นับตั้งแต่ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2569 การดำเนินการยุติการดำเนินคดีเริ่มเกิดขึ้นในชั้นศาล และคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขได้ประชุมนัดแรกเมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2569 เพื่อวางแนวทางปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์นิรโทษกรรมยังไม่ได้รับการปล่อยตัว โดยมีการยื่นคำร้องแล้วอย่างน้อย 12 ราย และมีเพียงรายเดียวที่ได้รับการปล่อยตัวแล้ว คือ ผู้ต้องขังคดีปิดหน่วยเลือกตั้งเขตดินแดงเมื่อปี 2556
จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (ข้อมูลถึง 21 ก.ย. 2569) พบว่า ศาลมีคำสั่งยุติการดำเนินคดีตามมาตรา 7 และมาตรา 8 ของ พ.ร.บ. แล้วอย่างน้อย 6 คดี ได้แก่ คดี #ม็อบ16สิงหาไล่ล่าทรราช ปี 2564, คดีคาร์ม็อบ “ขบวนสะเดิด” ปี 2564, คดีชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลเมื่อปี 2568, คดีชุมนุมติดตาม #พีมูฟทวงสิทธิ์ บริเวณข้างทำเนียบรัฐบาลเมื่อปี 2567, คดีชุมนุม #ม็อบ6ตุลา64 ทั้งนี้คดีที่ศาลมีคำสั่งให้ยุติคดีแล้ว พบว่าทั้งหมดเป็นคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น
นอกจากนั้นยังมีคดีที่ศาลสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะข้อกล่าวหาบางส่วนที่เข้าเกณฑ์นิรโทษกรรม แต่ยกเว้นมาตรา 112 จำนวนอย่างน้อย 3 คดี ได้แก่ คดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร, คดีชุมนุม #25พฤศจิกาไปSCB, คดีชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน ปี 2563
เมื่อพิจารณาเป็นรายศาล ยังพบแนวปฏิบัติที่แตกต่างทั้งในด้านขั้นตอน ระยะเวลา และผลการดำเนินการ โดยส่วนใหญ่พบแนวโน้มว่าศาลมีการดำเนินการและมีคำสั่งไปในทิศทางเดียวกันคือ ศาลชั้นต้นมักสั่งจำหน่ายคดีที่เข้าเกณฑ์ได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่คดีที่อยู่ในศาลสูงหรือคดีที่สิ้นสุดแล้ว จะมีขั้นตอนเพิ่มเติม เช่น การส่งคำร้องสอบถามโจทก์ การนัดไต่สวน หรือการส่งสำนวนให้ศาลสูงพิจารณาสั่ง
อย่างไรก็ตาม ศาลอาญากรุงเทพใต้มีความแตกต่างอย่างชัดเจน ในช่วงแรกมีแนวปฏิบัติให้ส่งคำร้องคดีทั้งหมดไปให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขเป็นผู้อยู่วินิจฉัยทั้งหมด ไม่ว่าคดีจะอยู่ในชั้นศาลใด ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนมาสั่งยุติคดีทันทีภายหลังจากมีหนังสือกำหนดแนวทางปฏิบัติจากศาลฎีกา ส่วนคดีอื่น ๆ ที่มีคำสั่งก่อนหน้าว่าให้ส่งคณะกรรมการฯ วินิจฉัย ยังไม่พบว่ามีการเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งแต่อย่างใด
นอกจากนี้ ในส่วนของศาลภูมิภาค เช่น ศาลจังหวัดปัตตานี ก็พบความแตกต่างเฉพาะตัวในบางคดี เช่น คดีกิจกรรมทำประชามติจำลอง ซึ่งสืบพยานเสร็จสิ้นก่อน พ.ร.บ. มีผลบังคับใช้เพียงไม่กี่วัน ศาลให้รอฟังผลการพิจารณาของคณะกรรมการฯ หรือคดีมลายูรายา พบกรณีที่โจทก์คัดค้านการขอจำหน่ายคดี ศาลจึงมีคำสั่งส่งเรื่องให้คณะกรรมการฯ วินิจฉัยก่อน
ภาพรวมการดำเนินการและแนวปฏิบัติจำแนกตามรายศาลและสถานะคดี
1. ศาลอาญา
ศาลอาญา นับเป็นศาลที่มีคดีเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองเข้าสู่การพิจารณาจำนวนมาก โดยเริ่มมีคำสั่งจำหน่ายคดีในข้อหาที่เข้าเกณฑ์นิรโทษกรรมมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันแรก ๆ ที่กฎหมายมีผลบังคับใช้
คดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น (จำหน่ายคดีแล้ว)
- คดี #ม็อบ16สิงหาไล่ล่าทรราช ปี 2564 ของ “ยาใจ” ทรงพล สนธิรักษ์ และพวกรวม 3 คน ในข้อหาหลักฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 และ 216 ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2569 ในนัดสืบพยานโจทก์นัดแรก เป็นคดีแรกนับแต่มีการประกาศใช้กฎหมายนิรโทษกรรม
- คดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ปี 2563 เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2569 ในนัดสืบพยานโจทก์ ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีส่วนของจำเลย 15 คนที่ถูกฟ้องด้วยข้อหาหลักตามมาตรา 116 และมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีในข้อหาอื่น ๆ ที่จำเลยอีก 7 คนถูกฟ้องอยู่ด้วย ยกเว้นไว้เพียงมาตรา 112 ที่ไม่ได้รับนิรโทษกรรม จึงเหลือต่อสู้คดีต่อในเฉพาะข้อหามาตรา 112
- คดีชุมนุม #ม็อบ6ตุลา64 ของพิพัฒน์กับพวกรวม 7 คน ในข้อหามาตรา 138, 140, 215, 216 และพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีในนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2569
- คดีชุมนุม #25พฤศจิกาไปSCB ของนักกิจกรรม 7 คน คดีนี้สืบพยานเสร็จสิ้นแล้ว และมีกำหนดนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 30 ต.ค. 2569 ศาลนัดพร้อมเป็นการฉุกเฉินและเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2569 มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีข้อหามาตรา 116, 215, 216, 385 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ยกเว้นไว้เพียงมาตรา 112 ที่ไม่ได้รับนิรโทษกรรม และกำหนดนัดฟังคำพิพากษาตามเดิม
คดีระหว่างชั้นอุทธรณ์-ฎีกา (นัดไต่สวน/รอฟังคำสั่ง)
- คดีของ วัชรพล, จตุพล, ณัฐพล และพลพล กรณีถูกกล่าวหาว่าทุบและเผารถยนต์กระบะของตำรวจ บริเวณแยกดินแดงระหว่าง #ม็อบ11มิถุนา65 หลังจากยื่นคำร้องขอให้ยุติการดำเนินคดี ศาลอาญานัดไต่สวนคำร้องวันที่ 19 ต.ค. 2569 เวลา 13.30 น.
- คดีของศักดิ์ดาและกรรภิรมย์ กรณีถูกกล่าวหาว่าเผารถยกประจำ สน.ดินแดง ใต้ทางด่วนดินแดง หลัง #ม็อบ11สิงหา64 หลังจากยื่นคำร้องขอให้ยุติการดำเนินคดี ศาลอาญานัดพร้อมเพื่อฟังคำสั่ง ในวันที่ 26 ต.ค. 2569 เวลา 09.00 น.
- คดีของอาทิตย์และน้ำเชี่ยว กรณีถูกกล่าวหาว่าเผารถควบคุมตัวผู้ต้องหาบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ระหว่าง #ม็อบ7สิงหา64 หลังจากยื่นคำร้องขอให้ยุติการดำเนินคดี ศาลอาญานัดฟังคำสั่งวันที่ 26 ต.ค. 2569 เวลา 10.00 น.
- คดีของ “วิจิตร” (นามสมมติ) ผู้ต้องขังระหว่างอุทธรณ์ในคดีข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการโพสต์ข้อความช่วง คสช.รัฐประหารปี 2557 ปัจจุบันยังคงรอคำสั่งจากศาลอุทธรณ์
คดีสิ้นสุดแล้ว (นัดไต่สวน/สอบถามเพิ่มเติม)
- คดีของ “บาส” ประวิตร กรณีถูกกล่าวหาว่าวางเพลิงป้อมตำรวจจราจรใต้ทางด่วนดินแดง ภายหลังการชุมนุม #ม็อบ10สิงหา64 ศาลอาญามีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิมที่เคยยกคำร้องเนื่องจากเห็นว่าเป็นคำสั่งโดยผิดหลง และเปลี่ยนเป็นมีคำสั่งให้นัดพร้อมโจทก์และเบิกตัวจำเลยมาไต่สวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในวันที่ 28 ก.ย. 2569 เวลา 09.00 น.
