วันที่ 59 ของการอดอาหาร: แม่ร่วมยื่นประกันตัว ‘ฟ้า’ พรหมศร คดี ม.112 ขอออกมาดูแลบิดาที่เจ็บป่วย ระบุบางข้อหาเข้าเงื่อนไขนิรโทษกรรม 

วันที่ 28 ส.ค. 2569 เวลา 10.30 น. ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี มารดาและครอบครัวของ “ฟ้า” พรหมศร วีระธรรมจารี ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ที่กำลังอดอาหารประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัว ร่วมยื่นประกันตัวต่อศาล ระบุถึงความสุ่มเสี่ยงต่อชีวิตในการอดอาหาร ความจำเป็นในการกลับไปดูแลบิดาที่ป่วยหนัก และข้อเท็จจริงบางข้อหาในคดีเข้าข่ายได้รับนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข 

ปัจจุบัน “ฟ้า” พรหมศร ถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. 2569 หลังศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำคุก 2 ปี 10 เดือนในคดีมาตรา 112 จากเหตุชุมนุมหน้า สภ.คลองหลวง จากนั้นฟ้าตัดสินใจเริ่มอดอาหารประท้วงตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569 ต่อเนื่องถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 59 วันแล้ว (นับถึงวันที่ 28 ส.ค.) 

.

เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. แม่ของฟ้าเดินทางมาถึงศาลจังหวัดธัญบุรี โดยเดินทางมาพร้อมกับพ่อ แม่ของฟ้าเล่าให้ฟังว่า ก่อนมาศาลวันนี้ เธอได้ไปเยี่ยมฟ้าที่เรือนจำอำเภอธัญบุรีมา โดยมีเวลาเข้าเยี่ยม 15 นาที เธอบอกว่าฟ้าซูบผอมลงกว่าก่อนหน้านี้จนสังเกตเห็นว่าแก้มตอบ และคาดว่าน้ำหนักของฟ้าน่าจะลดลงมาประมาณ 10 กิโลกรัมได้ ฟ้าฝากขอบคุณทุกคนสำหรับกำลังใจ โดยฟ้ามีแผนที่จะเริ่มอดน้ำต่อไปด้วย

แม่ของฟ้าเตรียมคำแถลงเป็นข้อความที่เขียนด้วยลายมือเพื่อนำมาใช้ยื่นต่อศาลประกอบคำร้องขอประกันตัววันนี้ มีเนื้อหาว่า “ดิฉัน แม่ของฟ้า พรหมศร หรือฟ้าลิขิต วีระธรรมจารี เหนือสิ่งอื่นใดวันนี้ ดิฉันขอเป็นตัวแทนลูกชาย มุทิตาจิตต่อพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่ลูกดิฉันฝันถึง ยืนหยัดเพื่อมันแม้ว่ามันจะไม่มีคดีของเขาเลยก็ตาม วันนี้ดิฉันได้เดินทางมายังศาลหาท่านผู้พิพากษาใน 2 ฐานะ

.

“คือในฐานะมารดาของลูกชายที่มาขอความเมตตาและความเห็นใจจากศาล ให้อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวลูกชายคนเดียวของดิฉันผู้เป็นเสาหลักของครอบครัว ให้ได้ใช้สิทธิ์ของเขาออกไปต่อสู้คดี และในคราวเดียวกันก็ออกไปบรรเทาโทษแห่งคดีที่เขาได้ทำลงไป และดูแลคุณพ่อของเขาในชีวิตบั้นปลาย

“ในฐานะที่ 2 คือ ผู้ที่ยืนหยัดเคียงข้างลูกชาย ที่พูดฝันถึงสังคมแห่งเมตตาธรรม สามัคคีธรรม และการให้อภัย วันนี้พระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ที่จะปลดโซ่ตรวนนักโทษทางความคิดทั้งหลาย ได้ออกมาแล้วดิฉันหวังว่าสังคมไทยจะมีเมตตาธรรมมากกว่าที่เราคิดเพื่อพร้อมจับมือกันเดินไปข้างหน้า แล้วในขณะเดียวกันก็เยียวยาจิตใจความผิดพลาดต่างๆ ที่ได้ผ่านมา

“ในวันนี้ดิฉันขอเป็นจุดเริ่มต้นส่งมอบความรักผ่านดอกไม้นี้ให้ศาลแทนกำลังใจและขอความเมตตาได้โปรดเห็นใจครอบครัวของเราด้วย ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับลูกชายกลับบ้าน และขอรับประกันด้วยตนเองว่าเค้าจะไม่หนีไปไหนอย่างแน่นอน เพราะเขานั้นต้องคอยดูแลพ่อ และดิฉันพร้อมเดินต่อสู้และเยียวยาสังคมไปพร้อมๆ กัน ขอบคุณค่ะ”

.

จากนั้นมีการยื่นคำร้องขอประกันตัว ”ฟ้า“ พรหมศร ในระหว่างฎีกา ซึ่งการยื่นคำร้องครั้งนี้นับว่าเป็นครั้งที่ 5 แล้วตั้งแต่ถูกขัง หลังจากก่อนหน้านี้ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้องประกันตัวมาโดยตลอด

คำร้องขอประกันตัวระบุว่า จำเลยขอติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) และขอให้ศาลกำหนดนัดรายงานตัวเดือนละ 1 ครั้ง ยินยอมที่จะถูกจำกัดการออกนอกเคหสถานตามช่วงเวลาที่กำหนด ยินยอมไม่เดินทางออกนอกราชอาณาจักร และให้แต่งตั้งผู้กำกับดูแล หรือเงื่อนไขอื่นที่เห็นสมควร โดยเสนอหลักประกันจำนวน 300,000 บาท มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

.

