26 ก.ย. 2568 นับเป็นระยะเวลา 2 ปีเต็มแล้วที่ อานนท์ นำภา นักกิจกรรมและทนายความสิทธิมนุษยชน ถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดี “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แล้วจำนวน 10 คดี และโทษจำคุกในคดีต่าง ๆ ที่ยังไม่สิ้นสุดรวมกัน 26 ปี 37 เดือน 20 วัน หรือประมาณ 29 ปี 1 เดือนเศษ
จนถึงปัจจุบันอานนท์ยังไม่ได้รับสิทธิประกันตัวออกมาต่อสู้คดี แม้ทุกคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาในศาลอุทธรณ์ โดยเขาต่อสู้ในทุกคดีดังกล่าว ขณะเขายังเหลือคดีมาตรา 112 ของเขา อีก 4 คดีที่ยังอยู่ในระหว่างพิจารณาและรอวันฟังคำพิพากษาในอนาคต อาจทำให้โทษจำคุกของเขามากขึ้นไปอีก
สำหรับการต่อสู้คดีของอานนท์ ตั้งแต่เขาถูกดำเนินคดีเมื่อปี 2563 เป็นต้นมา อานนท์เข้าออกเรือนจำมาแล้ว 4 ครั้ง แต่สำหรับการถูกขังเรือนจำครั้งล่าสุด ซึ่งเป็นครั้งที่ 5 เกิดขึ้นตั้งแต่ศาลมีคำพิพากษาคดีมาตรา 112 คดีแรก เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2566 และกลายเป็นครั้งที่ยาวนานที่สุดแล้ว การต่อสู้ของอานนท์มีความจำเป็นต้องแปรผันจากท้องถนนมาอยู่ใน ‘ห้องพิจารณาคดี’ แทน
ในโอกาสนี้ ชวนย้อนอ่านบางช่วงบางตอนของคำเบิกความในคดีมาตรา 112 ของอานนท์ ที่เคยให้การในชั้นศาลในฐานะพยานจำเลยไว้ในการสืบพยานแต่ละคดีของเขา อานนท์ยืนยันตลอดมาในคดีต่าง ๆ ว่าสิ่งที่เขาปราศรัยและแสดงออก เป็นการติชมโดยสุจริต ภายใต้เจตนาที่ดีต่อสถาบันกษัตริย์ เพื่อให้ดำรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ และระบอบประชาธิปไตย
.
คดีที่ 1: ปราศรัยชุมนุมคณะราษฎร #ม็อบ14ตุลา63
คดี ปราศรัยชุมนุมคณะราษฎร #ม็อบ14ตุลา63 บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 เป็นคดีมาตรา 112 คดีแรกที่ศาลมีคำพิพากษาออกมา ในระหว่างสืบพยานอานนท์ได้เบิกความในฐานะพยานจำเลย ตอนหนึ่งเขาได้เบิกความไว้ว่า
ด้วยความสุจริตใจของตัวเอง จำเลยขอยืนยันว่าข้อเรียกร้องทั้งหมดก็เพื่ออยากเห็นสถาบันกษัตริย์เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนในประเทศนี้ การพูดออกไปเช่นนั้นมีเพียงเจตนาเดียวคือต้องการหลีกเลี่ยงความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน ซึ่งเป็นความรับผิดชอบสูงสุดของแกนนำม็อบที่จะทำได้
อานนท์แถลงต่อในช่วงท้ายว่า การออกมาเคลื่อนไหวเช่นนี้มีราคาที่ต้องจ่าย แต่ก็คุ้มค่าแล้วในการที่จะไม่พาใครไปตาย ในฐานะแกนนำ จำเลยไม่ขอโทษใคร แต่ขอโทษรัฐที่เข้ามาปราบปรามประชาชนเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม คดีนี้ศาลอาญาพิพากษาจำคุกอานนท์ 4 ปี ตามข้อหามาตรา 112 เป็นผลให้ถูกคุมขังในเรือนจำตั้งแต่วันนั้นเรื่อยมา หลังไม่ได้รับสิทธิประกันตัว
อ่านบันทึกสืบพยานทั้งหมด “การออกมาเคลื่อนไหวเช่นนี้มีราคาที่ต้องจ่าย (ติดคุกแน่ๆ) แต่ก็คุ้มค่าแล้วที่การชุมนุมของผม ไม่พาใครไปตาย”: บันทึกการต่อสู้และการเผชิญหน้าคดี ม.112 คดีแรกที่จะมีคำพิพากษาของ ‘อานนท์ นำภา’
.
