ในเดือนสิงหาคม 2569 มีคดีทางการเมืองเพิ่มขึ้น 1 คดี ได้แก่ คดีมาตรา 112 ของ “เกษณี” ซึ่งถูกดำเนินคดีจากเหตุเผยแพร่คลิปวิจารณ์การเมือง-สถาบันฯ โดยพบว่าผู้กล่าวหามีความขัดแย้งส่วนตัวกันมาก่อน ทำให้ยอดผู้ถูกดำเนินคดีในข้อหานี้ เพิ่มเป็นอย่างน้อย 293 คน ในจำนวน 322 คดี ในขณะที่ยอดผู้ถูกดดำเนินคดีทางการเมืองซึ่งนับตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. 2563 เป็นต้นมา มีจำนวนอย่างน้อย 2,000 คนแล้ว
สำหรับสถานการณ์ในชั้นศาล เดือนที่ผ่านมาศาลมีคำพิพากษาอย่างน้อย 5 คดี แบ่งเป็นคดีมาตรา 112 จำนวน 4 คดี และคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมและแสดงออกทางการเมืองอื่น ๆ จำนวน 1 คดี พบว่าศาลมีคำพิพากษาลงโทษทั้งหมด โดยมีกรณี “โด่ง” ประสงค์ และ “พีระ” ที่ต้องถูกจำคุกด้วยคดีมาตรา 112 คนละ 2 ปี 12 เดือน และ 2 ปี ตามลำดับ เนื่องจากคดีสิ้นสุดลงตามคำพิพากษาศาลฎีกา
ในเดือนที่ผ่านมาศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ “อารีฟ” วีรภาพ ถอนอุทธรณ์ในคดีมาตรา 112 หลังยื่นคำร้องไปกว่า 10 เดือน ทำให้เขามีกำหนดปล่อยตัวในวันที่ 27 ก.ย. 2569 โดยเป็นการถูกคุมขังจนครบ 3 ปีเต็มตามกำหนดโทษของศาลชั้นต้น
นอกจากนั้น พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ยังมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2569 สำหรับคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล จนถึงปัจจุบันพบว่าศาลทยอยเริ่มมีคำสั่งจำหน่ายคดีแล้วอย่างน้อย 6 คดี ในขณะที่กรณีที่ยื่นคำร้องขอให้ศาลอาญาและศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งปล่อยตัวและแก้ไขบังคับโทษของผู้ต้องขังทางการเมืองจำนวนทั้งสิ้น 9 คนที่เข้าเกณฑ์ได้รับการนิรโทษกรรม ปัจจุบันพบว่าศาลมีแนวปฏิบัติและคำสั่งที่แตกต่างกันออกไป คือมีคำสั่งให้ส่งคำร้องให้คณะกรรมการฯ วินิจฉัย และสั่งให้เบิกตัวผู้ต้องขังมาไต่สวนที่ศาลในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ ทำให้ปัจจุบันยังไม่มีผู้ต้องขังทางการเมืองที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนให้ความช่วยเหลือได้รับการปล่อยตัวตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว
.
จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ตั้งแต่เริ่มการชุมนุมของ “เยาวชนปลดแอก” เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2563 จนถึงวันที่ 31 ส.ค. 2569 มีประชาชนที่ถูกดำเนินคดีจากสถานการณ์ชุมนุมและการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ไปแล้วอย่างน้อย 2,000 คน ในจำนวน 1,348 คดี
เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีกับในเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา พบว่ามีจำนวนผู้ถูกดำเนินคดีเพิ่มขึ้น 1 คน ในจำนวน 1 คดี (นับเฉพาะคดีจากสถานการณ์ชุมนุมและแสดงความเห็นทางการเมืองกรณีที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว และไม่ได้นับกรณีที่นักการเมืองฟ้องคดีหมิ่นประมาทต่อประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ)
หากนับจำนวนบุคคลที่ถูกดำเนินคดีซ้ำในหลายคดี โดยไม่หักออก แต่นำจำนวนมาเรียงต่อกันแล้ว จะพบว่ามีจำนวนการถูกดำเนินคดีไปอย่างน้อย 4,079 ครั้ง
สำหรับสถิติการดำเนินคดี แยกตามข้อกล่าวหาสำคัญ ได้แก่
1. ข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มีผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย 293 คน ในจำนวน 322 คดี ซึ่งในจำนวนนี้อย่างน้อย 172 คดี ถูกดำเนินคดีเนื่องจากประชาชนร้องทุกข์กล่าวโทษ (จำนวนผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มขึ้น 1 คน ในจำนวน 1 คดีจากเดือนที่ผ่านมา)
2. ข้อหา “ยุยงปลุกปั่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มีผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย 158 คน ในจำนวน 58 คดี
