ในเดือนกรกฎาคม 2569 มีจำนวนผู้ถูกดำเนินคดีเพิ่มขึ้น 1 คน ได้แก่ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ หลังทราบจากกรณีที่ “เวลา” (นามสมมติ) ถูกจับกุมจากเชียงใหม่ไปดำเนินคดีมาตรา 112 ที่จังหวัดพัทลุง จากเหตุโพสต์ข้อความลงในกลุ่มเฟซบุ๊ก “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส-ตลาดหลวง” ว่าปวินเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาของคดีนี้ด้วย จึงทำให้ยอดผู้ถูกดำเนินคดีทั้งหมดมีอย่างน้อย 1,999 คน ในจำนวน 1,347 คดี ขณะที่ยังมี 583 คดีที่ยังไม่สิ้นสุด
ตลอดเดือนกรกฎาคม 2569 ศาลมีคำพิพากษาคดีจากสถานการณ์ชุมนุมและการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างน้อย 8 คดี แบ่งเป็นคดีมาตรา 112 จำนวน 3 คดี และคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมและแสดงออกทางการเมืองอื่น ๆ จำนวน 5 คดี
ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องในคดีมาตรา 112 กรณีทำโพลขบวนเสด็จ ของทานตะวันและพวกรวม 7 คน และศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกฟ้อง 4 ประชาชน จากกรณีชุมนุม #11สิงหาไล่ล่าทรราช ในขณะที่คดีอื่น ๆ มีการลงโทษจำคุก เช่น คดีมาตรา 112 ของอานนท์ นำภา โดยศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืนจำคุก 2 ปี และคดีอารยะขัดขืนไม่ร่วมบังคับการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลทางมโนธรรมของเนติวิทย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 6 เดือน โดยให้รอลงอาญา 1 ปี
นอกจากนั้น ยังพบกรณีการคุกคามและทำร้ายร่างกาย “ธนิต” ผู้แสดงความเห็นทางการเมืองโดยกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวว่าปกป้องสถาบันฯ โดยพบว่าผู้ที่ถูกทำร้ายมีประวัติเคยรับการรักษาจิตเวช ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหามาตรา 112 ขณะที่ธนิตได้แจ้งความกรณีที่ถูกทำร้ายร่างกายไว้ด้วย
ในเดือนที่ผ่านมา ศาลมีคำสั่งไต่สวนการตายของ “บุ้ง” เนติพร โดยยังไม่มีข้อยุติในประเด็นมาตรฐานการรักษาของราชทัณฑ์ และอีกทั้งพบกรณีที่ศาลไม่อนุญาตให้ “ใบปอ” จำเลยคดี 112 เดินทางไปร่วมโครงการสิทธิมนุษยชนในต่างประเทศ
.
จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ตั้งแต่เริ่มการชุมนุมของ “เยาวชนปลดแอก” เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2563 จนถึงวันที่ 31 ก.ค. 2569 มีประชาชนที่ถูกดำเนินคดีจากสถานการณ์ชุมนุมและการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ไปแล้วอย่างน้อย 1,999 คน ในจำนวน 1,347 คดี
เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีกับในเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา พบว่ามีจำนวนผู้ถูกดำเนินคดีเพิ่มขึ้น 1 คน ในขณะที่จำนวนคดีเท่าเดิม (นับเฉพาะคดีจากสถานการณ์ชุมนุมและแสดงความเห็นทางการเมืองกรณีที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว และไม่ได้นับกรณีที่นักการเมืองฟ้องคดีหมิ่นประมาทต่อประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ)
หากนับจำนวนบุคคลที่ถูกดำเนินคดีซ้ำในหลายคดี โดยไม่หักออก แต่นำจำนวนมาเรียงต่อกันแล้ว จะพบว่ามีจำนวนการถูกดำเนินคดีไปอย่างน้อย 4,078 ครั้ง
สำหรับสถิติการดำเนินคดี แยกตามข้อกล่าวหาสำคัญ ได้แก่
