ย้อนไปในเช้าวันที่ 4 ส.ค. 2568 ที่ห้องพิจารณาศาลอาญา ชายวัย 59 ปี นั่งรอคำตัดสินอยู่
“หอมแดง” คือชื่อเล่นตามอาชีพค้าขายผักที่ทำมาหลายปี วันนั้นเป็นวันสำคัญที่เขาจะได้ฟังคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ในคดีที่อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไป นั่นคือคดีมาตรา 112 ที่เขาถูกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในยุครัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มอบอำนาจไปกล่าวหาเขาไว้ จากกรณีเคยแชร์โพสต์ข้อความจากเพจเฟซบุ๊ก “สมองโง่ดักดานรัฐบาลตูบฯ” จำนวน 1 โพสต์ เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2563 แม้เขาจะไม่ได้เขียนข้อความใด ๆ ประกอบ
ท้ายที่สุดศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ระบุโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน และเห็นว่าไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ เป็นผลให้หอมแดงต้องถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มานับแต่วันฟังคำพิพากษานั้น แม้จะมีการยื่นขอประกันตัวในชั้นฎีกา และศาลชั้นต้นส่งคำร้องให้ศาลฎีกาสั่ง อีก 3 วันต่อมา จึงทราบผลลัพธ์ว่าศาลฎีกามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว
กับชีวิตข้างในอันเป็นโลกที่แตกต่างไปจากสิ่งที่พ่อค้าพืชผักจะรู้จัก ในห้องขนาดเล็กที่มีผู้ต้องขัง 32 คน นอนเบียดเสียดกันจนแทบพลิกตัวไม่ได้ กิจวัตรประจำวันที่เริ่มตั้งแต่ตีห้าด้วยการสวดมนต์ และความเบื่อหน่ายจนต้องหาอะไรทำเพื่อผ่านเวลาไป
ในช่วงปรับตัวในสภาพแวดล้อมใหม่ ความเป็นห่วงความรู้สึกครอบครัว และความคิดถึงหลานชายวัย 11 ปี ที่ร้องไห้เมื่อรู้ว่าตาต้องติดคุก หอมแดงยังคงพยายามรักษาจิตใจและมองโลกในแง่จริง แม้จะรู้ดีว่าอีกราว 17 เดือน ข้างหน้ายังจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในกรงขังแคบ ๆ นี้ต่อไป
หากจะมีสิ่งใดปรารถนาคงเป็นเพียงแค่ไม่เกิดความเจ็บป่วยใดขึ้นระหว่างอยู่ในคุก การได้กลับไปใช้ชีวิตเรียบง่ายเป็นพ่อค้าหอมแดงและกระเทียม พร้อมกับได้กลับใช้วันเวลากับหลานชายที่เขายังคิดถึงอยู่ทุกวัน
_____________________________
หอมแดงเกิดและเติบโตที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ในครอบครัวเกษตรกร เป็นลูกคนโตในพี่น้องเจ็ดคน เรียนจบประถมศึกษาปีที่ 6 ก็ต้องเข้าสู่โลกแห่งการทำมาหากิน ช่วยพ่อแม่ทำนาและเลี้ยงสัตว์
เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ หอมแดงได้พบรักและแต่งงานครั้งแรก มีลูกสองคน แต่ชีวิตคู่ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป ในที่สุดก็ต้องแยกทางกัน จนกระทั่งเมื่ออายุ 39-40 ปี เขาได้พบกับภรรยาคนปัจจุบันขณะไปค้าขายที่จังหวัดลำพูน ภรรยาผู้ทำอาชีพเดียวกับเขา และที่สำคัญคือเป็นคนค้าขายเก่ง ตามคำพูดของเขาที่พูดถึงคนรักด้วยรอยยิ้ม ทั้งคู่จึงร่วมมือกันประกอบธุรกิจมายาวนาน 20 ปีแล้ว