- คดีของขจรศักดิ์ และคเชนทร์ กรณีถูกกล่าวหาปาระเบิดปิงปองและระเบิดขวดเข้าใส่อาคาร สน.พญาไท และวางเพลิงป้อมจราจรที่แยกพญาไท ในการชุมนุมเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2564 ศาลอาญามีคำสั่งนัดพร้อมเพื่อสอบถามในวันที่ 28 ก.ย. 2569 เวลา 13.30 น. แจ้งวันนัดให้โจทก์และจำเลยทั้ง 2 ทราบ เบิกตัวจำเลยทั้ง 2 มาศาลในวันนัด
2. ศาลอาญากรุงเทพใต้
ในช่วงแรก พบว่าศาลอาญากรุงเทพใต้มีแนวทางให้ส่งคำร้องคดีทั้งหมดไปให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขเป็นผู้วินิจฉัยทุกคดี ไม่ว่าจะเป็นคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในศาลชั้นต้น ชั้นอุทธรณ์ ชั้นฎีกา หรือคดีสิ้นสุดแล้ว ส่งผลให้การสั่งปล่อยตัวผู้ต้องขังหรือยุติคดีล่าช้าลง
อย่างไรก็ตาม หลังจากมีหนังสือจากศาลฎีกาลงวันที่ 10 ก.ย. 2569 กำหนดแนวทางให้ศาลยุติธรรมมีอำนาจสั่งยุติคดีได้ทันที หากมีข้อเท็จจริงเพียงพอและชัดเจน โดยไม่ต้องรอให้คณะกรรมการฯ มีคำวินิจฉัยชี้ขาด ศาลอาญากรุงเทพใต้จึงเริ่มมีคำสั่งจำหน่ายคดี แต่สำหรับคดีที่มีคำสั่งก่อนหน้านั้น โดยให้ส่งคณะกรรมการฯ วินิจฉัย ยังไม่พบว่ามีการเพิกถอนคำสั่งหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งแต่อย่างใด
คดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น (เพิกถอนคำสั่งเดิมที่ส่งคณะกรรมการฯ เป็นให้จำหน่ายคดี)
- คดีชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน ของนักกิจกรรมและประชาชน 13 คน คดีนี้อยู่ระหว่างสืบพยานโจทก์ มีสองข้อหาที่ได้รับนิรโทษกรรม คือ มาตรา 116 และ พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ ก่อนหน้านี้ศาลมีคำสั่งให้ส่งคำร้องไปให้คณะกรรมการฯ วินิจฉัย โดยให้เหตุผลว่าโจทก์ฟ้องข้อหามาตรา 112 รวมมาด้วย ต่อมาศาลเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวและมีคำสั่งใหม่ตามหนังสือของศาลฎีกา จึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีในสองข้อหาดังกล่าว และเหลือสู้คดีต่อเฉพาะข้อหามาตรา 112
คดีระหว่างชั้นอุทธรณ์-ฎีกา (ส่งคณะกรรมการฯ วินิจฉัย)
- คดีของ “ขุนแผน” เชน ชีวอบัญชา และ “มานี” เงินตา คำแสน (คุมขัง) คดีมาตรา 112 และดูหมิ่นศาลฯ (เข้าเกณฑ์นิรโทษกรรมบางข้อกล่าวหา) จากการร่วมกิจกรรม “ยืนบอกเจ้าว่าเราโดนรังแก” หน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ เรียกร้องสิทธิประกันตัวบุ้ง-ใบปอ ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งส่งคณะกรรมการฯ เพื่อวินิจฉัยชี้ขาด
คดีสิ้นสุดแล้ว (ส่งคณะกรรมการฯ วินิจฉัย)
- คดีของ “จินนี่” จิรัชยา และ “มานี” เงินตา คำแสน (คุมขัง) คดีดูหมิ่นศาลฯ จากกรณีปราศรัยวิจารณ์การทำงานของศาลระหว่างกิจกรรมเรียกร้องสิทธิการประกันตัวของ “บุ้ง-ใบปอ” หน้าศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2565 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งส่งคณะกรรมการฯ เพื่อวินิจฉัยชี้ขาด
- คดีของ “จินนี่” จิรัชยา (คุมขัง) คดีดูหมิ่นศาลฯ กรณีปราศรัยเรียกร้องสิทธิประกันตัว ‘ไบรท์ ชินวัตร’ หน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2565 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งส่งคณะกรรมการฯ เพื่อวินิจฉัยชี้ขาด
- พิชัย (สงวนนามสกุล) (คุมขัง) กรณีร่วมกันพกพาและขว้างระเบิดปิงปองใส่รถยนต์สายตรวจ สน.ลุมพินี ที่แยกราชประสงค์ ในช่วงการชุมนุมทะลุแก๊ส เมื่อเช้าวันที่ 4 ต.ค. 2564 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งส่งคณะกรรมการฯ เพื่อวินิจฉัยชี้ขาด
