ยังไม่พบว่าการยื่นประกันตัวใหม่ หรือยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ประกันตัวในครั้งถัด ๆ มานั้น ศาลจะมีคำสั่งให้ประกันตัวอีก แม้จะมีความพยายามยื่นประกันตัวอย่างต่อเนื่อง นำเสนอเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ก็มักไม่มีการเปลี่ยนแปลงคำสั่งเกิดขึ้น 

ทั้งยังมีปัญหามาตรฐานในแต่ละคดีว่าศาลพิจารณาโดยใช้ดุลยพินิจอย่างไรในการสั่งไม่ให้ประกันตัว หรือให้ประกันตัวในคดีลักษณะเดียวกัน โทษใกล้เคียงกัน ศาลในชั้นเดียวกัน จำเลยบางคดีได้ประกันตัว บางคดีไม่ได้ประกันตัว

ส่วนคดีผู้ถูกคุมขังที่ได้รับการปล่อยตัว เป็นกรณีที่ถูกคุมขังระหว่างรอคำสั่งประกันตัวของศาลสูง หรือคดีที่อยู่ระหว่างชั้นสอบสวนและระหว่างการพิจารณาในศาลชั้นต้น ซึ่งศาลให้ประกันตัวในภายหลัง โดยพบอย่างน้อย 7 ราย

สำหรับคดีที่อยู่ระหว่างสอบสวน และอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ได้แก่ คดีของ “พงษ์” (นามสมมติ) หนึ่งในจำเลยคดีทีมการ์ด Wevo ถูกจับที่เมเจอร์รัชโยธิน ถูกศาลออกหมายจับเนื่องจากพงษ์มีเหตุไม่สามารถเดินทางมาฟังคำพิพากษาตามนัด หลังเข้าไปรายงานตัวต่อศาล ศาลมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว ต่อมาหลังถูกขังอยู่ 9 วัน และมีการยื่นอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์จึงมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว 

ส่วนในคดีข้อหามาตรา 112 พบว่ามีกรณีของวัชรพงษ์ ชินโซ และพอล แชมเบอร์ส ที่ถูกฝากขังระหว่างสอบสวน และต่อมาศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว

คดีที่ยื่นประกันตัวครั้งแรกหลังมีคำพิพากษา แล้วได้ประกันตัว อย่างเช่นคดีของ “พอร์ท” ปริญญา ชีวินกุลปฐม และคดีของ พิมชนก จิระไทยานนท์ ที่ถูกขัง 4 วันระหว่างรอคำสั่งประกันตัวชั้นฎีกาในคดีมาตรา 112 ก่อนที่ศาลฎีกาจะมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว 

ส่วนในคดีเกี่ยวกับวัตถุระเบิดมี “ธีรพงศ์” (นามสมมติ) และภัทรพล ที่ศาลอนุญาตอนุญาตให้ประกันตัวในชั้นฎีกา หลังศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก และต้องถูกขังในเรือนจำระหว่างรอคำสั่งประกันตัว

โดยสรุปตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา (ม.ค.​ – มิ.ย. 2568) แนวโน้มสถานการณ์ผู้ต้องขังทางการเมืองยังคงอยู่ในภาวะการณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก ผู้ต้องขังเดิมที่ถูกคุมขังข้ามปีนั้นไม่มีใครได้รับสิทธิประกันตัว และมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่งประกัน ซ้ำกลับมีผู้ต้องขังรายใหม่เข้าเรือนจำอีก 

.

