“ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาล ที่นี่มันคือคุก”: บันทึกเยี่ยมนิว แซม ฟ้า และเพนกวิน

วันที่ 20 สิงหาคม 2564

ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ขณะนี้มีผู้ต้องขังทางการเมืองรักษาตัวจากโรคโควิด-19 อยู่ 4 ราย คือ ‘นิว (ฮิวโก้)’ สิริชัย นาถึง, แซม สาแมท,  ‘ฟ้า’ พรหมศร วีระธรรมจารี และ ‘เพนกวิน’ พริษฐ์ ชิวารักษ์ พวกเขาถูกย้ายมาจากเรือนจำชั่วคราวรังสิต ที่นั่นเป็นเรือนจำชายและมีการแพร่ระบาดโควิดเช่นเดียวกับเรือนจำอื่น

ทีมทนายรับทราบในวันศุกร์ที่ 13 ส.ค. ว่ามีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ติดโควิดเจ็ดรายในวันดังกล่าว ทนายที่เข้าเยี่ยมผู้ต้องขังในวันอังคารจึงตรวจโควิด และทราบว่าตัวเองติดโควิดด้วยเช่นเดียวกัน รวมถึงต่อมาผู้ต้องขังทางการเมือง 5 ใน 8 ราย ก็ติดโควิด โดย 1 ราย คือ ‘ปูน’ ธนพัฒน์ ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจึงออกมารักษาตัวภายนอก ส่วน 4 คนที่เหลือ ถูกย้ายมาทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์

เราเยี่ยมนิว แซม และฟ้าผ่านระบบไลน์ก่อนในช่วงเช้า และทำให้เราได้เห็นสภาพภายในโรงพยาบาลสนาม ซึ่งคงไม่ต่างจากเรือนจำมากนักคือเป็นห้องกว้าง โล่ง และผู้ป่วยทั้งหมดต้องนอนพื้นเรียงๆ กันเป็นแถว ในห้องหนึ่งๆ คาดว่ามีผู้ป่วยราวๆ 40-50 คน

เราสอบถามอาการทั้งสามคน ทั้งนิว ฟ้า และแซม มีอาการไม่ได้กลิ่นหรือรสชาติของอาหาร ฟ้ายังมีไข้ต่ำๆ ในบางช่วง ปวดเมื่อยร่างกาย และบอกว่านอนไม่หลับเพราะยุงกัด และยังพูดว่าโรคที่จะเป็นต่อมาคือไข้เลือดออกเพราะที่นั่นยุงเยอะมาก ส่วนแซมนั้นยังมีอาการเจ็บหน้าอก ทั้งนิวและฟ้า ได้ยาฟาวิพิราเวียร์ ฟ้าบอกว่าเป็นยาที่ผลิตจากจีน แต่แซมยังไม่ได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ ไม่ทราบว่าอาการเขาดีกว่าคนอื่น หรือเพราะเพิ่งย้ายมาในคืนก่อนหน้า

ทั้งสามคนสะท้อนสิ่งเดียวกันคือ คุณภาพความเป็นอยู่ในทัณฑสถานโรงพยาบาลนั้นแย่มาก อาหารคุณภาพแย่ ห้องขังบางห้องไม่มีมุ้งลวด ทั้งหมดต้องเผชิญกับยุง ฟ้าบอกว่าเขาไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันแล้ว เพราะไม่มีอุปกรณ์ แซมเองบอกว่าเมื่อคืนเขาเพิ่งย้ายมาไม่มีที่ใส่น้ำ ที่นี่มีที่กรองน้ำแต่ไม่มีภาชนะใส่น้ำ จึงต้องไปคุ้ยถึงขยะเพื่อหาแกลลอนมาใส่น้ำดื่ม ดูเหมือนคุณภาพชีวิตในโรงพยาบาลนั้นย่ำแย่กว่าเรือนจำอื่นๆ ที่พวกเขาอยู่มา ทั้งเรือนจำอำเภอธัญบุรีที่ฟ้าเคยถูกขัง เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่แซมเคยถูกขัง และเรือนจำชั่วคราวรังสิตที่พวกเขาถูกขัง ก่อนจะถูกย้ายมารักษาตัวที่นี่

ฟ้ายังเล่าเสริมว่าตอนอยู่ในเรือนจำรังสิต ขณะที่รอผลตรวจ ตัวเองมีอาการจึงถูกแยกมาควบคุมตัวที่โรงพยาบาลสนามของเรือนจำอำเภอธัญบุรี แต่ตนไม่สามารถติดต่อใครได้เลยจึงต้องเรียกร้องให้ทางเรือนจำแจ้งญาติและทนายความทราบว่าได้ย้ายตนมาที่นี่

เมื่อเราสอบถามว่าต้องการให้ฝากของอะไรบ้าง สิ่งที่พวกเขาแจ้งกลับมากลับไม่ใช่อาหาร แต่ขอเป็นลูกอมรสเปรี้ยว นิว บอกว่าเขาอดอาหารมาตั้งแต่วันที่ย้ายมาที่นี่ คือวันที่ 15 ส.ค. แล้ว เนื่องจากต้องการเรียกร้องให้ย้ายพวกเขาไปยังโรงพยาบาลอื่นนอกสังกัดโรงพยาบาลราชทัณฑ์  ฟ้าและแซมก็บอกว่าพวกเขาอดอาหารเช่นกัน