คดีที่ 2: โพสต์วิพากษ์วิจารณ์การใช้มาตรา 112 และปัญหาของสถาบันกษัตริย์ รวม 3 ข้อความ
คดีนี้ถูกกล่าวหากรณีโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก 3 ข้อความ เมื่อเดือนมกราคม 2564 วิพากษ์วิจารณ์การบังคับใช้มาตรา 112 กับผู้วิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์และเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์
ในคดีนี้ อานนท์เบิกความในฐานะพยานจำเลย ตอนหนึ่งระบุว่า พยานเป็นคนกลางเก่ากลางใหม่ เข้าใจทั้งคนที่อายุมากและคนรุ่นใหม่ว่าคิดอะไร เชื่ออย่างไร ซึ่งมีความต่างกัน พยานเห็นว่าเรื่องนี้สำคัญ และจำเป็นต้องพูดกัน จึงโพสต์ข้อความทั้งสามเพื่อให้คนตระหนักรู้ถึงปัญหาของระบอบที่เป็นอยู่ นำไปสู่การหาทางออกและแก้ไขปัญหา ถ้าทุกคนเข้าใจว่ามันมีปัญหา จะต้องมีการแก้รัฐธรรมนูญ อย่างน้อยต้องมีการแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ตามที่กล่าวมาข้างต้นให้กลับไปเป็นเหมือนสมัยรัชกาลที่ 9
ในคดีนี้อานนท์ถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุกอีก 4 ปี ไม่รอลงอาญา
อ่านบันทึกสืบพยานทั้งหมด “วิจารณ์กระบวนการยุติธรรม-สถาบันกษัตริย์เพื่อให้อยู่ในหลักการ ปชต.”: เปิดคำให้การพยานคดี 112 “อานนท์ นำภา” โพสต์ 3 ข้อความ ต้นปี 64
.
คดีที่ 3: ปราศรัย #ม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์ 2
จากการชุมนุมปราศรัยถึงข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ในการชุมนุม #เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาชน หรือม็อบแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ 2 เป็นผลให้ในเวลาต่อมาถูกดำเนินคดีในข้อหามาตรา 112 อานนท์ได้เบิกความต่อศาลในช่วงสืบพยาน บางตอนเขาได้กล่าวถึงเจตนาในการปราศรัยไว้ว่า
พยานเชื่อว่าการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างตรงไปตรงมาจะทำให้สิ่งที่เราวิจารณ์ปรับตัวให้ดีขึ้นได้ ขณะเดียวกันถ้าหากชื่นชมอย่างเดียว ก็จะทำให้สิ่งที่เราชื่นชมไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง และจะนำไปสู่ความเสื่อมในที่สุด
ทุกข้อความที่ถูกนำมาฟ้องในคดีนี้ทั้งหมด ไม่มีพยานโจทก์ปากใดเบิกความยืนยันว่าเป็นข้อความเท็จ ในขณะเดียวกันก็มีพยานโจทก์หลายปากที่กระอักกระอ่วนที่จะพูดถึงเป็นความจริง เช่น ปฏิเสธการเบิกความ ไม่ตอบ หรือหนีกลับบ้าน เจตนาของพยานในการออกมาพูดมี 2 ส่วน ส่วนแรกเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ว่า 1 ปีที่ผ่านไปนั้นเป็นอย่างไรบ้าง และส่วนที่ 2 เรียกร้องให้มีการนำเข้าวัคซีน โดยชี้ปัญหาว่าทำไมถึงล่าช้า
ปัญหาของมาตรา 112 ก็เป็นตามที่ปราศรัย การพูดความจริงก็ถูกตีความให้เป็นความผิด คนที่ต้องการให้ราชสมบัติคงอยู่ก็ถูกฟ้องว่าเป็นคนทำลายสถาบันฯ ซึ่งเป็นเรื่องประหลาด พยานหวังว่าเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ตัวแทนคนรุ่นใหม่ก็จะเข้าไปคลี่คลายสถานการณ์ในสภาโดยการออกกฎหมายต่าง ๆ
อานนท์กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “ใครก็ตามในโลกนี้ที่ไม่สามารถติชมหรือวิพากษ์วิจารณ์ได้ คำยกย่องหรือสรรเสริญก็จะกลายเป็นแค่เรื่องโกหก”
ต่อมา ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาจำคุก 2 ปี 20 วัน ตามมาตรา 112 และปรับ 100 บาท ตาม พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ
อ่านบันทึกการสืบพยานทั้งหมด เปิดบันทึกคดี ม.112 จากห้องพิจารณา #แฮรี่พอตเตอร์2 เมื่อ ‘อานนท์ นำภา’ ยืนยันว่าสิ่งที่ปราศรัยทั้งหมดเป็นความจริง
.
