จากไผ่ถึงตะวัน: ทบทวนปฏิบัติการ 18 ราษฎร “อดอาหาร” เพื่อประท้วง-เรียกร้อง-ต่อต้าน ให้รัฐและตุลาการมอบความยุติธรรมกลับคืน

หลังการรัฐประหาร ปี 2557 มีนักกิจกรรมและประชาชน อย่างน้อย 18 ราย หยิบเครื่องมือ “การอดอาหาร” มาใช้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมต่อรัฐและกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะวัตถุประสงค์หลักในการเรียกร้องสิทธิในการประกันตัว

ในระลอกการเคลื่อนไหวนี้ กลวิธี “อดอาหาร” ถูกประกาศใช้ครั้งแรก เมื่อปี 2559 โดย “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นักกิจกรรมกลุ่มดาวดินในขณะนั้น หลังถูกจับกุมในคดีแจกแถลงการณ์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย อยู่ที่เรือนจำอำเภอภูเขียว จ.ชัยภูมิ จตุภัทร์ได้อดอาหารจนครบกำหนดฝากขังผัดแรก เป็นเวลา 12 วัน เพื่อประท้วงต่อกระบวนการทำประชามติที่ไม่เสรีและการจับกุมที่ไม่ยุติธรรม 

ภาพขณะไผ่ถูกคุมขังและอดอาหารประท้วง

ต่อมา ยังมีกรณีของทนายประเวศ ประภานุกูล ที่อดอาหารประท้วงเมื่อปี 2560 ขณะถูกคุมตัวอยู่ใน มทบ.11 เพื่อประท้วงการจำกัดสิทธิของเจ้าหน้าที่ทหารที่ไม่อนุญาตให้ติดต่อบุคคลภายนอกระหว่างถูกจับกุม

ในช่วงปี 2564 ที่อาจเรียกได้ว่าเป็น “ขาขึ้น” ของขบวนการเคลื่อนไหว เพราะมีการชุมนุมต่อเนื่องบ่อยครั้งและมีมวลชนเข้าร่วมอย่างล้นหลาม ขณะเดียวกันรัฐก็มุ่งดำเนินคดีและคุมขังนักกิจกรรมอย่างต่อเนื่องหลายราย กลางเดือนมีนาคม “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ ประกาศอดอาหารเพื่อเรียกร้องสิทธิในการประกันตัว ขณะถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดี ในคดีชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร อยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นผู้ที่อดอาหารได้นานที่สุดถึง 58 วัน 

ภาพจาก ข่าวสดออนไลน์

การตัดสินใจดังกล่าวของพริษฐ์ ทำให้นักกิจกรรมอีกหลายรายที่ถูกคุมขังอยู่ในขณะนั้นทยอยเริ่มต้นอดอาหารเพื่อเรียกร้องสิทธิในการประกันตัวเช่นเดียวกับเขาด้วย ได้แก่ “ฟ้า” พรหมศร, พรชัย, “รุ้ง” ปนัสยา, “แฟรงค์” ณัฐนนท์, แซม ซาแมท, “นิว” สิริชัย และ “ตี้” วรรณวลี โดยบางรายได้เสนอข้อเรียกร้องเพิ่มเข้าไปด้วย เช่น สิทธิในการรักษาพยาบาลของผู้ต้องขัง สิทธิของผู้ต้องขังที่จะได้อาหารและน้ำดื่มที่สะอาดและมีมาตรฐาน และพื้นที่ปลอดภัยและเป็นส่วนตัวในการพูดคุยหรือปรึกษารายละเอียดคดีกับทนายความ เป็นต้น 

การเคลื่อนไหวดังกล่าว ยังทำให้ประชาชนภายนอกที่ไม่ได้ถูกคุมขัง อย่างน้อย 6 คน เริ่มต้นการอดอาหารเพื่อร้องเรียกสิทธิในการประกันตัวให้กับผู้ต้องขังทางการเมือง ในแคมเปญ “อดพร้อมเพื่อน” ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรม “ยืน-หยุด-ขัง” อยู่ที่บริเวณหน้าศาลอาญา นำโดยกลุ่ม People Go network 

แคมเปญอดอาหารไปพร้อมกับผู้ต้องขังในเรือนจำเป็นการทำกิจกรรมในลักษณะของการรับช่วงการอดอาหารต่อๆ กันไปตามลำดับ โดยเมื่อคนหนึ่งยุติการอดอาหารอีกคนก็จะต้องอดอาหารต่อ ทำเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ หรืออีกคนไม่จำเป็นต้องยุติการอดอาหาร อีกคนก็สามารถอดอาหารต่อไปพร้อมกันได้เช่นกัน 

ภาพกิจกรรม ‘ยืนหยุดขัง’ และ ‘อดพร้อมเพื่อน’ ที่บริเวณหน้าศาลอาญา

“บาส” มงคล ถิระโคตร นักกิจกรรมจากจังหวัดเชียงราย ถือเป็นประชาชนคนแรกที่ทำการอดอาหารในแคมเปญนี้ที่หน้าศาลอาญา แต่หลังอดอาหารได้เพียง 3 วันก็ต้องล้มเลิกไป เนื่องจากถูกจับกุมในคดีตามมาตรา 112  หลังจากนั้น “อดีตสมณะดาวดิน” ได้มารับช่วงต่อ ตามมาด้วย “ป้าเป้า” วรวรรณ, เลิศศักดิ์, พัชณีย์ และผู้รับไม้ต่อคนสุดท้าย คือ “ซัน ทะลุฟ้า” ซึ่งสุดท้ายต้องยุติการอดอาหารไปเนื่องจากปัญหาสุขภาพ ในวันที่ 12 พ.ค. 2564  รวมทั้งยังมีพี่สาวของรุ้ง ปนัสยา ที่อดอาหารเรียกร้องสิทธิการประกันตัวของน้องสาวด้วย

ในปี 2565 นี้ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา “ตะวัน” ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ประกาศอดอาหารอีกครั้งเป็นคนล่าสุดและคนแรกของปีนี้ หลังถูกศาลสั่งเพิกถอนประกันในคดีตามมาตรา 112 และส่งตัวเธอไปคุมยังยังทัณฑสถานหญิงกลางจนถึงปัจจุบัน จนถึงขณะนี้ (30 เม.ย. 2565) เธออดอาหารถึง 11 วันแล้ว โดยประทังชีวิตด้วยน้ำเปล่าและนมเท่านั้น 

