ศาลเยาวชนฯ สั่งยุติคดี – ปล่อยตัว  “ฐาปนา” หลังเข้าแผนบำบัดฟื้นฟูที่บ้านกรุณาครบ 2 ปี 3 เดือน 

เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2569 เวลา 09.00 น. ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางนัดฟังผลการปฏิบัติตามมาตรการพิเศษของ  “ฐาปนา” (นามสมมติ) ปัจจุบันอายุ 22 ปี เป็นเยาวชนที่ถูกคุมขังจากคดีการวางเพลิงตู้จราจรพญาไท และขว้างปาวัตถุระเบิดในช่วงการชุมนุมดินแดง เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2564 

คดีของฐาปนา ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นฝึกอบรมขั้นต่ำ 2 ปี และขั้นสูง 3 ปี ลดลงจากเดิมที่กำหนดไว้ 4 ปี 

เขาถูกคุมขังมาตั้งแต่ช่วงวันที่ 29 เม.ย. 2567  ในวันนี้เขาถูกปล่อยตัวจากศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกรุณา หลังครบกำหนดระยะเวลาการฝึกอบรมขั้นต่ำตามคำสั่งศาล สิ้นสุดการคุมขังเป็นเวลา 2 ปี 3 เดือน

.

ในวันนี้ 09.00 น. ผู้พิพากษาออกนั่งพิจารณาคดี โดยฐาปนาถูกนำตัวจากบ้านกรุณามาเข้าร่วมนัดฟังคำสั่ง โดยมีที่ปรึกษากฎหมายพร้อมด้วยครอบครัวของฐาปนา และเจ้าหน้าที่โครงการ Freedom Bridge ได้เดินทางไปที่ศาลตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อรอฟังผลคำสั่ง

ศาลอ่านรายงานกระบวนพิจารณา โดยมีใจความสำคัญระบุว่า เกี่ยวกับคดีนี้ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง พิพากษาให้ส่งตัวฐาปนาไปที่ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนกรุงเทพฯ มีกำหนดครบ 4 ปี ปรับ 1,000 บาท  ต่อมาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษาแก้เป็นว่า ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวไปควบคุมเพื่อฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนกรุงเทพฯ กำหนดขั้นต่ำ 2 ปี ขั้นสูง 3 ปี และปรับ 1,250 บาท และครบกำหนดวันฝึกอบรมขั้นต่ำในวันที่ 26 ก.ค. 2569 

ตามรายงานของศูนย์ฝึกอบรมฯ ระบุว่า จำเลยได้เข้าฝึกอบรมจนจบวิชาชีพ 4 หลักสูตร อันได้แก่ วิชาชีพช่างยนต์ 2. อบรมการดูแลผู้สูงอายุเบื้องต้น 3. วิชาชีพดนตรีสากล 4. วิชาชีพศิลปะหลักสูตรสกรีน และปัจจุบันจำเลยได้ฝึกวิชาชีพช่างไฟฟ้า หลักสูตรซ่อมบำรุงเครื่องปรับอากาศ 

เห็นว่าจำเลยมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ประพฤติตนอยู่กฎระเบียบของศูนย์ฝึก จึงขอให้ศาลพิจารณาปล่อยตัวจำเลย เมื่อครบกำหนดการฝึกอบรมขั้นต่ำ และขอให้ยกเว้นในส่วนของค่าปรับด้วย 

ศาลสอบจำเลยแล้ว เห็นว่าระหว่างการฝึกอบรม จำเลยมีความตั้งใจปรับปรุงตนเอง และเข้ารับการฝึกอบรมด้านวิชาชีพมาด้วยดีโดยตลอด ทั้งได้ร่วมกิจกรรมของศูนย์ฝึกอบรม และปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายสำเร็จเรียบร้อย หากได้รับการปล่อยตัว จำเลยจะตั้งใจนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการประกอบอาชีพต่อไป 

ศาลพิเคราะห์รายงานของศูนย์ฝึกอบรมฯแล้วเห็นว่า จำเลยมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ประกอบกับผู้ปกครองประสงค์ที่จะรับตัวจำเลย กลับไปอยู่ตามเดิมและจะส่งเสริมให้จำเลยประกอบอาชีพเป็นกิจจะลักษณะต่อไป ดังนั้น จึงเห็นสมควรให้จำเลยได้ประพฤติตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป 

ภายหลังการอ่านคำสั่งเสร็จสิ้นแล้ว เจ้าหน้าที่ศาลแจ้งว่าจะยังไม่มีการปล่อยตัวฐาปนาออกมาในช่วงเช้านี้ เนื่องจากกำลังจัดการหมายปล่อยอยู่ จึงขอให้ครอบครัวเดินทางมารับตัวในช่วง 13.00 น. แทน 

.

ตามรายงานศูนย์ฝึกอบรมฯ ได้สอดคล้องกับบันทึกเยี่ยม ลงวันที่ 4 ก.ค. 2569 ซึ่งที่ปรึกษากฎหมายได้เข้าเยี่ยมฐาปนา โดยเขาได้แจ้งด้วยสีหน้าสดชื่นว่าตอนนี้เขาจบชั้น ม.6 แล้ว และได้รับวุฒิการศึกษาเรียบร้อย 

ฐาปนายังให้ข้อมูลว่าเขาเรียนวิชาชีพทั้งหมดไป 5 วิชาชีพ ได้แก่ ช่างยนต์, ดูแลผู้สูงอายุ, ดนตรี, ตัดผม, ช่างไฟฟ้า แต่ช่างไฟฟ้าจะเรียนจบวันที่ 31 ก.ค. 2569 ซึ่งก็คุยกับทางครูผู้สอนว่าจะสามารถให้เรียนจบก่อนได้หรือไม่ แต่อย่างน้อยที่สุดตอนนี้ออกไปก็จะมีวุฒิ ม.6 แล้ว

“ครูบอกว่าผมเรียนวิชาชีพมากกว่าคนอื่นเลย ไม่ค่อยคิดลบ และคุยกับคนอื่นมากขึ้น ร่วมกิจกรรมกับเพื่อนมากขึ้น เช่นเพื่อนจะชวนออกกำลังกาย วิดพื้น เลยคิดว่าไม่ค่อยเครียดเหมือนช่วงแรก ๆ ที่เข้ามา” ฐาปนากล่าว

สำหรับสิ่งแรกที่จะทำหลังพ้นกำหนดฝึกอบรม เขาตอบชัดเจนว่าอยากไปเจอลูก คิดถึงลูกมาก และหลังจากนั้นก็จะนำเงินที่ได้จากกองทุนที่ช่วยเหลือเขาระหว่างคุมขังส่วนหนึ่ง ไปหามอเตอร์ไซค์มาไว้ขับวิ่งรับงาน อาจจะส่งพัสดุหรือไม่ก็ส่งพวกอาหาร กำลังคิดอยู่ว่าจะเป็นมอไซค์มือหนึ่งหรือมือสองดี

.

ผลจากการปล่อยตัวดังกล่าว ทำให้จำนวนผู้ต้องขังคดีทางการเมือง ที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนติดตามข้อมูลอยู่ คงเหลือผู้ต้องขังทางการเมืองอย่างน้อย 52 คน (เป็นคดีมาตรา 112 จำนวน 29 คน และคดีมาตรา 110 จำนวน 5 คน) แยกเป็นผู้ต้องขังที่ไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างการต่อสู้คดี 22 คน และผู้ต้องขังคดีถึงที่สุดแล้ว 30 คน 

X