1. ข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มีผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย 292 คน ในจำนวน 321 คดี ซึ่งในจำนวนนี้อย่างน้อย 171 คดี ถูกดำเนินคดีเนื่องจากประชาชนร้องทุกข์กล่าวโทษ (จำนวนผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มขึ้น 1 คนจากเดือนที่ผ่านมา ในขณะที่จำนวนคดีเท่าเดิม)
2. ข้อหา “ยุยงปลุกปั่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มีผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย 158 คน ในจำนวน 58 คดี (เพิ่มขึ้น 1 คน ในจำนวน 1 คดีจากเดือนที่ผ่านมา)
3. ข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มีผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย 1,466 คน ในจำนวน 678 คดี
4. ข้อหาตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ มีผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย 202 คน ในจำนวน 111 คดี
5. ข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มีผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย 222 คน ในจำนวน 243 คดี
6. ข้อหาละเมิดอำนาจศาล อย่างน้อย 45 คน ใน 27 คดี และคดีดูหมิ่นศาล อย่างน้อย 37 คน ใน 11 คดี
จากจำนวนคดี 1,347 คดีดังกล่าวมีจำนวน 832 คดี ที่ถึงที่สุดแล้ว (คดีบางส่วนไม่ได้สิ้นสุดลงทั้งคดี เช่น มีการอุทธรณ์คดีเฉพาะจำเลยบางคน แต่จำเลยบางคนคดีสิ้นสุดแล้ว) กล่าวคือมีอย่างน้อย 583 คดีที่ยังไม่สิ้นสุด และอยู่ในกระบวนการชั้นต่าง ๆ และยังคงทยอยมีนัดฟังคำพิพากษาออกมาในแต่ละเดือน

.
แนวโน้มการดำเนินคดีในช่วงเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา มีสถานการณ์สำคัญดังต่อไปนี้
ประชาชนเชียงใหม่ถูกจับกุมแจ้ง ม.112 ที่พัทลุง พบ ‘ปวิน’ เป็นผู้ถูกกล่าวหาอีกราย
“เวลา” (นามสมมติ) ประชาชนชาวเชียงใหม่ วัย 34 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมบริเวณหน้าที่พักในอำเภอเมืองเชียงใหม่ ในคดีมาตรา 112 และมาตรา 116 ซึ่งภายหลังพบว่าเป็นคดีของ สภ.เขาชัยสน จังหวัดพัทลุง จากเหตุโพสต์ข้อความลงในกลุ่มเฟซบุ๊ก “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส-ตลาดหลวง” พร้อมแนบลิงก์คลิปวิดีโอมีเนื้อหาพระราชกรณียกิจเมื่อครั้งที่รัชกาลที่ 10 และมีผู้ต้องหาอีกรายได้คอมเมนต์แสดงความคิดเห็นไว้ ต่อมาหลังถูกนำตัวไปแจ้งข้อกล่าวหา ตำรวจได้ให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน
คดีนี้มี ทรงชัย เนียมหอม แกนนำกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน โดยมีผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 3 ราย ได้แก่ ผู้โพสต์ข้อความ (เวลา), ผู้คอมเมนต์ข้อความ (ประชาชนรายหนึ่ง ไม่ทราบข้อมูล) รวมทั้ง ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ที่ระบุว่าเป็นผู้ดูแลกลุ่มเฟซบุ๊กดังกล่าว
สำหรับคดีของ “เวลา” ศูนย์ทนายฯ เคยนับข้อมูลคดีไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากเคยทราบว่ามีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องหาอีกหนึ่งราย ที่เป็นผู้คอมเมนต์ข้อความไว้ในโพสต์ที่ถูกกล่าวหา แต่ไม่ทราบความคืบหน้าของคดีดังกล่าว และเพิ่งทราบว่าปวินถูกดำเนินคดีนี้ด้วย จึงได้นับ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ มาเป็นผู้ถูกดำเนินคดีเพิ่มอีกหนึ่งราย จึงทำให้ยอดผู้ถูกดำเนินคดีในข้อหามาตรา 112 มีทั้งสิ้น 292 คนแล้ว
.