เปิดไทม์ไลน์ผู้ต้องขังการเมืองอย่างน้อย 11 ราย “อดอาหาร” ร้องสิทธิประกันตัว – จับมิชอบ – สิทธิพื้นฐานของผู้ถูกจับ-ผู้ต้องขัง 

1. “ไผ่” จตุภัทร์ : อดอาหารนาน 12 วัน (8-19 ส.ค. 2559)

“ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ขณะยังเป็นนักศึกษาและสมาชิกดาวดิน เริ่มต้นอดอาหารเมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2559 ซึ่งเป็นวันแรกของการถูกฝากขังในชั้นสอบสวน หลังถูกจับกุมในคดีแจกแถลงการณ์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย อยู่ที่เรือนจำอำเภอภูเขียว จ.ชัยภูมิ โดยจตุภัทร์ตั้งใจอดอาหารไปจนกว่าจะครบกำหนดฝากขังผัดแรก เป็นระยะเวลา 12 วัน เพื่อประท้วงกระบวนการประชามติที่ไม่เสรีและการจับกุมที่ไม่ยุติธรรม

จตุภัทร์อดอาหารโดยดื่มแค่น้ำเปล่า กาแฟ นม และเพื่อนสมาชิกกลุ่มเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน จ.กระบี่ แนะนำให้ดื่มน้ำมะพร้าวด้วย เนื่องจากมีแร่ธาตุและวิตามินอยู่ในปริมาณมากเพื่อยังคงให้ร่างกายสามารถคงอยู่และทำงานได้อย่างเป็นปกติ 

“เรารู้ว่าคานธีอดอาหาร เรารู้ว่าจำลองอด รู้ว่าคนค้านถ่านหินอดอาหารประท้วง แต่เราก็ไม่ได้เข้าใจเขาดี พอทำเอง แล้วก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่น่ะ คือมันเป็นอีกฟิลล์หนึ่งไปเลย คือโอเค เรารู้ว่าคุณอดอาหาร เรานับถือใจ เราเห็นด้วย แต่พอเราไปทำ เฮ้ย ยอมรับเลย คุณต่อสู้ได้ว่ะ ถ้าผมไม่ทำ ถ้าผมฟังคนว่าอย่าไปทำเลย มันทรมานน่ะ ผมก็คงไม่รู้” ไผ่เคยเล่าถึงการอดอาหารในครั้งนั้น 

หลังจากอดอาหาร 12 วันจนครบกำหนดฝากขังผัดแรกในวันที่ 19 ส.ค. 2564 จตุภัทร์ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เขาจึงยุติการอดอาหารในวันนั้น 

รูปแบบการอดอาหาร – ดื่มน้ำ กาแฟ นม และน้ำมะพร้าว

ผลข้างเคียง – ปวดท้องในช่วงแรก อ่อนเพลีย น้ำหนักลดลงประมาณ 10 กิโลกรัม

2. ทนายประเวศ ประภานุกูล: อดอาหาร 2 วัน (29-30 เม.ย. 2560)

ประเวศ ประภานุกูล เป็นทนายความที่เคยว่าความในคดีมาตรา 112 มาก่อน แต่เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2560 เขาถูกเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวจากบ้านพัก ไปยัง มทบ.11 โดยไม่มีหมายจับและไม่มีใครทราบ ในช่วงดังกล่าว คสช. ยังให้อำนาจทหารควบคุมตัวบุคคลในค่ายทหารในคดีความมั่นคงได้ 7 วัน

ระหว่างถูกควบคุมตัว ประเวศได้ขอโทรศัพท์ติดต่อบุคคลที่ไว้วางใจ แต่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ทหาร เขาจึงเริ่มอดอาหารเพื่อประท้วงการจำกัดสิทธิดังกล่าว  

วันถัดมา เขายังยืนยันกับเจ้าหน้าที่ขอติดต่อบุคคลผู้ไว้วางใจ เนื่องจากมีนัดหมายคดีที่ต้องรับผิดชอบ และยังไม่ยอมรับประทานอาหารที่เจ้าหน้าที่นำมาให้ จนทหารได้อนุญาตให้ประเวศใช้โทรศัพท์ติดต่อเพื่อนทนาย โดยให้เปิดลำโพงให้ทหารได้ยินด้วย ทำให้คนอื่นจึงทราบว่าเขาถูกทหารควบคุมตัว และประเวศจึงได้ยุติการอดอาหาร

รูปแบบการอดอาหาร – ปฏิเสธไม่รับประทานอาหารที่เจ้าหน้าที่ทหารจัดหามาให้

3. “เพนกวิน” พริษฐ์ : อดอาหารนาน 58 วัน (15 มี.ค.-11 พ.ค. 2564)

ภาพจาก Banrasdr Photo

“เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ เริ่มต้นอดอาหารเมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2564 ขณะถูกคุมขังระหว่างพิจารณาในคดีตามมาตรา 112 จากการขึ้นปราศรัยในการชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร อยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัว โดยเขาได้อ่านแถลงการณ์ว่าจะประท้วงด้วยการอดอาหาร ในระหว่างที่ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานของคดีนี้ ที่ห้องพิจารณาคดี 701 ของศาลอาญารัชดา เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2564 

ระหว่างการอดอาหาร พริษฐ์เล่าว่าเขามีความรู้สึกหิวอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วง 2 สัปดาห์แรก และตามมาด้วยภาวะขาดน้ำ ขาดน้ำตาล มีอยู่ครั้งหนึ่งค่าระดับน้ำตาลในเลือดตกลงมาจนเกือบถึงขีดอันตราย ระหว่างนั้นผู้คุมและเจ้าหน้าที่ของราชทัณฑ์ได้กดดันให้เขายุติการอดอาหารอย่างต่อเนื่อง เช่น เสนอว่าจะหาอาหารดีๆ ให้กิน หรือนำถาดอาหารมาตั้งไว้ในห้องขัง รวมถึงการห้ามไม่ให้นำหนังสือเข้าไปอ่านในห้องขัง แม้ว่าจะเป็นหนังสือเรียนก็ตาม คาดว่าทำเพื่อกดดันให้วุ่นวายใจจะได้เลิกอดอาหาร เพราะเขาเป็นคนที่ชื่นชอบการอ่านหนังสือมากๆ  

ท้ายที่สุดพริษฐ์มีอาการอ่อนเพลียมาก รวมทั้งถ่ายมีเลือดและชิ้นเนื้อปนอยู่ด้วย คาดว่ามาจากเหตุเยื่อหุ้มลำไส้และกระเพาะย่อยตัวเองออกมา และยังมีสภาพร่างกายที่อ่อนแอไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้ ทางเรือนจำจึงส่งตัวไปรักษาที่ รพ.รามาธิบดี

