*อัปเดตข้อมูลล่าสุดวันที่ 11 เม.ย. 2569
ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอประกันตัวในคดีมาตรา 112 ของผู้ต้องขังทางการเมือง 3 ราย ได้แก่ อานนท์ นำภา, “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, และ “ฟ้า” พรหมศร วีระธรรมจารี หลังมีการยื่นประกันตัวไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา (26 มี.ค. และ 28 มี.ค. 2569)
กรณีของอานนท์ นำภา ได้ยื่นประกันตัวรวม 9 คดีในระหว่างอุทธรณ์ จำเลยถูกคุมขังมานานกว่า 2 ปี 6 เดือน พบว่าศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องทั้งหมด
ด้าน “ไผ่” จตุภัทร์ ถูกศาลอาญายกคำร้องประกันตัวในคดีชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ซึ่งเป็นคดีสุดท้ายที่เขายังมีหมายขังและคดีอยู่ระหว่างพิจารณาในศาลชั้นต้น
ส่วน “ฟ้า” พรหมศร ถูกศาลฎีกายกคำร้องเป็นครั้งที่ 2 ในระหว่างฎีกาคดีชุมนุมหน้า สภ.คลองหลวง แม้จะระบุถึงความจำเป็นในการออกมาดูแลบิดามารดาที่มีโรคประจำตัว โดยเห็นว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม
.
ยกคำร้องประกันตัว 9 คดี ม.112 ของ ‘อานนท์’ หลังถูกขังกว่า 2 ปี 6 เดือน
กรณีของ อานนท์ นำภา เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2569 ทนายความยื่นประกันตัวทั้งสิ้น 9 คดี ได้แก่ คดีปราศรัย #ม็อบ14ตุลา63, คดีโพสต์เฟซบุ๊ก 3 ข้อความ, คดีโพสต์เฟซบุ๊ก 2 ข้อความ, คดีโพสต์ #ราษฎรสาส์น, คดีปราศรัย ม็อบแฮร์รี่ พ็อตเตอร์, คดีปราศรัยหน้า สน.บางเขน, คดีปราศรัย #2ธันวาไปห้าแยกลาดพร้าว, คดีปราศรัย #กูสั่งให้มึงอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ และคดีปราศรัย #ม็อบ29พฤศจิกา63 หน้าราบ 11 ซึ่งทั้งหมดเป็นคดีของศาลอาญา และอยู่ระหว่างอุทธรณ์คดี
คำร้องขอประกันตัวของอานนท์ ได้ยินยอมให้มีการติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) และระบุเหตุผลสำคัญถึงการที่ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวคดี ม.12 ของ “ไผ่” จตุภัทร์ และ “ครูใหญ่” อรรถพล ซึ่งมีพฤติการณ์เช่นเดียวกับคดีของจำเลย ซึ่งเคยได้รับการประกันตัวในระหว่างพิจารณาคดีอื่นก่อนหน้าคดีนี้ และไม่ปรากฏพฤติการณ์หลบหนี อีกทั้งโทษจำคุกในแต่ละคดีนั้นไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับอัตราโทษในข้อหามาตรา 112 ที่มีอัตราโทษสูงสุดถึง 15 ปี
นอกจากนั้น คำร้องระบุอีกว่า จำเลยถูกคุมขังมานานกว่า 2 ปี โดยไม่ปรากฏพฤติการณ์ใด ๆ ที่แสดงให้ควรเชื่อได้ว่าหากได้รับการประกันตัวแล้วจะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไปก่อเหตุร้ายอื่นประการใด โดยจำเลยยืนยันต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ จำเลยยืนยันว่าการกระทำของจำเลยเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ
จำเลยประกอบอาชีพทนายความด้านสิทธิมนุษยชนและอุทิศตนในประเด็นด้านสิทธิในประเทศไทยมาโดยตลอด และได้รับรางวัลยกย่องจากนานาประเทศ เช่น รางวัลจารุพงษ์ ทองสินธุ์ เพื่อประชาธิปไตย ประจำปี 2564, รางวัลควังจูเพื่อสิทธิมนุษยชน (Gwangju Prize for Human Rights) ปี 2564, รางวัลจาก Front Line Defenders และได้รับการจัดอันดับให้เป็น “1 ใน 100 บุคคลทรงอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงอนาคต” โดยนิตยสาร TIME ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจำเลยเป็นผู้ยึดมั่นในความยุติธรรม รวมทั้งกระบวนการยุติธรรมและพร้อมต่อสู้อย่างเปิดเผยด้วยเหตุผลที่เป็นธรรมตามกระบวนการอย่างตรงไปตรงมา จึงไม่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจำเลยจะหลบหนี
อย่างไรก็ตาม คำร้องขอประกันถูกส่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา ต่อมานายประกันแจ้งว่าศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องทุกคดี
.
