หลังจากเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2569 ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำพิพากษายืนในคดีของอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษญชนและนักกิจกรรม ที่ถูกฟ้องในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เหตุจากกรณีปราศรัยในการชุมนุม “ปาร์ตี้ริมเขา เป่าเค้กวันเกิด พลเรือเอกก๊าบ ๆ” ที่ลานหอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2563 โดยให้ลงโทษจำคุก 2 ปี สามผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติทั้งในด้านความเป็นอิสระของผู้พิพากษาและทนายความ ด้านนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และด้านเสรีภาพการชุมนุม ได้แถลงระบุถึงความกังวลในการลงโทษดังกล่าว การคุมขังอานนท์ และเรียกร้องให้ปล่อยตัวทันที
รวมถึงองค์กรระดับนานาชาติอย่าง Lawyers for Lawyers และกลุ่มสังเกตการณ์เพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ยังได้ออกแถลงแสดงความกังวลถึงกรณีการลงโทษอานนท์เช่นเดียวกัน รวมทั้งระบุถึงกฎหมายนิรโทษกรรมที่ยกเว้นคดีตามมาตรา 112
.
สามผู้รายงานพิเศษ UN แสดงความกังวลคำพิพากษาจำคุกคดีอานนท์ เรียกร้องปล่อยตัวทันที
เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2569 Margaret Satterthwaite ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยความเป็นอิสระของผู้พิพากษาและทนายความ ได้ทวีตข้อความแสดงกังวลต่อคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ในคดีของอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน พร้อมระบุว่ามาตรา 112 ของไทย เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่และศาลใช้ดุลยพินิจอย่างกว้างขวางเกินไปในการตีความและกำหนดว่าการกระทำใดบ้างที่ถือเป็นความผิด
กฎหมายฉบับนี้ส่งผลให้มีการจับกุม ดำเนินคดี และควบคุมตัวประชาชนไปแล้วกว่า 291 คน ซึ่งรวมถึงเด็กและเยาวชนอีกอย่างน้อย 20 คน นับตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา แม้ประเทศไทยจะผ่านร่างกฎหมายนิรโทษกรรมสำหรับผู้ที่ใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก แต่ผู้รายงานพิเศษฯ ก็มีความกังวลว่า อานนท์และบุคคลอื่นอีกจำนวนมากที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดภายใต้กฎหมายมาตรา 112 จะถูกกีดกันออกไปจากกฎหมายฉบับนี้
.
.
เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2569 Andrea Bolaños Vargas ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ได้ทวีตข้อความแสดงความกังวลต่อคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ในคดีของอานนท์ นำภา พร้อมระบุว่าอานนท์ยังคงถูกคุมขังในคดีที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 รวม 14 คดี สืบเนื่องมาจากการใช้เสรีภาพในการแสดงออก การชุมนุมโดยสงบ และการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ซึ่งขณะนี้มีโทษจำคุกรวมกันทั้งสิ้น 31 ปี 9 เดือน 20 วัน จากคำพิพากษาลงโทษใน 11 คดี และถูกปฏิเสธการให้ประกันตัวมาโดยตลอด จึงขอเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวเขาโดยทันทีและปราศจากเงื่อนไข
.
.
วันที่ 28 ก.ค. 2569 Gina Romero ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยเสรีภาพในการรวมกลุ่มและการชุมนุม ได้ทวีตข้อความแสดงความกังวลต่อคำพิพากษาอุทธรณ์คดีดังกล่าวเช่นกัน โดยเน้นย้ำถึงความเห็นของคณะทำงานแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการควบคุมตัวโดยพลการ ที่ระบุว่าการลิดรอนเสรีภาพของ อานนท์ นำภา เป็นไปโดยพลการ และเห็นว่าอานนท์ควรได้รับการปล่อยตัวโดยทันทีและได้รับการเยียวยา
ผู้รายงานพิเศษฯ ยังได้แสดงความกังวลต่อ ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การนิรโทษกรรมแก่บุคคลที่ใช้สิทธิในเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แต่ไม่ได้ครอบคลุมถึงผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 อีกทั้ง ได้เรียกร้องต่อรัฐบาลไทยให้ยุติการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือคุกคาม (judicial harassment) ต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักกิจกรรม ภาคประชาสังคม ผู้ชุมนุม ผู้เห็นต่างทางการเมือง และทนายความ รวมถึงยุติการดำเนินคดีและปล่อยตัวบุคคลทุกคนที่ถูกคุมขังภายใต้มาตรา 112 จากการใช้สิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข
.
.
องค์กรสิทธิระหว่างประเทศแถลงแสดงความกังวลต่อการลงโทษอานนท์ และควบคุมตัวโดยพลการอย่างต่อเนื่อง
นอกจากผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติแล้ว ยังมีองค์กรสิทธิมนุษยชนระดับนานาชาติออกแถลงถึงกรณีอานนท์อีกด้วย ได้แก่ องค์กร Lawyers for Lawyers ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อปกป้องและสนับสนุนการทำงานของทนายความทั่วโลก ที่ตกอยู่ในอันตราย ถูกคุกคาม หรือถูกจำกัดเสรีภาพในการปฏิบัติหน้าที่ทางกฎหมาย ได้ทวีตข้อความเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2569 ระบุถึงความกังวลอย่างยิ่งต่อคำพิพากษาในคดีของอานนท์ นำภา ทำให้เขามีโทษจำคุกรวมกันเป็น 31 ปี 9 เดือน กับอีก 20 วัน เหตุเพราะใช้สิทธิในการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ
Lawyers for Lawyers ได้เรียกร้องไปยังทางการไทยให้ยุติการใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อคุกคามและดำเนินคดีอาญาต่ออานนท์ พร้อมทั้งรับรองสิทธิในเสรีภาพและการได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม ปรับปรุงการบังคับใช้มาตรา 112 ให้สอดคล้องกับกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และรับประกันว่าทนายความทุกคนจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ทางวิชาชีพได้โดยปราศจากการข่มขู่คุกคามหรือการตอบโต้
.