แม้พริษฐ์จะได้รับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลและได้รับสารอาหารทางหลอดเลือดแดงแทน แต่เขาก็ยังดำเนินการอดอาหารต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2564 ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว พริษฐ์จึงยุติการอดอาหารในวันดังกล่าว นับว่าได้เขาเป็นผู้ที่อดอาหารที่นานที่สุดในระลอกการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย ตั้งแต่เกิดการรัฐประหาร เมื่อปี 2557 โดยอดอาหารถึง 58 วัน

รูปแบบการอดอาหาร – สัปดาห์แรกของการอดอาหารดื่มเฉพาะนม หลังจากนั้นดื่มเฉพาะน้ำเปล่าอย่างเดียว

ผลข้างเคียง – ระหว่างอดอาหาร มีอาการอ่อนเพลีย ภาวะน้ำตาลต่ำ ภาวะขาดน้ำ ปวดท้อง หลังยุติการอดอาหารพบว่า น้ำหนักตัวลดลงประมาณ 12.5 กิโลกรัม จากเดิม 107 กิโลกรัม เหลือเพียง 94.5 กิโลกรัม และยังส่งผลมาถึงปัจจุบันหลายประการ เช่น อยากอาหารและรับประทานอาหารได้น้อยลง ปวดท้องบ่อยครั้ง  

“ข้าพเจ้าไม่ได้มีเจตนาจะปลิดชีวิตของตน แต่จะขอทรมานตนเอง เพื่อให้ความทรมานที่เกิดกับข้าพเจ้าเป็นประจักษ์พยานแห่งความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น เป็นประกายไฟสะกิดมโนสำนึกของพวกท่าน และเป็นข้อพิสูจน์ว่าความจริงไม่เกรงกลัวต่อความทุกข์ทรมานใด ๆ หากข้าพเจ้าต้องสละชีวิตลง ข้าพเจ้าก็ยินดีสละ …”

พริษฐ์ ชิวารักษ์

15 มี.ค. 2564

4. “ฟ้า” พรหมศร : อดอาหารนาน 3 ครั้ง รวม 43 วัน (18 มี.ค. -5 เม.ย., 26 เม.ย.-10 พ.ค. และ 15-23 ส.ค. 2564)

“ฟ้า” พรหมศร วีระธรรมจารี แกนนำราษฎรมูเตลู อดอาหารขณะถูกคุมขังในคดีเดียวกัน 2 ครั้ง โดยเริ่มต้นอดอาหารครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2564 ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี หลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในคดีปราศรัยหน้าศาลธัญบุรี เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2564 เรียกร้องให้ปล่อยตัว “นิว” สิริชัย นาถึง แล้วไม่ได้รับการประกันตัวในชั้นฝากขัง  พรหมศรตั้งใจอดอาหารเพราะมองว่าเป็นสันติวิธี ไม่ได้เป็นพิษภัยต่อใคร เป็นการอารยะขัดขืน ซึ่งเคยอ่านจากหนังสือที่พูดถึง “มหาตมะ คานธี” โดยมีจุดประสงค์เพื่อเรียกร้องสิทธิในการประกันตัวพร้อมกับ “เพนกวิน” พริษฐ์ ที่กำลังเริ่มอดอาหารในขณะนั้น

ตลอดการอดอาหารครั้งแรกเขาถูกกดดันจากคนรอบข้าง ทั้งผู้คุมและเพื่อนผู้ต้องขัง ร้องขอให้พรหมศรยุติการอดอาหาร จนเขาเห็นว่าเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับคนรอบข้าง จึงได้ยุติการอดอาหารครั้งนั้นในวันที่ 5 เม.ย. 2564 รวมระยะเวลาอดอาหาร 19 วัน 

ต่อมาเมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2564 พรหมศรตัดสินใจอดอาหารอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 2 ขณะถูกขังอยู่ในคดีเดิมและยังไม่ได้การปล่อยตัวชั่วคราว โดยตั้งใจอดอาหารร่วมกับ “เพนกวิน” พริษฐ์ และผู้ต้องขังคนอื่นๆ ที่ทำการอดอาหารอยู่ในขณะนั้น จนกระทั่งวันที่ 8 พ.ค. 2564 ศาลจังหวัดธัญบุรีมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว พรหมศรจึงยุติการอดอาหารในวันที่ 10 พ.ค. 2564 รวมอดอาหารครั้งที่ 2 ทั้งสิ้น 15 วัน

พรหมศรไม่ได้รับการประกันตัวในระหว่างสอบสวนอีกครั้งพร้อมกับนักกิจกรรมรวม 9 คน ในคดี #ม็อบ2สิงหา64 เรียกร้องให้ปล่อยตัวกลุ่มทะลุฟ้าที่หน้า บก.ตชด. ภาค 1 พรหมศรเริ่มอดอาหารรอบที่ 3 พร้อมสิริชัย นาถึง และแซม สาแมท ในวันที่ 15 ส.ค. 2564 วันแรกที่พวกเขาถูกย้ายจากเรือนจำชั่วคราวรังสิตไปที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์หลังจากตรวจพบเชื้อโควิด ก่อนยุติการอดอาหารในวันที่ 23 ส.ค. 2564 เนื่องจากเพื่อนๆ อยากให้รักษาสุขภาพในขณะที่ติดโควิดก่อน รวมเวลาอดอาหาร 9 วัน 

รูปแบบการอดอาหาร – การอดอาหารครั้งที่ 1 ดื่มนมวันละ 1 กล่องทุกวัน มื้ออื่นจะดื่มเฉพาะน้ำเปล่าเท่านั้น

การอดอาหารครั้งที่ 2 ใน 5 วันแรกจะดื่มกินนมทุกวัน วันละกล่อง หลังจากนั้นจะดื่มเฉพาะ “น้ำเปล่า” เท่านั้น 

