สรุป 4 ปี ภาพรวมการต่อสู้คดี ม.112 จากเหตุทำโพล “ขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนหรือไม่”

โพลขบวนเสด็จฯ มีผู้ถูกดำเนินคดี ม.112 รวม 9 คน 

“บุ้ง” เนติพร หนึ่งในจำเลย เสียชีวิตลง หลังถูกถอนประกันในคดีนี้

ล่าสุด คดีสืบพยานเสร็จสิ้นแล้ว ศาลนัดฟังคำพิพากษา 6 ก.ค. 2569

.

ในช่วงปี 2564-65 มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง ผ่านการตั้งคำถามเกี่ยวกับประเด็นการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ผ่านการทำโพลสำรวจความเห็นประชาชนหลายครั้ง คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2565 ทานตะวันและใบปอได้ร่วมกันชูป้ายโพลสำรวจความคิดเห็นด้วยข้อความว่า “คุณคิดว่า ขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนหรือไม่” บริเวณห้างสยามพารากอน

คดีนี้ยังเป็นคดีที่ “ใบปอ” และ“บุ้ง” เนติพร ประท้วงอดอาหารเพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันตัวเป็นเวลา 64 วัน ก่อนที่ภายหลังจะได้รับการประกันตัวเป็นการสิ้นสุดการอดอาหารและการคุมขังรวม 94 วัน ต่อมา เนติพรถูกเพิกถอนประกันเป็นครั้งที่ 2 และเสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมตัวในวันที่ 14 พ.ค. 2567

คดีนี้นับว่าผ่านระยะเวลามากกว่า 4 ปีกว่าตั้งแต่เกิดเหตุ ในชั้นศาล มีการสืบพยานโจทก์และจำเลยไปรวม 15 นัด จนเสร็จสิ้น ก่อนที่ศาลมีนัดหมายฟังคำพิพากษาในวันที่ 6 ก.ค. 2569 จึงชวนอ่านสรุปภาพรวมคดีนี้

.

ลำดับเหตุการณ์ทำโพลขบวนเสด็จ

จากเหตุการณ์ทำโพลสำรวจในประเด็นขบวนเสด็จดังกล่าว ทำให้นักกิจกรรมและประชาชนรวม 9 คน ทยอยถูกแจ้งข้อกล่าวหาในข้อหาหลักตามมาตรา 112 และ 116 ได้แก่ ทานตะวัน ตัวตุลานนท์, “ใบปอ”, “บุ้ง” เนติพร, ฐากูร, วรเวช, “บีม” ณัฐกรณ์, วรัณยา แซ่ง้อ, “แบม” อรวรรณ  และ “ไอซ์” เยาวชนอายุ 15 ปี  

คดีถูกแยกดำเนินคดีเป็นสองคดี ได้แก่ คดีของผู้ใหญ่ 8 คน และคดีเยาวชน 1 คน แม้ทั้งหมดจะเดินทางเข้ารับทราบข้อหาตามหมายเรียก แต่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ได้นำตัวทั้งหมดไปขอฝากขังต่อศาล คดีของผู้ใหญ่ทั้ง 8 คน ศาลอาญากรุงเทพใต้อนุญาตให้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 200,000 บาท และกำหนดเงื่อนไข ซึ่งหนึ่งในเงื่อนไขคือกำหนดให้ติดกำไล EM 

ด้านคดีของ “ไอซ์” ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางอนุญาตให้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 20,000 บาท และไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใด ๆ (ปัจจุบันคดีอยู่ในชั้นสอบสวน)

ย้อนอ่านเหตุการณ์ 

ตร.จับ “ตะวัน” ไลฟ์สดก่อนมีเสด็จ คุมตัวแจ้ง ม.112 อ้างกล่าว “ด้อยค่า” กษัตริย์ ซ้ำแจ้งเพิ่มอีกคดี กรณีทำโพลความเดือดร้อนจากขบวนเสด็จ 

ตร.แจ้ง ม.112-116 ต่อ 5 ประชาชน-1 เยาวชน เหตุทำโพลความเดือดร้อนขบวนเสด็จ ศาลรับฝากขัง เรียกเงินประกันรวม 1,020,000 บาท ภายใต้เงื่อนไข 

แจ้ง ม.112-116 “สื่ออิสระ” อีก 2 ราย เหตุไลฟ์สดกิจกรรมทำโพลขบวนเสด็จ ตร.ส่งฝากขังทั้งที่มาตามหมาย ศาลให้ประกัน ติด EM 

.

