สรุปความคืบหน้า ผู้ต้องขังทางการเมืองที่เข้าเกณฑ์นิรโทษกรรม หลัง พ.ร.บ.สังคมสันติสุขฯ บังคับใช้สองเดือน ปล่อยตัวแล้ว 9 คน – ยังรออีก 6 คน

จากการติดตามข้อมูล หลังจากที่ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนยื่นคำร้องขอให้ศาลอาญาและศาลอาญากรุงเทพใต้ปล่อยตัวและแก้ไขการบังคับโทษของผู้ต้องขังในคดีจากการแสดงออกทางการเมือง จำนวนทั้งสิ้น 9 คน รวมถึงการติดตามข่าวผู้ต้องขังอีกจำนวน 6 ราย กรณีเข้าเกณฑ์ได้รับการนิรโทษกรรม ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นเวลาเกือบสองเดือนนับจากวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2569

จนถึงปัจจุบัน (27 ต.ค. 2569) มีผู้ต้องขังจำนวนอย่างน้อย 9 ราย ที่ได้รับการปล่อยตัวจากการถูกคุมขัง คือ “บาส” ประวิตร, ขจรศักดิ์, คเชนทร์, นวการ ขอนศรี, นิสิต สินธุไพร, นพพร นามเชียงใต้ (เต้ มดแดง), สมยศ พรมภา, พิชัย และ “พีรพงศ์” (นามสมมติ)

นอกจากนั้นยังมีผู้ที่เข้าเงื่อนไข แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป อีกอย่างน้อย 6 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างรอคำสั่งศาล คือ “วิจิตร” (นามสมมติ), “ขุนแผน” เชน ชีวอบัญชา, “มานี” เงินตา คำแสน,“จินนี่” จิรัชยา สกุลทอง, ยศวริศ ชูกล่อม หรือ “เจ๋ง ดอกจิก” และ “กวี” (นามสมมติ) โดยพบกรณีที่ศาลอุทธรณ์ใช้ระยะเวลาพิจารณายาวนานกว่าสองเดือน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

.

ในส่วนคดีของศาลอาญา ได้มีคำสั่งให้ปล่อยตัว “บาส” ประวิตร, ขจรศักดิ์ และคเชนทร์ ไปแล้วเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2569 หลังทั้งหมดถูกคุมขังมายาวนานกว่า 3 ปี 

ส่วนคดีของ “วิจิตร” ที่ยื่นคำร้องไปตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค. 2569 จนปัจจุบันผ่านไปสองเดือนเต็ม พบว่าศาลอุทธรณ์ยังไม่มีคำสั่ง แม้จะยื่นคำร้องให้เร่งรัดมีคำสั่งแล้วก็ตาม

ส่วนคดีของศาลอาญากรุงเทพใต้ทั้งหมด ได้แก่ “ขุนแผน” เชน, “มานี” เงินตา, “จินนี่” จิรัชยา, พิชัย, “พีรพงศ์” ในตอนแรก ศาลมีคำสั่งเหมือนกันว่า ให้ส่งคำร้องไปให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขเป็นผู้วินิจฉัย ก่อนทนายความจะยื่นคำร้องเป็นครั้งที่สองเพื่อขอให้ยุติการดำเนินคดี ศาลยังคงคำสั่งเดิมว่าให้รอหนังสือตอบกลับจากคณะกรรมการฯ และภายหลังจากการยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2569  พบว่าได้มีการปล่อยตัวพิชัย และ “พีรพงศ์” แล้ว โดยไม่ได้มีการนัดฟังคำสั่งแต่อย่างใด

นอกจากนั้นยังพบความเคลื่อนไหวของผู้ต้องขังในกรณีอื่น ๆ อีกสี่รายเกี่ยวกับ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ได้แก่ นิสิต สินธุไพร, นพพร นามเชียงใต้ (เต้ มดแดง) และสมยศ พรมภา คดีชุมนุมของคนเสื้อแดงปี 2552 ศาลจังหวัดพัทยามีคำสั่งให้ปล่อยตัวแล้วเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2569 เช่นเดียวกับกรณีของนวการ ขอนศรี ผู้ต้องขังคดีปิดหน่วยเลือกตั้งปี 2556 ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำสั่งให้ปล่อยตัวตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย. 2569

.

