*อัปเดตข้อมูลวันที่ 29 มิ.ย. 2569
ในเดือนเมษายน 2569 ไม่มีจำนวนคดีจากสถานการณ์ชุมนุมและการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นจากสองเดือนที่ผ่านมา สำหรับสถานการณ์คำพิพากษาคดีจากสถานการณ์ชุมนุมและการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองตลอดเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีอย่างน้อย 8 คดี แบ่งเป็นคดีมาตรา 112 จำนวน 3 คดี และคดีอื่น ๆ อีก 5 คดี พบว่ามีสองคดีที่ศาลพิพากษายกฟ้อง ได้แก่ คดีมาตรา 112 ของ “จิรดี” จากกรณีโพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ โดยศาลเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์มีข้อสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ตามฟ้องหรือไม่ และอีกคดีหนึ่งคือคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ของนิเวศน์และกชมน จากกรณีชุมนุม #ม็อบ18กรกฎา64
ส่วนคดีที่ศาลพิพากษาลงโทษ ได้แก่ คดีมาตรา 112 ของ “กร” เหตุคอมเมนต์ในเพจเฟซบุ๊ก “KTUK-คนไทยยูเค” ศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี 6 เดือน ไม่รอลงอาญา และได้รับประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ ส่วนคดีมาตรา 112 ของ “เจ๊จวงและเจ๊เทียม” สองแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว กรณีติดป้ายบริเวณหน้าร้าน ศาลพิพากษาจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน และให้รอลงอาญาไว้ 3 ปี โดยทั้งสองคดีดังกล่าวจำเลยให้การรับสารภาพ
นอกจากนั้นยังมีคดี พ.ร.บ.โบราณสถานฯ ของ “สายน้ำและออย” โดยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำคุกคนละ 12 เดือน ไม่รอลงอาญา และได้รับประกันตัวระหว่างฎีกา ส่วนคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ สืบเนื่องจากเหตุชุมนุม #ม็อบย่างกุ้ง ของกลุ่ม We Volunteer ในคดีของอัรฟาน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ปรับ 10,000 บาท เช่นเดียวกันกับคดีของมงคลที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ปรับ 10,000 บาท และสุดท้ายในคดีของ “ไบรท์” ชินวัตร จากการชุมนุม “ตามหานาย” บริเวณหน้า ม.พัน 4 พล.1 รอ. ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่ามีความผิด
สถานการณ์การยื่นคำร้องประกันตัวผู้ต้องขังในเดือนเมษายน 2569 พบว่าแม้ก่อนหน้านี้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว “ไผ่” จตุภัทร์ และ “ครูใหญ่” อรรถพล ในระหว่างฎีกาคดีมาตรา 112 แต่พบว่าในคดีอื่น ๆ ที่ทั้งสองคนมีหมายขังอยู่นั้น ศาลยังคงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว เช่นเดียวกับกรณีของ “อาย” กันต์ฤทัย ที่พบว่าก่อนหน้านี้ศาลอนุญาตให้ประกันตัวคดีมาตรา 112 หนึ่งคดี แต่ภายหลังจากการยื่นประกันตัวอีกคดีหนึ่งที่เธอถูกขังอยู่ ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว ในเดือนที่ผ่านมาจึงไม่มีผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ
.
จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ตั้งแต่เริ่มการชุมนุมของ “เยาวชนปลดแอก” เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2563 จนถึงวันที่ 30 เม.ย. 2569 มีประชาชนที่ถูกดำเนินคดีจากสถานการณ์ชุมนุมและการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ไปแล้วอย่างน้อย 1,997 คน ในจำนวน 1,346 คดี
เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีกับในช่วงเดือนมีนาคม 2569 และเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แล้ว ไม่มีจำนวนคดีที่เพิ่มขึ้นจากเดิม (นับเฉพาะกรณีที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว และไม่ได้นับกรณีที่นักการเมืองฟ้องคดีหมิ่นประมาทต่อประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ)
หากนับจำนวนบุคคลที่ถูกดำเนินคดีซ้ำในหลายคดี โดยไม่หักออก แต่นำจำนวนมาเรียงต่อกันแล้ว จะพบว่ามีจำนวนการถูกดำเนินคดีไปอย่างน้อย 4,076 ครั้ง
สำหรับสถิติการดำเนินคดี แยกตามข้อกล่าวหาสำคัญ ได้แก่
1. ข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มีผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย 291 คน ในจำนวน 321 คดี ซึ่งในจำนวนนี้อย่างน้อย 169 คดี ถูกดำเนินคดีเนื่องจากประชาชนร้องทุกข์กล่าวโทษ
2. ข้อหา “ยุยงปลุกปั่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มีผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย 157 คน ในจำนวน 57 คดี
3. ข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มีผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย 1,466 คน ในจำนวน 678 คดี
4. ข้อหาตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ มีผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย 202 คน ในจำนวน 111 คดี
5. ข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มีผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย 222 คน ในจำนวน 243 คดี
6. ข้อหาละเมิดอำนาจศาล อย่างน้อย 45 คน ใน 27 คดี และคดีดูหมิ่นศาล อย่างน้อย 37 คน ใน 11 คดี
จากจำนวนคดี 1,346 คดีดังกล่าวมีจำนวน 819 คดี ที่สิ้นสุดไปแล้ว (คดีบางส่วนไม่ได้สิ้นสุดลงทั้งคดี เช่น มีการอุทธรณ์คดีเฉพาะจำเลยบางคน แต่จำเลยบางคนคดีสิ้นสุดแล้ว)

.