ในวันที่ 3 พ.ค. 2565 ศาลมีคำสั่งเพิกถอนประกันใบปอและบุ้ง หลังไต่สวนถอนประกันตามคำร้องของพนักงานสอบสวน โดยระบุว่าการโพสต์ชวนชุมนุมมีลักษณะเดียวกับการกระทำที่เคยถูกฟ้อง และอาจทำให้ประชาชนที่เห็นต่างมาชุมนุมจนเกิดความวุ่นวาย ทั้งยังปรากฏว่ามีกลุ่ม ศปปส. ในบริเวณใกล้เคียงและเกิดเหตุชุลมุนจากการที่กลุ่มทะลุวังเดินเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว การกระทำของผู้ต้องหาเป็นการเข้าร่วมชุมนุมที่ก่อความวุ่นวาย ซึ่งละเมิดเงื่อนไขปล่อยตัวชั่วคราว 

จากเหตุดังกล่าวทำให้ ใบปอและบุ้งถูกนำตัวไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลางเป็นครั้งแรก ในระหว่างนั้นศาลอนุญาตให้ฝากขังในชั้นสอบสวนต่ออีกหลายผัด แม้จะทนายความจะยื่นคำร้องคัดค้านการฝากขัง รวมถึงยังมีคำสั่งยกคำร้องขอประกันตัวทั้งสองคนเรื่อยมา

คดีนี้ถูกสั่งฟ้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ในวันที่ 30 พ.ค. 2565 ต่อมาศาลอนุญาตให้ประกันตัวจำเลย 6 คนในระหว่างพิจารณาคดี ยกเว้นใบปอและบุ้งที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว

.

หลังจากที่ถูกคุมขังอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลาง ในวันที่ 2 มิ.ย. 2565 ทั้งสองตัดสินใจอดอาหารเพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัว โดยจากบันทึกเยี่ยมมีการเล่าเรื่องราวว่า ภายในเรือนจำมีการกลั่นแกล้งและมีการปฏิบัติต่อพวกเธอโดยไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในระหว่างที่ทั้งสองคนอดอาหารประท้วง

จนกระทั่งวันที่ 4 ส.ค. 2565 ในการยื่นประกันตัวครั้งที่ 8 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวใบปอและเนติพร โดยตีราคาประกันคนละ 200,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกเคหสถานตามเวลาที่กำหนด และเงื่อนไขอื่น ๆ ทั้งสองคนถูกปล่อยตัวจากเรือนจำ อันเป็นการสิ้นสุดการคุมขัง 94 วัน รวมถึงสิ้นสุดการประท้วงอดอาหารเป็นระยะเวลา 64 วัน

ย้อนดูไทม์ไลน์ ‘บุ้ง-ใบปอ’ อดอาหารประท้วง >> ย้อนดูเส้นทาง ‘บุ้ง-ใบปอ’ อดอาหารประท้วง ทวงสิทธิประกันตัว ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมาจนอาการวิกฤต

.

