วันที่ 11 ก.ย. 2569 เวลา 09.00 น. ศาลอาญานัดพร้อมในคดีของนักกิจกรรม 7 ราย ซึ่งถูกฟ้องในข้อหาหลัก “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ “ยุยงปลุกปั่น” ตามมาตรา 116 จากกรณีเข้าร่วมชุมนุมและปราศรัยบริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2563 หรือ ชุมนุม #25พฤศจิกาไปSCB
เหตุที่ศาลกำหนดนัดพร้อมเป็นการฉุกเฉินในวันนี้ เนื่องจากกรณีที่ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ถูกบังคับใช้ ศาลจึงสอบนัดพร้อมเพื่อสอบถามคู่ความและมีคำสั่งยุติคดีในข้อกล่าวหา “ยุยงปลุกปั่น” มาตรา 116, “ชุมนุมมั่วสุม 10 คนขึ้นไป” ตามมาตรา 215, “สั่งให้เลิกมั่วสุมแล้วไม่เลิก” ตามมาตรา 216, “กีดขวางทางสาธารณะ” ตามมาตรา 385 และพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่เข้าเกณฑ์ได้รับนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว และคงเหลือไว้เพียงข้อหามาตรา 112 ซึ่งคดีนี้สืบพยานเสร็จสิ้นแล้ว และมีกำหนดนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 30 ต.ค. 2569
.
ศาลสั่งยุติข้อหา ม.116 และอื่น ๆ รวม 5 ข้อหาที่ถูกสั่งฟ้องในคดีนี้ เหตุได้รับนิรโทษกรรม เหลือเพียงข้อหา ม.112
นักกิจกรรม 7 ราย ที่ถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีนี้ ได้แก่ อานนท์ นำภา, “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์, “ไมค์” ภาณุพงศ์ จาดนอก, “ตี้” วรรณวลี ธรรมสัตยา, “บอย” พงศธรณ์ ตันเจริญ, “ฟ้า” พรหมศร วีระธรรมจารี และ “แอมป์” ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา
ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 804 ก่อนถึงเวลานัดหมายเริ่มมีครอบครัวจำเลย ประชาชน และภาคประชาสังคม เช่น เจ้าหน้าที่โครงการ Freedom Bridge ทยอยเข้ามานั่งรอ จนกระทั่งเวลา 09.42 น. อานนท์, พรหมศร และณวรรษถูกเบิกตัวมายังห้องพิจารณา โดยพรหมศรถูกนำตัวมาโดยนั่งรถเข็นที่มีณวรรษเป็นคนเข็น
เวลา 10.02 น. ผู้พิพากษาออกนั่งพิจารณา รวม 4 ท่าน และสอบถามคู่ความเกี่ยวกับการประกาศใช้ของ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ อัยการโจทก์แถลงว่า ตามคำฟ้องมูลเหตุแห่งคดีนี้เนื่องมาจากจำเลยทั้งเจ็ดร่วมชุมนุมทางการเมือง อันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมืองหรือแรงจูงใจทางการเมือง ฝ่ายทนายจำเลยไม่คัดค้านที่อัยการโจทก์แถลง
ศาลอ่านรายงานกระบวนพิจารณาคดี ระบุว่า “พิเคราะห์คำฟ้องประกอบคำแถลงของโจทก์แล้ว รับฟังได้ว่า ตามฟ้องจำเลยทั้งเจ็ดชุมนุมทางการเมือง อันมีมูลเหตุจากความขัดแย้งทางการเมืองหรือแรงจูงใจทางการเมือง และโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งเจ็ด ตามมาตรา 116, 215, 216, 385, พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
เมื่อการกระทำของจำเลยทั้งเจ็ด เป็นการร่วมชุมนุมทางการเมืองหรือการแสดงออกทางการเมือง ในระหว่างวันที่ 24-25 พ.ย. 2563 จึงถือว่าการกระทำของจำเลยทั้งเจ็ดตามฟ้องไม่เป็นความผิดอีกต่อไป ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ มาตรา 7 นัดฟังคำพิพากษาตามเดิม (วันที่ 30 ต.ค. 2569)”
.