- “พีรพงศ์” (นามสมมติ) (คุมขัง) กรณีถูกกล่าวหาว่าขว้างระเบิดปิงปองใส่ตู้ควบคุมสัญญาไฟจราจรบริเวณแยกอโศกมนตรี ระหว่างการชุมนุม #ม็อบ11ตุลา64 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งส่งคณะกรรมการฯ เพื่อวินิจฉัยชี้ขาด
ทั้งนี้ ทนายความเตรียมจะยื่นคำร้องใหม่ในส่วนคดีต่าง ๆ ของศาลอาญากรุงเทพใต้นี้ ภายหลังจากมีแนวทางที่ชัดเจนขึ้นจากศาลฎีกาแล้ว
3. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และศาลแขวงดุสิต
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง – คดีสิ้นสุดแล้ว (ปล่อยตัวผู้ต้องขังแล้ว)
- คดีปิดหน่วยเลือกตั้งเขตดินแดงปี 2556 ของนวการ ขอนศรี ถูกคุมขังตามโทษจำคุก 6 เดือน (คดีถึงที่สุดแล้ว) ในข้อหาตามมาตรา 140 วรรคแรก ประกอบมาตรา 138 รวมถึงความผิดตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ศาลเห็นว่ากรณีต้องด้วยมาตรา 8 วรรคสองของ พ.ร.บ. ให้ถือว่าจำเลยไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดนั้น และให้การลงโทษสิ้นสุดลง จึงมีคำสั่งให้ปล่อยตัวจากเรือนจำเมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2569 (ถือเป็นศาลแรกที่มีคำสั่งปล่อยตัวผู้ต้องขัง)
ศาลแขวงดุสิต – คดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น (จำหน่ายคดีแล้ว)
- คดีชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามการประชุม ครม. ว่าด้วยเรื่องแก้ไขปัญหาป่าไม้ที่ดินเมื่อปี 2568 ของจำเลย 7 คน ในข้อหา พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ ทนายความได้รับแจ้งว่ามีการยกเลิกนัดสืบพยานทั้งหมดเนื่องจากศาลมีคำสั่งยุติการพิจารณาและจำหน่ายคดี (มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชนดูแลคดี)
- คดีชุมนุมติดตาม #พีมูฟทวงสิทธิ์ บริเวณข้างทำเนียบรัฐบาลเมื่อปี 2567 ของจำเลย 5 คน ในข้อหา พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ ศาลมีคำสั่งยุติการพิจารณาและจำหน่ายคดีเช่นกัน (มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชนดูแลคดี)
4. ศาลส่วนภูมิภาคและศาลอื่น ๆ
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดร้อยเอ็ด – คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น (จำหน่ายคดีแล้ว)
- คดีคาร์ม็อบ “ขบวนสะเดิด” ปี 2564 ของกชกร, ธนันทร และธันยบูรณ์ (สงวนนามสกุล) ข้อหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ประกาศจังหวัดร้อยเอ็ด และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดร้อยเอ็ดมีคำสั่งจำหน่ายคดีในวันที่ 2 ก.ย. 2569 ซึ่งเป็นวันนัดฟังคำพิพากษา โดยไม่ได้อ่านคำพิพากษาแต่อย่างใด
ศาลจังหวัดปัตตานี – คดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น (นัดพร้อมฟังผล – ส่งคณะกรรมการฯ วินิจฉัย)
- คดีกิจกรรมทำประชามติจำลอง ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เมื่อปี 2566 ของนักศึกษาและนักกิจกรรม 5 ราย ถูกฟ้องในข้อหาหลักตามมาตรา 116 หลังสืบพยานเสร็จเมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2569 ซึ่งเป็นช่วงไม่กี่วันก่อน พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ประกาศบังคับใช้ ศาลให้คดีรอฟังผลการพิจารณาของคณะกรรมการฯ สักระยะหนึ่ง พร้อมให้นัดฟังผลการพิจารณาในวันที่ 30 พ.ย. 2569 โดยให้จำเลยทั้งห้าแถลงถึงผลการพิจารณาดังกล่าว และจะกำหนดวันนัดฟังคำพิพากษาต่อไป