ส่วนครั้งที่ 3 เขาดื่มน้ำเปล่า นม และกินลูกอมรสเปรี้ยว

ผลข้างเคียง – หลังได้รับการปล่อยชั่วคราวจนถึงปัจจุบัน มีภาวะอาหารย่อยยาก เมื่อกินอาหารหนักอย่างเนื้อสัตว์ในปริมาณเยอะเกิน 1-2 มื้อ และตามมาด้วยอาการปวดท้อง เสียดท้อง เป็นพักๆ นอกจากนี้พรหมศรยังมีสภาวะขาดสารอาหารจนถึงปัจจุบัน โดยหลายครั้งมีอาการหน้ามืด น้ำตาลในเลือดต่ำกว่าปกติ และเหนื่อยง่ายกว่าปกติ ซึ่งแพทย์แนะนำให้รับประทานวิตามินรวมและทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ พรหมศรกล่าวว่า เนื่องจากตนเองมีรูปร่างที่ค่อนข้างผอมและน้ำหนักตัวน้อย จึงได้รับผลกระทบที่มากกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวค่อนข้างเยอะ

 “แม้นว่าตัวข้าพเจ้าจะถูกจองจำแต่ตัวข้าพเจ้าก็จะดำรงตนไว้ซึ่งธรรม คือความถูกต้องและความจริงอันสูงสุด

เพราะฝ่ายอำนาจเผด็จการกล่าวว่าตัวข้าพเจ้าและบรรดาสหายร่วมอุดมการเป็นนักโทษ 

ข้าพเจ้าก็จะสวมเสื้อผ้านักโทษ ตามที่นักโทษควรจะสวมใส่ และจะอดอาหาร … 

และจะดื่มนมเพียงวันละ 1 กล่อง ก็น่าจะเพียงพอต่อการเป็นนักโทษของข้าพเจ้าแล้ว …”

พรหมศร วีระธรรมจารี
26 เม.ย. 2564

5. พรชัย : อดอาหารนาน 4 วัน (26-29 มี.ค. 2564)

“พรชัย” หนุ่มปกาเกอะญอ วัย 38 ปี เริ่มต้นอดอาหารตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. 2564 ขณะถูกคุมขังระหว่างถูกฝากขังในชั้นสอบสวนในคดีมาตรา 112 อยู่ที่เรือนจำกลางเชียงใหม่ โดยเห็นว่าเป็นเพียงวิธีต่อสู้เดียวที่สามารถทำได้ขณะถูกคุมขังอยู่ 

ระหว่างการอดอาหาร พรชัยมีอาการหายใจไม่ออกและปวดท้องอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในคืนที่ 2 ของการอดอาหาร ขณะเดียวกันเพื่อนผู้ต้องขังทักท้วงว่า การอดข้าวและน้ำของเขานั้นรุนแรงเกินไป ตามที่เพื่อนผู้ต้องขังรับรู้มานั้นการจะอดอาหารเพื่อประท้วงความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้น มักจะมีกระบวนการค่อยเป็นค่อยไป อีกทั้งเป็นการอดอาหารที่เป็นลักษณะของแข็งที่ต้องขบเคี้ยว แต่ยังคงมีการดื่มน้ำเปล่า นม และน้ำเกลือแร่เพื่อให้มีเรี่ยวแรงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่การอดอาหารให้เกิดความตายอย่างที่พรชัยพยายามจะทำ 

    หลังพรชัยอดอาหารได้ 4 วัน ในวันที่ 29 มี.ค. 2564 เขาได้ตัดสินใจยุติการกระทำดังกล่าว เนื่องจากประสบอาการปวดท้องอย่างรุนแรง และเพื่อรักษาชีวิตไว้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างอื่นต่อไป ต่อมาวันที่ 21 เม.ย. 64 ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวพรชัย 

รูปแบบการอดอาหาร – ไม่กินอะไรเลย ทั้งอาหารและน้ำ 

ผลข้างเคียง – มีอาการปวดท้องและมีอาการหายใจไม่ออก โดยคืนวันที่ 2 ของการอดอาหาร 

 “ขอประกาศอดข้าว อดน้ำ หากเกิดเหตุล้มป่วย ผมขอให้คุณหมอตัดสินใจทันที 

ไม่ต้องยื้อชีวิตผมเอาไว้ และผมขอบริจาค (ร่างกาย) ให้โรงพยาบาลในเครือพระคริสต์”

พรชัย 

25 มี.ค. 2564

6. “รุ้ง” ปนัสยา : อดอาหารนาน 37 วัน (31 มี.ค. – 6 พ.ค. 2564)

ภาพจาก มติชนสุดสัปดาห์

“รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล นักศึกษาและแกนนำราษฎร วัย 23 ปี เริ่มต้นอดอาหารเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2564 ขณะถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดี ในคดีตามมาตรา 112 จากการชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร อยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ปนัสยาอดอาหารเป็นเพื่อน “เพนกวิน” พริษฐ์ หลังจากเห็นภาพเขาต้องนั่งรถเข็นและต้องให้น้ำเกลือ และเป็นการเรียกร้องสิทธิประกันตัว รวมทั้งร้องขอพื้นที่พูดคุยอย่างเป็นส่วนตัวกับทนายความ และระหว่างจำเลยคนอื่นๆ ทั้งที่ถูกขังและได้ประกันตัวในศาล 

เธอเริ่มต้นอดอาหารแบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อให้ร่างกายปรับตัว ใน 3 วันแรกเธอดื่มเพียงนมในช่วงเช้าและทานข้าวมื้อเดียวในช่วงกลางวัน หลังจากนั้นจึงค่อยๆ ขยับมาดื่มเพียงน้ำเปล่า นม และน้ำผลไม้เท่านั้น

หลังเริ่มอดอาหาร เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และพยาบาลได้ทำการตรวจสุขภาพของปนัสยาเป็นประจำทุกวัน และให้เธอรับประทานวิตามินรวม วันละ 2 เวลา ในช่วงเช้าและเย็น ต่อมาเมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2564 ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวปนัสยา เธอจึงยุติการอดอาหารในวันดังกล่าว หลังถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำเธอขึ้นรถกลับบ้านพร้อมครอบครัวทันที เนื่องจากมีอาการอ่อนเพลียจากการอดอาหาร 

รูปแบบการอดอาหาร – 3 วันแรกกินข้าววันละมื้อเดียว มื้ออื่นๆ และหลังจากนั้นจะดื่มเฉพาะน้ำเปล่า นม และน้ำผลไม้ 

ผลข้างเคียง – อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ หน้ามืด วิตามินบีในร่างกายมีปริมาณต่ำมาก หลังยุติการอดอาหารและกลับมากินอาหารแบบปกติ พบว่าภายหลังมีการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักอย่างรวดเร็วผิดปกติ (YOYO Effect)

