ในวันที่ 24 มี.ค. 2569 เวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 814 ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาในคดีของ “อาย” กันต์ฤทัย คล้ายอ่อน นักกิจกรรมวัย 33 ปี และผู้ต้องขังทางการเมือง ที่ถูกฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) เหตุจากถูกกล่าวหาว่าโพสต์รูปและข้อความบนเฟซบุ๊กมีเนื้อหาเกี่ยวกับรัชกาลที่ 10 รวม 2 โพสต์ เมื่อวันที่ 28 ก.ค. และ 13 ก.ย. 2565 โดยถูกฟ้องเป็นสองกรรม
ในวันดังกล่าว กันต์ฤทัยจะถูกเบิกตัวจากทัณฑสถานหญิงกลางมาที่ศาลอาญาเพื่อฟังคำพิพากษาในคดีนี้ จึงเชิญชวนประชาชนที่สนใจร่วมฟังคำพิพากษาและให้กำลังใจกันต์ฤทัยได้ตามวันและเวลานัดหมาย
.
คดี 112 คดีที่ 2 ของอาย ถูกอานนท์ กลิ่นแก้ว กล่าวหา ก่อนอัยการฟ้องข้อหา ม.112 – พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ตัดสินใจให้การรับสารภาพ
คดีนี้มี “อานนท์ กลิ่นแก้ว” แกนนำกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เป็นผู้กล่าวหา โดยย้อนไปเมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2567 กันต์ฤทัยเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พร้อมกับทนายความ
ในชั้นตำรวจ กันต์ฤทัยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และพนักงานสอบสวนยังขอตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ โดยไม่ได้มีหมายศาลในการเข้าถึงข้อมูลตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ แต่เธอได้แจ้งกับพนักงานสอบสวนว่าเคยถูกตรวจยึดโทรศัพท์มือถือโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดพร้าว ในคดีมาตรา 112 อีกคดีหนึ่งตั้งแต่ปี 2565 แล้ว
ต่อมา วันที่ 16 ธ.ค. 2567 ระหว่างที่กันต์ฤทัยถูกคุมขังอยู่ในคดีมาตรา 112 อีกคดีหนึ่งที่ถูกพิพากษาจำคุก 8 ปี 48 เดือน และไม่ได้ประกันตัว เธอถูกเบิกตัวจากทัณฑสถานหญิงกลางไปศาลอาญาเพื่อสอบคำให้การในคดีนี้ โดยเธอให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา
ก่อนทราบในภายหลังว่าถูกเบิกตัวมาในคดีมาตรา 112 คดีนี้ซึ่งพนักงานอัยการเพิ่งมีคำสั่งฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2567 สำหรับคำฟ้อง พนักงานอัยการบรรยายฟ้องแยกการกระทำความผิดเป็น 2 กรรม กล่าวโดยสรุปคือ ภาพแที่โพสต์เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2565 เป็นภาพรัชกาลที่ 10 ในเครื่องแบบทหาร พร้อมข้อความ และโพสต์เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2565 ที่มีข้อความพาดพิงเกี่ยวกับถุงพระราชทาน พร้อมใส่แฮชแท็ก “#ยกเลิก112”
อัยการกล่าวหาว่าข้อความทั้งสองโพสต์ เป็นการล่วงละเมิด หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อรัชกาลที่ 10 โดยประการที่น่าจะทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง และประชาชนเสื่อมความเคารพศรัทธา
อัยการโจทก์ยังคัดค้านการประกันตัวจำเลย โดยระบุว่าเนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง ทั้งยังขอให้ศาลนับโทษจำคุกจำเลยต่อจากคดีมาตรา 112 อีกคดีหนึ่ง ที่ศาลอาญามีคำพิพากษาไปก่อนหน้านี้
ต่อมา ในวันที่ 12 ก.พ. 2569 ในวันนัดสืบพยานนัดแรก กันต์ฤทัยได้ตัดสินใจถอนคำให้การเดิม เป็นให้การรับสารภาพตามโจทก์ฟ้อง ก่อนศาลจะนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 24 มี.ค. 2569 นอกจากนี้ยังพบว่าในรายงานกระบวนพิจารณายังระบุ “ห้ามมิให้บุคคลใดเผยแพร่เหตุการณ์ในห้องพิจารณาคดี” อีกด้วย
.
สำหรับ “อาย” กันต์ฤทัย ถูกดำเนินคดีในข้อหามาตรา 112 จำนวน 2 คดี ซึ่งในคดีนี้เป็นคดีที่ 2 ที่จะมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้นออกมาแล้ว ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2567 ศาลอาญามีคำพิพากษาในคดีแรกให้จำคุก 8 ปี 48 เดือน ไม่รอลงอาญา จากกรณีถูกกล่าวหาว่าโพสต์เฟซบุ๊กรวม 8 โพสต์ (คดีมี พ.ต.ท.แทน ไชยแสง เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล เป็นผู้กล่าวหา ที่ สน.ลาดพร้าว) และศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว ปัจจุบันคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างอุทธรณ์ และกันต์ฤทัยยังคงถูกคุมขังอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลางเป็นเวลากว่า 1 ปี 7 เดือน แล้ว
.
อ่านบทสัมภาษณ์กันต์ฤทัย