ผ่านมาหนึ่งปีเศษ ในวันที่ 26 ม.ค. 2567 เนติพรถูกศาลอาญากรุงเทพใต้สั่งจำคุก 1 เดือน ในคดีละเมิดอำนาจศาล (อีกคดีหนึ่ง) และในวันเดียวกันก็มีคำสั่งเพิกถอนประกันตัวเธอในคดีนี้ หลังจากมีการไต่สวนถอนประกันไปก่อนหน้า โดยระบุเหตุผลว่าได้ทำผิดเงื่อนไขประกันตัวจากการร่วมชุมนุมและพ่นสีที่กระทรวงวัฒนธรรมเมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2566 เพื่อเรียกร้องให้ถอดถอนเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ สว. จากศิลปินแห่งชาติ 

เนติพรถูกนำตัวไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลางเป็นครั้งที่สอง หลังถูกขัง 1 วัน (27 ม.ค. 2567) เนติพรเริ่มประท้วงโดยการอดอาหารและน้ำ พร้อมกับ 2 ข้อเรียกร้อง ได้แก่ “ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม” และ “จะต้องไม่มีคนเห็นต่างทางการเมืองถูกคุมขังอีก” ก่อนยุติอดอาหารในเวลาต่อมา ในระหว่างนั้นมีการยื่นขอประกันตัวเธอไปหนึ่งครั้ง ศาลยังมีคำสั่งยกคำร้อง

จนกระทั่งในวันที่ 14 พ.ค. 2567 เนติพรเสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมตัวของกรมราชทัณฑ์ เป็นระยะเวลารวม 110 วันที่เธอถูกขัง และไม่น้อยกว่า 65 วันที่เธออดน้ำและอาหารประท้วง  

จนปัจจุบัน (7 พ.ค. 2569) ข้อเท็จจริงในการเสียชีวิตของเนติพรยังคลุมเครือถึงสาเหตุการตาย รวมไปถึงแพทย์โรงพยาบาลราชทัณฑ์ให้ความช่วยเหลืออย่างถูกต้องตามมาตรฐานแล้วหรือไม่ ทั้งนี้การไต่สวนการตาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 เพิ่งจะเสร็จสิ้นไปเมื่อเช้าวันนี้ (8 พ.ค. 2569) และศาลจังหวัดธัญบุรีนัดฟังคำสั่งผลการไต่สวนในวันที่ 15 ก.ค. 2569 เวลา 09.00 น.

.

หลังจากการเสียชีวิตของเนติพร ศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีในส่วนของเนติพรในนัดสืบพยานวันที่ 27 พ.ค. 2567 ทำให้จำเลยในคดีนี้เหลือ 7 คน

ภาพรวมการสืบพยาน: โจทก์กล่าวหาจำเลยมีเจตนามุ่งโจมตีสถาบันกษัตริย์ ด้านจำเลยยืนยันว่า คำว่าขบวนเสด็จไม่ได้หมายถึงหรือเจาะจงพระมหากษัตริย์ เป็นการสำรวจความเห็นทั่วไป

การสืบพยานในคดีนี้ใช้ระยะเวลาเกือบ 4 ปี นับตั้งแต่คดีถูกสั่งฟ้องต่อศาล โดยมีการสืบพยานไปทั้งสิ้น 15 นัด แบ่งเป็นสืบพยานฝ่ายโจทก์ 11 นัด และสืบพยานฝ่ายจำเลย 4 นัด 

ฝ่ายโจทก์ มีการสืบพยานในระหว่างวันที่ 16-17 พ.ย. 2566, 30 ก.ย., 21 ต.ค., 4 พ.ย., 23 ธ.ค. 2567, 20 ม.ค., 17 มี.ค., 22 พ.ย. 2568, 26 ก.พ. 2569 และวันที่ 20 มี.ค. 2569 โดยมีพยานโจทก์เข้าสืบจำนวน 19 ปาก 

โดยสรุปแล้วฝ่ายโจทก์พยายามกล่าวหาว่า กลุ่มจำเลยมีเจตนานัดหมายมาทำกิจกรรมในพื้นที่ส่วนบุคคลของห้างสยามพารากอน โดยเพิกเฉยต่อคำเตือนและคำสั่งห้ามของพนักงานรักษาความปลอดภัยและจงใจเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าไปยังวังสระปทุม นำไปสู่ความวุ่นวาย บุกฝ่าแนวกั้นของตำรวจ ขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงานที่ควบคุมพื้นที่ และมีการด่าทอเจ้าหน้าที่ และมองว่าการกระทำของจำเลยมีเจตนาทางการเมืองมุ่งโจมตีสถาบันกษัตริย์โดยใช้โพล ซึ่งเป็นเจตนาแอบแฝงเพื่อก้าวล่วง ดูหมิ่น ด้อยค่าสถาบันกษัตริย์