ปัญหาสำคัญ ยังพบว่าศาลมีการบังคับใช้และการตีความกฎหมายในลักษณะที่ไม่มีบรรทัดฐานที่ชัดเจนแน่นอน ส่งผลให้ประชาชนผู้ถูกดำเนินคดีที่ควรได้รับนิรโทษกรรมถูกจำกัดเสรีภาพและต้องแบกรับภาระทางคดีอาญาต่อไป โดยเฉพาะผู้ที่ยังคงถูกคุมขังในเรือนจำซึ่งควรจะได้รับการดำเนินการโดยเร่งด่วน แม้ศาลฎีกาได้กำหนดแนวทางให้ศาลยุติธรรมมีอำนาจสั่งยุติคดีได้ทันที หากมีข้อเท็จจริงเพียงพอและชัดเจนโดยไม่ต้องรอคณะกรรมการฯ แต่ก็ยังพบว่าศาลใช้ดุลพินิจแตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ยังคงคำสั่งเดิมให้รอคณะกรรมการฯ วินิจฉัย  อีกทั้งการพิจารณาของศาลสูงที่ใช้เวลานาน เช่น กรณีของ “วิจิตร” ที่ยังคงรอคำสั่งเกือบสองเดือนเต็มแล้ว  หรือบางคดีก็มีการส่งคำร้องให้ศาลสูงสั่ง แต่บางคดีศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งเองได้

.

สำหรับผู้ต้องขังแต่ละกรณีสามารถสรุปพฤติการณ์แห่งคดี ข้อหาที่ได้รับการนิรโทษกรรม รวมถึงคำสั่งล่าสุดของศาล ดังนี้

1. “วิจิตร” ผู้ต้องขังระหว่างอุทธรณ์ในคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (2) รวม 10 กรรม จากการโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กพร้อมภาพประกอบช่วงรัฐประหารทั้งสิ้น 10 โพสต์ หลังถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุก 10 ปี เขาถูกคุมขังระหว่างอุทธรณ์ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. 2568 เรื่อยมาเป็นเวลา 1 ปี 7 เดือนเศษแล้ว

หลังจากทนายความยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวจำเลยเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2569 ศาลได้เพิกถอนคำสั่งเดิมที่เคยยกคำร้อง โดยมีคำสั่งให้ส่งศาลอุทธรณ์พิจารณา และเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา ทนายความยื่นคำร้องขอให้ศาลอุทธรณ์เร่งรัดมีคำสั่งแล้ว  จนถึงปัจจุบันยังรอคำสั่งของศาล เป็นเวลากว่าสองเดือนเต็มแล้ว 

2. “บาส” ประวิตร ผู้ต้องขังคดีสิ้นสุด กรณีที่ถูกกล่าวหาว่าวางเพลิงป้อมตำรวจจราจรใต้ทางด่วนดินแดง ภายหลังการชุมนุม #ม็อบ10สิงหา64 ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 6 ปี ในข้อหาตามมาตรา 215, 217, 218 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เข้าเกณฑ์ได้รับนิรโทษกรรมทุกข้อกล่าวหา โดยเขาถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. 2566 รวมแล้วกว่า 3 ปี 2 เดือน อยู่ที่เรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา

หลังจากทนายความยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวจำเลยเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2569 ศาลได้เพิกถอนคำสั่งเดิมที่เคยยกคำร้อง โดยมีคำสั่งให้ไต่สวนข้อเท็จจริงในวันที่ 28 ก.ย. 2569 ก่อนเลื่อนนัดออกไปสองวันเนื่องด้วยสถานการณ์น้ำท่วม และได้มีคำสั่งให้ปล่อยตัวแล้วเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2569

3-4. ขจรศักดิ์ และ คเชนทร์ ผู้ต้องขังคดีสิ้นสุดในคดีที่ที่ถูกกล่าวหาปาระเบิดปิงปองและระเบิดขวดเข้าใส่อาคาร สน.พญาไท และวางเพลิงป้อมจราจรที่แยกพญาไท ในการชุมนุมเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2564 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำคุกคเชนทร์ 10 ปี 6 เดือน และจำคุกขจรศักดิ์ 11 ปี 6 เดือน ในข้อหาหลักตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ เข้าเกณฑ์ได้รับนิรโทษกรรมทุกข้อกล่าวหา 

ขจรศักดิ์ถูกขังอยู่ที่เรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา และคเชนทร์ถูกขังอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง โดยถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค. 2566 รวมแล้วเป็นเวลา 3 ปีเศษ

หลังจากทนายความยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งปล่อยตัวจำเลยเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2569 ศาลอาญามีคำสั่งนัดพร้อมเพื่อสอบถามในวันที่ 28 ก.ย. 2569 ก่อนเลื่อนนัดออกไปสองวันเนื่องด้วยสถานการณ์น้ำท่วม และได้มีคำสั่งให้ปล่อยตัวแล้วเช่นกัน เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2569

.

