* แก้ไขข้อมูลวันที่ 25 มี.ค. 2569
.
20 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันทนายความ
วันสำคัญทางกฎหมายนี้ มีความเป็นมาตั้งแต่ปี 2500 ที่มีการรวมตัวของทนายความในช่วงนั้นก่อตั้ง “สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย” ขึ้น โดยจดทะเบียนก่อตั้งเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2500 ผ่านความพยายามสร้างความเป็นสถาบันที่เป็นตัวแทนของวิชาชีพทางกฎหมายวิชาชีพหนึ่ง จนผลักดันออกเป็น พ.ร.บ.ทนายความฯ ในปี 2528 นำไปสู่การเกิดสภาทนายความขึ้นต่อมา
ในท่ามกลางทนายความที่ทำงานในหลากหลายรูปแบบ ความเชี่ยวชาญที่แตกต่างในยุคปัจจุบัน “อานนท์ นำภา” นับได้ว่าเป็นทนายความอีกคนหนึ่งที่เป็นที่รู้จักในสังคมไทย ทั้งในบทบาททนายความด้านสิทธิมนุษยชน นักกิจกรรมทางการเมือง และกระทั่งเป็นผู้ต้องขังทางการเมือง
หลังต้องเข้า ๆ ออก ๆ เรือนจำภายใต้สถานการณ์ทางการเมืองก่อนหน้านี้ ในรอบปัจจุบัน อานนท์ ถูกคุมขังในเรือนจำมาตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. 2566 รวมเป็นระยะเวลา 879 วัน หรือเกือบ 2 ปี 5 เดือนแล้ว นับได้ว่ายาวนานที่สุดกว่ารอบก่อนหน้า
ณ วันทนายความปีที่สามซึ่งเขาถูกคุมขัง อานนท์ถูกศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกในคดีมาตรา 112 จำนวน 11 คดี และคดีอื่น ๆ รวมกันเป็น 28 ปี 45 เดือน 20 วัน หรือประมาณ 31 ปี 9 เดือนเศษ โดยทุกคดียังไม่สิ้นสุดลง ยังมีการยื่นอุทธรณ์ต่อในทุกคดี และแม้ในรอบสองปีเศษที่ผ่านมาจะมีการยื่นขอประกันตัวอานนท์อย่างต่อเนื่อง แต่ศาลก็ไม่เคยให้ประกันตัว
.
ในช่วงแห่งการถูกคุมขังและไม่ได้รับการประกันตัวนี้เอง อานนท์ยังคงออกมาทำหน้าที่ทนายความ ร่วมว่าด้วยในคดีทางการเมืองต่าง ๆ อยู่ในทุกเดือน รวมทั้งร่วมการพิจารณาในคดีที่ตนเองถูกฟ้องร้องอย่างต่อเนื่อง
รวมแล้วมีอย่างน้อย 19 คดีที่อานนท์ออกมาทำหน้าที่ทนายความในชุดผู้ต้องขัง โดยแยกเป็นคดีที่เขาเป็นจำเลยด้วยจำนวน 8 คดี ทั้งหมดในกลุ่มนี้เป็นคดีที่มีจำเลยเป็นนักกิจกรรมหลายคน ทำให้อานนท์ได้รับการแต่งตั้งเป็นทนายความให้กับจำเลยคนอื่น ๆ ช่วยในการว่าความร่วมกับทีมทนายความด้วย
คดีในกลุ่มนี้ ได้แก่ คดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร, คดีชุมนุม #2ธันวาไปห้าแยกลาดพร้าว, คดีชุมนุม #ม็อบ25พฤศจิกาไปSCB, คดีชุมนุม #ม็อบ29พฤศจิกาไปราบ11, คดีชุมนุม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน, คดีชุมนุม #ม็อบ18พฤศจิกา63, คดีชุมนุม #ม็อบ24มิถุนา64 และ คดีชุมนุมคนอยากเลือกตั้ง UN62
ขณะเดียวกันก็ยังมีคดีที่เขาไม่ได้เป็นจำเลย แต่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทนายความ จำนวนอีก 11 คดี โดยหลายคดีเป็นคดีที่เขารับผิดชอบมาตั้งแต่ช่วงก่อนถูกคุมขัง ทำให้ยังทำหน้าที่ในคดีต่อไป และศาลได้ให้นำตัวเขามาทำหน้าที่ในห้องพิจารณา
คดีในกลุ่มหลังนี้ อาทิ คดีของ “หมู่อาร์ม” กรณีถูกกล่าวหาหนีราชการทหาร ที่ล่าสุดศาลทหารกรุงเทพได้มีคำพิพากษายกฟ้อง, คดีชุมนุมราษฎรอีสาน ซึ่งศาลอาญาพิพากษายกฟ้องจำเลยส่วนใหญ่, คดีของ “ต้นไผ่” ที่ศาลสั่งให้มีการพิจารณาลับหลังจำเลย อานนท์พยายามต่อสู้โดยการร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญอีกด้วย หรือคดีถูกกล่าวหาเผาซุ้มฯ ของนักกิจกรรมกลุ่มทะลุฟ้า อานนท์ก็ร่วมว่าความด้วย
.