.
ต่อมาวันที่ 4 ส.ค. 2569 กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน (The Observatory for the Protection of Human Rights Defenders) ยังได้ออกแถลงการณ์ถึงการมีคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ในคดีของอานนท์ นำภาเช่นเดียวกัน โดยระบุว่าอานนท์ถูกควบคุมตัวโดยพลการที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นับตั้งแต่เขาถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีตามมาตรา 112 เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2566 นับแต่นั้นมา ยังถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีข้อหานี้เพิ่มเติมอีก 11 คดี อันสืบเนื่องมาจากการโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดีย และการปราศรัยในการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยโดยสงบในช่วงปี 2563-2564
ก่อนหน้านี้ The Observatory ได้ประณามคำพิพากษาลงโทษจำคุกในคดีที่ 11 ซึ่งศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 (คดีชุมนุม #ม็อบ29พฤศจิกา63)
แถลงระบุว่าคำร้องขอประกันตัวและคำอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งไม่ให้ประกันตัวทั้งหมดของอานนท์ถูกยกคำร้องเรื่อยมา อานนท์ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอด โดยยืนยันว่าถ้อยคำและการปราศรัยของเขาเป็นการวิพากษ์วิจารณ์โดยชอบและได้รับความคุ้มครองภายใต้เสรีภาพการแสดงออก
เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2567 คณะทำงานสหประชาชาติว่าด้วยการควบคุมตัวโดยมิชอบด้วยกฎหมาย (WGAD) มีความเห็นว่าการควบคุมตัวอานนท์ นำภา เป็นไปโดย “พลการ” (arbitrary) และเรียกร้องให้รัฐบาลไทยปล่อยตัวเขา “ทันที” รวมทั้งรับรองสิทธิในการได้รับค่าชดเชยและการเยียวยาอื่น ๆ
นอกจากนี้ The Observatory ยังตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2569 สภาผู้แทนราษฎรยังได้ผ่านร่างกฎหมายนิรโทษกรรมซึ่งครอบคลุมผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการดำเนินคดีทางการเมืองในช่วงปี 2548 ถึง 2568 ร่างกฎหมายดังกล่าวจะถูกส่งไปยังนายกรัฐมนตรีก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อลงพระปรมาภิไธย อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายนี้ระบุข้อยกเว้นไว้อย่างชัดเจนว่าไม่รวมถึงบุคคลที่ถูกตั้งข้อหาหรือถูกดำเนินคดีในความผิดฐานหมิ่นประมาทกษัตริย์
The Observatory จึงขอประณามอย่างรุนแรงต่อคำพิพากษาลงโทษจำคุกอานนท์ นำภา การควบคุมตัวโดยพลการอย่างต่อเนื่อง และการคุกคามผ่านกระบวนการยุติธรรมที่ยังคงดำเนินอยู่ จากการที่เขาใช้เสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ และะการทำงานด้านสิทธิมนุษยชนอันชอบธรรม
รวมทั้งเรียกร้องให้ทางการไทยปล่อยตัวอานนท์และนักปกป้องสิทธิมนุษยชนคนอื่น ๆ ทั้งหมดที่ถูกควบคุมตัวโดยมิชอบในประเทศไทยในทันทีและโดยไม่มีเงื่อนไข พร้อมทั้งยุติการคุกคามทางกระบวนการยุติธรรมในทุกรูปแบบต่อบุคคลเหล่านี้
แถลงการณ์ยังเชิญชวนร่วมกันส่งข้อเรียกร้องต่อทางการไทย
1. การรับรองความปลอดภัยทั้งทางร่างกายและจิตใจของอานนท์ รวมถึงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและนักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยคนอื่น ๆ ในประเทศไทย ในทุกสถานการณ์
2. เรียกร้องให้ปล่อยตัวอานนท์ และนักปกป้องสิทธิมนุษยชน รวมถึงนักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยคนอื่น ๆ ที่ถูกควบคุมตัวอยู่โดยทันทีและปราศจากเงื่อนไข
3. ยกเลิกคำพิพากษาลงโทษอานนท์ ยุติการคุกคามทุกรูปแบบ รวมถึงการคุกคามผ่านกระบวนการยุติธรรม ต่อตัวเขาและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน รวมถึงนักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยคนอื่นอๆ และรับรองว่าบุคคลเหล่านี้จะสามารถดำเนินกิจกรรมอันชอบธรรมได้โดยปราศจากอุปสรรคและความหวาดกลัวต่อการถูกตอบโต้
4.. รับรองสิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบในทุกสถานการณ์ ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อ 19 และข้อ 21 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิก และงดเว้นการใช้มาตรา 112 และมาตรา 116 แห่งประมวลกฎหมายอาญา เพื่อมุ่งเป้าเล่นงานนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและนักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตย
5. แก้ไขร่างกฎหมายนิรโทษกรรมให้ครอบคลุมถึงบุคคลที่ถูกตั้งข้อหาหรือถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112
ทั้งนี้กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ตั้งขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง สหพันธ์สากลเพื่อสิทธิมนุษยชน (FIDH) และองค์กรต่อต้านการทรมานโลก (OMCT) เพื่อติดตามปกป้องนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ถูกคุกคามและละเมิดสิทธิมนุษยชน
.
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
คดีทางการเมืองทั้งหมดของ ‘อานนท์ นำภา’
.
