เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2569 ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ทนายความเข้าเยี่ยม “อาย” กันต์ฤทัย คล้ายอ่อน นักกิจกรรมวัย 33 ปี และผู้ต้องขังซึ่งถูกคุมขังในข้อหาตามมาตรา 112 มาตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค. 2567
วันนี้ ห้องทนายความมีคิวค่อนข้างแน่น ต้องรอนานกว่าจะว่าง จึงได้เจออายที่ห้องเยี่ยมญาติ 2 ครั้ง ครั้งละประมาณ 10 นาที ซึ่งเป็นช่วงว่างระหว่างรอรอบเยี่ยมญาติ อายดูร้อนใจและเศร้ากว่าครั้งก่อน ระหว่างพูดคุยเธอก็ร้องไห้ออกมา เธอบอกว่ากังวลเรื่องของแห้งที่ญาติยังไม่ส่งมาให้ สงกรานต์ญาติไม่ได้มาเยี่ยม และยังไม่มีใครตอบจดหมาย
อายเล่าว่า “ครั้งล่าสุดที่ลูกมาเยี่ยม อายเห็นเค้าสูง ผอม เป็นวัยรุ่นแล้ว แฟนก็บอกว่าลูกไม่ได้เกเร ติดเหล้าติดยาอะไร อายก็ยังรู้สึกว่า ถ้าอายอยู่ข้างนอกน่าจะดูแลลูกได้ดีกว่านี้ ทุกครั้งที่ญาติมาเยี่ยม อายจะพยายามเข้มแข็ง ไม่อ่อนแอ พยายามเข้มแข็งไว้”
หลังจากนั้น อายได้ดูรูปภาพกิจกรรมวันสงกรานต์ที่หน้าเรือนจำซึ่งกลุ่มนักกิจกรรมจัดขึ้น รวมทั้งการอภิปรายในสภาที่พูดถึงผู้ต้องขังทางการเมือง อายจึงเริ่มยิ้มออก ก่อนแจ้งข่าวในเรื่องการยื่นประกันตัว ซึ่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง แม้อายจะพอเดาผลออก แต่ก็น้ำตาไหลออกมา ก่อนสอบถามถึงเหตุผลที่ศาลสั่ง
พออายเริ่มอารมณ์ดีขึ้น จึงพูดคุยถึงเรื่องสงกรานต์ในเรือนจำหญิง อายเล่าว่า “มีการเดินขบวน มีเล่นน้ำกันหน้าเรือนนอน แต่เราไม่ได้เล่นด้วยนะ เจ้าหน้าที่จะเปิดเพลงให้ มีรองฯ มาอวยพรปีใหม่ไทย ประกาศเสียงตามสายขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน”
นอกจากนี้ อายยังมีอาการป่วย เพราะอากาศถ่ายเทไม่ดี เธอเล่าว่า “ตอนนี้ห้องอายนอนอัดกัน 180 คน อากาศก็ถ่ายเทไม่ดี เลยป่วย ไอ คันคอทั้งคืน ไปสถานพยาบาลได้ยาแก้แพ้กับยาแก้ไอมากิน ก็ไม่หาย เลยต้องซื้อยาอมแก้ไอซองละ 45 บาท วันละ 2 ซอง เพื่ออมให้ชุ่มคอระหว่างวัน ก่อนขึ้นเรือนนอนจะอมไปเลย 5 เม็ด พอถึงห้องค่อยคายออก อมต่อทีละเม็ด”
นอกจากนี้อากาศที่ร้อนจัดยังส่งผลต่อสุขภาพและสุขอนามัยอีกด้วย อายเล่าว่า “อากาศมันร้อนจนผดขึ้นแขน พยายามทายาอยู่ มันร้อน สกปรก ผ้าห่มต้องจ้างซักทุก 2 อาทิตย์ก็สกปรกอยู่ดี พยายามจะสะอาดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราไม่อยากเป็นเหา ไม่อยากเป็นโรคผิวหนัง ต้องอาบน้ำ 2 รอบ ไม่งั้นไม่ไหว รอบแรกมันยังไม่ทันได้สระผมดี ๆ”
.
สำหรับ การยื่นประกันตัวอาย นับว่าเป็นการยื่นประกันตัวครั้งที่ 5 และต่อมาศาลอุทธรณ์มีคำสั่งลงวันที่ 8 เม.ย. 2569 ให้ยกคำร้อง
ต่อมา วันที่ 12 เม.ย. 2569 ทนายความจึงได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ต่อมาศาลฎีกามีคำสั่งลงวันที่ 13 เม.ย. 2569 ยกคำร้องอุทธรณ์ดังกล่าวเช่นกัน โดยคำสั่งระบุว่า
“พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี จำเลยให้การรับสารภาพ และศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 8 ปี 48 เดือน ทั้งศาลฎีกาเคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์มาแล้ว หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจำเลยอาจจะหลบหนี
ส่วนเหตุผลตามคำร้องที่อ้างอาการเจ็บป่วย จำเลยมีสิทธิได้รับการรักษาตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์อยู่แล้ว คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง”
.
| จนถึงปัจจุบัน (21 เม.ย. 2569) กันต์ฤทัยถูกคุมขังมาแล้ว 602 วัน หรือ 1 ปี 7 เดือน 25 วัน เธอถูกพิพากษาในคดีมาตรา 112 ในสองคดี ได้แก่ คดีโพสต์เฟซบุ๊ก 8 ข้อความ ศาลอาญาลงโทษจำคุก 8 ปี 48 เดือน และคดีโพสต์เฟซบุ๊ก 2 ข้อความ ศาลอาญาลงโทษจำคุก 2 ปี 12 เดือน รวมโทษทั้งสองคดีซึ่งยังอยู่ระหว่างอุทธรณ์เป็นจำคุก 10 ปี 60 เดือน (ประมาณ 15 ปี) ทั้งนี้ในคดีหลังนี้ ศาลอาญาอนุญาตให้ประกันตัวอาย แต่ในคดีแรก ทั้งศาลอุทธรณ์และศาลฎีกายังไม่ให้ประกันตัวเรื่อยมา ร่วมเขียนจดหมายออนไลน์ถึงอายและผู้ต้องขังทางการเมือง ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล |
.
อ่านบทสัมภาษณ์กันต์ฤทัย
.