3. ข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มีผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย 1,466 คน ในจำนวน 678 คดี
4. ข้อหาตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ มีผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย 202 คน ในจำนวน 111 คดี
5. ข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มีผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย 224 คน ในจำนวน 244 คดี (จำนวนผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มขึ้น 2 คน ในจำนวน 1 คดีจากเดือนที่ผ่านมา)
6. ข้อหาละเมิดอำนาจศาล อย่างน้อย 45 คน ใน 27 คดี และคดีดูหมิ่นศาล อย่างน้อย 37 คน ใน 11 คดี
จากจำนวนคดี 1,348 คดีดังกล่าวมีจำนวน 842 คดี ที่ถึงที่สุดแล้ว (คดีบางส่วนไม่ได้สิ้นสุดลงทั้งคดี เช่น มีการอุทธรณ์คดีเฉพาะจำเลยบางคน แต่จำเลยบางคนคดีสิ้นสุดแล้ว และไม่ได้นับกรณีที่ศาลจำหน่ายคดี) กล่าวคือมีอย่างน้อย 575 คดีที่ยังไม่สิ้นสุด และอยู่ในกระบวนการชั้นต่าง ๆ

.
แม่บ้านโคราชถูกแจ้งข้อหา ม.112 เหตุเผยแพร่คลิปวิจารณ์การเมือง-สถาบันฯ พบผู้กล่าวหาเคยขัดแย้งส่วนตัวกันมาก่อน
“เกษณี” (นามสมมติ) ประชาชนชาวนครราชสีมา วัย 44 ปี เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกที่ สภ.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 จากการถูกกล่าวหาว่าเผยแพร่คลิปวิดีโอวิพากษ์วิจารณ์การเมืองและสถาบันกษัตริย์จำนวน 4 คลิป บนเพจเฟซบุ๊ก
ผู้กล่าวหาในคดีนี้คือ ชาญวิทย์ วงศ์จันทร์เรือง เกษณีระบุว่าเขากับผู้กล่าวหาเคยมีความขัดแย้งส่วนตัวกันมาก่อน โดยเคยมีการฟ้องร้องข้อหาหมิ่นประมาทโดยโฆษณากันมา แต่ครั้งนี้มีการไปนำข้อหามาตรา 112 มากล่าวหา
ทั้งนี้ ภายหลังจากการรับทราบข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนได้นำตัวไปยื่นคำร้องต่อศาลขอฝากขังระหว่างสอบสวน ต่อมาในวันเดียวกัน ศาลจังหวัดนครราชสีมามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว โดยให้วางหลักทรัพย์ 150,000 บาท ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์
ส่วนคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ อีกคดีหนึ่งที่ถูกนับเพิ่มเติมเข้ามาในเดือนนี้ คือคดีของ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ สืบเนื่องจากกรณีโพสต์ข้อความลงในกลุ่มเฟซบุ๊ก “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส-ตลาดหลวง” ที่นับเพิ่มเข้ามาในเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา
สำหรับสถานการณ์คดีในชั้นศาล ตลอดเดือนสิงหาคม 2569 ศาลมีคำพิพากษาคดีจากสถานการณ์ชุมนุมและการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างน้อย 5 คดี แบ่งเป็นคดีมาตรา 112 จำนวน 4 คดี และคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมและแสดงออกทางการเมืองอื่น ๆ จำนวน 1 คดี พบว่าศาลมีคำพิพากษาลงโทษทั้งหมด โดยมี “โด่ง” ประสงค์ และ “พีระ” ที่ต้องถูกจำคุกเนื่องจากคดีสิ้นสุดลงตามคำพิพากษาศาลฎีกา
ศาลพิพากษาลงโทษคดีมาตรา 112 รวด 4 คดี ทำให้ “โด่ง” ประสงค์ และ “พีระ” เข้าเรือนจำหลังคดีสิ้นสุด
คดีของ “นัท” ธีรเมธ (สงวนนามสกุล) เด็กพิเศษวัย 23 ปี ที่ ซึ่งถูกฟ้องในข้อกล่าวหามาตรา 112 เหตุจากข้อกล่าวหาว่าเผยแพร่คลิปใน TikTok มีภาพนั่งคร่อมเหนือพระบรมฉายาลักษณ์ เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2566
เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2569 ศาลจังหวัดพัทลุงพิพากษาจำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีของศาล ลดโทษจำคุกเหลือ 1 ปี 6 เดือน พิเคราะห์รายงานสืบเสาะจำเลยเป็นผู้พิการประเภทที่ 5 มีความพิการทางสติปัญญา เห็นควรให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดี และให้อยู่ที่เหมาะสม โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญา 2 ปี
.
