วันที่ 24 ก.ค. 2569 “หอมแดง” (นามสมมติ) เกษตรกรจากจังหวัดเพชรบูรณ์วัย 59 ปี และผู้ต้องขังคดีสิ้นสุดในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กรณีแชร์โพสต์เฟซบุ๊ก 1 ข้อความ ถูกศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 1 ปี 6 เดือน ถูกปล่อยตัวจากเรือนจำกลางคลองเปรมแล้วในวันนี้ เมื่อเวลา 10.36 น. โดยมีญาติและเจ้าหน้าที่องค์กรภาคประชาสังคมมารอรับตั้งแต่ช่วงเช้า หลังเข้าเกณฑ์ตาม พ.ร.ฎ.อภัยโทษ พ.ศ. 2569 ที่ออกมาในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569 อันเป็นสิ้นสุดการคุมขังเกือบ 1 ปี (หรือ 353 วัน)
กรณีดังกล่าว ส่งผลให้จำนวนผู้ต้องขังคดีการเมืองที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามข้อมูลอยู่ เหลืออย่างน้อย 54 คน
.
“หอมแดง” ถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. 2568 หลังศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 1 ปี 6 เดือน ไม่รอลงอาญา ในคดีมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) จากการแชร์โพสต์ข้อความจากเพจเฟซบุ๊ก “สมองโง่ดักดานรัฐบาลตูบฯ” ที่เรียกร้องให้กษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายจำนวน 1 โพสต์ เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2563 โดยไม่ได้เขียนข้อความใด ๆ ประกอบ โดยคดีนี้มี สัจจะ โชคบุญส่งสวัสดิ์ รับมอบอำนาจจากกระทรวงดิจิทัลฯ เป็นผู้กล่าวหา
ภายหลังจากศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา หอมแดงถูกส่งตัวไปคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทันทีระหว่างรอผลประกันตัวในชั้นฎีกา แต่หลังจากนั้นศาลฎีกาก็มีคำสั่งยกคำร้องประกันตัว จึงเป็นเหตุให้เขาตัดสินใจยุติการต่อสู้คดี เพื่อต้องการให้คดีความจบลงเพียงเท่านี้ เขามองว่าถ้าหากได้ประกันตัวออกไปและต้องกลับเข้ามาอีกครั้งก็คงจะรู้สึกแย่ไปกว่านี้ จากนั้นหอมแดงถูกย้ายตัวไปคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรมตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค. 2568 เรื่อยมา
.
สำหรับชื่อ “หอมแดง” คือนามสมมติที่เขาตั้งขึ้นตามอาชีพค้าขายผักและผลผลิตทางการเกษตรที่ทำมาหลายปี ไม่ว่าจะเป็นหอมแดง กระเทียม และผักผลไม้อื่น ๆ สำหรับเรื่องการเมือง เขาเป็นเพียงผู้ที่สนใจติดตามข่าวการเมือง ไม่เคยออกไปเข้าร่วมการชุมนุมหรือกิจกรรมทางการเมืองกับกลุ่มใด แต่โชคชะตาได้พาเขามาสู่จุดเปลี่ยนชีวิตในวันที่ 17 ต.ค. 2563
ในขณะนั้นหอมแดงกำลังฝึกเล่นเฟซบุ๊ก เขาเห็นโพสต์หนึ่งจากเพจ “สมองโง่ดักดานรัฐบาลตูบฯ” มีเนื้อหาเปรียบเทียบกษัตริย์ไทยกับญี่ปุ่น และปัญหาการอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ โดยตั้งใจจะกดเซฟ เก็บไว้ แต่ด้วยความไม่คุ้นเคยกับการใช้งาน เขาไปกดปุ่มแชร์แทน โดยไม่ได้เขียนข้อความใด ๆ ประกอบ
จุดเริ่มต้นคดีนี้นับตั้งแต่ที่เขาถูกแจ้งข้อกล่าวหาเมื่อเดือนมกราคม 2564 จนถึงปัจจุบัน ก็นับว่าเป็นเวลามากกว่า 5 ปีครึ่งแล้วที่หอมแดงต้องอยู่กับคดีนี้
ระหว่างหอมแดงถูกคุมขัง ได้มีทนายความเข้าเยี่ยม โดยเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2569 หลังมีประกาศอภัยโทษฯ หอมแดงมีความหวังว่าจะเป็นหนึ่งในรายชื่อที่ได้รับอภัยโทษ หากเขาได้ปล่อยตัวก็จะกลับไปทำอาชีพค้าขายเช่นเดิม เพราะยังมีกำลังที่พอจะทำได้อยู่
“เข้าเดือนที่ 11 แล้ว ก็พยายามหาแต่เรื่องดี ๆ คบเพื่อนดี ๆ ข้างใน มีเพื่อน 4-5 คน ก็รู้สึกพอใจแล้ว ตอนนี้ผู้ต้องขังลดลง จาก 1,200 คน เหลือ 850 คน เลยอยู่กันแบบไม่แออัดมาก อาหารการกิน กินได้ปกติ”
.
ต่อมาเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2569 เจ้าหน้าที่จากโครงการ Freedom Bridge ได้รับจดหมายจากหอมแดงซึ่งระบุว่า เขามีรายชื่อและกำลังจะเข้าอบรมโครงการโคกหนองนา กล่าวคือเขาเป็นหนึ่งในรายชื่อที่เข้าเกณฑ์อภัยโทษฯ
.
สำหรับการอภัยโทษดังกล่าว เป็นการอภัยโทษเป็นการทั่วไป ในโอกาสสำคัญในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2569 โดยครั้งนี้ถือเป็นการปล่อยตัวรอบที่ 2 ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากการปล่อยตัวรอบที่ 1 เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2569 ซึ่งมีผู้ต้องขังทางการเมืองได้รับการปล่อยตัวไปแล้วจำนวน 6 คน ทั้งนี้ ผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ก็จะได้รับการปล่อยตัว หรือลดหย่อนโทษ โดยไม่ได้เป็นการยื่นขอในลักษณะการอภัยโทษเป็นรายบุคคลแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัวจะต้องผ่านการอบรมโครงการโคกหนองนาของทางเรือนจำ และยังต้องติดตามต่อไปว่าจะมีผู้ต้องขังทางการเมืองที่คดีสิ้นสุดแล้วรายอื่นเข้าเกณฑ์การอภัยโทษอีกหรือไม่ โดย พ.ร.ฎ.อภัยโทษ กำหนดให้เรือนจำจัดทำรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับการอภัยโทษในกำหนดภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.ฎ. ใช้บังคับ
ผลจากการปล่อยตัวดังกล่าว ทำให้จำนวนผู้ต้องขังคดีทางการเมืองที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนติดตามข้อมูลอยู่ ลดลง 1 คน คงเหลือผู้ต้องขังทางการเมืองอย่างน้อย 54 คน (เป็นคดีมาตรา 112 จำนวน 30 คน และคดีมาตรา 110 จำนวน 5 คน) แยกเป็นผู้ต้องขังที่ไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างการต่อสู้คดี อย่างน้อย 25 คน ผู้ต้องขังคดีถึงที่สุดแล้ว 28 คน และเยาวชนที่ถูกควบคุมตัวในสถานพินิจอีก 1 คน
.
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
Human in Court: รู้จัก “การอภัยโทษ” และมองความสัมพันธ์ต่อความแออัดของเรือนจำ