แนวโน้มการดำเนินคดีในช่วงเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา มีสถานการณ์สำคัญดังต่อไปนี้
เมษายน 2569: พิพากษาเจ๊จวง-เจ๊เทียม สองแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวผิด คดี ม.112 จำคุก 1 ปี 6 เดือน รอลงอาญา 3 ปี – ส่วนคดี “จิรดี” ศาลยกฟ้อง
ตลอดเดือนเมษายน 2569 ศาลมีคำพิพากษาคดีจากสถานการณ์ชุมนุมและการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย อย่างน้อย 8 คดี แบ่งเป็นคดีมาตรา 112 จำนวน 3 คดี และคดีอื่น ๆ อีก 5 คดี พบว่ามีสองคดีที่ศาลพิพากษายกฟ้อง ได้แก่ คดีมาตรา 112 ของจิรดี และคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ของนิเวศน์และกชมน
สำหรับคำพิพากษาคดีมาตรา 112 ในเดือนเมษายน 2569 เป็นคำพิพากษาของศาลชั้นต้นทั้ง 3 คดี มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
คดีของ “จิรดี” (นามสมมติ) กรณีถูกแกนนำกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน กล่าวหาว่าโพสต์ข้อความในทวิตเตอร์โต้ตอบกับผู้ใช้รายอื่นกล่าวพาดพิงถึงรัชกาลที่ 10 เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2565 คดีนี้จิรดีให้การปฏิเสธ และภายหลังสืบพยานเสร็จสิ้น ศาลจังหวัดพัทลุงพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ตามฟ้องหรือไม่
คดีของ “กร” (นามสมมติ) ครูสอนนาฏศิลป์ที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยนาท กรณีถูกกล่าวหาว่าคอมเมนต์ใต้โพสต์ข้อความพร้อมภาพรัชกาลที่ 10 ในเพจเฟซบุ๊ก “KTUK-คนไทยยูเค” เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2564 โดยศาลอาญามีคำพิพากษาจำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพจึงลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 ปี 6 เดือน ไม่รอลงอาญา เนื่องจากเห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง อีกทั้งจำเลยเป็นครูย่อมต้องมีวุฒิภาวะไตร่ตรองก่อนที่จะกระทำการใดมากยิ่งกว่าบุคคลทั่วไป ซึ่งในวันเดียวกันศาลอาญาอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์
และคดีของ “เจ๊จวงและเจ๊เทียม” (สงวนชื่อสกุลจริง) สองแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว กรณีติดป้ายบริเวณหน้าร้านจำนวน 2 ป้าย ซึ่งป้ายหนึ่งมีเนื้อหาเรียกร้องยกเลิกมาตรา 112 และกล่าวถึงการผลาญงบประมาณแผ่นดิน และอีกป้ายมีข้อความว่า “ปล่อยเพื่อนเรา ไปไหนก็เป็นภาระ” เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2566 ต่อมาในนัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐาน ทั้งสองคนตัดสินใจให้การรับสารภาพ ศาลอาญาพระโขนงจึงมีคำพิพากษาในวันดังกล่าว โดยพิพากษาให้จำคุกคนละ 3 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 ปี 6 เดือน และให้รอลงอาญาไว้ 3 ปี
ทั้งนี้ ทำให้ปัจจุบันศาลมีคำพิพากษาในคดีมาตรา 112 ในยุคหลังปี 2563 ออกมาอย่างน้อย 216 คดีแล้ว โดยมีสัดส่วนคดีที่จำเลยต่อสู้คดีมากกว่าให้การรับสารภาพอยู่เล็กน้อย
.
.