5-6. “ขุนแผน” เชน ชีวอบัญชา และ “มานี” เงินตา คำแสน ผู้ต้องขังระหว่างอุทธรณ์หลังถูกศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาจำคุกรวม 3 ปี 6 เดือน กรณีทำกิจกรรม “ยืนบอกเจ้าว่าเราโดนรังแก” และร้องเพลง “โชคดีที่มีคนไทย” เรียกร้องสิทธิประกันตัวบุ้งและใบปอ หน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ 

ทั้งสองคนถูกดำเนินคดีข้อหามาตรา 112, ดูหมิ่นศาล, หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยในสามข้อหาสุดท้ายเข้าเกณฑ์ได้รับนิรโทษกรรม จึงเป็นเหตุให้ต้องรับโทษเฉพาะข้อหามาตรา 112 แต่ทั้งสองคนถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. 2567 นับเป็นเวลา 2 ปี 2 เดือนเศษแล้ว ซึ่งเกินอัตราโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน ในข้อหามาตรา 112 หากได้รับการนิรโทษกรรมในข้อหาอื่น ๆ ก็จะได้รับการปล่อยตัว

7. “จินนี่” จิรัชยา และ “มานี” เงินตา คำแสน ถูกขังตามโทษจำคุก 6 เดือน จากการปราศรัยวิจารณ์การทำงานของศาลระหว่างกิจกรรมเรียกร้องสิทธิการประกันตัวของ “บุ้ง-ใบปอ” หน้าศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2565 ทั้งสองคนถูกดำเนินคดีในข้อหาดูหมิ่นศาล หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และใช้ขยายเสียงฯ เข้าเกณฑ์ได้รับนิรโทษกรรมทุกข้อหา 

นอกจากนี้ ทนายความยังได้ยื่นคำร้องในอีกคดีหนึ่ง ซึ่งเป็นคดีเฉพาะของ “จินนี่” จิรัชยา จากกรณีปราศรัยเรียกร้องสิทธิประกันตัว ‘ไบรท์ ชินวัตร’ หน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2565 ถูกศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 6 เดือน ในข้อหาดูหมิ่นศาลด้วย

8. พิชัย ผู้ต้องขังคดีสิ้นสุดในคดีชุมนุมทะลุแก๊ซ ถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. 2568 เป็นเวลาเกือบ 1 ปีเต็มแล้ว กรณีร่วมกันพกพาและขว้างปาระเบิดปิงปองใส่รถยนต์สายตรวจ สน.ลุมพินี ที่แยกราชประสงค์ ในช่วงการชุมนุมทะลุแก๊ส เมื่อเช้าวันที่ 4 ต.ค. 2564  

พิชัยถูกศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 3 ปี 4 เดือน 15 วัน ในข้อหาตามมาตรา 138, 140, 221, 295, 296, 370, 371, พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ และพ.ร.บ.จราจรทางบก เข้าเกณฑ์ได้รับนิรโทษกรรมทุกข้อหา 

9. “พีรพงศ์” ผู้ต้องขังคดีสิ้นสุดในคดีที่ถูกกล่าวหาว่าขว้างระเบิดปิงปองใส่ตู้ควบคุมสัญญาไฟจราจรบริเวณแยกอโศกมนตรี ระหว่างการชุมนุม #ม็อบ11ตุลา64 ถูกดำเนินคดีในข้อหามาตรา 221, 358, 371, พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ถูกคุมขังหลังศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 2 ปี 4 เดือน 15 วันถูกขังมาแล้ว 1 ปี 7 เดือนเศษ

.

