เมื่อห้องแออัด โรคผิวหนังระบาด และผ้าอนามัยไม่เคยถูกนับเป็นสิทธิ์: ฟังสุขภาวะผู้หญิงในทัณฑสถานผ่าน “วันสตรีสากล”

วันที่ 8 มีนาคมของทุกปี เป็นวันสตรีสากล เพื่อรำลึกถึงการต่อสู้ของผู้หญิงที่ลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิและศักดิ์ศรีในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ยังมีผู้หญิงอีกจำนวนหนึ่งที่ออกมาเรียกร้องความต้องการเพื่อจะเปลี่ยนแปลงสังคมที่เป็นอยู่ให้ดีกว่าเดิม หรือการยืนยันในสิทธิการแสดงออกทางการเมือง จนเป็นเหตุให้พวกเธอต้องไปใช้ชีวิตอยู่หลังกำแพงสูงของทัณฑสถานหญิงกลาง กรุงเทพฯ ด้วยความผิดฐานพูด ฐานคิดต่าง และฐานออกมาเรียกร้อง

นี่คือเรื่องราวที่ได้รับโอกาสเข้าไปรับฟังในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม 2569 จากปากของสองผู้หญิงที่ถูกคุมขัง บทสนทนาเหล่านั้นไม่ได้บอกเล่าแค่ความยุติธรรมหรือการต่อสู้คดี แต่พูดถึงสิ่งที่ดูเหมือนเล็กน้อยที่สุด แต่สำคัญที่สุดนั่นคือร่างกายและชีวิตประจำวันของผู้หญิงในระบบที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อพวกเธอ

.

รู้จักพวกเธอก่อน

“อาย” กันต์ฤทัย คล้ายอ่อน แม่ค้าชุดชั้นในวัย 34 ปี และแม่ของลูกชาย เธอถูกพิพากษาจำคุก 8 ปี 48 เดือน ตามมาตรา 112 จากการโพสต์เฟซบุ๊ก 8 ข้อความ ตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค. 2567 เธอไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างอุทธรณ์คำพิพากษา ในเรือนจำ อายเป็นที่รู้จักในฐานะคนที่ไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยา สิทธิขั้นพื้นฐาน หรือแม้กระทั่งปัญหาของผู้ต้องขังคนอื่น ๆ ที่สมควรได้รับการช่วยเหลือ

“จินนี่” จิรัชยา สกุลทอง วัย 58 ปี ตั้งแต่กลางเดือนมกราคม 2568 เธอถูกพิพากษาจำคุก 2 ปี ตามมาตรา 112 จากการไลฟ์สดบนเฟซบุ๊กขณะเดินทางไปร่วมชุมนุม และถูกพิพากษาลงโทษคดีดูหมิ่นศาลอีก 2 คดี รวมโทษทั้งหมดสามคดีเป็น 2 ปี 12 เดือน  ร่างกายของจินนี่ผอมลงราว 10 กิโลกรัมนับตั้งแต่เข้าเรือนจำ แต่เธอยังคงเล่นโยคะและอ่านหนังสือเพื่อรักษาจิตใจ 

ทั้งสองพักอยู่ที่เรือนนอนทับทิม ทัณฑสถานหญิงกลาง ร่วมกับผู้ต้องขังหญิงซึ่งยังมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

.

อากาศ โรคผิวหนัง และสิ่งที่ระบบมองไม่เห็น

ฤดูร้อนในเรือนจำไม่ใช่แค่ความร้อน แต่เป็นภาวะที่ร่างกายต้องแบกรับสะสมทุกวัน อายเล่าว่าอากาศข้างในร้อนมากจนทำให้หน้ามืดบ่อย บางทีก็แน่นหน้าอกเหมือนหายใจไม่ออก มีผู้ต้องขังเป็นลมด้วย น้ำดื่มต้องซื้อน้ำแข็งเพิ่มเองถึงจะทนได้ อาบน้ำเสร็จบ่ายสองกว่า กลับถึงที่นอนก็เหงื่อเปียกท่วมชุดนอนอีกแล้ว ยังไม่นับปัญหาโรคผิวหนังที่ตามมาซึ่งอายเป็นห่วงมากที่สุดในช่วงนี้

สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่เปลี่ยน “การรักษาสุขภาวะที่ดี มันเริ่มจากการอาบน้ำ อายว่า แต่แดนหญิงยังคงมีการนับขันน้ำและจำกัดเวลาอาบน้ำอย่างเข้มงวด รวม ๆ ต่อแถวอาบน้ำ 15 นาที ได้อาบจริงไม่ถึง 5 นาที ทำให้ผู้ต้องขังต้องปรับวิธีการอาบน้ำกันเอง ทุกคนจะมีสูตรของตัวเอง ใครจะสระผมก็เทแชมพูใส่หัวไว้ก่อน ทั้งที่หัวยังไม่โดนน้ำ หรือเอาโฟมล้างหน้าถูหน้า แปรงฟันไว้ก่อน พอไปโดนน้ำคือเหมือนชำระล้างทีเดียว”

ผลที่ตามมาคือโรคผิวหนังระบาด และแทนที่จะแก้ต้นเหตุ เรือนจำกลับบังคับให้ผู้ต้องขังเด็ดขาดตัดผมสั้น โดยอ้างเหตุผลด้านสุขลักษณะ เธอจึงมองว่านี่คือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ 

“ควรจะให้เขาเลือกว่าจะตัดหรือไม่ตัด ไม่ใช่บังคับตัด อาจจะมีหลักเกณฑ์ว่าถ้าใครดูแลยาก ก็ตัดได้ หรือให้ไว้ยาวตามความยาวที่เหมาะสมก็ได้” อายให้ความเห็น

จินนี่ขยายภาพเรื่องนี้ให้ชัดขึ้น เธอเล่าว่าขณะนี้มีเหาและโรคกลากเกลื้อนแพร่ระบาดในแดน เพราะผู้ต้องขังจากแดนแรกรับทยอยย้ายเข้ามาอยู่รวมกัน บวกกับปัญหาการขาดแคลนเสื้อผ้า บางคนต้องหยิบเสื้อที่ทิ้งในถังขยะมาใส่ หรือซื้อต่อเสื้อผ้ามือสองจากผู้ต้องขังด้วยกันเอง  “การใช้เสื้อผ้าซ้ำเหล่านี้คิดว่าเป็นเหตุให้ติดโรคกลากเกลื้อนกันเยอะมาก” จินนี่เล่า

.

ผ้าอนามัยที่ไม่ได้ทั่วถึงทุกคน

ปัญหาที่ดูเหมือนจะถูกมองข้ามมากที่สุดในเรือนจำหญิงคือเรื่องสุขภาพของผู้หญิงในช่วงมีประจำเดือน อายอธิบายว่าการเข้าถึงผ้าอนามัยขึ้นอยู่กับสถานะในเรือนจำ คนที่เป็นผู้ช่วยงานจะได้รับแจกฟรี แต่ในแดนนอกจะแจกเฉพาะผู้ช่วยงานหรือคนที่ไม่มีญาติและไม่มีเงินเท่านั้น 

ปัญหาไม่ได้หยุดอยู่แค่การขาดแคลน แต่ลงลึกถึงโครงสร้างพื้นฐาน มีจุดทิ้งขยะเพียงจุดเดียว ทำให้บางคนทิ้งผ้าอนามัยไม่เป็นที่ ยิ่งในช่วงที่เวลาอาบน้ำกระชั้นชิด บวกกับกฎที่ให้มีกางเกงในได้เพียง 5 ตัว และเสื้อผ้าที่หายบ่อย ความยุ่งยากของการดูแลร่างกายในช่วงมีรอบเดือนจึงทบทวีขึ้นเรื่อย ๆ

จินนี่ขยายความในส่วนของแดนนอกที่เธออยู่ว่า ที่นี่ไม่มีการแจกผ้าอนามัยฟรีเลย ต้องซื้อเองทั้งหมด  “เขาถือว่าเราเป็นนักโทษแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือเรื่องนี้ก็ได้” 

ส่วนยาแก้ปวดประจำเดือน อายบอกว่าเมื่อปวดท้องไปขอยา ก็จะได้แค่พาราเซตามอล การจะได้รับยาที่เหมาะสมกว่านี้ต้องต่อสู้เรียกร้องเป็นรายกรณี และไม่ใช่ทุกคนที่มีแรงหรือโอกาสจะสู้ได้เช่นนั้น

.