“ฟ้า” พรหมศร อ่านจดหมายแถลงต่อศาลถึง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข และความเจ็บปวดของผู้ต้องขังคดี ม.112 ที่ถูกลืม – อดอาหารเรียกร้องสิทธิประกันตัววันที่ 73 น้ำหนักลดเหลือไม่ถึง 50 กิโล
หลังอ่านคำสั่ง “ฟ้า” พรหมศรขออนุญาตศาลอ่านจดหมายแถลงการณ์ ณวรรษช่วยพยุงเขาไปนั่งที่คอกสืบพยานก่อนจะเริ่มอ่านจดหมายซึ่งมีเนื้อหาดังนี้
“ก่อนอื่นข้าพเจ้าขอแสดงความมุทิตาจิตด้วยใจจริงกับ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่ประดุจเฉกน้ำทิพย์หลั่งชโลมบรรดานักโทษทางความคิดทุก ๆ ท่าน และเป็นดังกระแสธารแห่งความรักที่ชำระล้าง ความขัดแย้งในสังคมที่ยาวนานกว่า 2 ทศวรรษให้ค่อย ๆ ล้างจางไปนับแต่วันที่ พ.ร.บ.นี้ประกาศใช้
แต่อีกด้านนั้น นักโทษทางความคิดในคดีอาญา ม.112 และม.110 กลับถูกเพิกเฉย แม้ว่าหลายท่านรวมไปถึงตัวข้าพเจ้าเองจะได้บรรเทาโทษแห่งคดี หรือเยียวยาสังคมด้วยคราบน้ำตาจากการขาดอิสรภาพในเรือนจำแล้วก็ตาม เป็นความเจ็บที่ไม่ใช่เฉพาะเพียงเท่านั้น แต่ยังรุกลามเป็นแผลร้ายไปสู่ครอบครัว คนรัก ผองกัลยาณมิตรเพื่อนสนิท ที่ต้องทุกข์ทรมานกอดคอเจ็บปวดไปด้วยกัน ข้าพเจ้าได้แต่เพียรหวังว่าในอนาคตจะบังเกิดข่าวดี และนำไปสู่สังคมสันติสุขอย่างแท้จริง
ปัจจุบัน ข้าพเจ้าถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำล่วงได้ 6 เดือน แล้ว นำส่งความทุกข์ ความเจ็บปวดใจ และปัญหาตามมาอีกนับไม่ถ้วน จนข้าพเจ้าเองได้ตัดสินใจอดอาหาร ผ่านมาได้ 73 วัน เข้าวันนี้ จนร่างกายซูบผอมอย่างที่ทุกท่านได้เห็น น้ำหนักปัจจุบันคงเหลือเพียง 49.5 กิโลกรัม มีอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ตามมา โดยเอาร่างกายเป็นพลีบรรณาการหวังความเมตตา ความกรุณาจากศาล เพื่อเพียงขอสิทธิการอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว
ออกไปดูแลคุณพ่อวัย 71 ปี ที่เจ็บป่วยด้วยโรคไตวายเรื้อรัง ต้องได้รับการฟอกเลือด 3 วัน/สัปดาห์ โรคพาร์กินสัน และโรคสมองเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์ มีอาการทำร้ายตัวเอง อย่างที่ทุกท่านได้เห็นและเคยผ่านตามาในทุกครั้ง ซึ่งอาการป่วยที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมานั้นมีใบรับรองทางการแพทย์ทั้งหมดทั้งสิ้น
ข้าพเจ้าได้เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อสิ่งที่เรียบง่าย แต่นี่คือสิ่งที่มีคุณค่าสูงสุดกับชีวิตของตัวข้าพเจ้าถึงกล้าเอาชีวิตเข้าแลก การรับไม้ต่อในฐานะเสาหลักของครอบครัวในปัจจุบัน หรือการได้ดูแลคน ๆ นึง ทำให้เขามีความสุขที่สุด ตามฐานานุภาพจนกว่าเขาจะจากไป นี้คือสิ่งที่ข้าพเจ้าเพียรเฝ้าร้องขอมาโดยตลอด
ข้าแต่ศาลที่เคารพ สังคมในวันนี้จะก้าวต่อไปในทิศทางใด เราจะมอบความรัก ความเมตตา และการให้อภัยแก่กัน หรือจะห้ำหั่น ฟาดฟันให้พังทลาย เจ็บปวดโทมนัสดังที่ครอบครัวของข้าพเจ้า และครอบครัวผู้ต้องหาในคดีนี้ต้องเผชิญกับคลื่นลมแห่งชีวิต ก็สุดแท้แต่จะดำเนินไป เพียงขอความเมตตาธรรม ของท่านก็เพียงเท่านั้น
ด้วยจิตคารวะ
ฟ้าลิขิต”


.
หลังจากนั้นศาลทั้ง 4 ท่านหันไปมาสลับมองหน้ากัน ก่อนผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนจะกล่าวว่า ที่พรหมศรแถลง ศาลไม่ได้บันทึกลงในรายงานกระบวนพิจารณา แต่ศาลรับฟัง และเริ่มอ่านรายงานกระบวนพิจารณาเป็นอันเสร็จสิ้นนัดพร้อมในวันนี้
.
.
สำหรับการชุมนุม #25พฤศจิกาไปSCB บริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2563 มีการขึ้นปราศรัยตั้งคำถามกรณีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่ได้ออกกฎหมายหลายฉบับ ทำให้ทรัพย์สินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินกลายเป็นทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ต่อมามีประชาชนเป็นผู้เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับนักกิจกรรมจำนวน 8 คน ซึ่งได้แก่จำเลยทั้งเจ็ดคนในคดีนี้ และ “ไบรท์ ชินวัตร จันทร์กระจ่าง ซึ่งถูกแยกฟ้องเป็นอีกคดีหนึ่งเนื่องจากให้การรับสารภาพ ต่อมาถูกพิพากษาจำคุก 3 ปี (ปัจจุบันคดีอยู่ชั้นอุทธรณ์)
.
.
ฐานข้อมูลคดี
คดี 112 “8 นักกิจกรรมราษฎร” ปราศรัยตั้งคำถามต่อทรัพย์สินกษัตริย์ในม็อบ #25พฤศจิกาไปSCB