‘ผู้ป่วยจิตเวช’ ถูกกลุ่มบุคคลที่อ้างว่า “ปกป้องสถาบันฯ” บุกทำร้ายร่างกายถึงที่พัก-นำตัวไปสถานีตำรวจ เหตุแสดงออกเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์
ช่วงหัวค่ำเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2569 มีกรณีกลุ่มบุคคลที่ใช้ชื่อกลุ่มว่า “กองเรือนรก” เข้ารุมล้อมทำร้ายร่างกายประชาชนรายหนึ่งที่ชื่อว่า “ธนิต” (นามสมมติ) ซึ่งเป็นผู้ป่วยจิตเวชวัย 42 ปี เหตุจากการแสดงออกเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ พร้อมกับมีการแจ้งความมาตรา 112 เอาไว้ และนำตัวขึ้นรถกระบะไปส่งยัง สน.เตาปูน
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหามาตรา 112 แต่มีการตรวจยึดโทรศัพท์มือถือเอาไว้ ก่อนนำตัวไปส่งที่ สน.ดอนเมือง จากนั้นธนิตพร้อมทนายความที่ติดตามไปได้แจ้งความดำเนินคดีต่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวจากเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายที่เกิดขึ้น

.
พิพากษายกฟ้อง ม.112 คดีทำโพล “ขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนหรือไม่”
ตลอดเดือนกรกฎาคม 2569 ศาลมีคำพิพากษาคดีจากสถานการณ์ชุมนุมและการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างน้อย 8 คดี แบ่งเป็นคดีมาตรา 112 จำนวน 3 คดี และคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมและแสดงออกทางการเมืองอื่น ๆ จำนวน 5 คดี รวมทั้งมีคำสั่งกรณีไต่สวนการตายของ “บุ้ง” เนติพร เสียชีวิตระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำ
คดีของทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และพวกรวม 7 คน กรณีทำโพลสำรวจความคิดเห็น “คุณคิดว่า ขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนรำคาญหรือไม่” บริเวณห้างสรรพสินค้าพารากอน เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2565 โดยเมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2569 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 7 คน ในข้อหาหลักมาตรา 112 และมาตรา 116
ศาลเห็นว่า การทำแบบสอบถาม ไม่ได้ระบุชื่อใคร และไม่มีพระนาม เป็นการแสดงความเห็นภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่ปรับจำเลยทั้ง 7 คน คนละ 5,000 บาท ในความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานฯ และจำคุกวรเวช 4 เดือน ในความผิดฐานขัดขวางเจ้าพนักงาน
ทั้งนี้ระหว่างพิจารณาคดีนี้ “บุ้ง” เนติพร ได้เสียชีวิตระหว่างถูกคุมขัง โดยเธออดอาหารประท้วงเรียกร้องสิทธิประกันตัว รวมทั้งเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม เปิดคำพิพากษายกฟ้องฉบับเต็ม คดี ม.112-116 ทำโพลสอบถาม “ขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนหรือไม่”
คดีของ อานนท์ นำภา กรณีปราศรัยในการชุมนุม “ปาร์ตี้ริมเขา เป่าเค้กวันเกิด พลเรือเอกก๊าบ ๆ” ที่ลานหอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งจัดขึ้นโดยกลุ่ม “ประชาคมมอชอ” เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2563 โดยเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2569 ศาลจังหวัดเชียงใหม่อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุก 2 ปี
หลังคำพิพากษาคดีนี้ ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาชาติในสามด้าน ได้แถลงแสดงความกังวลต่อการลงโทษอานนท์ จากการใช้เสรีภาพในการแสดงอออก และการคุมขังโดยพลการ รวมทั้งเรียกร้องให้ปล่อยตัวเขาทันที
คดีของ กิตติพงค์ จวนวันเพ็ญ พ่อค้าเสื้อผ้าจากกรุงเทพฯ วัย 46 ปี กรณีแชร์ภาพในเฟซบุ๊กพร้อมเขียนข้อความ 2 โพสต์ในช่วงปี 2568 โดยเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2569 ศาลจังหวัดเวียงสระ (จ.สุราษฎร์ธานี) พิพากษาจำคุกกระทงละ 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษเหลือจำคุกกระทงละ 1 ปี 6 เดือน รวมสองกระทงเป็นจำคุก 2 ปี 12 เดือน และให้รอลงอาญา 2 ปี
.