หากนับเพียงครึ่งแรกของปี 2568 มีผู้ต้องขังใหม่ที่ปัจจุบันยังถูกคุมขังจากคดีทางการเมืองเพิ่มอีก 10 คน ได้แก่ จิรัชยา สกุลทอง, “แบงค์” ณัฐพล, “พีรพงศ์” (นามสมมติ), “วิจิตร” (นามสมมติ), จิรวัฒน์, จักรี, “ตรัณ” (นามสมมติ), “ปณิธาน” (นามสมมติ), ศรัณย์ อนุรักษ์ปราการ และ พัชรวัฒน์ โกมลประเสริฐกุล

ในจำนวนนี้มี 4 คน ที่ยังเป็นผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี โดยที่ศาลยังไม่มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว (ไม่นับรวม “แบงค์” ณัฐพล เนื่องจากถอนประกันตนเองหลังถูกจำคุกในคดีส่วนตัว) กล่าวคือ

  1. “จินนี่” จิรัชยา สกุลทอง ถูกขังระหว่างอุทธรณ์ในคดี ม.112 หลังศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี จากกรณีไลฟ์สดบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ใน #ม็อบ25กรกฎาคมแห่เทียนไล่นายกฯ หน้าทำเนียบรัฐบาล และศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตประกันตัว
  1. “พีรพงศ์” ถูกขังระหว่างฎีกา หลังศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 2 ปี 4 เดือน 15 วัน ในคดีถูกกล่าวหาว่าร่วมขว้างปาวัตถุระเบิดใส่ป้อมตำรวจ บริเวณแยกอโศกมนตรี ใน #ม็อบ11ตุลา64 และศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว
  1. “วิจิตร” ถูกขังระหว่างอุทธรณ์ในคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ หลังศาลอาญาพิพากษาจำคุก 10 ปี กรณีโพสต์ 10 ข้อความ ช่วงหลังรัฐประหาร 2557 ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว และหลังยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ประกันตัวต่อศาลฎีกา ก็ยังคงมีคำสั่งยกคำร้องอีกเช่นกัน 
  1. “บูม” จิรวัฒน์ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องขังทางการเมืองรายเดียวที่ได้ประกันตัวเมื่อปลายปี 2567 กลับต้องเข้าเรือนจำอีกครั้ง หลังจากศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนจำคุก 6 ปี ไม่รอลงอาญา ในคดีมาตรา 112 เหตุแชร์ 3 โพสต์ โดยไม่ได้เขียนข้อความประกอบ โดยศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว 

.

ปีนี้พบว่ามีอีกสองคนที่ตัดสินใจประท้วงอดอาหารเพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัว ได้แก่ “ขนุน” สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ  และ “บัสบาส” มงคล ถิระโคตร ส่วนอีกกรณีหนึ่งเป็นของ “วิจิตร” ซึ่งทั้งสามคนนี้แม้ทนายความจะมีการยื่นคำร้องขอประกันตัวหลังจากเหตุดังกล่าว แต่ศาลก็ยังคงยกคำร้องการประกันตัวทุกครั้ง 

สำหรับ “ขนุน” สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ ตัดสินใจอดอาหารประท้วง หลังจากที่ตัวเขาเองเห็นว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการที่ไม่ได้ประกันตัวออกมาต่อสู้คดีระหว่างอุทธรณ์ ภายหลังความพยายามในการขอยื่นคำร้องมา 14 ครั้ง ศาลก็ยังคงมีคำสั่งยกคำร้อง จึงตัดสินใจประท้วงโดยการอดอาหาร ซึ่งมีข้อเรียกร้องคือ 1. สร้างอิสรภาพที่ถาวรแก่ผู้ถูกกล่าวหาทางการเมืองโดยไร้เงื่อนไข และ  2. ยุติการนำมาตรา 112 มาใช้ในทางการเมือง 

อย่างไรก็ตาม พบว่าหลังจากทนายความยื่นประกันตัวรวมถึงยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ประกันตัวในช่วงที่สิรภพอดอาหารประท้วง ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาก็ยังมีคำสั่งยกคำร้อง จนเป็นผลให้สิรภพยุติการอดอาหารประท้วงและเข้ารับกระบวนการรักษา Refeeding

ย้อนอ่าน  1 ปีที่ไร้อิสรภาพ: ย้อนดูการยื่นประกันตัว – ยื่นอุทธรณ์คำสั่งคดี ม.112 ‘ขนุน สิรภพ’ รวม 23 ครั้ง ศาลไม่เคยเปลี่ยนแปลงคำสั่ง

