29 เม.ย. 2569 เวลา 09.00 น. ศาลแขวงดุสิตนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ของ มงคล (สงวนนามสกุล) กรณีร่วมกิจกรรม #ม็อบย่างกุ้ง ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2563
เดิมคดีนี้มีจำเลยทั้งสิ้น 3 คน ได้แก่ หัสดินทร์ ไกรโสภา, ปัณณพัทธ์ จันทนางกูล และ มงคล (สงวนนามสกุล) โดยก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้ง 3 คน มีความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 9 ลงโทษปรับคนละ 10,000 บาท
ในชั้นอุทธรณ์ มีเพียงมงคลที่ยื่นอุทธรณ์คดียืนยันว่ามิได้กระทำผิดตามที่ถูกฟ้อง โดยศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ลงโทษปรับมงคล 10,000 บาท
.
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2563 กลุ่มผู้ชุมนุม We Volunteer หรือ WeVo จัดกิจกรรม #ม็อบย่างกุ้ง เพื่อจำหน่ายกุ้งเผาของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง หลังตลาดกุ้งในจังหวัดสมุทรสาครได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก่อนเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนเข้าล้อมกลุ่มประชาชนที่กำลังเข้าร่วมกิจกรรมซื้อขายกุ้งเผาที่สนามหลวง โดยมีการจับกุมประชาชนได้ทั้งหมด 12 ราย
ต่อมา กลุ่ม WeVo จึงนำกุ้งส่วนที่เหลือไปขายที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แต่ถูกตำรวจควบคุมฝูงชนเข้าล้อมพื้นที่และเข้าจับกุมประชาชนในบริเวณนั้นไปอีก 4 คน รวมแล้วในวันดังกล่าวมีผู้ถูกจับกุมทั้งหมด 16 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเยาวชนอายุ 17 ปี จำนวน 2 คน
ทั้งหมดถูกควบคุมตัวขึ้นรถไปจัดทำบันทึกการจับกุมและบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 (บก.ตชด. ภาค 1) จ.ปทุมธานี และถูกควบคุมตัวไว้ 2 คืน ก่อนจะนำตัวไปขออำนาจศาลแขวงดุสิตฝากขัง ศาลอนุญาตให้ฝากขัง และอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างสอบสวน
กล่าวโดยสรุปแล้ว จากเหตุชุมนุมดังกล่าวถูกแบ่งดำเนินคดีออกเป็น 4 คดี ตามสถานที่ถูกจับกุม และแยกดำเนินคดีเยาวชน ได้แก่
- คดีผู้ถูกจับกุมจากสนามหลวง จำนวน 11 คน (ศาลแขวงดุสิตพิพากษาลงโทษปรับ ต่อมามีเพียงอัรฟานที่อุทธรณ์คดี ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนให้ปรับ 10,000 บาท)
- คดีเยาวชนถูกจับกุมจากสนามหลวง จำนวน 1 คน (ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง จำเลยเข้าสู่มาตรการพิเศษก่อนมีคำพิพากษา คดีสิ้นสุดแล้ว)
- คดีผู้ถูกจับกุมจากอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา จำนวน 3 คน (ศาลแขวงดุสิตพิพากษาปรับคนละ 10,000 บาท ต่อมามีเพียงมงคลที่อุทธรณ์คดี ในวันนี้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืน)
- คดีเยาวชนถูกจับกุมจากอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา จำนวน 1 คน (ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ศาลพิพากษาให้รอการกำหนดโทษ คดีสิ้นสุดแล้ว)
เกี่ยวกับคดีนี้ กรณีจับกุมจากอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา จำเลยทั้งสามให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา และต่อสู้คดีว่าเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และถึงแม้จะอยู่ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ก็ได้จัดทำมาตรการป้องกันโรคตามสมควรแล้ว ภายหลังคดีสืบพยานเสร็จสิ้น ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2566 ว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดฐานฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 9 ลงโทษปรับคนละ 10,000 บาท
ต่อมา หัสดินทร์ และปัณณพัทธ์ ไม่ได้อุทธรณ์คดีต่อ ทำให้คดีของทั้งสองคนสิ้นสุดลงที่ศาลชั้นต้น โดยมีเพียงมงคล (จำเลยที่ 3) ที่อุทธรณ์คดีต่อ
.
พิพากษายืน ปรับ “มงคล” 10,000 บาท แม้เป็นเพียงผู้เข้าร่วม #ม็อบย่างกุ้ง เห็นว่าเป็นกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค เนื่องจากมีมาตรการป้องกันโควิด-19 ไม่ทั่วถึง
วันนี้ (29 เม.ย. 2569) ห้องพิจารณาคดีที่ 509 ศาลแขวงดุสิต มงคล และทนายความเดินทางมาฟังคำพิพากษา ศาลเริ่มอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในเวลาประมาณ 10.00 น. โดยสรุปมีดังนี้
ในคดีนี้ จำเลยอุทธรณ์ว่าในวันเกิดเหตุ บริเวณสถานที่จัดกิจกรรมที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เป็นสถานที่เปิดโล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ใช่สถานที่แออัด และผู้จัดกิจกรรมก็ยังมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคให้กับผู้เข้าร่วม และประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวก็ยังสวมใส่หน้ากากอนามัยและมีการเว้นระยะห่าง
นอกจากนี้ ในวันเกิดเหตุ จำเลยไปเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวเพียงเพื่อจะซื้อกุ้งเท่านั้น จำเลยไม่ได้เป็นสมาชิกของกลุ่ม Wevo แต่อย่างใด จำเลยเพียงช่วยกลุ่ม Wevo ในการจัดกิจกรรมเพราะเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือเกษตรกร และจำเลยยังสวมหน้ากากอนามัยและมีเจลแอลกอฮอล์พกติดตัวด้วย
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าแม้พื้นที่เกิดเหตุจะเป็นพื้นที่เปิดโล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ใช่พื้นที่แออัด และจำเลยก็ไม่ได้เป็นสมาชิกกลุ่ม Wevo แต่เมื่อได้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวในลักษณะช่วยประชาสัมพันธ์กิจกรรมจำหน่ายกุ้ง ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวมีมาตรการป้องกันโรคระบาดอย่างไม่ครบถ้วนทั่วถึง จึงเป็นการจัดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค การเข้าร่วมกิจกรรมของจำเลยจึงเป็นการฝ่าฝืนประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน
อุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น ศาลอุทธรณ์เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลชั้นต้น พิพากษายืนให้ปรับมงคลจำนวน 10,000 บาท