“สิ่งที่หนูทำแค่ความหวังดีกับประเทศ แต่ตอนนี้กระบวนการยุติธรรมเหมือนกำลังฆ่าเรา หนูพยายามทุกทางเพื่อให้เขาเห็นว่าสิ่งที่หนูทำมีแต่ความดีและความรัก แต่เมื่อศาลไม่เห็นค่าความดีของหนู หนูเลยต้องทำให้เขาเห็นว่าหนูพยายามแค่ไหน ในการต่อสู้ครั้งนี้ อยู่ในนี้ทำอะไรไม่ได้ อยู่ในนี้แสดงออกอะไรไม่ได้ นอกจากการอดข้าว อยู่ในนี้พูดไปใครก็ไม่ได้ยิน แสดงสัญลักษณ์อะไรก็ไม่เห็น แต่ถ้าหนูอดข้าวอย่างน้อยเวลาออกไปศาล คนก็จะเห็นร่างกายหนู หนูอยากใช้ร่างกายตัวเองเป็นประกันว่าความยุติธรรมต้องเกิดขึ้น ชีวิตทุกชีวิตมีค่า …”

ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล

30 มี.ค. 2564

7. “แฟรงค์” ณัฐนนท์ : อดอาหารนาน 22 วัน (24 เม.ย.-15 พ.ค. 2564)  

“แฟรงค์” ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร การ์ดมวลชนอาสา WeVO วัย 22 ปี เริ่มต้นอดอาหารตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. 2564 ขณะถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดี อยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในคดีที่ถูกกล่าวหาว่าทุบรถควบคุมผู้ต้องหาหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อคืนวันที่ 30 ต.ค. 2563 

ณัฐนนท์เริ่มต้นอดอาหารในวันแรกของการถูกแยกไปคุมขังในห้องขังเดี่ยว หลังได้ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยณัฐนนท์กล่าวว่า ตนอดอาหารขณะนั้นร่วมกับ “เพนกวิน” พริษฐ์  ตามที่เคยได้ตกลงกันไว้เมื่อครั้งได้เจอกันในเรือนจำก่อนหน้านั้น และเพื่อเรียกร้องสิทธิในการประกันตัว

ตลอดการอดอาหารมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ แพทย์ และพยาบาลร้องขอให้ณัฐนนท์ยุติการอดอาหารและรับประทานอาหารอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับผู้ต้องหาคนอื่นๆ ในคดีเดียวกันได้รับการประกันตัวออกมาแล้ว เขาจึงมีความหวังว่าตนเองน่าจะได้ประกันในเร็ววัน ณัฐชนนท์จึงยุติการอดอาหาร ซึ่งคาดว่าเขาน่าจะอดอาหารรวมทั้งสิ้นประมาณ 22 วัน ในวันที่ 15 พ.ค. 2564 (วันยุติโดยคาดคะเน) จากนั้นไม่นานณัฐนนท์ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในวันที่ 18 พ.ค. 2564

รูปแบบการอดอาหาร – ดื่มเฉพาะน้ำเปล่า

ผลข้างเคียง – มีอาการปวดท้อง อ่อนเพลีย 

8. แซม ซาแมท : อดอาหารนาน 2 ครั้ง รวม 15 วัน (17-22 มิ.ย. และ 15-23 ส.ค. 2564 )

ภาพจาก ประชาไท

“แซม สาแมท” นักกิจกรรมไร้สัญชาติ สายเลือดไทย-กัมพูชา วัย 21 ปี อดอาหารระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำมาแล้ว 2 ครั้งด้วยกัน โดยเขาเริ่มต้นอดอาหารครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2564 ระหว่างถูกคุมขังครั้งแรกในชีวิต ซึ่งเป็นการถูกคุมขังระหว่างพิจารณาในคดีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ทำท่ายืนปัสสาวะอยู่บนตู้คอนเทนเนอร์ ระหว่างการชุมนุม #ม็อบ28กุมภา 

แซมอดอาหารเพื่อต้องการประท้วงต่อเรือนจำเกี่ยวกับอาหารของผู้ต้องขังที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่สามารถรับประทานได้ และเพื่อทวงสิทธิการรักษาพยาบาลให้กับตนเองและผู้ต้องขังคนอื่นๆ ที่ป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำขณะนั้น 

ต่อมาแซมได้ยุติการอดอาหารในวันที่ 22 มิ.ย. 2564 เพราะเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์แจ้งว่าจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในเร็วๆ นี้ ทำให้เขาอดอาหารครั้งแรกเป็นเวลารวม 6 วัน จากนั้น เขาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2564 

แซมเริ่มต้นอดอาหารอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2564 ระหว่างถูกคุมขังครั้งที่ 2 ในชีวิตในคดี #ม็อบ2สิงหา64 หน้า บก.ตชด. ภาค 1 อยู่ที่เรือนจำชั่วคราวรังสิตและถูกย้ายไปรักษาโควิดที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ แซมอดอาหารเพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัว จนถึงวันที่ 23 พ.ค. 2564 ก่อนวันที่ 26 ส.ค. 2564 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว รวมระยะเวลาในครั้งที่ 2 คือ 9 วัน

รูปแบบการอดอาหาร – การอดอาหารครั้งแรกได้ดื่มเฉพาะน้ำเปล่าจากก็อก เพราะไม่สามารถซื้อน้ำเปล่า นม และเครื่องดื่มอื่นๆ จากร้านค้าของเรือนจำได้ และญาติก็ไม่สามารถฝากของให้หรือเข้าเยี่ยมได้ ด้านการอดอาหารครั้งที่ 2 เขาดื่มน้ำเปล่า นม และกินลูกอมเท่านั้น 

ผลข้างเคียง – มีอาการอ่อนเพลีย ไอเป็นเลือด อ้วกเกือบตลอด มีไข้ขึ้นสูง คาดว่าส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะการติดเชื้อโควิด-19 ในขณะนั้น การอดอาหารทั้ง 2 ครั้งยังส่งผลต่อเนื่องระยะยาวมาจนถึงปัจจุบัน เช่น กินอาหารได้น้อยลงเหลือเพียงวันละ 1 มื้อ มีภาวะอาหารย่อยยาก มักมีปวดท้องและจุกเสียดเมื่อรับประทานอาหารมากเกินไป

9. “ฮิวโก้” สิริชัย : อดอาหารนาน 9 วัน (15-23 ส.ค. 2564)