กรณีของ “บัสบาส” มงคล ถิระโคตร อดอาหารประท้วงตั้งแต่ 17 พ.ค. 2568 เนื่องจากต้องการร่วมเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องขังทางการเมือง และอยากให้สังคมภายนอกได้ถกเถียงต่อการต้องมีผู้ถูกจำคุกในคดีมาตรา 112 

จนเมื่อร่างกายเขาอ่อนเพลียมากจนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ทนายความยื่นประกันตัวบัสบาสไปหนึ่งครั้งหลังเขาอดอาหารประท้วง แต่ก็พบว่าศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง

ส่วนกรณีของ “วิจิตร” หลังจากเขาถูกคุมขังไประยะหนึ่ง พบว่าเขาเริ่มมีอาการป่วย จนแพทย์ รพ.ราชทัณฑ์วินิจฉัยว่ามีภาวะปอดติดเชื้อและมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด ต่อมาหลังอาการเริ่มทรุดลง ทนายความได้ยื่นประกันตัว โดยระบุถึงข้อบังคับประธานศาลฎีกาว่าด้วยการปล่อยชั่วคราวและวิธีการเรียกประกันในคดีอาญา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ลงวันที่ 30 เม.ย. 2568 ในข้อ 6 เกี่ยวกับเจ็บป่วยซึ่งต้องขังถึงอันตรายแก่ชีวิต แต่ศาลอุทธรณ์ก็ยังคงยกคำร้องดังกล่าว จนสุดท้ายปัจจุบันเขายังอยู่ระหว่างการรักษาตัวอยู่ แม้จะยังไม่ได้ประกันตัว

.

หากมองถึงผู้ต้องขังในกลุ่มคดีตามมาตรา 112 ที่ยังคงถูกขังในระหว่างการพิจารณาคดีอยู่ถึง 15 คน ซึ่งได้แก่ “เก็ท” โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง, อุดม, อานนท์ นำภา, “อารีฟ” วีรภาพ วงษ์สมาน, วรเวช, “บัสบาส” มงคล ถิระโคตร, อัฐสิษฎ, ชินวัตร จันทร์กระจ่าง, เชน ชีวอบัญชา หรือ “ขุนแผน”, เงินตา คำแสน หรือ “มานี”, ทิวากร วิถีตน, “อาย” กันต์ฤทัย คล้ายอ่อน, “จินนี่” จิรัชยา สกุลทอง, “แบงค์” ณัฐพล และ จิรวัฒน์

ผู้ต้องขังบางคนถูกกล่าวหาในหลายคดี หรือบางคนก็ถูกกล่าวหาในจำนวนหลายกรรม หรือแม้แต่บางส่วนที่ถูกกล่าวหาเพียงคดีเดียวเท่านั้น แต่ทั้งหมดนี้ในครึ่งปีที่ผ่านมาไม่พบว่ามีใครได้รับการประกันตัวออกมา ไม่ว่าจะมีการยื่นขอประกันตัวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งในทางกลับกัน “จิรวัฒน์” ผู้ต้องขังเพียงคนเดียวที่ได้รับการปล่อยตัวเมื่อปลายปี 2567 กลับต้องถูกขังอีกครั้งหนึ่งหลังจากไม่ได้ประกันตัวในชั้นฎีกา 

อย่างในกรณีของ อานนท์ นำภา ปัจจุบันถูกคุมขังหลังมีคำพิพากษาจากศาลชั้นต้นในคดีมาตรา 112 รวมแล้ว 10 คดี ตั้งแต่เขาถูกคุมขังเมื่อ 26 ก.ย. 2566 มาจนถึงเดือนมิถุนายน 2568 พบว่ามีการยื่นคำร้องขอประกันตัวอย่างน้อย 67 ครั้ง รวมไปถึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวมาเป็นจำนวนอย่างน้อย 23 ครั้งแล้ว (หากนับเพียงครึ่งปี 2568 มีการยื่นประกันตัว 22 ครั้ง และยื่นอุทธรณ์คำสั่ง 11 ครั้ง) 