จำคุก ‘เนติวิทย์’ 6 เดือน รอลงอาญา 1 ปี คดีอารยะขัดขืนไม่ร่วมเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลทางมโนธรรม
ในส่วนคดีจากการแสดงออกทางการเมืองอื่น ๆ ศาลมีคำพิพากษาออกมาจำนวน 5 คดี
คดีของ “ไมค์” ภาณุพงศ์ จาดนอก, “หอย” ธนชัย เอื้อฤาชา และ ฉัตรมงคล วัลลีย์ จากกรณีเข้าร่วมกิจกรรม “ตามหานาย” เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2563 ที่บริเวณหน้ากองพันทหารม้าที่ 4 กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ม.พัน 4 พล.1 รอ.) เพื่อทวงถามความคืบหน้าจากผู้บังคับบัญชา ในการลงโทษพลทหารนอกเครื่องแบบจำนวน 3 นาย ที่เข้ามาล็อกแขนและคอของผู้ชุมนุมในเหตุการณ์ก่อนหน้าคดีนี้
เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2569 ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ โดยพิพากษายืนลงโทษจำคุก (รอลงอาญา 2 ปี) และลงโทษปรับตามศาลชั้นต้นทั้งสามคน แต่แก้เฉพาะภาณุพงศ์ในข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยให้แก้เป็นปรับเป็นพินัยฯ จำนวน 200 บาท
คดีของ 4 ประชาชน ได้แก่ เมษา เถื่อนมา, อภิชาต ศิริมา, ณัฐพล (สงวนนามสกุล) และ ชัยพัทธ์ ศักดิ์ศรีเจริญยิ่ง ที่ถูกฟ้องเหตุจากการเข้าร่วมชุมนุม #11สิงหาไล่ล่าทรราช เมื่อปี 2564 บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยเมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2569 ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยพิพากษายืนยกฟ้องทุกข้อหา
คดีของ พึ่งบุญ ใจเย็น ศิลปินช่างสักวัย 40 ปี ซึ่งถูกฟ้องในข้อหา “ทำให้เสียทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์” จากการเขียนข้อความ “ประเทศทวย” ลงบนป้ายจราจรและตู้ไฟฟ้า บริเวณถนนห้วยแก้วในช่วงปี 2563
เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2569 ศาลจังหวัดเชียงใหม่พิพากษาลงโทษปรับกรรมละ 5,000 บาท รวม 2 กรรม เป็นเงินค่าปรับทั้งสิ้น 10,000 บาท เห็นว่าแม้เป็นการใช้เสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองในช่วงเวลานั้น แต่ก็ทำให้ป้ายจราจรซึ่งเป็นทรัพย์สินสาธารณะได้รับความเสียหาย
คดีของ “แฟรงค์” เนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล นักกิจกรรมทางสังคมวัย 29 ปี ผู้แสดงออกในการปฏิเสธการเกณฑ์ทหารมายาวนานกว่า 12 ปี ถูกฟ้องในข้อหาหลีกเลี่ยงไม่เกณฑ์ทหารฯ จากการอารยะขัดขืนไม่เข้าร่วมกับการบังคับเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลทางมโนธรรม
เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2569 ศาลแขวงสมุทรปราการนัดอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเห็นว่าการบังคับเกณฑ์ทหารไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญในเรื่องเสรีภาพในการถือศาสนา และฝ่ายจำเลยได้ยื่นขอให้ศาลอ่านคำพิพากษาด้วยในวันเดียวกัน ศาลพิพากษาว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.รับราชการทหารฯ มาตรา 27 และ มาตรา 45 ลงโทษจำคุก 6 เดือน โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 1 ปี ขณะที่ฝ่ายจำเลยเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อไป
คดีของ ปัณณพัทธ์ จันทนางกูล และพวกรวม 7 คน กรณีร่วมชุมนุมหน้าสถานทูตเมียนมา #ม็อบ1กุมภา64 เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2569 ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาแก้การลงโทษจำเลยทั้งหมด จากเดิมที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นการกระทำความผิดหลายกรรม ลงแยกกรรมตามกระทงความผิด ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงบทหนักสุดแทน
ในส่วนของปัณณพัทธ์ ซึ่งเป็นจำเลยรายเดียวที่ต่อสู้คดี ศาลพิพากษาแก้เป็นลงโทษจำคุก 4 เดือน ปรับ 14,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี ส่วนเกียรติศักดิ์ พิพากษาแก้เป็นจำคุก 1 ปี 6 เดือน รอลงอาญา 2 ปี ปรับ 15,000 บาท ส่วนจำเลยอีก 5 คน พิพากษาแก้เป็นจำคุก 2 ปี ปรับ 30,000 บาท
.