“ฮิวโก้” สิริชัย นาถึง นักศึกษาและอดีตสมาชิกกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เริ่มต้นอดอาหารเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2564 ขณะถูกคุมขังระหว่างถูกฝากขังในชั้นสอบสวน ในคดีชุมนุมหน้า บก.ตชด. ภาค 1 อยู่ที่เรือนจำชั่วคราวรังสิตและย้ายไปรักษาโควิดที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ จากการที่ศาลจังหวัดธัญบุรีไม่ให้ประกันตัว เขาให้เหตุผลในการอดอาหารครั้งนั้นว่า “ตนเองไม่ใช่นักโทษ จึงจะไม่กินข้าวของคุก” และเพื่อเรียกร้องสิทธิในการประกันตัว

สิริชัยยุติการอดอาหาร เนื่องจากได้รับจดหมายจากเพื่อนและคนใกล้ชิดนอกเรือนจำเกี่ยวกับการขอร้องให้ยุติการอาหารและให้ดูแลสุขภาพเพื่อให้มีชีวิตอยู่สู้ต่อไป สิริชัยจึงยุติการอดอาหารในวันที่ 23 ส.ค. 2564

รูปแบบการอดอาหาร – ดื่มน้ำและเครื่องดื่มเกลือแร่

ผลข้างเคียง – มีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อย 

10. “ตี้” วรรณวลี : อดอาหารนาน 5 วัน (3-7 พ.ค. 2564)

ภาพจาก แนวหน้า

“ตี้” วรรณวลี ธรรมสัตยา นักกิจกรรม วัย 22 ปี เริ่มต้นอดอาหารวันแรกเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2564 ขณะถูกคุมขังระหว่างพิจารณาในคดีตามมาตรา 112 จากการขึ้นปราศรัยในการชุมนุม #ม็อบ6ธันวา63 อยู่ที่ทัณฑสถานหญิงธนบุรี วรรณวลีตั้งใจอดอาหารเพื่อเป็นการอารยะขัดขืนและเรียกร้องสิทธิในการประกันตัวร่วมกับ “เพนกวิน” พริษฐ์ และ “รุ้ง” ปนัสยา รวมถึงผู้ต้องขังทางการเมืองคนอื่นๆ ที่ศาลไม่ให้ประกันและกำลังอดอาหารอยู่ในขณะนั้น 

ระหว่างการอดอาหาร เธอได้รับการตรวจร่างกายเบื้องต้นจากพยาบาลของเรือนจำทุกวัน โดยผลตรวจพบว่า ค่าน้ำตาลในเลือดของเธออยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มอดอาหาร วรรณวลีเล่าว่ามีครั้งหนึ่งพยาบาลผู้ตรวจร่างกายของเธอประจำถึงกับ “ร้องไห้” เพื่อร้องขอให้ยุติการอดอาหารและกินข้าว เพราะค่าน้ำตาลในเลือดของเธออยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่าปกติมากจน “เสี่ยงอันตรายต่อชีวิต” ได้ 

    ต่อมาเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2564 ศาลอาญาธนบุรีมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว วรรณวลีจึงยุติการอดอาหารในช่วงเช้าของวันดังกล่าว ทำให้เธออดอาหารเป็นระยะเวลาทั้งหมด 5 วัน  

รูปแบบการอดอาหาร – 3 วันแรกดื่มเฉพาะน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว หลังจากนั้นดื่มนม นมเปรี้ยว และเครื่องดื่มเกลือแร่ร่วมด้วย 

ผลข้างเคียง – ใน 1-2 วันแรกของการอดอาหารมีอาการปวดท้องในลักษณะปวดบิด ปวดแสบ หลังจากนั้นมีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง หน้ามืด หลังเธอยุติการอดอาหารและได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวออกมาแล้วในช่วงแรกเธอมีอาการไม่อยากอาหาร รับประทานอาหารได้น้อยลง และมีภาวะอาหารย่อยยาก เมื่อผ่านไป 1-2 สัปดาห์จึงกลับมาเป็นปกติ

“หนูต้องการอดข้าวเป็นเพื่อนเพนกวิน และเพื่อเป็นการอารยะขัดขืน ถ้าเราสละชีวิตแล้วสามารถเปลี่ยนตุลาการ เปลี่ยนประเทศ ไม่ให้มีคดีชนคนแบบกระทิงแดง หรือคดีเสือดำ หนูว่าคุ้ม เพราะเรามีคนตั้ง 70 ล้านคน ได้ประโยชน์ แต่ถ้าสู้แล้วไม่เปลี่ยน ก็จะมีเด็กรุ่นต่อๆ ไปที่ได้เห็น ได้เป็นตัวอย่างน้องๆ ให้ลุกขึ้นสู้…”

“ตี้” วรรณวลี ธรรมสัตยา

3 พ.ค. 2564

11. “ตะวัน” ทานตะวัน : อดอาหารตั้งแต่ 20 เม.ย. 2565 ถึงปัจจุบัน (อย่างน้อย 10 วัน)

ภาพจาก ประชาไท

“ตะวัน” ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ นักกิจกรรมอิสระ วัย 20 ปี เริ่มต้นอดอาหารตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 20 เม.ย. 2565 หลังศาลอาญามีคำสั่งเพิกถอนประกันเธอในคดีตามมาตรา 112 กรณีไลฟ์สดก่อนมีขบวนเสด็จ และส่งไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลางทันที โดยมีจุดประสงค์เพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัวและประท้วงต่อกระบวนการยุติธรรม

จนถึงวันนี้ (30 เม.ย. 2565) ทานตะวันยังคงดำเนินการอดอาหารต่อไป โดยประทังชีวิตด้วยการดื่มน้ำเปล่าและนมเท่านั้น ด้านผลข้างเคียงกับร่างกายมีเพียงอาการอ่อนเพลียและปวดท้องบ้างเล็กน้อยเท่านั้น โดยเธอกล่าวกับทนายความที่เข้าเยี่ยมผ่านแอพพลิเคชันไลน์แทบจะเหมือนกันทุกครั้งว่า “ยังไหวอยู่” 

รูปแบบการอดอาหาร – ดื่มน้ำเปล่าและนมเท่านั้น

ผลข้างเคียง – มีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อย 

มวลชนนอกเรือนจำ อย่างน้อย 7 ราย ร่วมแคมเปญ #อดพร้อมเพื่อน ควบคู่ “ยืน หยุด ขัง” หน้าศาอาญา ร้องสิทธิประกันตัวให้ผู้ต้องขังการเมือง 

(ส่วนนี้เฉพาะเท่าที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนทราบข้อมูล อาจมีผู้ร่วมกิจกรรมการอดอาหารเรียกร้องอยู่ภายนอกเรือนจำคนอื่นๆ อีก)