ยกคำร้องประกันตัว “ไผ่” จตุภัทร์ คดี ม.112 ชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร
เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2569 ทางครอบครัวของ “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ได้ให้ตัวแทนยื่นประกันตัวในคดีมาตรา 112 เหตุชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ซึ่งเป็นคดีสุดท้ายที่ไผ่ยังมีหมายขังอยู่ พบว่าศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้องการประกันตัว
ก่อนหน้านี้ ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวในคดี ม.112 ชุมนุมหน้าโรงเรียนภูเขียวและ สภ.ภูเขียว ที่ถูกขังในชั้นฎีกา (คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำคุกไผ่ 2 ปี 12 เดือน) ซึ่งเป็นคดีหลักที่ถูกขัง จึงยื่นประกันตัวอีก 2 คดีที่มีหมายขังอยู่ ได้แก่ คดี ม.116 ชุมนุม #จัดม็อบไล่แม่งเลย และคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร
คดีหนึ่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวคดี ม.116 เหตุชุมนุม #จัดม็อบไล่แม่งเลย (คดี
นี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจตุภัทร์ 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา และก่อนหน้านี้ได้รับประกันตัวในชั้นอุทธรณ์ แต่ภายหลังจากที่จตุภัทร์ถูกคุมขัง นายประกันจึงได้ยื่นคำร้องขอถอนประกัน)
ส่วนคดีที่สอง คดีชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ปัจจุบันศาลยังคงไม่อนุญาตให้ประกันตัว กล่าวคือไผ่ยังคงมีหมายขังในคดีนี้เพียง 1 คดี ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น ยังไม่ได้มีคำพิพากษาแต่อย่างใด และก่อนหน้านี้เขาก็ได้รับการประกันตัวในคดีนี้ แต่ภายหลังจากที่จตุภัทร์ถูกคุมขัง นายประกันจึงได้ยื่นคำร้องขอถอนประกัน แต่เมื่อได้รับการประกันตัวในคดีภูเขียวแล้ว กลับไม่ได้ประกันตัวในคดีนี้
.
ยกคำร้องประกันตัว “ฟ้า” พรหมศร ระหว่างฎีกาคดี ม.112
เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2569 ทนายความยื่นคำร้องขอประกันตัว “ฟ้า” พรหมศร ในระหว่างฎีกาคดี ม.112 หลังจากศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษายืนจำคุก 2 ปี 10 เดือน ในคดีชุมนุมหน้า สภ.คลองหลวง เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2564
การยื่นประกันตัวในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่ครั้งแรกยื่นขอประกันตัวหลังฟังคำพิพากษาเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2569 และศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างฎีกา เนื่องจากมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยอาจจะหลบหนี โดยคำร้องขอประกันตัวครั้งที่ 2 นี้ ระบุยืนยืนว่าไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ยินยอมให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) และขอให้ศาลไต่สวนเพื่อแต่งตั้งผู้กำกับดูแล อีกทั้งยังระบุถึงความจำเป็นในการออกมาดูแลบิดาและมารดาของตนที่มีโรคประจำตัวอยู่ด้วย
คำร้องขอประกันตัวถูกส่งให้ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาสั่ง ต่อมาในวันที่ 30 มี.ค. 2569 นายประกันแจ้งผลคำสั่งของศาลฎีกาว่ายกคำร้อง โดยระบุคำสั่งว่า “พิเคราะห์เหตุผลตามคำร้องของผู้ขอประกันแล้ว ยังไม่มีเหตุให้ศาลต้องไต่สวนเพื่อตั้งผู้กำกับดูแลตามที่ร้องขอ กรณียังไม่มีเหตุอันสมควรที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง”
ทั้งนี้ ตั้งแต่ในวันที่ถูกคุมขัง ฟ้าได้อดอาหารเรียกร้องให้มีการนิรโทษกรรมนักโทษทางความคิดทั้งหมด ก่อนที่จะยุติการอดอาหารเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2569
.
*อัปเดตข้อมูล 8 เม.ย. 2569
เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2569 สำหรับการยื่นขอประกันตัวในคดีชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร นอกจากมีการยื่นประกันตัว “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา แล้ว ในวันดังกล่าวยังมีการยื่นประกันตัวอรรถพล บัวพัฒน์ ซึ่งเป็นจำเลยในคดีนี้ด้วย อย่างไรก็ตามพบว่า ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้องการประกันตัวทั้งสองคน
.
*อัปเดตข้อมูล 11 เม.ย. 2569
หลังจากเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2569 ทนายความได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ประกันตัวของศาลอุทธรณ์ในกรณี อานนท์ นำภา ใน 9 คดี ก่อนศาลอาญาได้ส่งคำร้องไปให้ศาลฎีกาวินิจฉัย
ต่อมาวันที่ 11 เม.ย. 2569 ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้องทุกคดี ระบุ “พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา พฤติการณ์แห่งคดี และโทษที่ศาลชั้นต้นลงแก่จำเลย ประกอบกับศาลฎีกาเคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์มาแล้วหลายครั้ง หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจำเลยอาจจะหลบหนี คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง”
.