ศาลอุทธรณ์ยืนยกฟ้องคดีชุมนุม ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 1 คดี แต่ก็ยืนให้ลงโทษปรับอีก 2 คดี ขณะคดี “สายน้ำ-ออย” พ่นสี ยืนจำคุก 12 เดือน ยังได้ประกันตัว
สำหรับคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมและแสดงออกทางการเมืองอื่น ๆ ที่ศาลมีคำพิพากษาออกมาอย่างน้อย 5 คดี มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
คดีของ อัรฟาน ดอเลาะ ในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กรณีจัดกิจกรรม #ม็อบย่างกุ้ง บริเวณสนามหลวง เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2563 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ลงโทษปรับ 10,000 บาท เนื่องจากเห็นว่าไม่ได้เตรียมการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม
เช่นเดียวกับคดีของมงคล ในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กรณีร่วมกิจกรรม #ม็อบย่างกุ้ง ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2563 ศาลอุทธรณ์ก็มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษปรับ 10,000 บาท โดยเห็นว่าแม้เป็นเพียงผู้เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค เนื่องจากมีมาตรการป้องกันโควิด-19 ไม่ทั่วถึง
ส่วนในคดีของ นิเวศน์ และ กชมน (สงวนนามสกุล) ในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากเหตุเข้าร่วมการชุมนุม #ม็อบ18กรกฎา64 เรียกร้องให้รัฐบาลประยุทธ์ลาออก, ปรับลดงบสถาบัน-กองทัพ และเรียกร้องวัคซีน mRNA ให้ประชาชน บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2564 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้องตามศาลชั้นต้น โดยเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์เห็นว่าโจทก์ไม่สามารถนำสืบได้ว่าทั้งสองคนเข้าร่วมการชุมนุมตามฟ้อง
ในคดีของ “สายน้ำ” นภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ และ “ออย” สิทธิชัย ปราศรัย ในข้อหาตาม พ.ร.บ.โบราณสถานฯ มาตรา 32 และ พ.ร.บ.ความสะอาดฯ มาตรา 12 กรณีพ่นสีสเปรย์บริเวณฐานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและฐานเสาชิงช้า เมื่อปี 2566 เพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมือง ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกคนละ 12 เดือน ไม่รอลงอาญา เนื่องจากเห็นว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ ไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง เป็นการดูหมิ่น เหยียดหยามทรัพย์สิน ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกประชาชนทั่วไป ซึ่งในวันเดียวกันศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างฎีกา
และคดีของ “ไบรท์” ชินวัตร จันทร์กระจ่าง และ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล จากเหตุเข้าร่วมกิจกรรม “ตามหานาย” ที่บริเวณหน้ากองพันทหารม้าที่ 4 กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ม.พัน 4 พล.1 รอ.) เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2563 ซึ่งต่อมาถูกสั่งฟ้องในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และอีกหลายข้อหา โดยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่ามีความผิด ให้ลงโทษปรับ แต่ในข้อหาตาม พ.ร.บ.ความสะอาด ให้เปลี่ยนเป็นความผิดตามพินัย โดยให้ปรับเป็นพินัยคนละ 200 บาท
.

สถานการณ์การยื่นประกันตัวผู้ต้องขังเมษายน 2569: “ไผ่-ครูใหญ่-อาย” แม้ศาลให้ประกันตัวบางคดี แต่ยังไม่ถูกปล่อยตัว เหตุคดีอื่นที่ถูกขังยัง “ยกคำร้อง”
แม้ในเดือนมีนาคม 2569 ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา และ “ครูใหญ่” อรรถพล บัวพัฒน์ ในระหว่างฎีกาคดีมาตรา 112 เหตุชุมนุมปราศรัยประเด็นปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในการชุมนุมหน้าโรงเรียนภูเขียวและ สภ.ภูเขียว
แต่พบว่าในคดีอื่น ๆ ที่ทั้งสองคนมีหมายขังอยู่นั้น ศาลยังคงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยเฉพาะกรณีของจตุภัทร์ที่เหลือเพียง 1 คดี คือ คดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นและยังไม่มีคำพิพากษาออกมา แต่พบว่าศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวในคดีดังกล่าว ซึ่งในเดือนเมษายน 2569 ครอบครัวของจตุภัทร์ได้ยื่นขอประกันตัวทั้งสิ้น 2 ครั้ง รวมถึงยื่นอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวอีก 1 ครั้ง พบว่าศาลมีคำสั่งยกคำร้อง
เช่นเดียวกับกรณีของ “อาย” กันต์ฤทัย คล้ายอ่อน ผู้ต้องขังระหว่างอุทธรณ์ในคดีมาตรา 112 ซึ่งเธอถูกขังอยู่ 2 คดี พบว่าเมื่อเดือนมีนาคม 2569 ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวคดีมาตรา 112 ในคดีที่ถูกพิพากษาจำคุก 2 ปี 12 เดือน จึงยื่นประกันในคดีแรกที่เธอถูกขังต่อ ซึ่งพบว่าศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง และต่อมาหลังยื่นอุทธรณ์คำสั่งฯ ศาลฎีกาก็มีคำสั่งยกคำร้อง จึงทำให้เธอยังถูกขังอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป
นอกจากนั้นแล้ว ในเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา ยังมีการยื่นประกันตัวทิวากร วิถีตน ในคดีมาตรา 112 ซึ่งต่อมาศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้องประกันตัว เป็นเหตุให้ทิวากรยังถูกขังอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น แม้ถูกขังมาแล้ว 1 ปี 8 เดือนเศษ รวมถึงกรณีของอานนท์ นำภา มีการยื่นอุทธรณ์คำสั่งฯ ในคดีมาตรา 112 จำนวน 9 คดี โดยพบว่าศาลฎีกาก็มีคำสั่งยกคำร้องเช่นกัน ในเดือนที่ผ่านมาจึงไม่มีผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ
.