ซึ่งมีบางครั้งที่คำร้องของอานนท์ได้ระบุอ้างอิงถึงความเห็นของผู้เชี่ยวชาญจากองค์การสหประชาชาติเรื่อง “ประเทศไทยต้องยกเลิกกฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์ทันที” ซึ่งเป็นความเห็นที่มีต่อสถานการณ์สิทธิมนุษยชน การดำเนินคดีด้วยมาตรา 112 และการควบคุมตัวโดยพลการ แต่ก็ไม่มีครั้งใดที่ศาลมีคำสั่งให้ประกันตัว 

ทิวากร ถูกคุมขังระหว่างฎีกา หลังถูกศาลอุทธรณ์กลับเป็นลงโทษจำคุก 6 ปี ในคดีมาตรา 112 กรณีโพสต์รูปสวมเสื้อ “เราหมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์แล้ว” รวมถึงโพสต์เรียกร้องให้สถาบันกษัตริย์ยุติการใช้มาตรา 112 และปล่อย 4 แกนนำราษฎร กรณีของทิวากรมีการยื่นคำร้องขอประกันตัวต่อศาลไปทั้งหมด 8 ครั้ง (นับตั้งแต่ถูกคุมขัง จนถึงเดือนมิถุนายน 2568) ซึ่งศาลก็ยกคำร้องทุกครั้งเช่นกัน 

คดีของทิวากร แม้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องทุกกระทง แต่ศาลอุทธรณ์เห็นต่างไป กลับไม่ได้รับการประกันตัวในการต่อสู้ในชั้นฎีกา โดยที่เขาก็ไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนีแต่อย่างใด

.

กลุ่มผู้ต้องขังในกลุ่มคดีที่เกี่ยวเนื่องกับระเบิดหรืออาวุธที่มีมูลเหตุมาจากสถานการณ์ทางการเมือง เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าจับตา เนื่องจากปัจจุบันมีจำเลยหลายคนที่ถูกพิพากษาลงโทษเป็นจำนวนหลายปี (บางคนถูกพิพากษาจำคุกกว่า 30 ปี) ศาลยังคงยกคำร้องไม่ให้ประกันตัวออกมาต่อสู้คดี 

หลายคนถูกคุมขังยาวตั้งแต่ปี 2566 หรือบางคนถูกขังแม้จะอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นโดยที่ยังไม่มีคำพิพากษาออกมา ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีจำนวน 7 คน ที่ถูกขังระหว่างพิจารณาคดีในข้อหาเกี่ยวเนื่องกับวัตถุระเบิด ซึ่งได้แก่ ประวิตร, คเชนทร์, ขจรศักดิ์, ไพฑูรย์, สุขสันต์, แดง ชินจัง, พีรพงศ์ โดยยังไม่มีใครได้รับการประกันตัวออกมา

อย่างในกรณีของ “ประวิตร” ถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. 2566 ในคดีที่ถูกกล่าวหากรณีเผาป้อมตำรวจจราจรใต้ทางด่วนดินแดงในการชุมนุมเมื่อปี 2564 ถูกศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 6 ปี 4 เดือน และนับตั้งแต่เขาถูกคุมขังมาจนถึงปัจจุบัน ทนายความได้ยื่นขอประกันตัวเขาไปแล้ว 10 ครั้ง ศาลยกคำร้องทุกครั้ง เขาเป็นผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีที่ถูกขังยาวนานที่สุดในระลอกนี้

“แดง ชินจัง” ถูกคุมขังมาตั้งแต่ 9 ก.ย. 2567 หลังถูกสั่งฟ้องใน 5 คดีที่เกี่ยวเนื่องกับวัตถุระเบิดในช่วงการชุมนุมของ กปปส. เมื่อปี 2557 และศาลอาญายังคงมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวเรื่อยมา แม้ทนายความจะยื่นประกันตัวไปคดีละ 6 ครั้งแล้ว (ยกเว้นคดีจากเหตุวันที่ 26 มี.ค. 2557 เป็นการยื่นขอประกันตัวครั้งที่ 2) พร้อมระบุเหตุผลในคำร้องอีกว่า พยานหลักฐานทุกคดีที่ชินจังถูกฟ้อง มาจากการซ้อมทรมาน ซึ่งปัจจุบันทุกคดียังอยู่ระหว่างการสืบพยานในชั้นศาล และจะมีคดีแรกที่จะมีคำพิพากษาออกมาในวันที่ 21 ส.ค. 2568 นี้

.