ในบางคดี อานนท์ยังเผชิญกับปัญหาการที่ศาลไม่ให้ทำหน้าที่ทนายความในชุดผู้ต้องขัง อาทิเช่น คดีชุมนุมคนอยากเลือกตั้ง UN62 ที่ศาลเจ้าของสำนวนพยายามสอบถามไปที่สภาทนายความฯ และกรมราชทัณฑ์ เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ทนายความของอานนท์ ในขณะเป็นผู้ต้องขัง
ในหนังสือตอบกลับของสภาทนายความฯ เห็นว่า อานนท์มีคุณสมบัติการเป็นทนายความและสามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นทนายความให้กับคู่ความได้ และพบว่าไม่มีบทบัญญัติใด ๆ เป็นข้อห้ามการที่ผู้ต้องขังที่คดียังไม่ถึงที่สุดจะไปปฏิบัติหน้าที่ทนายความ แต่ศาลยังพยายามเรียกตัวแทนจากสภาทนายฯ มาชี้แจงเพิ่มเติมด้วย ก่อนในภายหลังจะให้อานนท์สามารถทำหน้าที่ทนายความได้
หรือในคดีชุมนุม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ศาลเจ้าของสำนวนมีความเห็นว่า อานนท์ไม่สามารถว่าความได้ เนื่องจากสวมชุดนักโทษ จึงไม่สามารถสวมครุยทนายได้ แต่อานนท์ยืนยันว่า สามารถปฏิบัติหน้าที่ทนายความได้ แต่หลังจากศาลไปปรึกษาหัวหน้าศาลแล้ว ได้อนุญาตให้อานนท์ว่าความได้ เนื่องจากเห็นว่าไม่ได้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตว่าความแต่อย่างใด
รวมทั้งคดีของทอปัด ที่ในตอนแรกศาลอาญายกคำร้อง ไม่ให้เบิกตัวอานนท์มาศาล โดยให้เหตุผลว่า ทนายความจำเลยถูกพิพากษาว่ามีความผิดในคดีอาญา จึงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ทนายได้ ทนายอานนท์จึงได้ยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งศาลดังกล่าว
นอกจากนั้นแล้ว ในคดีที่อานนท์ถูกฟ้องเป็นจำเลยเพียงคนเดียว และมีทนายความว่าความในคดีนั้น ในหลายครั้ง เขาก็ขอเป็นผู้ถามค้านพยานฝ่ายโจทก์ด้วยตนเองอีกด้วย
อาทิ คดีปราศรัยชุมนุมแฮรี่ พอตเตอร์ 2, คดีชุมนุม #ม็อบ17พฤศจิกา63 ที่หน้ารัฐสภา, คดีกิจกรรมแห่ขันหมากหน้า สน.บางเขน, คดีปราศรัย “ปาร์ตี้ริมเขา เป่าเค้กวันเกิด พลเรือเอกก๊าบ ๆ” ที่หอศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือคดี #ราษฎรสาส์น เขียนจดหมายถึงกษัตริย์
.
สำหรับอานนท์แล้ว เขามีความหลงใหลและรักในงานว่าความและเป็นทนายความมาตั้งแต่วัยหนุ่ม เขาเคยเล่าว่าเริ่มค้นพบความชอบในวิชาชีพทางกฎหมายนี้ตั้งแต่เมื่อครั้งมัธยมปลายและได้ไปแข่งขันตอบปัญหาทางกฎหมายในระดับภาคอีสาน
จนในสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เมื่อพบว่าไม่ชอบสาขาด้านสังคมวิทยา ก็ย้ายมาเรียนที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ทันที ในช่วงเรียน เขายังใช้เวลาว่าง ไปนั่งดูการพิจารณาคดีที่ศาล
เขายังบอกเล่าถึงแรงบันดาลใจการเป็นทนายความ ที่มาจากนวนิยายเรื่อง “ปีศาจ” ของเสนีย์ เสาวพงศ์ เมื่อตัวละครเอกที่ชื่อ “สาย สีมา” มีอาชีพเป็นทนายความที่มีพื้นเพมาจากชาวนาในชนบท และมีอุดมการณ์ที่จะช่วยเหลือผู้คนที่ทุกข์ยาก
อานนท์เคยบอกไว้ในห้วงยามหนึ่งก่อนหน้านี้ว่า ในงานทนายความนี้ ตัวเขา “อยากทำไปจนตาย ทำอย่างอื่น ไม่ได้หรอกเหมือนพระ พระพอบวชแรกๆ บวชสักยี่สิบพรรษาไม่ค่อยอยากสึกหรอก มีความขลัง แต่การว่าความมีความสนุกด้วย ไม่ได้สักว่าจะทำ การว่าความคือความสนุก เป็นการเสพชนิดหนึ่ง เหมือนอะไรที่เราเข้าไปเสพ เราลุ่มหลงกับการว่าความพอสมควร”
.
อ่านเรื่องราวของอานนท์ อานนท์ นำภา: ทนายและจำเลยที่คิดถึง
.