- คดีจัดกิจกรรมมลายูรายาที่หาดวาสุกรี ปัตตานีของนักกิจกรรม 9 คน หลังทนายความยื่นคำร้องขอให้จำหน่ายคดี แต่ฝ่ายโจทก์คัดค้าน ศาลจึงยังไม่จำหน่ายคดีทันที และมีคำสั่งให้ส่งสำเนาคำฟ้อง คำให้การ และเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยังคณะกรรมการฯ วินิจฉัย ก่อนนัดฟังผลวันที่ 27 ม.ค. 2570 (มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมดูแลคดี)
ศาลแขวงอุบลราชธานี – คดีระหว่างชั้นอุทธรณ์-ฎีกา (ส่งศาลฎีกาพิจารณา นัดฟังคำสั่ง)
- คดีชูป้าย “I HERE ตู่ รัฐบาลฆาตกร” ของหัสวรรษและกัมพล ในข้อหาดูหมิ่นผู้อื่นด้วยการโฆษณาหลังทนายความยื่นคำร้องขอให้ยุติการดำเนินคดี ศาลแขวงอุบลราชธานีเห็นควรส่งสำนวนคำพิพากษาคืนศาลฎีกา โดยนัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ในวันที่ 27 ต.ค. 2569
ศาลจังหวัดพัทยา – คดีสิ้นสุดแล้ว (นัดไต่สวน)
- คดีของนิสิต สินธุไพร และนพพร นามเชียงใต้ (เต้ มดแดง) (คุมขัง) กลุ่มคนเสื้อแดง ถูกคุมขังกรณีบุกรุกโรงแรม รอยัลคลิฟ บีช พัทยา ขัดขวางการประชุมอาเซียน ซัมมิท ปี 2552 ศาลจังหวัดพัทยามีคำสั่งนัดไต่สวนคำร้องให้ปล่อยตัวในวันที่ 28 ก.ย. 2569 (ไม่ใช่คดีศูนย์ทนายฯ)
5. คดีชั้นอัยการและชั้นตำรวจ
สำหรับคดีจากการชุมนุมที่อยู่ในชั้นอัยการ ได้เริ่มดำเนินการยื่นคำร้องเพื่อขอให้พิจารณาระงับหรือยุติการสอบสวนและการฟ้องคดีแล้ว 3 คดี ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอคำสั่งจากพนักงานอัยการ ส่วนคดีในชั้นตำรวจยังไม่มีความเคลื่อนไหว
.
ข้อสังเกตและปัญหาที่พบ: สิทธิที่เกิดขึ้นตามกฎหมายกับขั้นตอนในทางปฏิบัติ
จากการติดตามการดำเนินการในแต่ละศาล พบข้อสังเกตและปัญหาอย่างน้อย 3 ประการ
ประการแรก ช่วงแรกขั้นตอนการดำเนินการยังมีความแตกต่างกันในแต่ละศาล ในบางกรณีศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีหรือสั่งปล่อยตัวได้ทันที ขณะที่ยังมีบางคดีของศาลอาญากรุงเทพใต้ได้ส่งคำร้องไปยังคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ความแตกต่างดังกล่าวทำให้ผู้ที่ได้รับนิรโทษกรรม อาจมีขั้นตอนในการเข้าถึงสิทธิแตกต่างกันตามศาลที่คดีอยู่
ประการที่สอง ผู้ต้องขังยังไม่ได้รับการปล่อยตัวและคดีที่ไม่ได้อยู่ระหว่างการพิจารณาในศาลชั้นต้น ยังไม่มีคำสั่งยุติคดี คดีที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ พบว่ายังมีผู้ต้องขังการเมืองหลายรายที่เข้าเกณฑ์ได้รับนิรโทษกรรมแต่ยังไม่ได้รับการปล่อยตัว โดยสาเหตุสำคัญ ได้แก่ การรอนัดไต่สวนของศาล และรอการจัดตั้งคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ส่วนคดีของจำเลยที่ไม่ถูกคุมขังและไม่ได้อยู่ในการพิจารณาของศาลชั้นต้น ยังอยู่ระหว่างรอส่งคำร้องสอบถามโจทก์ ส่งศาลสูงพิจารณาสั่ง โดยมีบางส่วนรอนัดฟังคำสั่งในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2569 หรืออีกหนึ่งเดือนข้างหน้า
ประการที่สาม การนิรโทษกรรมที่เลือกปฏิบัติ ที่ไม่ให้นิรโทษกรรมมาตรา 112 ในคดีที่มีการฟ้องร้องหลายข้อหาเกี่ยวเนื่องกันเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง เช่น พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ม.116, พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ, ม.215 หรือ ม.216 เป็นข้อหาที่เข้าเกณฑ์ได้รับนิรโทษกรรมอย่างชัดเจน แต่หากในคดีเดียวกันนั้นมีการฟ้องร่วมกับข้อหาที่กำหนดอย่างชัดเจนว่าไม่ให้นิรโทษกรรม คือมาตรา 112 ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะข้อหาที่เข้าเกณฑ์นิรโทษกรรม และให้จำเลยยังคงต้องต่อสู้คดีต่อไปในข้อหาที่เหลือต่อไป ส่งผลให้กระบวนการพิจารณาคดีในภาพรวมยังไม่สิ้นสุดลง รวมไปถึงกรณีที่อาจมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับการตีความหรือขอบเขตของการนิรโทษกรรมในบางคดี
.