1. แม้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จะมีคำพิพากษาลงโทษจำคุก แต่การพิจารณาพิพากษายังไม่สิ้นสุด เนื่องจากจำเลยใช้สิทธิฎีกาซึ่งมีประเด็นที่จะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 และจำเลยประสงค์ต่อสู้คดีจนถึงที่สุด 

2. จำเลยได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตนเอง และเป็นเพียงบุคคลธรรมดา ประกอบอาชีพสุจริตและเป็นเสาหลักในการดูแลครอบครัว บิดาและมารดาของจำเลยเข้าสู่วัยชรา โดยบิดามีโรคประจำตัว อย่างเช่น โรคไตเรื้อรัง อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน ส่วนมารดามีโรคประจำตัว เช่น โรคสมองขาดเลือด เส้นประสาทอักเสบ

ระหว่างจำเลยถูกขัง มารดาต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายและต้องดูแลบิดาเพียงคนเดียว ทำให้ไม่สามารถดูแลและเฝ้าระวังพฤติกรรมของบิดาซึ่งมีพฤติกรรมทำร้ายตนเอง และอาการวิตกกังวลได้ตลอดถี่ถ้วน 24 ชั่วโมง ส่วนมารดาของจำเลยก็เกิดโรคเครียดจากความเหนื่อยล้าทางร่างกายและจิตใจ มีอาการตาพร่าและหมดสติบ่อยครั้ง แพทย์แนะนำให้พบจิตแพทย์ แต่มารดาไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้ เนื่องจากการรับประทานยารักษาจะส่งผลให้ง่วงนอนซึ่งจะทำให้ดูแลบิดาไม่ได้

มารดาของจำเลยจึงเขียนจดหมายด้วยลายมือร้องต่อศาลเพื่อขอโอกาสให้จำเลยกลับมาเลี้ยงดูบิดา โดยมารดาของจำเลยยินยอมเป็นผู้รับประกันความประพฤติและเป็นผู้กำกับดูแลจำเลยไม่ให้หลบหนี

3. นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาเกือบสองเดือน (59 วัน) จำเลยได้แสดงออดเชิงสัญลักษณ์โดยสงบและสันติวิธี โดยการ “อดอาหาร หรือจำกัดการรับสารอาหารและเครื่องดื่มประทังชีวิต” เพื่อแสดงออกว่าสิทธิประกันตัวและหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นสิทธิพื้นฐานที่ผู้ต้องหาและจำเลยในคดีอาญาทุกคนต้องได้รับ 

ปัจจุบันน้ำหนักตัวลดลงจากเดิม 58 กิโลกรัม ลดลงเหลือเพียง 51 กิโลกรัม ในทางการแพทย์ สภาวะการสูญเสียมวลร่างกายในสัดส่วนดังกล่าวจัดอยู่ในเกณฑ์ ‘ภาวะทุพโภชนาการระดับรุนแรง’ มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดสภาวะหัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตเฉียบพลันในระหว่างการควบคุมของรัฐ

5. พฤติการณในคดีนี้สืบเนื่องมาจากการทำกิจกรรมแสดงออกซึ่งมีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ซึ่งบรรดาฐานความผิดอื่น ๆ ในคดีนี้ อยู่ในบัญชีแนบท้ายของ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ที่จะได้รับการนิรโทษกรรม คือ โทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ในข้อหา “มั่วสุมเกิน 10 คนขึ้นไปฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 (ถูกจำคุก 6 เดือน), “ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน” ตามมาตรา 136 (ถูกจำคุก 3 เดือน) และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (ถูกจำคุก 1 เดือน) อันเป็นต้องระงับไปทั้งหมด คงเหลือเพียงโทษจำคุกในข้อหามาตรา 112 เพียงข้อหาเดียว คือโทษจำคุกสุทธิ 2 ปี

เมื่อข้อกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่เป็นคุณแก่จำเลย ย่อมแสดงให้เห็นว่ามูลเหตุจูงใจหรือความกังวลว่าจำเลยจะหลบหนีเนื่องจากเกรงกลัวกำหนดโทษจำคุกที่สูงนั้นย่อมลดน้อยไปเช่นกัน 

6. จำเลยไม่มีพฤติการณ์ใด ๆ ที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีความพยายามหลบหนีหรือไม่มาศาลตามนัดที่เข้าเงื่อนไขตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 อีกทั้งในคดีนี้ ศาลเคยมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวในชั้นสอบสวนจนถึงชั้นพิจารณา และจำเลยไม่เคยกระทำผิดเงื่อนไขการประกันตัว 

.

เจ้าหน้าที่ศาลแจ้งว่า คำร้องถูกส่งไปให้ศาลฎีกาพิจารณา และให้นายประกันมาฟังคำสั่งในเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (อัปเดตข้อมูล) ต่อมาในช่วงเย็น นายประกันแจ้งว่าศาลยังไม่มีคำสั่งมาในวันนี้ จึงทำให้ต้องรอคำสั่งศาลอีกประมาณ 2-3 วัน

X