คดีของ “โด่ง” ประสงค์ โคตรสงคราม ชาวจังหวัดลพบุรีวัย 30 ปี ถูกฟ้องในข้อหามาตรา 112 จากกรณีโพสต์และแชร์เฟซบุ๊กรวม 2 กระทง เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2569 ศาลฎีกาพิพากษายืนให้จำคุก 2 ปี 12 เดือน ไม่รอลงอาญา โดยเห็นว่าพฤติการณ์การกระทำผิดเป็นเรื่องร้ายแรง แม้ไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนและมีภาระต้องอุปการะเลี้ยงดูบุคคลในครอบครัว ทำให้คดีสิ้นสุดลง และถูกส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษธนบุรี
.
คดีของ “ตะวัน” ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ นักศึกษาและนักกิจกรรมวัย 25 ปี ในข้อหาหลักตามมาตรา 112 เหตุไลฟ์สดกรณีม็อบชาวนาถูกย้าย บริเวณทางเท้าถนนราชดำเนินนอก ก่อนมีขบวนเสด็จผ่าน เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2565
เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2569 ศาลอาญาพิพากษา เห็นว่าเนื้อหาในไลฟ์เป็นการตั้งคำถามโดยแฝงการหมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้าย หากจำเลยต้องการจะวิพากษ์วิจารณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถกระทำได้โดยไม่พาดพิง หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ศาลเห็นว่าไม่ใช่การใช้สิทธิโดยสุจริต พิพากษาลงโทษตามมาตรา 112 ให้จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา และลงโทษปรับ 600 บาทฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ในวันเดียวกันศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร
.
คดี “พีระ” (นามสมมติ) ประชาชนรายหนึ่ง เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2569 ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 2 ปี ในคดี ม.112 กรณีโพสต์ข้อความ ทำให้คดีสิ้นสุดลงและถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางสมุทรปราการ
หลังประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ถูกกลับมาบังคับใช้ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2563 เป็นต้นมา ปัจจุบันศาลมีคำพิพากษาในคดีมาตรา 112 ไปแล้วอย่างน้อย 224 คดี โดยมีคดีจำเลยต่อสู้คดี และศาลพิพากษายกฟ้องจำนวน 25 คดี
อ่านเพิ่มเติม > สถิติคดีมาตรา 112 ที่ศาลมีคำพิพากษา

ไม่มีผู้ต้องขังทางการเมืองได้รับการปล่อยตัว – ศาลยังคงยกคำร้องประกันตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ “ฟ้า” พรหมศร อดอาหารเรียกร้องสิทธิประกันตัว
เมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา มีการยื่นประกันตัวผู้ต้องขังคดีทางการเมืองทั้งสิ้น 7 ราย พบว่าศาลมีคำสั่งยกคำร้องประกันตัวทั้งหมด จึงยังคงไม่มีผู้ต้องขังได้รับการปล่อยตัวในเดือนที่ผ่านมา
กรณีดังกล่าว แบ่งเป็นคดีมาตรา 112 จำนวน 4 ราย คือ อรรถพล บัวพัฒน์, ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา, จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา พบว่าศาลมีคำสั่งยกคำร้องประกันตัวทั้งหมด แม้จะเป็นการยื่นประกันในคดีที่ตนเองยื่นถอนประกันระหว่างถูกคุมขังในคดีหลัก และปัจจุบันคดีหลักที่ถูกขังจะได้ประกันตัวและถูกคุมขังครบกำหนดโทษแล้วก็ตาม

และยังมีการยื่นประกันตัว “ฟ้า” พรหมศร ซึ่งได้อดอาหารประท้วงมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569 เพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัวในคดีมาตรา 112 หลังถูกศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 2 ปี 10 เดือน จากเหตุชุมนุมหน้า สภ.คลองหลวงเมื่อปี 2564 และเขาเริ่มอดน้ำร่วมด้วยหลังศาลยกคำร้องประกันตัว ปัจจุบันฟ้าถูกส่งตัวไปรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์
