เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2569 ศาลได้อ่านคำสั่งอนุญาตให้ถอนอุทธรณ์ในคดีของ “อารีฟ” วีรภาพ วงษ์สมาน ผู้ต้องขังในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 วัย 23 ปี จากกรณีถูกกล่าวหาพ่นสีสเปรย์ข้อความเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ บริเวณแยกดินแดงระหว่างการชุมนุมเมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2564 หลังเขายื่นขอถอนอุทธรณ์ไปตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ทำให้คดีของเขาสิ้นสุดลง และรอการปล่อยตัวหลังครบกำหนดโทษจำคุกสามปี ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 นี้
สำหรับ วีรภาพถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุก 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2566 หลังจากนั้นเขาไม่ได้รับสิทธิประกันตัวระหว่างอุทธรณ์เรื่อยมา และผ่านไปกว่า 2 ปี ก็ยังไม่มีคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ลงมา ทำให้อารีฟตัดสินใจยื่นขอถอนอุทธรณ์จากในเรือนจำตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคม 2568 เนื่องจากเขาเห็นว่าการถูกคุมขังโดยคดียังไม่สิ้นสุดเป็นเวลานาน ทำให้สูญเสียโอกาสทั้งการเข้าเกณฑ์อภัยโทษ การพักโทษ หรือการลดวันต้องโทษต่าง ๆ แต่ศาลยังคงไม่มีคำสั่งอนุญาตให้ถอนอุทธรณ์เรื่อยมา
จนเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2569 ศาลอาญาได้มีกำหนดวันนัดฟังคำสั่งขอถอนอุทธรณ์มาในวันที่ 7 ก.ย. 2569 โดยทนายความได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลอ่านคำสั่งเร็วขึ้นกว่าวันนัดเดิม เนื่องจากจำเลยถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ และใกล้ครบกำหนดพ้นโทษแล้ว
ต่อมา จึงได้ทราบว่าเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ได้นำตัวอารีฟไปวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับศาล เพื่อฟังคำสั่งถอนอุทธรณ์ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
จากการติดตามเพิ่มเติมในภายหลัง อารีฟเปิดเผยว่า ในการอ่านคำสั่งถอนอุทธรณ์ ศาลใช้เวลาอ่านคำสั่งไม่ถึง 5 นาที โดยมีใจความว่า อนุญาตให้จำเลยถอนอุทธรณ์ มีผลให้คดีเสร็จเด็ดขาดไปตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. 2568 ซึ่งเป็นวันที่เขายื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์ออกจากเรือนจำมา
ก่อนศาลจะออกจากห้องคอนเฟอเรนซ์ อารีฟได้ถามถึงกำหนดที่จะได้รับใบเด็ดขาด ซึ่งศาลตอบว่าไม่แน่ใจในรายละเอียดมาตรการของกรมราชทัณฑ์ แต่โดยปกติศาลจะส่งคำสั่งไปยังเรือนจำทันที และแนะนำให้ทนายความไปขอหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด และหมายจำคุกในสัปดาห์ถัดไป
จากการตรวจสอบ อารีฟมีกำหนดพ้นโทษในวันที่ 27 ก.ย. 2569 นี้ โดยเป็นการถูกคุมขังจนครบ 3 ปีเต็มตามกำหนดโทษของศาล หากแต่ยังต้องติดตามว่าเมื่อสถานะคดีของเขาถึงที่สุด ได้รับการปรับสถานะจาก นักโทษระหว่างเป็นนักโทษเด็ดขาดย้อนหลังไปนับแต่เดือนตุลาคม 2568 จะมีการคำนวณวันปล่อยตัวเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่
ทั้งนี้ วันที่ 5 ส.ค. 2569 อารีฟเพิ่งถูกย้ายตัวจากเรือนจำกลางบางขวางกลับมายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พร้อมกับผู้ต้องขังคดี ม.112 อีกสามคน
ตลอดเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา อารีฟยังคงย้ำอยู่เสมอว่าสิ่งที่ทำให้เขาผ่านมาได้ก็คือครอบครัวตัวเอง เขาเคยกล่าวไว้ครั้งหนึ่งว่า สิ่งแรกที่เขาอยากทำเมื่อได้รับอิสรภาพคือพาพ่อแม่ แฟน และลูกสาวไปเที่ยวด้วยกัน
“ผมตั้งใจว่าออกไปแล้วจะพาพ่อแม่ ครอบครัวและลูกไปเที่ยวก่อน แล้วค่อยมาคิดว่าจะทำอะไร ช่วงก่อนหน้านี้เคยเครียดว่าถ้าออกไปจะทำยังไง แต่ก็พยายามยอมรับความจริงและอยู่กับความจริง จะได้ไม่ทุกข์และอยู่กับมันได้ดี ผมก็เลยผ่านมันมาได้และคิดว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ตอนนี้ก็แค่ดูแลตัวเองดี ๆ” อารีฟบรรยายความรู้สึกของการรอคอยวันพ้นโทษ
จนถึงปัจจุบัน (20 ส.ค. 2569) อารีฟถูกคุมขังมาแล้ว 1,057 วัน หรือ 2 ปี 10 เดือน 23 วัน และยังคงรอกระบวนการของกรมราชทัณฑ์ในการปรับสถานะผู้ต้องขัง และดำเนินการปล่อยตัวต่อไป
ยังสามารถร่วมเขียนจดหมายออนไลน์ถึงอารีฟ ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล
.
อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ต้นทุนของความยุติธรรมที่แพงเกินจะจ่าย: เมื่อความล่าช้าในศาลสูงกระทบสิทธิในการต่อสู้คดีของผู้ต้องขัง