1. “บาส” มงคล : อดอาหารนาน 3 วัน (12-14 เม.ย. 2564)

ภาพจาก ประชาไท

“บาส” มงคล ถิระโคตร พ่อค้าขายเสื้อผ้าออนไลน์และนักกิจกรรมจากจังหวัดเชียงราย วัย 28 ปี เริ่มต้นการอดอาหารตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย. 2564 ที่ด้านหน้าศาลอาญา ควบคู่กับการทำกิจกรรม “ยืน หยุด ขัง” เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องขังทางการเมืองในขณะนั้น

วันที่ 14 เม.ย. 2564 หลังมงคลทำการอดอาหารเข้าสู่วันที่ 3 ในช่วงเวลาประมาณ 13.00 น. ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.พหลโยธิน ทั้งในและนอกเครื่องแบบ เข้าจับกุมตัวมงคล โดยมีการแสดงหมายจับคดีมาตรา 112 ทำให้เขาถูกควบคุมตัวไปยังจังหวัดเชียงราย เขาจึงต้องยุติการอดอาหารในวันดังกล่าว

รูปแบบการอดอาหาร – ดื่มน้ำเปล่า นม เครื่องดื่มเกลือแร่ 

ผลข้างเคียง – มีอาการสับสนและมึนงงเล็กน้อย ไม่มีอาการปวดท้องหรืออ่อนเพลีย เนื่องจากก่อนจะเดินทางมาทำกิจกรรมอดอาหาร ได้เตรียมตัวทดลองอดอาหารนาน 7 วัน เพื่อปรับสภาพร่างกายไว้ก่อนแล้ว โดยการดื่มเฉพาะน้ำเปล่าอย่างเดียว

2. “สมณะดาวดิน” : อดอาหารนาน 8 วัน (14-21 เม.ย. 2564) 

ภาพจาก ประชาไท

“สมณะดาวดิน” อดีตสมณะชาวสันติอโศก หรือดาวดิน ชาวหินฟ้า อายุ 58 ปี เริ่มต้นอดอาหารที่บริเวณหน้าศาลอาญา ต่อจาก “บาส” มงคล ที่ถูกจับกุมไปดำเนินคดีมาตรา 112

สมณะดาวดินเริ่มต้นการอดอาหารตั้งแต่วันที่ 14 เม.ย. 2564 โดยมีจุดประสงค์เพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัวให้ผู้ต้องขังทางการเมืองในขณะนั้น ต่อมาเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2564 เขาถูกตำรวจ สน.พหลโยธิน และเจ้าหน้าที่สำนักงานพุทธศาสนา จับกุมในข้อหา “แต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์” และถูกนำตัวไปฝากขังที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ก่อนได้รับการอนุญาตประกันตัวด้วยเงินสด 9,000 บาท และศาลแขวงพระนครเหนือได้ให้ประกันตัวพร้อมวางเงื่อนไข “ห้ามอดอาหารประท้วงหน้าศาลอาญา” หรือกระทำผิดซ้ำอีก ทำให้สมณะดาวดินยุติการอดอาหารในวันดังกล่าว

รูปแบบการอดอาหาร – ดื่มน้ำเปล่าและเครื่องดื่มเกลือแร่

ผลข้างเคียง – อ่อนเพลียอย่างรุนแรง มึนงง ไม่สดชื่น ปวดแสบท้อง โดยเฉพาะช่วง 3-4 วันแรกของการอดอาหาร

3. “ป้าเป้า” วรวรรณ : อดอาหารนาน 8 วัน (22-29 เม.ย. 2564)

ภาพจาก มติชนออนไลน์

“ป้าเป้า” วรวรรณ แซ่อึ้ง นักกิจกรรม วัย 68 ปี ประกาศอดอาหารต่อจากสมณะดาวดิน ในแคมเปญ อดพร้อมเพื่อน ตั้งแต่คืนวันที่ 22 เม.ย. 2564 โดยนั่งอดอาหารเพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัวให้ผู้ต้องขังทางการเมืองขณะนั้น อยู่ที่บริเวณทางออกประตู 9 กับประตู 10 หน้าสถานีบริการน้ำมันข้างศาลอาญา รัชดาฯ ควบคู่กับการทำกิจกรรมยืนหยุดขัง

สุดท้ายป้าเป้าต้องยุติการอดอาหารในวันที่ 30 เม.ย. 2564 เนื่องจากมีไข้ขึ้นสูง มีอาการไอ และเจ็บคออย่างรุนแรง จึงต้องจำใจรับประทานอาหารเพื่อกินยาหลังอาหารในการรักษาอาการเจ็บป่วยดังกล่าว 

รูปแบบการอดอาหาร – ดื่มน้ำเปล่าและนมวัว

ผลข้างเคียง – มีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อยในช่วงแรก และอยู่ตัวหลังจากนั้น คาดว่าน่าจะเป็นเพราะปกติเธอรับประทานอาหารน้อยอยู่แล้ว โดยก่อนหน้านั้นเธอมักจะทานอาหารเฉลี่ยเพียงวันละมื้อเท่านั้น

4. “เลิศศักดิ์” : อดอาหารนาน 11 วัน (26 เม.ย. – 6 พ.ค. 2564)

 เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ หัวหน้าพรรคสามัญชน ประกาศอาหารเพื่อรับไม้ต่อจากสมณะดาวดินเช่นเดียวกับป้าเป้า โดยเริ่มต้นอดอาหารตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 26 เม.ย. 2564 โดยนั่งอยู่ที่ประตูทางเข้าศาลอาญา เพื่อต้องการให้ช่วงเวลาที่เขาอดอาหารเป็นเสมือนภาพฉายถึงความทุกข์ทรมานจากการไม่ได้รับสิทธิประกันตัวของผู้ต้องขังในเรือนจำที่กำลังอดอาหารอยู่ ให้คนข้างนอกได้รับรู้ข้อเท็จจริงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเพื่อไม่ให้การอดอาหารของคนข้างในคุกถูกโดดเดี่ยวและทอดทิ้ง

เลิศศักดิ์ได้ยุติการอดอาหารลงในวันที่ 6 พ.ค. 2564 เนื่องจากคิดว่าน่าจะถึงจุดที่ร่างกายแบกรับความทรมานจากการอดอาหารอีกต่อไปไม่ไหวแล้ว โดยก่อนหน้าจะยุติการกระทำดังกล่าว เขาได้เจรจาให้ “ซัน ทะลุฟ้า” มารับไม้ต่อเพื่ออดอาหารในแคมเปญ “อดพร้อมเพื่อน” ต่อไป

