สรุปความคืบหน้า ผู้ต้องขังทางการเมืองที่เข้าเกณฑ์นิรโทษกรรม หลัง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ บังคับใช้ 19 วัน ใครได้ปล่อยตัวแล้ว-ใครยังไม่ได้ปล่อยตัว

จากการติดตามข้อมูลจนถึงวันที่ 11 ก.ย. 2569 หลังจากที่ทนายความของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนยื่นคำร้องขอให้ศาลอาญาและศาลอาญากรุงเทพใต้ปล่อยตัวและแก้ไขการบังคับโทษของผู้ต้องขังในคดีจากการแสดงออกทางการเมือง จำนวนทั้งสิ้น 9 คน ได้แก่ “วิจิตร” (นามสมมติ), “ขุนแผน” เชน ชีวอบัญชา, “มานี” เงินตา คำแสน, “บาส” ประวิตร (สงวนนามสกุล), “จินนี่” จิรัชยา สกุลทอง, ขจรศักดิ์ (สงวนนามสกุล), คเชนทร์ (สงวนนามสกุล), พิชัย (สงวนนามสกุล) และ “พีรพงศ์” (นามสมมติ) กรณีเข้าเกณฑ์ได้รับการนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นเวลา 19 วันนับจากวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2569

.

ในส่วนคดีของศาลอาญา ได้มีคำสั่งให้เบิกตัว “บาส” ประวิตร, ขจรศักดิ์ และคเชนทร์ เพื่อไต่สวนข้อเท็จจริงตามคำร้อง ในวันที่ 28 ก.ย. 2569  ส่วนคดีของ “วิจิตร” ศาลอุทธรณ์ยังไม่มีคำสั่งแต่อย่างใด 

ส่วนคดีของศาลอาญากรุงเทพใต้ทั้งหมด ได้แก่ “ขุนแผน” เชน, “มานี” เงินตา, “จินนี่” จิรัชยา, พิชัย, “พีรพงศ์” ศาลมีคำสั่งไปในทิศทางเดียวกันว่าให้ส่งคำร้องไปให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขเป็นผู้วินิจฉัย ทั้งนี้ ทนายความเตรียมยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งสำหรับกรณีดังกล่าวต่อไป เพื่อให้ใช้อำนาจตามมาตรา 8 ยุติการดำเนินคดีและจำหน่ายคดีที่เข้าเกณฑ์ทันที เพื่อลดขั้นตอนที่ล่าช้าและบรรเทาภาระแก่จำเลย 

นอกจากนั้นยังพบความเคลื่อนไหวของผู้ต้องขังในกรณีอื่น ๆ อีกสามรายเกี่ยวกับ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ได้แก่ นิสิต สินธุไพร และนพพร นามเชียงใต้ (เต้ มดแดง) คดีกลุ่มคนเสื้อแดงปี 2552 มีการยื่นคำร้องขอให้ยุติการดำเนินคดีและขอให้ปล่อยตัว โดยศาลจังหวัดพัทยามีคำสั่งนัดไต่สวนในวันที่ 28 ก.ย. เช่นกัน และกรณีสุดท้าย นวการ ขอนศรี ผู้ต้องขังคดีปิดหน่วยเลือกตั้งปี 2556 ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำสั่งให้ปล่อยตัวตามมาตรา 7 และมาตรา 8 หลังยื่นคำร้องได้ราวหนึ่งสัปดาห์

โดยสรุป จนถึงปัจจุบัน (11 ก.ย. 2569) มีผู้ต้องขังเพียง 1 ราย ที่ได้รับการปล่อยตัวจากศาลตามมาตรา 7 และมาตรา 8 คือ นวการ ขอนศรี ในคดีปิดหน่วยเลือกตั้งเมื่อปี 2556 ส่วนกรณีอื่น ๆ ทั้งหมดยังไม่มีผู้ใดได้รับการปล่อยตัวจากกฎหมายฉบับนี้

ปัญหาสำคัญ คือศาลมีการบังคับใช้และการตีความกฎหมายในลักษณะที่ไม่มีบรรทัดฐานที่ชัดเจนแน่นอน  ส่งผลให้ประชาชนผู้ถูกดำเนินคดีที่ควรได้รับนิรโทษกรรมถูกจำกัดเสรีภาพและต้องแบกรับภาระทางคดีอาญาต่อไป สำหรับกรณีที่ยังคงถูกคุมขังในเรือนจำ และควรจะได้รับการดำเนินการโดยเร่งด่วนตามผลของกฎหมายฉบับนี้ จะได้รับประโยชน์ดังกล่าวล่าช้าออกไป โดยที่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ทราบแนวทางการดำเนินการของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดตั้ง

.