ฟันและยา ระบบที่ไม่ครบวงจร

นอกจากยาจิตเวชที่อายมีปัญหามาตลอด ยังมีเรื่องทันตกรรมที่สะท้อนช่องว่างของระบบได้ชัดเจน เรือนจำมีโครงการทันตกรรมจากหน่วยงานภายนอกเข้ามารักษาปีละครั้ง ซึ่งอายบอกว่าเป็นโครงการที่ดีและหมอก็ทำงานดี แต่สิ่งที่ดีในตัวเองกลับสะดุดในขั้นตอนต่อมา เมื่ออายได้ถอนฟันกราม 2 ซี่และขูดหินปูน หมอประเมินว่าต้องได้ยาและเขียนใบสั่งยาให้ แต่เธอรออยู่ถึง 3 วันก็ยังไม่ได้รับยาฆ่าเชื้อหรือยาแก้อักเสบ

ระบบข้างนอกที่ดีเพียงพอ แต่เชื่อมต่อกับระบบข้างในไม่ได้ นี่คือปัญหาที่ซ้ำรอยกันในทุกมิติ “การได้สิทธิ ได้ของที่ถูกต้องในนี้ต้องสู้ ต้องเรียกร้องให้ได้มา” อายสรุป และนั่นหมายความว่าคนที่ไม่มีแรงสู้ ก็จะไม่ได้

.

ห้องนอนที่ปลายเท้าเกยกัน วิกฤตแอดอัดที่ซ้ำเติมทุกปัญหา

ปัญหาทุกอย่างที่กล่าวมาเกิดขึ้นในพื้นที่ที่แออัดเกินขีดจำกัด จินนี่เล่าว่าในห้องนอนต้องนอนกันแบบปลายเท้าเกยกัน เธอมีอาการเวียนหัวและพะอืดพะอมในช่วงเวลานับยอดหรืออยู่ในที่คนเยอะ และสังเกตว่านับวันแดนนอกจะเริ่มเหมือนแดนแรกรับมากขึ้น เพราะมีผู้ต้องขังทยอยเข้ามาไม่หยุด

ความแออัดนี้ยังพ่วงมาด้วยปัญหาการขโมยของ โดยเฉพาะเสื้อผ้า เป็นผลจากการที่ผู้ต้องขังบางคนไม่มีญาติ ไม่มีเงิน และไม่มีทางเลือกอื่น จินนี่บอกว่าเสื้อผ้าและผ้าถุงอาบน้ำหายแทบเป็นเรื่องปกติ ซึ่งวนกลับมาซ้ำเติมปัญหาโรคผิวหนังที่ยังไม่มีทางออก

อายระบุให้ชัดว่า “ทุกวันนี้ที่มีกฎบังคับให้ทำอะไรเร็ว ๆ ก็เพราะผู้ต้องขังเยอะนี่แหละ ให้ระบายออกยังไงก็ไม่ทัน เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ”

.

ความเป็นผู้หญิงที่ยังมีอยู่

ท่ามกลางข้อจำกัดทั้งหมด อายพูดถึงสิ่งที่น่าแปลกใจในแง่ดี นั่นคือการยอมรับความหลากหลายทางเพศ “ทอม ดี้ เลสเบี้ยน ในคุกหญิงถือว่าเปิดรับนะ เจ้าหน้าที่ก็ไม่เคยกีดกันถ้าจะมีคนรักกันในเรือนจำ ขอแค่แสดงออกอย่างเหมาะสม” ร้านค้าในเรือนจำยังมีสเตย์รัดหน้าอกสำหรับทอมขายด้วย ซึ่งอายมองว่าเป็นเรื่องที่โอเค

แต่สิ่งที่ยังขาดคือเวลาและพื้นที่สำหรับความเป็นตัวเอง “ในคุกเราแสดงความเป็นผู้หญิงได้ แต่ภายในเวลาจำกัด เหมือนเล่นเกม ในเวลาเท่านี้ ถ้าคุณแต่งหน้าทำผมได้เท่าไหร่ ก็เท่านั้นแหละ” อายกล่าว

ส่วนข้อเสนอออกมาถึงสังคมข้างนอก อายเน้นเรื่องสิทธิประกันตัวอย่างตรงไปตรงมา “ที่จริงคุณควรให้สิทธิประกันตัวออกไปสู้คดีได้เต็มที่ ยิ่งคดีการเมืองที่โทษน้อย ๆ คุณควรให้เขาออกไปต่อสู้คดี จะได้ลดปัญหาความแออัดในเรือนจำด้วย”

.

อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ผู้ (ต้องขัง) หญิงอย่างฉันยังสู้ไม่ถอย

ป่าน ทะลุฟ้า: มองพัฒนาการ ‘เพศ’ ในขบวนนักกิจกรรม และความไม่เท่าเทียมในเรือนจำหญิง

.

X