จากสถานการณ์ที่ผู้ต้องขังทางการเมืองมีแนวโน้มที่จะถูกขังยาว หลังศาลสูงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวเรื่อยมา จากผู้ต้องขังทั้งหมดมีจำนวนอย่างน้อย 50 คน ครึ่งหนึ่งเป็นผู้ต้องขังคดีสิ้นสุดแล้ว นั่นคือ 25 คน ที่ไม่สามารถขอประกันตัวออกมาต่อสู้คดีได้อีก ต้องถูกคุมขังตามกำหนดโทษตามคำพิพากษา

ในช่วงครึ่งปีแรก มีผู้ต้องขังทางการเมืองหลายคนที่ถูกขังระหว่างพิจารณาคดี จนกลายเป็นผู้ต้องขังคดีสิ้นสุด ด้วยเหตุผลหลักสองประการคือ ศาลยกคำร้องการประกันตัวจนมีคำพิพากษาถึงที่สุดออกมา คดีจึงสิ้นสุดลง อีกส่วนหนึ่งตัดสินใจถอนอุทธรณ์คดีหลังไม่ได้ประกันตัว และเห็นว่าเวลาเนิ่นยาวออกไป ตัดสินใจให้คดีสิ้นสุด เพื่อรอการลดหย่อนโทษลง

กรณี “ก้อง” อุกฤษฏ์ สันติประสิทธิกุล ขอยื่นประกันตัวเรื่อยมาตั้งแต่เขาถูกคุมขัง เนื่องด้วยเหตุผลสำคัญคือต้องการออกไปเรียนต่อให้จบปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่อย่างไรก็ตาม กรณีของอุกฤษฏ์มีการยื่นขอประกันตัวไปถึง 10 ครั้ง ก่อนที่ศาลฎีกาจะมีคำสั่งยกคำร้องทุกฉบับ จนในที่สุดศาลฎีกามีคำพิพากษาคดีมาตรา 112 ออกมา โดยพิพากษายืนจำคุก 2 ปี ทำให้คดีของเขาสิ้นสุดลง (ทั้งนี้ อุกฤษฏ์ยังถูกคุมขังในคดีมาตรา 112 อยู่อีก 1 คดีด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างฎีกา)

เช่นเดียวกันกับ “กัลยา” (นามสมมติ) ที่ถูกขังด้วยคดีมาตรา 112 ไกลถึงเรือนจำจังหวัดนราธิวาส คดีของเธอสิ้นสุดลงหลังเมื่อเดือน ก.พ. 2568 ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนจำคุก 6 ปี แม้ก่อนหน้านี้จะเคยมียื่นขอประกันตัวระหว่างฎีกาไป 5 ครั้ง ซึ่งก็ถูกยกคำร้องตลอดมา

ส่วนกรณีของ “แอมป์” ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 จากเหตุปราศรัยใน #ม็อบ13กุมภา64 ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 1 ปี 7 เดือน และไม่ให้ประกันตัวระหว่างฎีกา หลังจากความพยายามยื่นประกันตัวไป 5 ครั้ง ต่อมาเขาตัดสินใจไม่ฎีกาคดีต่อ ทำให้คดีสิ้นสุดลง 

คดีของ “ตรัณ” (นามสมมติ) ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 กรณีคอมเมนต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ศปปส. หลังจากศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 1 ปี 6 เดือน และไม่ให้ประกันตัวจำนวน 2 ครั้ง ทำให้เขาตัดสินใจไม่ฎีกาคดีต่อเช่นกัน

และ “จักรี” (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องขังคดีครอบครองระเบิดปิงปอง กรณีชุมนุมม็อบทะลุแก๊ซเมื่อปี 2564 ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 1 ปี และไม่อนุญาตให้ประกันตัวหลังยื่นประกันตัวไปจำนวน 2 ครั้ง ต่อมาเขาตัดสินใจไม่ฎีกาคดีต่อ ทำให้คดีสิ้นสุดลง

.