สำหรับผู้ต้องขังแต่ละกรณีสามารถสรุปพฤติการณ์แห่งคดี ข้อหาที่ได้รับการนิรโทษกรรม รวมถึงคำสั่งล่าสุดของศาล ดังนี้

1. “วิจิตร” ผู้ต้องขังระหว่างอุทธรณ์ในคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (2) รวม 10 กรรม จากการโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กพร้อมภาพประกอบช่วงรัฐประหารทั้งสิ้น 10 โพสต์ ระหว่างวันที่ 24 ต.ค. 2557 – 20 มิ.ย. 2558 หลังถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุก 10 ปี เขาถูกคุมขังระหว่างอุทธรณ์ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. 2568 เรื่อยมาเป็นเวลา 1 ปี 5 เดือนเศษแล้ว

หลังจากทนายความยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวจำเลยเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2569 ศาลได้เพิกถอนคำสั่งเดิมที่เคยยกคำร้อง โดยมีคำสั่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา  ทั้งนี้ “วิจิตร” เป็นผู้ต้องขังรายเดียวที่ศาลยังไม่มีคำสั่งออกมาในขณะนี้

2. “บาส” ประวิตร ผู้ต้องขังคดีสิ้นสุด กรณีที่ถูกกล่าวหาว่าวางเพลิงป้อมตำรวจจราจรใต้ทางด่วนดินแดง ภายหลังการชุมนุม #ม็อบ10สิงหา64 ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 6 ปี ในข้อหาตามมาตรา 215, 217, 218 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เข้าเกณฑ์ได้รับนิรโทษกรรมทุกข้อกล่าวหา โดยเขาถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. 2566 จนถึงปัจจุบันกว่า 3 ปี 2 เดือน โดยถูกขังอยู่ที่เรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา

หลังจากทนายความยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวจำเลยเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2569 ศาลได้เพิกถอนคำสั่งเดิมที่เคยยกคำร้อง โดยมีคำสั่งให้นัดพร้อมโจทก์และเบิกตัวจำเลยมาไต่สวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในวันที่ 28 ก.ย. 2569 เวลา 09.00 น.

3-4. ขจรศักดิ์ และ คเชนทร์ ผู้ต้องขังคดีสิ้นสุดในคดีที่ที่ถูกกล่าวหาปาระเบิดปิงปองและระเบิดขวดเข้าใส่อาคาร สน.พญาไท และวางเพลิงป้อมจราจรที่แยกพญาไท ในการชุมนุมเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2564 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำคุกคเชนทร์ 10 ปี 6 เดือน และจำคุกขจรศักดิ์ 11 ปี 6 เดือน ในข้อหาหลักตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ เข้าเกณฑ์ได้รับนิรโทษกรรมทุกข้อกล่าวหา 

ปัจจุบันขจรศักดิ์ถูกขังอยู่ที่เรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา และคเชนทร์ถูกขังอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง โดยถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค. 2566 จนปัจจุบันเป็นเวลา 3 ปีเศษ

หลังจากทนายความยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งปล่อยตัวจำเลยเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2569 ศาลอาญามีคำสั่งนัดพร้อมเพื่อสอบถามในวันที่ 28 ก.ย. 2569 เวลา 13.30 น. แจ้งวันนัดให้โจทก์และจำเลยทั้ง 2 ทราบ เบิกตัวจำเลยทั้ง 2 มาศาลในวันนัด

.

5-6. “ขุนแผน” เชน ชีวอบัญชา และ “มานี” เงินตา คำแสน ผู้ต้องขังระหว่างอุทธรณ์หลังถูกศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาจำคุกรวม 3 ปี 6 เดือน กรณีทำกิจกรรม “ยืนบอกเจ้าว่าเราโดนรังแก” และร้องเพลง “โชคดีที่มีคนไทย” เรียกร้องสิทธิประกันตัวบุ้งและใบปอ หน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ 

ทั้งสองคนถูกดำเนินคดีข้อหามาตรา 112, ดูหมิ่นศาล, หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งในสามข้อหาสุดท้ายเข้าเกณฑ์ได้รับนิรโทษกรรม จึงเป็นเหตุให้ต้องรับโทษเฉพาะข้อหามาตรา 112 แต่ทั้งสองคนถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. 2567 นับเป็นเวลา 2 ปี 1 เดือนเศษแล้ว ซึ่งเกินอัตราโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือนในข้อหามาตรา 112

เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2569 ทนายความยื่นคำร้องขอให้ศาลแก้ไขหรือเพิกถอนการบังคับโทษเดิม ล่าสุดศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2569 ว่าให้คณะกรรมการฯ วินิจฉัย

