วันที่ 2 ก.ย. 2569 เวลา 10.00 น. ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดร้อยเอ็ด นัดฟังคำพิพากษาในคดีของ กชกร (สงวนนามสกุล), ธนันทร (สงวนนามสกุล) และ ธันยบูรณ์ (สงวนนามสกุล) ในความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ฝ่าฝืนประกาศจังหวัดร้อยเอ็ดที่ 37/2564 และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ จากกรณีเข้าร่วมกิจกรรม “คาร์ม็อบขบวนสะเดิด” ของกลุ่มสหภาพร้อยเอ็ดปลดแอก เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2564 โดยคดีนี้จำเลยให้การปฏิเสธและมีการสืบพยานไประหว่างวันที่ 16-18 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา
ในวันนี้ศาลมีคำสั่งให้ยุติการพิจารณาคดีและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ สืบเนื่องจากคดีเข้าเกณฑ์ได้รับการนิรโทษกรรมตามมาตรา 7 และมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 หลังจากที่ปรึกษากฎหมายของจำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้ยุติคดีและจำหน่ายคดีก่อนฟังคำพิพากษา จึงส่งผลให้ในวันนี้ไม่มีการอ่านคำพิพากษาแต่อย่างใด
.
เวลา 10.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 2 ก่อนที่ศาลจะอ่านคำพิพากษา ที่ปรึกษากฎหมายของจำเลยทั้งสามยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ศาลมีคำสั่งยุติการพิจารณาคดีและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ โดยคำร้องระบุใจความสำคัญว่า
เนื่องจาก พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 2569 ได้ประกาศนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองหรือแสดงออกทางการเมืองอันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมือง ซึ่งได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2548 ถึงวันที่ 16 ก.ค. 2568 ที่กฎหมายบัญญัติเป็นความผิดที่ระบุในบัญชีท้าย พ.ร.บ.นี้ รวมทั้งฐานความผิดที่เกี่ยวพันกัน ให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดและให้ผู้กระทำนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดและไม่ถือว่าเป็นผู้เคยกระทำความผิด รวมถึงพ้นจากความรับผิดทางอาญา
ในกรณีที่ผู้ที่ได้รับสิทธิดังกล่าวถูกฟ้องคดีต่อศาลแล้ว และคดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล ให้ศาลนั้นยุติการพิจารณาและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ตามมาตรา 7 และมาตรา 8 ซึ่งคำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสาม ในความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ซึ่งความผิดที่ระบุอยู่ในบัญชีท้าย พ.ร.บ.ดังกล่าว ในข้อ 10 และข้อ 24
.
จากนั้น จุฑา จันทร์จารุวัฒน์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นผู้รับคำร้อง ขอใช้เวลาในการพิจารณาคำร้องดังกล่าวและไปปรึกษากับผู้บริหารศาล ก่อนที่อีกราว 1 ชั่วโมงต่อมา ในเวลา 11.30 น. ศาลจึงกลับมาที่ห้องพิจารณาคดีอีกครั้ง และอ่านรายงานกระบวนพิจารณาคดีว่า
“สอบอัยการโจทก์แล้วไม่ค้าน เนื่องจากคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ, พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ฐานความผิดที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามในคดีนี้เป็นความผิดที่ระบุอยู่ในบัญชีท้าย พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ข้อ 10 และข้อ 24 และเป็นกรณีที่จำเลยทั้งสามซึ่งเป็นผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองหรือแสดงออกทางการเมืองอันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมือง โดยได้กระทำขึ้นเมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2564 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ พ.ร.บ.ฉบับนี้นิรโทษกรรมให้
ซึ่งตามมาตรา 7 กำหนดให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิด และให้ผู้กระทำนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิด และไม่ถือว่าเป็นผู้เคยกระทำความผิด รวมถึงพ้นจากความรับผิดทางอาญาและทางวินัยเท่าที่ไม่ขัดกับพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งนี้อาศัยอำนาจตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว จึงมีคำสั่งให้ยุติการพิจารณาคดีและจำหน่ายคดีนี้ออกจากสารบบความ”
.
หลังคดีถูกจำหน่ายออกจากสารบบความ เป็นผลให้วันนี้ไม่มีการอ่านคำพิพากษา ถือเป็นหนึ่งในคดีการเมืองคดีแรก ๆ ที่ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีโดยอาศัย พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งเพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2569 หรือเพียง 9 วันก่อนวันฟังคำพิพากษา
โดยก่อนหน้านี้ ศาลอาญามีคำสั่งให้จำหน่ายคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาแล้ว 2 คดี ได้แก่ คดี #ม็อบ16สิงหาไล่ล่าทรราช ปี 2564 ในข้อหาหลักฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 และ 216 และคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร เมื่อวันที่ 19 – 20 ก.ย. 2563 ของจำเลย 15 คนที่ถูกฟ้องด้วยข้อหาหลักตามมาตรา 116
จำเลยทั้งสามในคดีนี้เป็นเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีตั้งแต่อายุ 16-17 ปี จากกรณีเข้าร่วมกิจกรรม “คาร์ม็อบขบวนสะเดิด” ในจังหวัดร้อยเอ็ด เรียกร้องทางการเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อสะท้อนถึงการบริหารที่ล้มเหลวของรัฐบาลในช่วงโควิด-19 และต้องใช้เวลากว่า 5 ปีกว่าคดีจะสิ้นสุดลง ปัจจุบันกชกร เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ส่วนธนันทร ปัจจุบันทำงานเป็น TikToker และธันยบูรณ์เป็น Streamer และศิลปินในงานคอนเสิร์ตหมอลำ
.
ทั้งนี้ สำหรับผู้ร่วมกิจกรรมที่มีอายุพ้นเกณฑ์เยาวชนและถูกแยกดำเนินคดีต่างหากเป็นสำนวนคดีของผู้ใหญ่อีก 4 คน โดยมี “จิรายุ” เพียงรายเดียวที่คดีอยู่ในชั้นอัยการ โดยล่าสุดนัดฟังคำสั่งอัยการเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2569 ซึ่งเป็นวันหลังจาก พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ มีผลบังคับใช้เพียง 1 วัน โดยจากการติดตามข้อมูลที่สำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ดภายหลัง พบว่า อัยการจังหวัดร้อยเอ็ดมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี ปัจจุบันอยู่ระหว่างแจ้งให้ผู้ต้องหาไปรับเอกสารคำสั่งไม่ฟ้องอย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ยังมีอีกสามคน ได้แก่ “ครูใหญ่” อรรถพล บัวพัฒน์, “ฟ้า” พรหมศร วีระธรรมจารี และ สุทธิพร (สงวนนามสกุล) ปัจจุบันคดีอยู่ในชั้นตำรวจ
.
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
อ่านบทสัมภาษณ์ “กชกร”
ล้อคาร์ม็อบที่หมุนตั้งแต่วัย 16: “กชกร” เยาวชนร้อยเอ็ด กับ 5 ปีบนเส้นทางคดี ก่อนจะถึงปลายทาง