คำร้องขอประกันตัวและคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ประกันตัว รวมจำนวนอย่างน้อย 120 ฉบับ ที่ยื่นให้ศาลพิจารณาเพื่อปล่อยตัวผู้ต้องขังทางการเมืองตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ศาลมีคำสั่งยกคำร้อง 112 ฉบับ ซึ่งมีเพียง 8 ฉบับ (7 ราย) ที่มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว ล้วนเป็นกรณีที่ถูกขังระหว่างรอคำสั่งประกันตัวในชั้นสอบสวนหรือชั้นพิจารณาคดี และกรณีที่ถูกคุมขังระหว่างรอคำสั่งประกันตัวของศาลสูง

ส่วนกรณีที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าว สามารถสรุปประเด็นสำคัญในคำสั่งออกมาได้เพียงว่า “ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม” และ “มีเหตุควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี”

บางครั้งในคำสั่งยกคำร้องการประกันตัวของอานนท์ นำภา ศาลได้ระบุเหตุผลคำสั่งออกมาในทำนองว่า ‘การกระทำของจำเลยสร้างความเสียหายต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข’ เพิ่มเติมเข้ามาด้วย

หมายเหตุ : ข้อมูลการยื่นประกันตัวและอุทธรณ์คำสั่งเฉพาะผู้ที่ถูกขังอยู่ในเรือนจำ ยังไม่นับรวมกรณีที่ผู้ที่ได้รับการประกันตัวอยู่แล้วในกระบวนการพิจารณาคดีต่าง ๆ (ชั้นสอบสวน, สั่งฟ้อง, ชั้นศาล) 

สถิติภาพรวมการยื่นประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมืองที่ยังถูกขัง “ระหว่างพิจารณาคดี”

ชื่อผู้ต้องขังสถานะคดีจำนวนครั้งที่ยื่นคำร้อง (นับตั้งแต่จำเลยถูกขัง)รวมหมายเหตุ
ประวิตรระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ 10 ครั้ง10ถูกขังยาวนานที่สุด ตั้งแต่ ก.ค. 2566
คเชนทร์ – ขจรศักดิ์ระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ 7 ครั้ง7
‘เก็ท’ โสภณระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์​ 1 ครั้ง1
อุดมระหว่างฎีกาศาลฎีกา 3 ครั้ง3ถูกขังที่เรือนจำจังหวัดนราธิวาส
*ไพฑูรย์ – สุขสันต์ระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์​ 7 ครั้งศาลฎีกา 1 ครั้ง (เฉพาะไพฑูรย์)8โทษจำคุกในคดีชุมนุมดินแดงสูงที่สุด
*อานนท์ระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์  67 ครั้งศาลฎีกา 23 ครั้ง90ยื่นประกันตัวมากที่สุดในระลอกนี้
‘อารีฟ’ วีรภาพระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ 11 ครั้ง11
‘บัสบาส’ มงคลระหว่างฎีกาศาลฎีกา 4 ครั้ง4โทษจำคุกคดี 112 สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ (54 ปี 6 เดือน)
อัฐสิษฎระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์​ 7 ครั้ง7
‘ไบรท์’ ชินวัตรระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์​ 2 ครั้งศาลฎีกา 1 ครั้ง3
ขุนแผน – มานีระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์​ 5 ครั้ง5
ทิวากรระหว่างฎีกาศาลฎีกา 8 ครั้ง8
‘อาย’ กันต์ฤทัยระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ 3 ครั้งศาลฎีกา 1 ครั้ง4
*แดง ชินจังระหว่างพิจารณาคดีศาลชั้นต้น 26 ครั้งศาลอุทธรณ์ 9 ครั้ง35 คนเดียวที่ถูกขังระหว่างพิจารณาในศาลช้้นต้น
‘จินนี่’ จิรัชยาระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ 1 ครั้ง1
“พีรพงษ์”ระหว่างฎีกาศาลฎีกา 2 ครั้ง2
“วิจิตร”ระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ 4 ครั้งศาลฎีกา 1 ครั้ง5ป่วยวิกฤต ‘ปอดอักเสบเรื้อรัง’
‘บูม’ จิรวัฒน์ระหว่างฎีกาศาลฎีกา 1 ครั้ง1กลับเข้าเรือนจำอีกครั้ง หลังได้ประกันตัวปลายปี 66