นอกจากนั้น ในระหว่างการสืบพยานโจทก์ ศาลได้มีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาฯ ในปากเจ้าหน้าที่ราชบัณฑิตยสภาที่ศาลเคยสั่งสืบพยานลับหลังจำเลยไป ด้านทนายความเห็นว่า เคยได้ค้านศาลเรื่องการสืบพยานลับหลังจำเลยไปแล้ว และการนำพยานเดิมมาเบิกความซ้ำทำให้ฝ่ายจำเลยหมดโอกาสแสวงหาความจริง

ฝ่ายจำเลย นำพยานเข้าสืบทั้งสิ้น 9 ปาก ต่อสู้ดีว่า จำเลยทั้งหมดไม่เคยรู้จักกันมาก่อนและไม่ได้มีการนัดหมายไปทำกิจกรรมร่วมกันโดยสามารถแบ่งเป็น กลุ่มนักกิจกรรม ได้แก่ ทานตะวันและใบปอ กลุ่มผู้สื่อข่าวอิสระ ได้แก่ วรัณยาและวรเวช และกลุ่มประชาชนที่ร่วมสังเกตการณ์ ได้แก่ ฐากูร ณัฐกรณ์ และอรวรรณ 

โดยพฤติการณ์ ทานตะวันเริ่มทำโพลสำรวจความเดือดร้อนที่ห้างสยามพารากอนร่วมกับใบปอ หลังทราบข่าวการคุกคามนักกิจกรรมจากขบวนเสด็จเมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2565 ระหว่างกิจกรรม นักกิจกรรมเดินเลี่ยงเจ้าหน้าที่ไปยังบริเวณหน้างสยามดิสคัฟเวอรี่และเลี้ยวหยุดประมาณกลางซอยของห้างฯ เนื่องจากพบตำรวจในเครื่องแบบนำแผงเหล็กมากั้นและเกิดเหตุชุลมุน โดยมีตำรวจนอกเครื่องแบบเข้ามาอุ้มตัวทานตะวันในลักษณะกอดจากด้านหลัง ในท่าทางล่วงละเมิด เนื่องจากมือนั้นโดนบริเวณหน้าอก จึงสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนโดยรอบนำไปสู่การด่าทอ หลังจากความวุ่นวายได้สงบลงและประชาชนได้ตามตัวชายคนดังกล่าวมาขอโทษก็ได้ยุติกิจกรรม

ในข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ ฝ่ายจำเลยต่อสู้ว่า ข้อความในกระดาษโพลแสดงความเห็น ไม่ได้มีการระบุชื่อหรือพระนาม คำว่า ขบวนเสด็จ สามารถใช้ได้กับเจ้านาย พระสังฆราช รวมถึงกษัตริย์ต่างประเทศ และไม่มีข้อความดูหมิ่น ลดถอนศักดิ์ศรี ฝ่ายจำเลยไม่ได้มีการยุยง หรือบังคับให้ประชาชนมาแสดงความเห็น การแสดงความเห็นเกิดจากผู้ที่สนใจเข้ามาร่วมติดสติ๊กเกอร์เอง

หลังการสืบพยานเสร็จสิ้น ทนายจำเลยแถลงต่อศาลขอยื่นแถลงการณ์ปิดคดีภายใน 45 วัน ศาลอนุญาต พร้อมนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 6 ก.ค. 2569 เวลา 09.00 น. 

ติดตามประมวลการต่อสู้คดีนี้โดยละเอียดต่อไป

.

ฐานข้อมูลคดีนี้

คดี 112-116 นักกิจกรรม-เยาวชน 9 ราย หลังทำโพลสำรวจความเดือดร้อนจากขบวนเสด็จ

X