ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องขอประกัน “ไผ่” จตุภัทร์ เป็นครั้งที่ 2 คดีชุมนุม 19 กันยาฯ เห็นว่าการกระทำอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียสู่สถาบันฯ แม้คดียังไม่มีคำพิพากษา

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2569 ที่ศาลอาญา พริ้ม บุญภัทรรักษา มารดาของ “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ประกันตัวจตุภัทร์ในคดีข้อหาหลักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากกรณีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร เมื่อวันที่ 19 – 20 ก.ย. 2563 บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และสนามหลวง ซึ่งเป็นคดีสุดท้ายที่เขายังมีหมายขังและคดีอยู่ระหว่างพิจารณาในศาลชั้นต้น

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2569 มารดาของจตุภัทร์ได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวจตุภัทร์ในคดีนี้เป็นครั้งที่ 4 โดยขอวางหลักทรัพย์เป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท พร้อมทั้งอ้างอิงตำแหน่งคณบดีวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตลอดจนสถานะการเป็นทนายความเป็นหลักประกัน อย่างไรก็ดี ศาลอาญาได้มีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าว ก่อนมารดาของจตุภัทร์ตัดสินใจยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ประกันเป็นครั้งที่ 2 เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ทบทวนคำสั่งใหม่อีกครั้ง 

กระทั่งวันที่ 26 เม.ย. 2569 ทราบว่าศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง โดยเห็นว่าข้อหามีอัตราโทษสูง การกระทำของจำเลยตามฟ้องอาจก่อให้เกิดความเสียหายและผลกระทบเป็นวงกว้าง นำมาซึ่งความเสื่อมเสียสู่สถาบันพระมหากษัตริย์ กรณีเป็นเรื่องร้ายแรง ประกอบกับศาลอุทธรณ์เคยไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยในระหว่างพิจารณามาแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวชอบแล้ว

.

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2565 ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวจตุภัทร์ระหว่างพิจารณาคดีนี้ และหลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ถูกศาลถอนประกันหรือถูกจำคุกในคดีนี้อีก กระทั่งวันที่ 3 ก.ย. 2568 จตุภัทร์ถูกศาลจังหวัดภูเขียวพิพากษาจำคุกพร้อมกับอรรถพล ในคดี ม.112 จากกรณีชุมนุมที่บริเวณหน้าโรงเรียนภูเขียวและสภ.ภูเขียว โดยศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างชั้นฎีกา ด้วยเหตุนี้ นายประกันจึงได้ยื่นคำร้องขอส่งตัวและถอนประกันจตุภัทร์ในคดีนี้ รวมถึงคดี ม.116 จากเหตุชุมนุม #จัดม็อบไล่แม่งเลย 

หลังจากนั้น ศาลฎีกาได้มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวจตุภัทร์และอรรถพลในระหว่างชั้นฎีกา ในคดี ม.112 ชุมนุมภูเขียว ซึ่งเป็นคดีหลักที่ทั้งสองถูกคุมขังอยู่ก่อนหน้านี้ ต่อมาจึงได้มีการยื่นคำร้องขอประกันตัวในอีก 2 คดีที่จตุภัทร์เคยถอนประกันไปก่อนหน้านั้นด้วย

ภายหลังการยื่นคำร้องขอประกันตัวในคดี ม.116 ครั้งแรก ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว เนื่องจากเห็นว่าศาลฎีกาอนุญาตให้ประกันตัวในคดีที่ภูเขียวแล้ว อย่างไรก็ตาม ในคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้องจากการยื่นประกันตัวไปรวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง และศาลอุทธรณ์ยกคำร้องที่ยื่นอุทธรณ์คำสั่งฯ อีก 1 ครั้ง

สำหรับการยื่นคำร้องขอประกันตัวครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา มารดาของจตุภัทร์เดินทางไปศาลเพื่อยื่นคำร้องขอประกันตัวจตุภัทร์เป็นครั้งที่ 4 ด้วยตนเอง  ในวันเดียวกันศาลอาญาได้มีคำสั่งยกคำร้อง พร้อมระบุเหตุผลว่า “พิเคราะห์แล้ว ศาลนี้และศาลอุทธรณ์เคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยระบุเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง” 

คำสั่งยกคำร้องของศาลอาญาดังกล่าวส่งผลให้ต่อมา เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2569 มารดาของจตุภัทร์ตัดสินใจยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ประกันตัวต่อไป เพื่อขอให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาทบทวนคำสั่งใหม่อีกครั้ง โดยเนื้อหาของคำร้องส่วนหนึ่งระบุว่า ตามหลักกฎหมายหากคดียังไม่ถึงที่สุดจะถือว่าจำเลยกระทำความผิดมิได้ จำเลยจึงยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ และเมื่อจำเลยไม่ได้รับการประกันตัวและยังถูกควบคุมอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ระหว่างพิจารณา ย่อมส่งผลให้จำเลยเสียสิทธิในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้ผู้ร้องจึงขอศาลอุทธรณ์พิจารณาเปลี่ยนแปลงคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยต่อศาลชั้นต้นระหว่างพิจารณา

นอกจากนี้ จำเลยยังได้เสนอเงื่อนไขการขอประกันตัวไว้ 6 ข้อ พร้อมวางหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 600,000 บาท อีกทั้งยังอ้างอิงตำแหน่งคณบดีวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตลอดจนสถานะการเป็นทนายความของมารดาจตุภัทร์เป็นหลักประกันประกอบคำร้องด้วย  

กระทั่งวันที่ 26 เม.ย. 2569 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่ง ‘ยกคำร้อง’ ลงวันที่ 24 เม.ย. 2569 โดยระบุเหตุผลว่า “พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ข้อหามีอัตราโทษสูง การกระทำของจำเลยกับพวกตามฟ้องอาจก่อให้เกิดความเสียหายและผลกระทบเป็นวงกว้าง นำมาซึ่งความเสื่อมเสียสู่สถาบันพระมหากษัตริย์ กรณีเป็นเรื่องร้ายแรง อีกทั้งโจทก์คัดค้านการปล่อยชั่วคราว หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี ประกอบกับศาลอุทธรณ์เคยไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างพิจารณามาแล้ว และเหตุตามคำร้องไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวชอบแล้ว”

ผลของคำสั่งดังกล่าวทำให้จตุภัทร์ยังคงถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป แม้จะได้รับการประกันตัวในคดีอื่น ๆ ครบทุกคดีแล้วก็ตาม โดยคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ศาลอาญามีกำหนดนัดสืบพยานต่อไปในวันที่ 7 พ.ค. 2569 พร้อมนัดสืบพยานรวมอีกกว่า 30 นัด ต่อไปจนถึงเดือน พ.ย. ปีนี้

.

ฐานข้อมูลคดีนี้

ชุมนุม #19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ถูกดำเนินคดี ม.112, 116, 215

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

‘ครูใหญ่’ ยังไม่ได้ออกจากเรือนจำ แม้ศาลฎีกาให้ประกันตัวคดีภูเขียว ม.112 กรณีหลัก แต่คดีอื่น “ยกคำร้อง”

X