นอกจากนั้นได้มีการยื่นประกันตัวผู้ต้องขังคดีมาตรา 110 จำนวนสองคน ได้แก่ เอกชัย หงส์กังวาน และสุรนาถ แป้นประเสริฐ ก่อนศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้องประกันตัว ในขณะที่พวกเขาถูกคุมขังครบ 1 ปีเต็มแล้ว
และกรณีของ “แบงค์” ณัฐพล (สงวนนามสกุล) ได้มีการยื่นประกันตัวในคดีเผารถยนต์ตำรวจ สน.ดินแดงระหว่างชุมนุม #ม็อบ11มิถุนา65 ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้องเช่นกัน ในขณะที่ปัจจุบันเขาถูกคุมขังในคดีส่วนตัวอยู่ด้วย
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 4 ผู้ชุมนุมทะลุแก๊ซ เหตุเผารถตำรวจใน #ม็อบ11มิถุนา65 ได้ประกันตัว 3 คนยกเว้น แบงค์-ณัฐพล ยังถูกคุมขังอยู่
ในคดีของ 4 ผู้ร่วมชุมนุมทะลุแก๊ส ได้แก่ วัชรพล, พลพล, จตุพล และ ณัฐพล กรณีถูกฟ้องในข้อหาหลักร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ฯ ตามมาตรา 217 และข้อหาอื่น ๆ รวม 5 ข้อหา ภายหลังเหตุการณ์ชุมนุม #ราษฎรเดินไล่ตู่ หรือ #ม็อบ11มิถุนา2565
เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2569 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกวัชรพล, จตุพล, ณัฐพล คนละ 3 ปี และให้จำคุกพลพล 1 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา และในวันเดียวกัน ศาลอาญามีคำสั่งให้ประกันตัวจำเลย 3 คน (วัชรพล, จตุพล, พลพล) ในชั้นฎีกา โดยให้ติดกำไล EM ส่วนณัฐพลศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวและยังถูกคุมขังในคดี ม.112 รวมถึงคดีส่วนตัวของเขา

.
สรุปความคืบหน้าสถานการณ์นิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.สังคมสันติสุขฯ ศาลยังไม่สั่งปล่อยตัวผู้ต้องขัง ขณะที่คดีระหว่างพิจารณาเริ่มทยอยจำหน่ายคดีแล้ว
หลัง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ประกาศให้มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2569 โดยให้นิรโทษกรรมคดีการเมืองสำหรับการชุมนุมหรือแสดงออกทางเมือง อันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมืองหรือแรงจูงใจทางการเมืองที่เกิดระหว่าง 1 ม.ค. 2548 – 16 ก.ค. 2568 แต่ยกเว้นคดีฐานทุจริต, มาตรา 112 และคดีทำร้ายร่างกายสาหัส
ทั้งนี้ ผู้ที่เข้าข่ายจะยังไม่ได้การรับการนิรโทษกรรมโดยอัตโนมัติ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข โดยมีกรอบประชุมครั้งแรกภายในวันที่ 22 ก.ย. 2569 เพื่อออกประกาศหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องและจัดทำช่องทางให้ยื่นคำร้องขอนิรโทษกรรม
สำหรับคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลตามมาตรา 8 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “หากคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลใด ให้ศาลนั้นยุติการพิจารณาและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ” จนถึงปัจจุบัน (8 ก.ย. 2569) เท่าที่ทราบข้อมูล พบว่าศาลทยอยเริ่มมีคำสั่งจำหน่ายคดีแล้วอย่างน้อย 6 คดี ได้แก่
- คดี #ม็อบ16สิงหาไล่ล่าทรราช ปี 2564 ของจำเลย 3 คนในข้อหาหลักฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 และ 216
- คดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร เมื่อวันที่ 19 – 20 ก.ย. 2563 ของจำเลย 15 คนที่ถูกฟ้องด้วยข้อหาหลักตามมาตรา 116 จึงทำให้เหลือจำเลย 7 คนต่อสู้คดีเพียงข้อหามาตรา 112
- คดีคาร์ม็อบ “ขบวนสะเดิด” ปี 2564 ของเยาวชน 3 ราย ในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
- คดีชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อติดตามการประชุม ครม. ว่าด้วยเรื่องแก้ไขปัญหาป่าไม้ที่ดินเมื่อปี 2568 ของจำเลย 7 คน ในข้อหาพ.ร.บ.ชุมนุมฯ (มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชนดูแลคดี)
- คดีชุมนุมติดตาม #พีมูฟทวงสิทธิ์ บริเวณข้างทำเนียบรัฐบาลเมื่อปี 2567 ของจำเลย 5 คน ในข้อหา พ.ร.บ.ชุมนุมฯ (มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชนดูแลคดี)
- คดีชุมนุม #ม็อบ6ตุลา64 ของจำเลย 7 คน ในข้อหามาตรา 138, 140, 215, 216 และพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
สำหรับกรณีที่มีการยื่นคำร้องขอให้ศาลอาญาและศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งปล่อยตัวและแก้ไขบังคับโทษของผู้ต้องขังทางการเมืองจำนวนทั้งสิ้น 9 คน ได้แก่ “วิจิตร” (นามสมมติ), “ขุนแผน” เชน ชีวอบัญชา, “มานี” เงินตา คำแสน, “บาส” ประวิตร (สงวนนามสกุล), “จินนี่” จิรัชยา สกุลทอง, ขจรศักดิ์ (สงวนนามสกุล), คเชนทร์ (สงวนนามสกุล), พิชัย (สงวนนามสกุล) และ “พีรพงศ์” (นามสมมติ) กรณีเข้าเกณฑ์ได้รับการนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข มาตรา 7 และมาตรา 8

ปัจจุบันพบว่า ศาลมีดุลพินิจและแนวปฏิบัติที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ในคดีของศาลอาญากรุงเทพใต้ทั้งหมด ได้แก่ “ขุนแผน” เชน, “มานี” เงินตา, “จินนี่” จิรัชยา, พิชัย, “พีรพงศ์” มีคำสั่งไปในทิศทางเดียวกันว่า ให้ส่งคำร้องไปให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด
ส่วนศาลอาญาเพิกถอนคำสั่งเดิมที่ยกคำร้อง เป็นมีคำสั่งให้เบิกตัว “บาส” ประวิตร, ขจรศักดิ์ และคเชนทร์ มาศาลเพื่อนัดพร้อมและสอบถามข้อเท็จจริง ส่วนคดีของ “วิจิตร” จากการติดตามพบว่าศาลอุทธรณ์ยังไม่มีคำสั่งแต่อย่างใด
กรณีดังกล่าวจึงทำให้ปัจจุบันยังไม่มีผู้ต้องขังทางการเมืองที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนให้ความช่วยเหลือได้รับการปล่อยตัวตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว ในขณะที่พบว่ามีคดีของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้มีคำสั่งปล่อยตัวผู้ต้องขัง 1 ราย ตามมาตรา 7 และมาตรา 8 ได้แก่ นวการ ขอนศรี ในคดีปิดหน่วยเลือกตั้ง เขตดินแดง เมื่อปี 2566 โดยได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา
ติดตามสถานการณ์นิรโทษกรรมคดีการเมืองตาม พ.ร.บ.สังคมสันติสุขฯ ที่ไม่รวม ม.112
.
ศาลอ่านคำสั่งอนุญาตให้ “อารีฟ” ถอนอุทธรณ์คดี ม.112 หลังรอ 10 เดือน เตรียมพ้นโทษปลาย ก.ย. นี้
เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2569 ศาลอาญาอ่านคำสั่งอนุญาตให้ “อารีฟ” วีรภาพ วงษ์สมาน ถอนอุทธรณ์ในคดีมาตรา 112 ส่งผลให้คดีของเขาถือเป็นที่สุดตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. 2568 ซึ่งเป็นวันที่เขายื่นคำร้องออกจากในเรือนจำ การตัดสินใจถอนอุทธรณ์เกิดขึ้นเนื่องจากเขาถูกคุมขังโดยคดีไม่สิ้นสุดเป็นเวลานาน ทำให้เสียสิทธิในการลดวันต้องโทษและการพักโทษ แต่ก็ต้องรอคอยคำสั่งถอนอุทธรณ์เป็นเวลากว่า 10 เดือนที่ผ่านมา
วีรภาพถูกดำเนินคดีจากเหตุที่ถูกกล่าวหาพ่นสีสเปรย์ข้อความเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ บริเวณแยกดินแดง ระหว่างการชุมนุมเมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2564 ภายหลังศาลมีคำสั่งถอนอุทธรณ์แล้ว ทำให้คดีของเขาสิ้นสุดลง และมีกำหนดพ้นโทษในวันที่ 27 ก.ย. 2569 โดยเป็นการถูกคุมขังจนครบ 3 ปีเต็มตามกำหนดโทษของศาลชั้นต้น