ในฐานะพ่อค้าผลผลิตทางการเกษตร ชีวิตเต็มไปด้วยการเดินทาง เขาสัญจรไปมาระหว่างสามจังหวัดหลัก ได้แก่ เพชรบูรณ์ ลำพูน และศรีสะเกษ เพื่อซื้อผลิตผลตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นหอมแดง กระเทียม และผักผลไม้อื่น ๆ รายได้ที่ได้มีก็เพียงพอที่จะเลี้ยงดูครอบครัว
ลูกสองคนจากภรรยาคนแรกเติบโตเป็นผู้ใหญ่และแยกย้ายไปทำงานแล้ว แต่สิ่งที่เขาห่วงใยมากที่สุดคือหลานชายวัย 11 ขวบ ลูกของลูกสาวคนเล็ก ผู้มีลูกตั้งแต่อายุ 14 ปีแล้วต้องแยกทางกับแฟน
หลานคนนี้เป็นดั่งดวงใจของชายวัยใกล้ 60 ปี เพราะอยู่ด้วยกันมาตลอด ขณะที่แม่ของเด็กต้องไปทำงานที่อื่น เขาเป็นทั้งตาและพ่อให้กับหลาน พาไปซ้อมกีฬา ไปเที่ยว และดูแลค่าใช้จ่ายทุกอย่าง เมื่อพูดถึงหลาน ใบหน้าของหอมแดงจะเปล่งประกายความสุข เขาบอกว่าหลานเป็นเด็กดี ชอบเล่นกีฬา ชอบอ่านหนังสือ แต่เมื่อเขาต้องติดคุก ได้ยินว่าหลานร้องไห้และบอกคิดถึงตา
สำหรับเรื่องการเมือง หอมแดงไม่ใช่คนที่หัวรุนแรงแต่อย่างใด เป็นเพียงผู้ที่สนใจติดตามข่าวการเมืองในระดับคนธรรมดา ไม่เคยออกไปเข้าร่วมการชุมนุมหรือกิจกรรมทางการเมืองกับกลุ่มใด แต่โชคชะตาได้พาเขามาสู่จุดเปลี่ยนชีวิตในวันที่ 17 ต.ค. 2563 ด้วยการกระทำที่เขาบอกว่า “ไม่ได้ตั้งใจ”
ขณะนั้นหอมแดงกำลังฝึกเล่นเฟซบุ๊ก เขาเห็นโพสต์หนึ่งจากเพจ “สมองโง่ดักดานรัฐบาลตูบฯ” มีเนื้อหาเปรียบเทียบกษัตริย์ไทยกับญี่ปุ่น และปัญหาการอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ โดยตั้งใจจะกดเซฟ เก็บไว้ แต่ด้วยความไม่คุ้นเคยกับการใช้งาน เขาไปกดปุ่มแชร์แทน โดยไม่ได้เขียนข้อความใด ๆ ประกอบ เขาไม่เคยนึกฝันเลยว่าการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ครั้งนี้ จะนำมาซึ่งโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน ตามมาตรา 112
“เมื่อก่อนไม่รู้จักมาตรา 112 เลยด้วยซ้ำ มารู้อีกทีคือตอนโดนตำรวจเรียก” เมื่อได้รับหมายเรียกให้ไปรายงานตัวที่ บก.ปอท. คนรู้จักจึงแนะนำให้ติดต่อกับศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการอยู่กับคดีเช่นนี้ยาวนานกว่า 4 ปีแล้ว หากนับตั้งแต่ถูกแจ้งข้อหาเมื่อเดือนมกราคม 2564
ระหว่างการพิจารณาคดี หอมแดงตัดสินใจให้การรับสารภาพ เพราะเห็นว่าตนก็แชร์จริง และคิดว่าอาจจะได้รับการลดหย่อนโทษลง แต่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปี พร้อมลดกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 ปี 6 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ โดยเห็นว่าจำเลยขาดความยั้งคิดและเผยแพร่ข้อมูลต่อไปอีก อันแสดงถึงเจตนาไม่เคารพสถาบันและขาดสำนึกต่อพระมหากรุณาธิคุณ
เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยเห็นว่าประเด็นที่ว่าเขาไม่มีเจตนาหมิ่นประมาทนั้น ไม่ได้ถูกยกขึ้นมาตั้งแต่ในศาลชั้นต้น ส่วนโทษที่ลงไปแล้วก็เป็นโทษขั้นต่ำของกฎหมาย ไม่มีเหตุให้รอการลงโทษเช่นกัน
ทำให้ ณ ปัจจุบัน เมื่อไม่ได้รับการประกันตัว ทำให้ตัดสินใจในเบื้องต้นว่าจะรับโทษไปเลย โดยไม่ยื่นฎีกาอีก “ถ้าได้ประกันออกไปแล้วต้องกลับมาอีก คงรู้สึกแย่ สู้ติดอยู่ข้างในให้มันจบ ๆ ไปดีกว่า”
ชีวิตในเรือนจำของหอมแดงเริ่มต้นขึ้นด้วยความปรับตัว เขาถูกจัดให้อยู่ในห้องขนาดเล็กกับผู้ต้องขังอื่น ๆ จำนวน 32 คน ต้องนอนเบียดเสียดกันจนแทบไม่สามารถพลิกตัวได้ กิจวัตรประจำวันเริ่มตั้งแต่ตีห้า ตื่นมาสวดมนต์ กินข้าวสามมื้อตามเวลาที่กำหนด และใช้เวลาส่วนใหญ่กับการอ่านหนังสือ พูดคุยกับเพื่อนผู้ต้องขัง
“อยู่ในนี้มันไม่มีอะไรทำ ได้แต่กินแล้วก็นอน อ่านหนังสือ ยังคุยกับผู้ต้องขังทางการเมืองอยู่ครับ แต่ความรู้สึกส่วนใหญ่ของการอยู่เรือนจำ คือเบื่อ” ความเบื่อหน่ายนี้ลดลงเมื่อมีคนชวนเขาไปช่วยงานในครัวเรือนจำ แม้จะเป็นแค่การตักข้าวและแกงใส่ถุง แต่ก็ทำให้เขารู้สึกมีอะไรทำในแต่ละวัน
สุขภาพของเขาโดยรวมยังคงดี แม้จะมีอาการเป็นหวัดเล็กน้อยและมีความลำบากเรื่องการขอยาพาราเซตามอลที่ต้องรอถึง 3 วัน แต่โชคดีที่ยาประจำตัวสำหรับโรคความดันและไขมันสูงที่ญาติส่งเข้ามาให้ ทำให้เขาไม่ต้องกังวลเรื่องสุขภาพมากเกินไป
วันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา เป็นวันเกิดอายุครบรอบ 59 ปีของเขา วันเกิดที่ต้องมาฉลองในเรือนจำ “ถ้าอยู่ข้างนอกก็จะไปทำบุญที่วัดตอนเช้าแล้วกลับบ้าน ตอนเย็นมีฉลองกับลูกหลานนิดหน่อย ก็จะมีญาติข้างบ้านมาร่วมวงกินหมูกระทะด้วยกัน” เขาเล่าถึงความทรงจำในปีที่ผ่านมาด้วยรอยยิ้ม
เมื่อถูกถามว่าปีนี้อยากขออะไร เขาตอบว่า “คงเป็นขอแค่ไม่เจ็บป่วยตอนอยู่ในนี้แล้วกัน เพราะมันยากกว่าจะได้เจอหมอ”
แต่สิ่งที่เขาห่วงใยมากที่สุดคือหลานชายวัย 11 ปี วัยกำลังกินกำลังโต ที่ขณะนี้อยู่กับยาย โดยในตอนนี้ทางครอบครัวได้รับเงินช่วยเหลือจากโครงการ Freedom Bridge ซึ่งช่วยเหลือผู้ต้องขังทางการเมือง ซึ่งเขาหวังว่าจะพอช่วยค่าใช้จ่ายของหลาน และไม่ต้องให้ครอบครัวเดือดร้อนมากนัก
ปัจจุบันหอมแดงเป็นหนึ่งในผู้ต้องขังทางการเมืองซึ่งมีอย่างน้อย 54 คนในเรือนจำทั่วประเทศ ชีวิตที่เหลือของเขาในเกือบ 17 เดือนข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ไม่มีใครรู้ได้ แต่จากบรรยากาศบทสนทนา เขายังคงเป็นคนที่มองโลกในแง่จริง และมีความหวังว่าเมื่อได้รับอิสรภาพแล้ว จะได้กลับไปใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ขายหอมแดงกระเทียม และใช้เวลากับหลานชายที่เขาคิดถึงอยู่ทุกวัน