*นับรวมทุกคดีที่ถูกขังและยื่นประกันตัว

**ไม่นับรวมกรณีถอนประกันตนเอง

***

สถิติภาพรวมการยื่นประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมืองที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวแล้ว

ชื่อผู้ต้องขังสถานะคดีจำนวนครั้งที่ยื่นคำร้องรวมหมายเหตุ
“พงษ์”ระหว่างพิจารณาคดีศาลชั้นต้น 2 ครั้งศาลอุทธรณ์ 1 ครั้ง3ได้ประกันตัวหลังยื่นอุทธรณ์คำสั่ง รวมถูกขัง 9 วัน
‘พอร์ท’ ปริญญาระหว่างฎีกาศาลฎีกา 1 ครั้ง1ถูกขัง 4 วันระหว่างรอคำสั่ง และได้ประกันตัว
“ธีรพงศ์” -ภัทรพลระหว่างฎีกาศาลฎีกา 1 ครั้ง1ถูกขัง 3 วันระหว่างรอคำสั่ง และได้ประกันตัว
วัชรพงษ์ระหว่างสอบสวนศาลชั้นต้น 1 ครั้ง1ได้ประกันตัวหลังถูกขัง 2 วัน
พอล แชมเบอร์สระหว่างสอบสวนศาลชั้นต้น 2 ครั้งศาลอุทธรณ์ 2 ครั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 1 ครั้ง4ถูกขัง 2 วัน ได้ประกันตัวหลังยื่นอุทธรณ์คำสั่ง และยื่นประกันกับ ตม. ต่อ 
พิมชนกระหว่างฎีกาศาลฎีกา 1 ครั้ง1ถูกขัง 4 วันระหว่างรอคำสั่ง และได้ประกันตัว

เฉพาะผู้ต้องหา/จำเลยที่ถูกนำตัวไปขังในเรือนจำตั้งแต่ช่วง ม.ค. – มิ.ย. 68

***

สถิติภาพรวมการยื่นประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมืองที่ยื่นประกันตัวก่อนคดีสิ้นสุด (เฉพาะรายที่มีการยื่นประกันตัวช่วงเดือน ม.ค. – มิ.ย. 68)

ชื่อผู้ต้องขังสถานะคดีจำนวนครั้งที่ยื่นคำร้อง(นับตั้งแต่จำเลยถูกขัง)รวม หมายเหตุ
‘ก้อง’ อุกฤษฏ์คดีสิ้นสุดศาลฎีกา 10 ครั้ง10ถูกขังระหว่างฎีกา ไม่ได้ประกันตัวจนมีคำพิพากษาฎีกา คดีจึงสิ้นสุด
‘ขนุน’ สิรภพคดีสิ้นสุดศาลอุทธรณ์ 16 ครั้งศาลฎีกา 7 ครั้ง23ยุติอดอาหาร
‘แอมป์’ ณวรรษคดีสิ้นสุดศาลฎีกา 5 ครั้ง5จำเลยไม่ฎีกาต่อ
“ตรัณ”คดีสิ้นสุดศาลฎีกา 2 ครั้ง2จำเลยไม่ฎีกาต่อ
“จักรี”คดีสิ้นสุดศาลฎีกา 2 ครั้ง2จำเลยไม่ฎีกาต่อ

X