คดีที่ 4: โพสต์เฟซบุ๊ก 2 ข้อความวิจารณ์การใช้อำนาจบริหารราชการแผ่นดินของรัชกาลที่ 10
ในคดีโพสต์เฟซบุ๊ก 2 ข้อความ วิพากษ์วิจารณ์การใช้อำนาจบริหารประเทศ อานนท์เบิกความต่อสู้คดีในศาลตอนหนึ่งว่า การพูดของเขาทั้งหมดเป็นความจริง และข้อเท็จจริงก็มีให้เห็นกระจ่างชัด การรับสั่งให้แก้รัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติของประชาชน ขัดต่อหลักการของรัฐธรรมนูญที่ระบุไว้ว่าอำนาจอธิปไตย และอำนาจในการสถาปนากฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน การกระทำเช่นนี้ไม่มีกษัตริย์พระองค์ไหนเคยทำมาก่อน
อานนท์กล่าวว่า สิ่งที่เขาโพสต์เพียงแค่ต้องการส่งข้อความบอกกับสังคมว่าหากไม่มีใครหยุดการกระทำเช่นนี้ พระองค์ก็จะทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเขาเชื่อว่าหากรัชกาลที่ 9 ยังมีชีวิตอยู่ก็จะไม่ทำแบบนี้ โดยเฉพาะการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการลงประชามติมาแล้ว
ก่อนจบการพิจารณาคดี อานนท์ได้ทิ้งท้ายโดยกล่าวถึงการพูดหรือแสดงความเห็นของตนทุกครั้งก็แสดงออกไปด้วยความสุจริตใจ อานนท์บอกกับศาลว่าแล้วแต่ท่านจะเชื่อหรือไม่ แต่การวิพากษ์วิจารณ์ย่อมต้องมีหน่วยกล้าตายเช่นนี้ เพื่อให้สังคมมันก้าวต่อไปข้างหน้าได้
“ผมขอต่อท่านทั้งหลายว่า ในการพิพากษาคดี ม.112 ขอท่านอย่าได้สถาปนาคำพิพากษาเช่นในคดีที่ผ่านมาต่อไปเรื่อย ๆ เพราะเมื่อสังคมอารยประเทศเขามองเข้ามา มันน่าละอาย การพิพากษาเช่นนี้ไม่ได้สอดคล้องกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่อารยประเทศเขาใช้กัน”
คดีนี้ ศาลอาญาพิพากษาจำคุกกระทงละ 3 ปี เห็นว่าให้การเป็นประโยชน์ลดเหลือกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา
อ่านบันทึกสืบพยานทั้งหมด “ขอศาลอย่าสถาปนาคำพิพากษาคดี ม.112 อย่างที่ผ่านมา เพราะเมื่อสังคมอารยประเทศเขามองเข้ามา มันน่าละอาย”: ชวนอ่านบันทึกการสืบพยานคดี ม.112 คดีที่ 4 ของ อานนท์ นำภา
.
คดีที่ 5: คดีโพสต์ #ราษฎรสาส์น
กรณีเขียนและโพสต์จดหมาย #ราษฎรสาส์น จดหมายถึงกษัตริย์ เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2563 สำหรับการสืบพยานในคดีนี้ ตอนหนึ่งอานนท์เบิกความยืนยันถึงเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเป็นสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองในรัฐธรรมนูญและตามกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์ของเขารวมถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่ออกมาชุมนุมในปี 2563 เพียงต้องการให้สถาบันกษัตริย์ดำรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและหลักการประชาธิปไตยเท่านั้น
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2567 ศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 2 ปี
อ่านบันทึกสืบพยานทั้งหมด เปิดบันทึกการต่อสู้คดี 112 คดีที่ 5 ของ “อานนท์” เมื่อประชาชนโพสต์ #ราษฎรสาส์น วิพากษ์กษัตริย์เรื่องการขยายพระราชอำนาจ
.