7. “จินนี่” จิรัชยา และ “มานี” เงินตา คำแสน ถูกขังตามโทษจำคุก 6 เดือน จากการปราศรัยวิจารณ์การทำงานของศาลระหว่างกิจกรรมเรียกร้องสิทธิการประกันตัวของ “บุ้ง-ใบปอ” หน้าศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2565 ทั้งสองคนถูกดำเนินคดีในข้อหา 198, 326, 328 และ พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ เข้าเกณฑ์ได้รับนิรโทษกรรมทุกข้อหา 

นอกจากนี้ ทนายความยังได้ยื่นคำร้องในอีกคดีหนึ่ง ซึ่งเป็นคดีเฉพาะของ “จินนี่” จิรัชยา จากกรณีปราศรัยเรียกร้องสิทธิประกันตัว ‘ไบรท์ ชินวัตร’ หน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2565 ถูกศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 6 เดือนตามมาตรา 198, 326, 328 และ พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ

เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2569 ทนายความยื่นคำร้องให้แก้ไขหรือเพิกถอนการบังคับโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคดี ล่าสุดศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2569 ว่าส่งให้คณะกรรมการฯ วินิจฉัย

8. พิชัย ผู้ต้องขังคดีสิ้นสุดในคดีชุมนุมทะลุแก๊ซ ถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. 2568 เป็นเวลาเกือบ 1 ปีเต็มแล้ว กรณีร่วมกันพกพาและขว้างระเบิดปิงปองใส่รถยนต์สายตรวจ สน.ลุมพินี ที่แยกราชประสงค์ ในช่วงการชุมนุมทะลุแก๊ส เมื่อเช้าวันที่ 4 ต.ค. 2564  

พิชัยถูกศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 3 ปี 4 เดือน 15 วัน ในข้อหาตามมาตรา 138, 140, 221, 295, 296, 370, 371, พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ และพ.ร.บ.จราจรทางบก เข้าเกณฑ์ได้รับนิรโทษกรรมทุกข้อหา เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2569 ทนายความยื่นคำร้องขอให้ปล่อยตัวพิชัย ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งให้คณะกรรมการฯ วินิจฉัย

9. “พีรพงศ์” ผู้ต้องขังคดีสิ้นสุดในคดีที่ถูกกล่าวหาว่าขว้างระเบิดปิงปองใส่ตู้ควบคุมสัญญาไฟจราจรบริเวณแยกอโศกมนตรี ระหว่างการชุมนุม #ม็อบ11ตุลา64 ถูกดำเนินคดีในข้อหามาตรา 221, 358, 371, พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ถูกคุมขังหลังศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 2 ปี 4 เดือน 15 วัน ปัจจุบันถูกขังมาแล้ว 1 ปี 7 เดือนเศษ

เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2569 ทนายความยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายปล่อยตัวพีรพงศ์ ล่าสุดศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2569 ว่าเห็นสมควรให้คณะกรรมการฯ วินิจฉัยชี้ขาด

.

นอกจากนั้นยังพบผู้ต้องขังอีกสามรายที่มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ดังต่อไปนี้

10-11. นิสิต สินธุไพร และ นพพร นามเชียงใต้ (เต้ มดแดง) ผู้ต้องขังจากคดีชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงกรณีชุมนุมและบุกรุกไปยังโรงแรม รอยัลคลิฟ บีช พัทยา ขัดขวางการประชุมอาเซียน ซัมมิท ปี 2552 ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 4 ปี โดยนิสิตคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษพัทยาตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย. 2568

กรณีดังกล่าว ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เผยแพร่ผ่านเพจเฟซบุ๊กว่าทนายความได้ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2569 ขอให้ยุติการดำเนินคดีและให้ปล่อยตัวตามมาตรา 7 และมาตรา 8 ศาลจังหวัดพัทยามีคำสั่งให้นัดไต่สวนวันที่ 28 ก.ย. 2569

12. นวการ ขอนศรี จำเลยคดีปิดหน่วยเลือกตั้งเขตดินแดง เมื่อปี 2556 ถูกคุมขังเมื่อวันที่ 24 มี.ค.​ 2569 หลังศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 6 เดือน ในข้อหาตามมาตรา 140 วรรคแรก ประกอบมาตรา 138 และ 83 รวมถึงความผิดตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง

หลายสำนักข่าวระบุว่านวการยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2569 ขอให้มีคำสั่งให้การลงโทษสิ้นสุดลงและปล่อยตัว จากนั้นศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำสั่งให้ยุติการดำเนินคดีและปล่อยตัวนวการเมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา ตามมาตรา 7 และมาตรา 8 ของ พ.ร.บ.ดังกล่าวแล้ว โดยใช้เวลาพิจารณาราวหนึ่งสัปดาห์

.

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ติดตามสถานการณ์นิรโทษกรรมคดีการเมืองตาม พ.ร.บ.สังคมสันติสุขฯ ที่ไม่รวม ม.112

หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมควรบังคับใช้ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 อย่างมีบรรทัดฐาน 

X