รูปแบบการอดอาหาร – ดื่มน้ำเปล่า เครื่องดื่มเกลือแร่ โปรตีน และเวย์โปรตีนเชค 

ผลข้างเคียง – อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย และมีอาการแสบท้องอย่างรุนแรง โดยเฉพาะวันที่ 6 ของการอดอาหาร เลิศศักดิ์บรรเทาอาการดังกล่าวด้วยการกินยาประเภทเคลือบกระเพาะ  

5. พัชณีย์ คำหนัก : อดอาหารนาน 5 วัน (2-6 พ.ค. 2564) 

ภาพจาก ประชาไท

พัชณีย์ คำหนัก นักเคลื่อนไหวสิทธิแรงงาน กลุ่มสังคมนิยมแรงงาน วัย 45 ปี เริ่มต้นอาหารตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 2 พ.ค. 2564 ไปจนถึงวันที่ 6 พ.ค. 2564 โดยมีจุดประสงค์เพื่อเรียกร้องสิทธิการให้ประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมืองที่ถูกคุมขังอยู่ในขณะนั้น ในแคมเปญ “อดพร้อมเพื่อน” เช่นเดียวกับคนอื่นๆ โดยไม่ได้รับไม้ต่อจากใคร 

รูปแบบการอดอาหาร – ดื่มน้ำเปล่า โปรตีนเช็ค เครื่องดื่มเกลือแร่ น้ำหวานต่างๆ เช่น ชาเย็น ชาเขียว

ผลข้างเคียง – อ่อนเพลียเล็กน้อย เธอคาดว่าน่าจะเป็นเพราะอ่อนล้าจากแดดมากกว่า เพราะตลอดการทำกิจกรรมต้องปักหลักอยู่ที่บริเวณหน้าศาลอาญา โดยเฉพาะในเวลากลางวันมีแดดแรงและอากาศค่อนข้างร้อน อบอ้าว

6. “ซัน” ทะลุฟ้า : อดอาหารนาน 6 วัน (6-12 พ.ค. 2564) 

ณัฐพล โชคสวัสดิ์ หรือ “ซัน ทะลุฟ้า” วัย 23 ปี รับไม้ต่ออดอาหารจากเลิศศักดิ์และพัชณีย์ ในแคมเปญ “อดพร้อมเพื่อน” ที่บริเวณหน้าศาลอาญา ณัฐพลเริ่มต้นอดอาหารตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค. 2564 ด้วยความตั้งใจต้องการเรียกร้องสิทธิในการประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมืองในขณะนั้น และเพื่อฉายภาพความทรมานจากการอดอาหารแทนนักกิจกรรมที่กำลังอดอาหารอยู่ในเรือนจำให้ประชาชนข้างนอกได้รับรู้เช่นเดียวกับเลิศศักดิ์

ต่อมาในเช้าวันที่ 12 พ.ค. 2564 ณัฐพลพบว่าตนเองมีเสมหะ “ปนเลือด” ขณะกำลังล้างหน้าแปรงฟัน จึงได้เข้ารับการตรวจเบื้องต้นกับหน่วยพยาบาลอาสาบริเวณหน้าศาลอาญา พบว่าเขามีความดันโลหิตสูงกว่าปกติ เขาจึงถูกส่งตัวไปตรวจดูอาการอย่างละเอียดที่โรงพยาบาล ณัฐพลจึงต้องยุติการอดอาหารในวันดังกล่าว โดยแพทย์วินิจฉัยว่า มีแผลในลำคอขนาดเล็ก 1 จุด คาดว่าน่าจะเกิดจากการสูดฝุ่นและควันเข้าไปในปริมาณมาก เพราะตลอดการทำกิจกรรมอดอาหารและเรียกร้องสิทธิในการประกันนานร่วมสัปดาห์ เขาต้องนั่งอยู่บริเวณป้ายจุดจอดรถเมล์ด้านหน้าศาลอาญา ซึ่งเต็มไปด้วยควันจากท่อไอเสียและฝุ่นละออง 

รูปแบบการอดอาหาร – ดื่มน้ำเปล่า เครื่องดื่มเกลือแร่ หยุดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดขณะอดอาหารร่วมด้วย 

ผลข้างเคียง – ระหว่างอดอาหารมีอาการอ่อนเพลีย ความสามารถในการควบคุมร่างกายลดน้อยลง มึนงง ตอบสนองช้าลง หลังยุติการอดอาหารพบว่าน้ำหนักตัวลดลงประมาณ 8 กิโลกรัม ทั้งนี้ ก่อนหน้านั้นณัฐพลมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง ซึ่งแพทย์ไม่แนะนำให้ทำการอดอาหาร ทำให้ระหว่างและหลังการอดอาหารเขาได้รับผลข้างเคียงที่ค่อนข้างรุนแรงกว่าคนอื่นๆ    

7“เม” เมธาวี สิทธิจิรวัฒนกุล

ภาพจาก BBC ไทย

เมธาวี สิทธิจิรวัฒนกุล เป็นพี่สาวของรุ้ง ปนัสยา หลังรุ้งถูกคุมขัง และเริ่มอดอาหารเป็นเพื่อนเพนกวิน จากนั้นเมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2564 เมธาวี ได้ประกาศอดอาหารเป็นเพื่อนน้องสาว เพื่อร่วมรับรู้ความรู้สึกและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับรุ้ง โดย 4 วันแรก เธอได้เริ่มทานอาหารวันละมื้อเพื่อปรับตัว จนเข้าวันที่สี่ จึงเริ่มกินแต่น้ำเปล่า น้ำหวาน และนมถั่วเหลือง ไม่รับประทานอาหารอีก

“พอน้องรุ้งตัดสินใจอดอาหาร เราไม่รู้ว่าวันไหนน้องเขาจะไหว หรือไม่ไหว จะมีอาการยังไง ไปถึงขีดจำกัดแค่ไหน เราเลยตัดสินใจว่า ถ้าน้องอด พี่เมย์ก็จะอดด้วย เพื่อจะดูว่าสภาพร่างกายเป็นอย่างไร ปวดท้องไหม อ่อนเพลียหรือเปล่า เราจะได้รับรู้ว่าน้องยังไหวนะ มีแรงอยู่ หรือวันนี้เริ่มเวียนหัว” เมธาวีให้สัมภาษณ์กับ The Matter

X