ศาลอาญากรุงเทพใต้ไม่อนุญาต “มายด์” ภัสราวลี จำเลยคดี ม.112 ‘ชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมัน’ เดินทางไปอบรมที่บราซิล
เดือนที่ผ่านมา ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งยกคำร้องขอเดินทางออกนอกราชอาณาจักรของ “มายด์” ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หนึ่งในจำเลยคดีชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2563 หรือ #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน ซึ่งถูกฟ้องในข้อหาหลักตามมาตรา 112 และมาตรา 116
กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากภัสราวลีได้ยื่นคำร้องขอเดินทางออกนอกราชอาณาจักรต่อศาล เพื่อไปเข้าร่วมอบรมในโครงการ Digital Comms Frontlines 2026 ณ เมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล ในระหว่างวันที่ 14 – 17 เม.ย. 2569 โดยยืนยันว่าการเดินทางดังกล่าวมีกำหนดเวลาที่ชัดเจนและจะไม่กระทบต่อวันนัดสืบพยานโจทก์ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2569 นี้
สำหรับคดีดังกล่าว ปัจจุบันยังคงอยู่ในระหว่างการสืบพยานโจทก์ โดยศาลมีกำหนดนัดสืบพยานนัดถัดไปในวันที่ 18-19 มิ.ย. 2569 และนัดอีก 6 นัดไปจนถึงเดือนกันยายน 2569
.

ศาลอุทธรณ์ยืนยกฟ้อง ‘เดฟ’ ชยพล กรณียื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เหตุขอออกหมายจับคดี ม.112 ผิดพลาด เห็นว่าการกระทำของตำรวจชอบด้วยกฎหมาย – เจ้าตัวยังไม่ถูกจับกุม
เดือนที่ผ่านมา มีกรณีของ “เดฟ” ชยพล ดโนทัย เป็นโจทก์ยื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากเหตุที่ถูกออกหมายจับคดีมาตรา 112 ผิดพลาด สืบเนื่องจากเหตุการณ์พ่นสีพระบรมฉายาลักษณ์ในสถานที่ต่าง ๆ บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ในช่วงคืนวันที่ 10 ม.ค. 2564 โดยที่ชยพลไม่ได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์แต่อย่างใด
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องชยพล โดยเห็นว่าการกระทำของคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่เป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อและมิได้มีเหตุจูงใจที่จะตั้งข้อหาให้ชยพลได้รับความเสียหาย
.

นิทรรศการ ‘Sentences of Sentenced คำต้องขัง’ เปิดพื้นที่ให้อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม จนถึง 10 พ.ค. 2569
เมื่อสิ้นเดือนเมษายน 2569 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ThumbRights, Realframe และ iLaw จัดนิทรรศการ ‘Sentences of Sentenced คำต้องขัง’ เปิดพื้นที่ให้ประชาชนทั่วไปมารับชมและอ่านถ้อยคำที่เหล่านักโทษการเมืองถูกฟ้องคดีและคำพิพากษาฉบับเต็ม โดยสามารถเข้ารับชมนิทรรศการได้ที่อาคาร All Rise (iLaw) ได้ทุกวัน และจะมีกิจกรรมพิเศษทุกวันเสาร์-อาทิตย์ จนถึงวันที่ 10 พ.ค. 2569
เชิญชมนิทรรศการ ‘Sentences of Sentenced คำต้องขัง’ 25 เม.ย. – 10 พ.ค. 2569