ศาลจังหวัดธัญบุรีอ่านคำสั่งไต่สวนการตาย ‘บุ้ง’ เนติพร ระบุข้อโต้แย้งการรักษา-การกู้ชีพของราชทัณฑ์ ยังไม่มีข้อยุติว่าประมาทหรือจงใจ ส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาต่อ
กรณี “บุ้ง” เนติพร (สงวนนามสกุล) นักกิจกรรมกลุ่มทะลุวัง วัย 28 ปี เสียชีวิตระหว่างที่ถูกคุมขังคดีมาตรา 112 ในเรือนจำ โดยพนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรียื่นคำร้องขอให้ไต่สวนการตาย ฝ่ายญาติผู้ตายนำเสนอประเด็นสำคัญว่า โรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ให้ความช่วยเหลือและกู้ชีพเนติพรตามมาตรฐานทางการแพทย์แล้วหรือไม่ จากประเด็นการใส่ท่อช่วยหายใจผิดตำแหน่ง การกู้ชีพล่าช้า และความผิดพลาดในการจ่ายยา
เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2569 ศาลจังหวัดธัญบุรีมีคำสั่งว่า เนติพรตายที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ วันที่ 14 พ.ค. 2567 เวลา 11.22 น. เหตุคือเสียสมดุลเกลือแร่ในเลือดร่วมกับโรคหัวใจโต ระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ส่วนกรณีที่ญาติผู้ตายนำหลักฐานเข้าสืบในทำนองว่า สาเหตุการตายเกิดจากการรักษาอาการป่วยและการช่วยเหลือผู้ตายขณะหมดสติไม่ถูกต้องตามมาตรฐาน อันเป็นการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ยังมีข้อโต้แย้งอยู่ในชั้นนี้ ยังหาวินิจฉัยให้รับฟังเป็นข้อยุติดังที่ญาติผู้ตายนำพยานหลักฐานเข้าไต่สวนไม่ได้
กรณีการเสียชีวิตของบุ้ง ทางญาติและทนายความยังหารือเพื่อค้นหาความจริงจากการเสียชีวิตและดำเนินแนวทางทางกฎหมายต่อไป

.
ศาลรับฟ้องคดี SLAPPs 2 ประชาชน เหตุถูก รัตติกาล ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย ฟ้องหมิ่นประมาท
สถานการณ์ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ “คดีฟ้องปิดปาก” (SLAPP) ในรูปแบบของการฟ้องร้องหรือกล่าวหาประชาชนและสื่อมวลชนที่โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์ ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติ หรือติดตามตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา โดยนักการเมืองที่มักเป็น “บ้านใหญ่” ในจังหวัดที่มีอิทธิพล
เดือนกรกฎาคม 2569 มีคดีที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนให้ความช่วยเหลือ ศาลมีคำสั่งรับฟ้องคดีของ อำนาจ (สงวนนามสกุล) และตฤณห์ โพธิ์รักษา กรณีถูก รัตติกาล แก้วเกิดมี ผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย ฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 จากการคอมเมนต์ใต้โพสต์เฟซบุ๊กของตฤณห์ ซึ่งตั้งคำถามเรื่องการซื้อเสียงช่วงเลือกตั้ง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569
.
ศาลอาญากรุงเทพใต้ไม่อนุญาต “ใบปอ” จำเลยคดี ม.112 เดินทางไปเกาหลีใต้ เพื่อร่วมโครงการสิทธิมนุษยชน May 18 Academy แม้ยืนยันไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนี
ปัญหาเรื่องการเดินทางของนักกิจกรรมที่ถูกกล่าวหาในคดีมาตรา 112 ยังเป็นประเด็นสำคัญที่ มีผู้ประสบปัญหาเป็นระยะ
เดือนที่ผ่านมา ศาลอาญากรุงเทพใต้ยกคำร้องขอออกเดินทางนอกประเทศของ “ใบปอ” หลังจากขออนุญาตเดินทางไปเมืองควังจู ประเทศเกาหลีใต้ เพราะถูกคัดเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมโครงการประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน “2026 May 18 Academy”
กรณีดังกล่าวเป็นเหตุให้ใบปอจะไม่สามารถเดินทางไปร่วมงานในโครงการดังกล่าวแล้ว เนื่องจากมีกำหนดการในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2569 และไม่ทันในการเตรียมตัวทั้งการยื่นคำร้องและการเดินทางแล้ว ขณะที่ในหลายปีที่ผ่านมา ใบปอเคยได้รับอนุญาตจากศาลในการเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งเธอก็เดินทางไปและกลับตรงตามกำหนด ไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนี

.