คดีที่ 6: ปราศรัย #ม็อบแฮรี่พอตเตอร์
คดีนี้เกิดขึ้นจากกรณีปราศรัยชุมนุม #เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย (หรือม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์) ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2563 ที่กล่าวถึงบทบาทและปัญหาของสถาบันกษัตริย์ในการเมืองไทยอย่างตรงไปตรงมาเป็นครั้งแรกในการชุมนุม พร้อมทั้งข้อเสนอแนะในการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์
ระหว่างการสืบพยานมีประเด็นโต้แย้งกันระหว่างทนายจำเลยและศาลในเรื่องการออกหมายเรียกพยานเอกสารสำคัญที่จะใช้ประกอบการถามค้านพยานโจทก์ ได้แก่ ตารางการเดินทางของรัชกาลที่ 10 และเอกสารเกี่ยวกับงบประมาณของสถาบันพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด
ศาลยืนยันที่จะไม่ออกพยานเอกสารโดยอ้างว่าการออกหมายเรียกเอกสารดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 6 เป็นผลให้อานนท์ถอดเสื้อนักโทษเพื่อประท้วงต่อศาลถึงสองครั้ง เพื่อยืนยันสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมของตนเอง
การถอดเสื้อประท้วงครั้งที่สองถูกศาลสั่งให้เป็นการพิจารณาคดีเป็นการลับ ทั้งยังสั่งห้ามนำข้อมูลในห้องพิจารณาคดีไปเผยแพร่ อ้างว่าเนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวกับความมั่นคง เหตุการณ์นี้นำไปสู่คดีละเมิดอำนาจศาลของอานนท์ในอีกคดีหนึ่ง
ในที่สุดคดีนี้ถูกศาลสั่งงดสืบพยานจำเลย หลังอานนท์โต้แย้งกับศาลเรื่องห้ามนำข้อมูลในห้องพิจารณาคดีไปเผยแพร่ ต่อมาศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา
.
คดีที่ 7: คดีปราศรัย ‘ปาร์ตี้ริมเขา เป่าเค้กวันเกิด พลเรือเอกก๊าบๆ’ ที่เชียงใหม่
คดีจากการปราศรัยในการชุมนุม “ปาร์ตี้ริมเขา เป่าเค้กวันเกิด พลเรือเอกก๊าบๆ” ที่ลานหอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตลอดการสืบพยานในคดีนี้ อานนท์ถูกคุมขังอยู่ที่กรุงเทพฯ จึงมีการเบิกตัวอานนท์มาสืบพยานที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ด้วยรถตู้ของราชทัณฑ์ทั้ง 3 ครั้ง ซึ่งใช้เวลาในการเดินทางตั้งแต่เช้าจรดเย็น
ช่วงสืบพยานจำเลย อานนท์ขึ้นเบิกความให้การต่อศาล ในตอนหนึ่งเขาเบิกความยอมรับว่าได้ปราศรัยจริง ซึ่งคำปราศรัยของตนมาจากสองส่วน คือมาจากตัวกฎหมายโดยตรง และจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยเป็นการแสดงความห่วงใยต่อประเทศชาติและต่อสถาบันกษัตริย์
อานนท์ได้เสนอว่า สิ่งที่ตนเสนอ ก็คือให้แก้ไขกฎหมายกลับไปเหมือนกับในสมัยรัชกาลที่ 9 เป็นอย่างน้อย ซึ่งตนก็ได้บอกเจตนาไว้ในการปราศรัยอย่างชัดเจน ตั้งแต่ในชั้นสอบสวน และขอให้พนักงานสอบสวนสอบเพิ่มเติมในประเด็นต่าง ๆ ดังกล่าว
“ผมยืนยันว่า ผมปราศรัยโดยการวิพากษ์วิจารณ์ติชมโดยสุจริต ตามครรลองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ว่าไปตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โดยตรงไปตรงมา มีเจตนาปรารถนาที่จะให้เรามีระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง มีพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย ที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์ ติเตียน ได้โดยเป็นธรรม”
อานนท์ขออนุญาตศาลแถลงในตอนท้ายไว้ว่า จุดตัดของเรื่องนี้คือเราจะใช้แว่นอะไรในการมอง มองสถาบันพระมหากษัตริย์ในแว่นของระบอบประชาธิปไตย หรือแว่นของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ถ้าแว่นของระบอบประชาธิปไตย เรื่องนี้ก็ไม่ควรเป็นความผิด ถ้ามองผ่านระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ก็คือมองว่ากษัตริย์แตะต้องไม่ได้เลย สิ่งที่ทำอยู่นี่เป็นความผิด “แถมตกนรกด้วย”
เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2568 ศาลจังหวัดเชียงใหม่พิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปี จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา
อ่านบันทึกสืบพยานทั้งหมด การต่อสู้ของ “อานนท์ นำภา” ในคดี ม.112 กรณีปราศรัยหอศิลป์ มช. ยืนยันพูดข้อเท็จจริงเรื่องการเปลี่ยนแปลงกฎหมายจัดการทรัพย์สินกษัตริย์ ติชมโดยสุจริตและปรารถนาดี
อ่านคำเบิกความอานนท์ คำปราศรัยด้วยความปรารถนาดีต่อสถาบันกษัตริย์ และประเทศชาติของเรา: คำแถลงของ ‘อานนท์ นำภา’ ในห้องพิจารณาคดี ม.112 ที่เชียงใหม่
.