ฟ้ายังฝากข้อความถึงคนข้างนอกว่า “กะเทยกำลังจะตายแล้วแม่ตอนนี้” ฉันเห็นใจนาง นางยังไม่ตายจริงหรอก แต่มันคือการสื่อสารถึงความยากลำบากของพวกเขาในช่วงนี้ ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยผ่านความยากลำบากมา แต่อย่างที่บอกก่อนหน้านี้ เราไปเยี่ยมพวกเขาที่เรือนจำชั่วคราวรังสิต พวกเขาบอกว่าเขาอยู่ในนั้นได้ ที่ทัณฑสถานแห่งนี้คงสภาพแย่กว่าเรือนจำจริงๆ

บ่ายวันเดียวกัน เราได้เยี่ยมเพนกวิน เนื่องจากเพนกวินมีน้ำหนักตัวมาก และมีโรคประจำตัว เพนกวินจึงได้อยู่บนตึกของโรงพยาบาลจริงๆ เพื่อให้แพทย์ดูแลใกล้ชิด ในขณะที่ทั้งสามคนอยู่ในโรงพยาบาลสนาม เพนกวินได้อาบน้ำแล้ว หลังจากข่าวออกไปว่าเขาไม่ได้อาบน้ำมาสามวัน เพนกวินขอให้ทำเรื่องย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์โดยด่วน เพราะเขาไม่ไว้ใจในการรักษาพยาบาลที่นี่ เขาเล่าว่าวันก่อนหน้านั้นแพทย์จ่ายยาหอบหืดให้เขาผิดเขาต้องทักท้วง และเมื่อวานหมอก็ลืมให้ยาเขา จนเขาต้องถามว่าวันนี้ไม่มียาให้เขาหรือ เราถามถึงค่าออกซิเจน เพนกวินบอกว่าค่าออกซิเจนเขาดี แต่ไม่รู้ว่าเพราะเขาได้ออกซิเจนตลอดหรือเปล่า พอทนายมาเยี่ยมเขาถึงถอดและเดินมา

นอกจากนี้เพนกวินยังเล่าว่าเขามีอาการหอบหืดกำเริบเมื่อคืน แต่ตอนกลางคืนจะไม่มีพยาบาลเข้ามาดู เขาเล่าว่าผู้ป่วยที่อยู่รอบตัวเหมือนจะมีแต่คนที่อาการหนัก และตั้งแต่ที่เขาย้ายมาที่โรงพยาบาลก็มีคนรอบๆข้างตัวเขาเสียชีวิตไปสองสามคนแล้ว บางคนเสียชีวิตกลางคืนไม่มีคนมาดู เช้ามาก็เก็บศพ ขนาดมีเครื่องอะไรสักอย่างของผู้ป่วยดังปิ๊บๆ เขาก็ปล่อยให้ดังทั้งคืนไม่มีใครมาดูต้องรอถึงเช้า

เขาบอกว่าอยู่ที่นี่ “พึ่งฟ้าพึ่งฝนไม่ได้ ต้องพึ่งคนไข้ด้วยกัน”  “แต่ก็ดีเหมือนกันที่ได้มาที่นี่ ที่เขาว่าดูแลเหมือนหมูเหมือนหมาเป็นอย่างไร ก็ได้รู้” “ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาล มันคือคุก” เพนกวินยังช่วยเหลือตัวเองได้ และเดินมาพูดคุยกับเราได้ แต่เขามีอาหารเหนื่อยมากกว่าปกติ และยังมีอาการเจ็บหน้าอก ก่อนลากันเขายังย้ำเรื่องย้ายโรงพยาบาล “ที่นอนพะงาบๆ คนต่อไปอาจจะเป็นกวิ้นก็ได้”

อย่างไรก็ตาม หลังจากเยี่ยมเสร็จเราเห็น ใบแถลงข่าวจากกรมราชทัณฑ์ดูจะเป็นคนละเรื่องจากที่เราได้รับการสื่อสารจากพวกเขาโดยตรง กรมราชทัณฑ์บอกว่าพวกเขายังอาการดี ได้รับการรักษาตามมาตรฐาน และบอกให้สังคมอย่าหลงเชื่อข่าวบิดเบือน บอกตามตรงเห็นคำว่า “ให้การดูแลรักษาเป็นไปตามมาตรการด้านสาธารณสุข” เราคิดถึงคดีอากง

“อากง” เสียชีวิตที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ในเช้าวันที่ 8 พ.ค. 2555 หลังจากเข้ามารักษาตัวในเย็นวันที่ 4 พ.ค. 55 แต่ติดเสาร์ อาทิตย์ จันทร์ ซึ่งเป็นวันหยุดยาว ระหว่างสามวันจึงเป็นการรักษาตามอาการ ยังไม่ได้เริ่มวินิจฉัยเพราะผลเลือดต้องส่งแล็ปนอกตรวจ  คดีฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายจากการเสียชีวิตของอากงศาลยกฟ้อง เพราะเห็นว่าโรงพยาบาลได้ปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนแล้ว แต่ข้อเท็จจริงในคดีปรากฏว่า ระหว่างการกู้ชีพเกือบ 40 นาที ทำโดยพยาบาลไม่มีแพทย์ร่วมด้วยเลย และใช้อุปกรณ์เพียง Ambu Bag ไม่มีการใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจด้วยไฟฟ้าใดๆ เพราะเครื่องอยู่อีกชั้น ส่วนแพทย์นั้นประชุมอยู่ นี่คือการดูแลรักษาตามมาตรการด้านสาธารณสุขแบบทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ที่ผู้ต้องขังต้องเผชิญหรือเปล่า เป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจ

.

20 สิงหาคม 2564

ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์

.

More from my site

X