ผู้ต้องขัง 9 คนได้ปล่อยตัวจากเรือนจำ ขณะที่ ‘อติรุจ’ ตัดสินใจไม่ฎีกาต่อและเข้าเรือนจำเป็นผู้ต้องขังคดีสิ้นสุด
ในเดือนกรกฎาคม 2569 อติรุจ (สงวนนามสกุล) โปรแกรมเมอร์ วัย 29 ปี จำเลยคดีมาตรา 112 จากกรณีตะโกนว่า “ไปไหนก็เป็นภาระ” ใส่ขบวนเสด็จของรัชกาลที่ 10 ขณะเคลื่อนออกจากศูนย์การประชุมสิริกิติ์ เมื่อปี 2565 ตัดสินใจไม่ยื่นฎีกาต่อ ด้วยเหตุผลเรื่องภาระทางคดีที่มีผลต่อการทำงาน จึงได้ถอนประกันและเริ่มถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ
ขณะที่เดือนที่ผ่านมา มีผู้ต้องขังคดีสิ้นสุดจำนวน 8 คน ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ หลังจากหลังเข้าเกณฑ์ตาม พ.ร.ฎ.อภัยโทษ พ.ศ. 2569 ได้แก่ วชิระ, “ปณิธาน”, “ตรัณ”, เวหา แสนชนชนะศึก, “ลีฟ” วีรวัฒน์, เมธี อมรวุฒิกุล, “หอมแดง” และ “มีชัย”
นอกจากนั้น “ฐาปนา” (นามสมมติ) เยาวชนผู้ถูกดำเนินคดีการวางเพลิงตู้จราจรพญาไท และขว้างปาวัตถุระเบิดในช่วงการชุมนุมดินแดง เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2564 โดยเขาถูกควบคุมตัวอยู่ที่ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกรุณา ถูกปล่อยตัวหลังครบกำหนดระยะเวลาการฝึกอบรมขั้นต่ำตามคำสั่งศาล จึงทำให้ปัจจุบัน (7 ส.ค. 2569) ยังมีผู้ต้องขังทางการเมืองอยู่อย่างน้อย 52 ราย
ส่วน “ฟ้า” พรหมศร วีระธรรมจารี ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ยังคงอดอาหารประท้วงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569 เพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัวและขอโอกาสออกไปดูแลครอบครัว เนื่องจากบิดาและมารดามีอาการป่วยหนัก อย่างไรก็ตามปัจจุบันเขายังไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัว

.
สถานการณ์ประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมือง ครึ่งปี 2569 พบศาลยกคำร้องกว่า 91% แม้ได้ประกันตัว แต่ยังถูกขังจากคดีถอนประกัน
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เผยแพร่รายงานการยื่นประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมือง ในระหว่างวันที่ 1 มกราคม จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีการยื่นคำร้องขอประกันตัว และยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องขังในคดีทางการเมือง รวมแล้วอย่างน้อย 108 ฉบับ ในจำนวน 30 คดี (โดยแบ่งเป็นคำร้องขอประกันตัว 84 ฉบับ และคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว 24 ฉบับ)
จากจำนวนที่ยื่นต่อศาลทั้งหมด 108 ฉบับ พบว่าศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวเพียง 6 ฉบับ (หรือคิดเป็นร้อยละ 5.56) ในจำนวน 4 คดี และมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว 99 ฉบับ (หรือคิดเป็นร้อยละ 91.67) ในจำนวน 26 คดี
ผู้ต้องขังส่วนใหญ่ที่ไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างการต่อสู้คดีถูกคุมขังยาวนานมาตั้งแต่ปี 2566-2568 ซึ่งสะท้อนประเด็นสำคัญถึง “สิทธิในการประกันตัว” ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามหลักการ “สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด” แต่ทว่าในทางปฏิบัติแล้วสำหรับผู้ต้องขังทางการเมือง ยังถูกปฏิเสธสิทธิประกันตัวเกือบทั้งหมด
.