สำหรับกลุ่มผู้ต้องขังคดีของศาลอาญากรุงเทพใต้ทั้งหมด เมื่อวันที่ 26-27 ส.ค. 2569 ทนายความยื่นคำร้องขอให้ศาลแก้ไขหรือเพิกถอนการบังคับโทษเดิมและขอให้ปล่อยตัว ศาลมีคำสั่งว่าให้คณะกรรมการฯ เป็นผู้วินิจฉัย จากนั้นทนายความได้ยื่นคำร้องเป็นครั้งที่สอง หลังศาลฎีกามีหนังสือกำหนดแนวทางให้ศาลยุติธรรมมีอำนาจสั่งยุติคดีได้ทันทีหากมีข้อเท็จจริงเพียงพอและชัดเจนโดยไม่ต้องรอคณะกรรมการฯ แต่พบว่าศาลอาญากรุงเทพใต้ยังคงมีคำสั่ง “ให้รอการพิจารณาไว้ เมื่อรับหนังสือตอบกลับจากคณะกรรมการ” ในทุกคดี ยกเว้นคดี ม.112 ของเชนและเงินตาที่มีคำสั่งให้ส่งศาลอุทธรณ์ และปัจจุบันศาลยังไม่มีคำสั่ง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2569 ทนายความได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งให้ส่งศาลสูงพิจารณา ต่อมาทราบว่าพีรพงศ์และพิชัยได้รับการปล่อยตัวในช่วงค่ำของวันที่ 20 ต.ค. 2569 โดยที่จำเลยและทนายความไม่ทราบคำสั่งมาก่อนล่วงหน้า ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างติดตามคำสั่ง ส่วนกรณีของ เงินตา, เชน และจิรัชยา ยังไม่มีคำสั่งมาแต่อย่างใด

.

นอกจากนั้นยังพบผู้ต้องขังอีกสี่รายที่มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ดังต่อไปนี้

10-12. นิสิต สินธุไพร, นพพร นามเชียงใต้ และสมยศ พรมภา ผู้ต้องขังจากคดีชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงกรณีชุมนุมในช่วงการประชุมอาเซียน ซัมมิท ปี 2552 ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 4 ปี โดยนิสิตคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษพัทยาตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย. 2568

กรณีดังกล่าว ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เผยแพร่ผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า ทนายความได้ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2569 ขอให้ยุติการดำเนินคดีและให้ปล่อยตัวตามมาตรา 7 และมาตรา 8 ศาลจังหวัดพัทยามีคำสั่งให้ปล่อยตัวแล้วเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2569 หลังมีการไต่สวนทั้งสามคน

13. นวการ ขอนศรี จำเลยคดีปิดหน่วยเลือกตั้งเขตดินแดง เมื่อปี 2556 ถูกคุมขังเมื่อวันที่ 24 มี.ค.​ 2569 หลังศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 6 เดือน ในข้อหาตามมาตรา 140 วรรคแรก ประกอบมาตรา 138 และ 83 รวมถึงความผิดตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง

หลายสำนักข่าวระบุว่านวการยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2569 ขอให้มีคำสั่งให้การลงโทษสิ้นสุดลงและปล่อยตัว จากนั้นศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำสั่งให้ยุติการดำเนินคดีและปล่อยตัวนวการเมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา ตามมาตรา 7 และมาตรา 8 ของ พ.ร.บ.ดังกล่าวแล้ว โดยใช้เวลาพิจารณาราวหนึ่งสัปดาห์

.

ขณะเดียวกัน ยังมีกรณีของ ยศวริศ ชูกล่อม หรือ “เจ๋ง ดอกจิก” ที่ถูกคุมขังในคดีจากการชุมนุมของคนเสื้อแดง ปี 2553 และกรณีของ “กวี” (นามสมมติ) ที่ถูกคุมขังในคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ที่เข้าเกณฑ์ได้รับการนิรโทษกรรม ซึ่งยังต้องติดตามผลต่อไป

ควรกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันยังมีผู้ต้องขังทางการเมืองที่ถูกคุมขังรวมอย่างน้อย 48 คน โดยในจำนวนนี้ ถูกคุมขังด้วยข้อหาตามมาตรา 112 จำนวน 31 คน จะเห็นได้ว่าผู้ต้องขังทางการเมืองกลุ่มใหญ่ถูกยกเว้นจากกระบวนการนิรโทษกรรมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน รวมทั้งยังมีผู้ต้องขังคดีตามมาตรา 110 อีก 5 คน ที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเข้าข่ายได้รับการนิรโทษกรรมหรือไม่ด้วย

.

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ติดตามสถานการณ์นิรโทษกรรมคดีการเมืองตาม พ.ร.บ.สังคมสันติสุขฯ ที่ไม่รวม ม.112

หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมควรบังคับใช้ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 อย่างมีบรรทัดฐาน

X