คดีที่ 8: ปราศรัยชุมนุมหน้า สน.บางเขน
กรณีปราศรัยชุมนุมหน้า สน.บางเขน ระหว่างการเข้ารับทราบข้อหาในคดี #ม็อบ29พฤศจิกาไปราบ11 เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2563 คดีนี้มีการสืบพยานไปเมื่อช่วงเดือนเมษายน 2568 ซึ่งอานนท์ได้ขึ้นเบิกความในฐานะพยานจำเลย บางช่วงของคำเบิกความอานนท์ได้กล่าวว่า
ขณะปราศรัย พยานใช้คำว่าชี้ข้อบกพร่องของสถาบันกษัตริย์ฯ 3 ประการ ได้แก่ ประการแรก พระมหากษัตริย์ไม่อยู่ในหลัก ‘The King Can Do No Wrong’ หรือ ‘ปกเกล้า ไม่ปกครอง’ ประการที่สอง การดำรงพระองค์ที่ไม่เหมาะสม เช่น การประทับอยู่ต่างประเทศ และประการที่สาม การขยายพระราชอำนาจตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย เช่น การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญปี 2559 ผ่านการลงประชามติแล้ว และเรื่องการจัดการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
พยานปราศรัยเพราะเกรงว่าพระมหากษัตริย์จะกลายเป็นพระมหากษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไม่ใช่พระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้มีเจตนาด้อยค่า โดยการพูดอาจมีลีลาท่าทางที่แตกต่างกันไป แต่พยานอยากให้สังคมและผู้พิพากษาเห็นว่าแก่นคือเรื่องนี้
อานนท์ยืนยันว่า การปราศรัยเป็นไปโดยเจตนาดีต่อสถาบันกษัตริย์ฯ เพื่อให้ปรับตัวให้ดำรงอยู่ได้ในยุคปัจจุบันที่มีความท้าทายหลายประการเกี่ยวกับความเคารพของประชาชน โดยไม่ได้มุ่งหมายถึงตัวบุคคล
คดีนี้ศาลอาญาพิพากษาข้อหาตามมาตรา 112 ลงโทษจำคุก 3 ปี จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุก 2 ปี และลงโทษปรับเป็นพินัยตาม พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ 100 บาท
อ่านบันทึกสืบพยานทั้งหมด บันทึกสืบพยานคดี ม.112 “อานนท์ นำภา” ชุมนุมหน้า สน.บางเขน ปี 63 ยืนยันปราศรัยด้วยเจตนาดี ชี้ข้อบกพร่องของสถาบันกษัตริย์ฯ ให้ปรับตัว-ดำรงอยู่ได้
.