นิรโทษกรรมเดินหน้า แต่การดำเนินการยังต้องติดตาม
หลัง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2569 ในช่วงแรกแต่ละศาลยังมีแนวปฏิบัติแตกต่างกัน ต่อมา ศาลฎีกาได้มีหนังสือลงวันที่ 10 ก.ย. 2569 กำหนดแนวทางให้ศาลมีอำนาจสั่งยุติคดีตามมาตรา 8 ได้ทันทีหากมีข้อเท็จจริงชัดเจนโดยไม่ต้องรอคำวินิจฉัยจากคณะกรรมการฯ ส่งผลให้ศาลต่าง ๆ เช่น ศาลอาญากรุงเทพใต้ ปรับเปลี่ยนมาสั่งจำหน่ายคดีที่ได้รับนิรโทษกรรมทันที
สำหรับความคืบหน้าเรื่องการจัดตั้งคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข มีคณะกรรมการจำนวน 9 คน แบ่งออกเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง 5 คน และกรรมการแต่งตั้ง 4 คน ประกอบด้วย
1. ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ
2. พล.ต.อ. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นรองประธานกรรมการ
3. หรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เป็นกรรมการ
4. ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นกรรมการ
5. ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเลขานุการคณะกรรมการ
6. วุฒิสาร ตันไชย ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เสนอชื่อโดยวิปรัฐบาล
7. ทิชา ณ นคร ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เสนอชื่อโดยวิปฝ่ายค้าน
8. ยุทธพร อิสรชัย ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เสนอชื่อโดยประธานสภาผู้แทนราษฎร
9. คณพล จันทร์หอม ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เสนอชื่อโดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)
คณะกรรมการฯ มีการประชุมครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2569 ปกรณ์ นิลประพันธ์ เปิดเผยภายหลังการประชุม ระบุว่าจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการฯ ขึ้นมา 2 ชุด ชุดแรกจะเป็นชุดพิจารณากลั่นกรองข้อร้องเรียน ชุดที่สอง เป็นชุดสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชน แล้วจะเปิดช่องทางรับข้อร้องเรียน
สำหรับเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการของหน่วยงานต่าง ๆ เบื้องต้นจะเสนอขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงผลการดำเนินดำเนินการว่าได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง กี่คดี เป็นอย่างไร โดยรายงานมาที่คณะกรรมการภายใน 30 วัน และเปิดช่องทางให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมในทางคดีมาตรวจสอบข้อมูล และอาจมีช่องทางร้องทุกข์ว่ากรณีไหนที่ยังตกหล่นด้วย
คณะกรรมการมีความเห็นว่าให้หน่วยงานปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ได้ ส่วนกรณีที่ยังไม่มีความชัดเจน หรือมีการปฏิเสธจากหน่วยงานรัฐ จะมีการเสนอเรื่องยื่นคำร้องขอมาที่คณะกรรมการฯ โดยที่ประชุมมีการกำหนดช่องทางอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มีส่วนได้เสียให้สามารถยื่นเรื่องได้อย่างสะดวกหลายช่องทาง โดยจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยังต้องติดตามต่อไป
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ติดตามสถานการณ์นิรโทษกรรมคดีการเมืองตาม พ.ร.บ.สังคมสันติสุขฯ ที่ไม่รวม ม.112
หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมควรบังคับใช้ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 อย่างมีบรรทัดฐาน