คดีที่ 9: ปราศรัยชุมนุม #2ธันวาไปห้าแยกลาดพร้าว
คดีจากการปราศรัยชุมนุม #2ธันวาไปห้าแยกลาดพร้าว บริเวณห้าแยกลาดพร้าว เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2563 ในคดีนี้มีจำเลยสองคนคืออานนท์ และ “ฮิวโก้” จิรฐิตา ซึ่งถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 และอื่น ๆ รวม 9 ข้อหา ในส่วนของอานนท์ เขาได้ขึ้นเบิกความในฐานะพยานจำเลย ซึ่งบางช่วงบางตอนกล่าวว่า
อานนท์รับว่าได้ปราศรัยข้อความตามฟ้องจริง โดยคำปราศรัยส่วนแรกเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญกรณีมีคำตัดสินเรื่องการอยู่ในบ้านพักข้าราชการของพลเอกประยุทธ์ ทั้งที่พ้นจากตำแหน่งผู้บังคับบัญชาทหารบกแล้ว
พยานต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องสิทธิเสรีภาพและส่วนที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ให้เหมือนสมัยรัชกาลที่ 9 เป็นอย่างน้อย ไม่ให้มีการขยายพระราชอำนาจ ซึ่งปัจจุบันในรัฐสภาก็มีการพูดคุยเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนการปฏิรูปที่กล่าวถึง คือการทำให้ดีขึ้นและทำให้สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
บทบาทของพระมหากษัตริย์ไม่เป็นไปตามหลักการ ‘The King Can Do No Wrong’ หรือ ‘ปกเกล้า ไม่ปกครอง’ จึงไม่พ้นการวิพากษ์วิจารณ์เพื่อให้กลับไปเป็นตามหลักการที่รัฐธรรมนูญวางไว้
คำปราศรัยยังกล่าวถึงข้อกังวลต่อการใช้มาตรา 112 เนื่องจากพลเอกประยุทธ์ได้ออกมาแถลงข่าวว่าจะบังคับใช้กฎหมายทุกมาตรา หลังเคยให้สัมภาษณ์ว่ารัชกาลที่ 10 ทรงมีพระเมตตาไม่ให้ใช้มาตรา 112 ซึ่งต่อมาก็มีผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 หลังเกิดเหตุการชุมนุม
ทั้งนี้ ศาลอาญาพิพากษาว่าอานนท์มีความผิดตามมาตรา 112 จำคุก 4 ปี ในข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ปรับ 15,000 บาท และ พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ ปรับเป็นพินัย 200 บาท จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา และปรับรวม 10,200 บาท
อ่านบันทึกสืบพยานทั้งหมด เปิดบันทึกสืบพยาน คดี ม.112 “อานนท์-ฮิวโก้” ชุมนุม #2ธันวาไปห้าแยกลาดพร้าว จำเลยยืนยันประชาชนมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์-ตั้งคำถามกับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์
.
คดีที่ 10: ปราศรัยชุมนุม #กูสั่งให้มึงอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ
คดีนี้อานนท์ถูกดำเนินคดีจากปราศรัยใน #ม็อบ17พฤศจิกา63 #กูสั่งให้มึงอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2563
อานนท์เบิกความถึงความจำเป็นที่ต้องขึ้นปราศรัยในวันชุมนุมดังกล่าวเนื่องจากมีการใช้ความรุนแรงใส่ผู้ชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่รัฐ มีการใช้น้ำผสมแก๊สน้ำตาและใช้น้ำผสมสี จึงเดินขึ้นเวทีเพื่อบอกให้ผู้ชุมนุมกลับบ้าน และอย่าทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ
พยานยืนยันว่าการพูดถึงข้อเสนอปฏิรูปสถาบันฯ เป็นการใช้เสรีภาพในการแสดงออกตามรัฐธรรมนูญ ตราบใดที่ไม่มีการเรียกร้องให้ล้มล้างการปกครอง เปลี่ยนรูปของรัฐ การแสดงออกดังกล่าวก็ถือว่าได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ และเห็นว่าการใช้มาตรา 112 ในการเอาผิดคนเห็นต่าง ทำให้ไทยตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ดี ทั้งรัฐสภายุโรป หรือสหประชาชาติเองก็มีการออกแถลงการณ์เรียกร้องให้หยุดดำเนินคดีด้วยมาตรา 112
อานนท์เบิกความต่อศาลปิดท้ายว่าเขามีจุดมุ่งหมายให้สถาบันพระมหากษัตริย์ปฏิรูปตนเองสอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้มีเจตนาที่จะล้มล้าง
คดีนี้เป็นคดีที่ 10 ที่มีคำพิพากษาออกมา ศาลอาญาพิพากษาจำคุกอานนท์ 3 ปี 6 เดือน จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม เหลือจำคุก 2 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา
อ่านบันทึกสืบพยานทั้งหมด เปิดบันทึกสืบพยาน คดี ม.112 “อานนท์ นำภา” เหตุ #ม็อบ17พฤศจิกา63 ยืนยันปราศรัยเพื่อไม่ให้ คฝ. ใช้ความรุนแรงกับประชาชน เสนอปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้เหมาะสมกับประชาธิปไตย
.
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
