3 ปีของการคุมขัง: บันทึกการถูกจองจำครั้งที่ 7 ที่ยาวนานที่สุดของ อานนท์ นำภา

นับเป็นเวลาครบ 3 ปีเต็มที่ถูกคุมขัง และการต่อสู้ของอานนท์ นำภา ต้องแปรผันจากท้องถนนมาอยู่ใน ‘ห้องพิจารณาคดี’ พร้อมกับทำหน้าที่ทนายความในชุดผู้ต้องขังมาแล้วอย่างน้อย 19 คดี

นับตั้งแต่อานนท์ นำภา เริ่มออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองช่วงยุค คสช. จนถึงปัจจุบัน เขาเคยเข้าออกเรือนจำมาแล้ว 6 ครั้ง แต่สำหรับการถูกขังเรือนจำครั้งล่าสุดเป็นครั้งที่ 7 ถือเป็นการคุมขังที่ยาวนานที่สุดเท่าที่อานนท์เคยเผชิญ แม้มีการยื่นคำร้องขอประกันตัวอานนท์อย่างต่อเนื่อง แต่ศาลก็ไม่เคยอนุญาตให้ประกันตัว แม้ทุกคดีที่ถูกขังจะอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาก็ตาม

ในแง่ของคดีความ ตั้งแต่ออกมาเคลื่อนไหว อานนท์ถูกดำเนินคดีทั้งสิ้น 38 คดี โดยมีอยู่ 27 คดีที่ยังไม่สิ้นสุด ปัจจุบันเขามีโทษจำคุกในคดีมาตรา 112 และคดีอื่น ๆ รวมกันสูงถึง 31 ปี 9 เดือนเศษ และตลอดการต่อสู้คดีต่าง ๆ อานนท์เบิกความในศาลยืนยันเสมอว่า สิ่งที่เขาปราศรัยและแสดงออก เป็นการติชมโดยสุจริตภายใต้เจตนาที่ดีต่อสถาบันกษัตริย์ เพื่อให้ดำรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตยอย่างสง่างาม

ทั้งนี้ อานนท์ถูกพิพากษาคดีมาตรา 112 มาแล้วจำนวน 11 คดี และในวันที่ 30 ต.ค. 2569 ที่จะถึงนี้ ศาลจะมีคำพิพากษาอานนท์พร้อมกับจำเลยอีกหลายคน ในคดีมาตรา 112 จากการปราศรัยชุมนุม #ม็อบ25พฤศจิกาไปSCB นับว่าเป็นคดีที่ 12 จากทั้งหมด 14 คดีที่ถูกกล่าวหาในข้อหานี้

.

อานนท์เคยถูกคุมขังในเรือนจำทั้งสิ้น 7 ครั้งจากการออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ดังนี้

ครั้งนั้น อานนท์ถูกสั่งฟ้องต่อศาลทหารกรุงเทพฯ จากกิจกรรม “นั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ ส่องแสงหากลโกง”  ในคดีขัดคำสั่งหัวหน้า คสช. ฐานร่วมกันชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนขึ้นไป โดยถูกนำตัวไปรอฟังคำสั่งในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และได้รับการประกันตัวในวันเดียวกัน 

ภาพอานนท์ถูกควบคุมตัวขณะที่ทำกิจกรรม เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2558 ภาพจากประชาไท

อานนท์ถูกเพิกถอนประกันในคดี ม.116 จากการชุมนุม #เยาวชนปลดแอก เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2563 ศาลระบุว่ากระทำผิดเงื่อนไขประกันตัวชั้นสอบสวนจากการขึ้นปราศรัย #เชียงใหม่จะไม่ทน ที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2563 และปราศรัยการชุมนุม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2563 

ภายหลังศาลไต่สวนคำร้องขอถอนประกันของพนักงานสอบสวน ศาลมีคำสั่งเพิกถอนประกัน และระบุว่าไม่ได้ตัดสิทธิผู้ต้องหาในการยื่นประกันตัวใหม่ได้ อานนท์แถลงต่อศาลว่า ตนตัดสินใจไม่ขอยื่นประกันตัว เนื่องจากการปราศรัยในการชุมนุมนั้นเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพ ไม่ใช่ความผิด จึงยินดีจะสละเสรีภาพส่วนตัว​ เพื่อรักษาอุดมการณ์ทางการเมือง และยืนยันว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับนักเรียนนักศึกษาเป็นสิ่งที่ผิด 

จากนั้นอานนท์ได้โพสต์จดหมายเขียนข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ยินดีที่ได้ต่อสู้กับทุกคน เราเดินมาไกล จงเดินต่ออย่างกล้าหาญ หน้าที่นอกคุกผมจบแล้ว ขอเดิมพันทั้งหมดเพื่อการเปลี่ยนแปลง 19 กันยายนนี้ ช่วยยืนยันทีว่าเรามาถูกทาง เชื่อมั่นในทุกคน”

จากนั้นอานนท์ได้ปล่อยตัวเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2563 พร้อมกับ “ไมค์” ภาณุพงศ์ หลังจากศาลอาญาออกหมายปล่อยผู้ต้องหา รวมระยะเวลาถูกคุมขังครั้งดังกล่าว 5 วัน ภายหลังพบว่าพนักงานสอบสวนไปยื่นขอถอนการฝากขัง ทำให้ศาลออกหมายปล่อย

ภาพขณะอานนท์ได้รับการปล่อยตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2563

อานนท์ถูกขังระหว่างสอบสวนหลังถูกจับกุมใน #ม็อบ14ตุลา63 เมื่อเวลา 05.00 น. ตามหมายจับในคดีมาตรา 116 จากการชุมนุมเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2563 กรณีปราศรัยที่ประตูท่าแพ #เชียงใหม่จะไม่ทน โดยในเช้าวันดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และมีการนำกำลังเจ้าหน้าที่จะเข้าสลายการชุมนุม ทำให้แกนนำประกาศยุติการชุมนุม

ภายหลังถูกจับกุม อานนท์ถูกนำตัวไปยังกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (บก.ตชด. ภาค 1) เพื่อจัดทำบันทึกการจับกุม จากนั้นเจ้าหน้าที่หน่วยคอมมานโดติดอาวุธครบมือและกระสุนปืนจริง ได้ควบคุมตัวอานนท์ และประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ (นักศึกษาผู้ถูกจับกุมอีกราย) ไปที่กองทัพอากาศดอนเมือง กองบินตำรวจ เพื่อนำตัวไปยังจังหวัดเชียงใหม่ โดยในตอนแรกจะไปโดยใช้เฮลิคอปเตอร์ แต่ภายหลังได้ใช้เครื่องบินตำรวจ และไม่อนุญาตให้ทนายความไปด้วย 

อานนท์โพสต์แจ้งว่าถูกนำตัวถึงกองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเวลา 15.44 น. และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพาตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดเชียงใหม่ในการฝากขังทันที  แต่จากนั้น พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ทั้งสองคนถึงห้องรับรองกองบิน 41 อย่างรวดเร็ว โดยไม่มีการสอบปากคำ และเร่งรัดพาตัวทั้งสองไปที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ 

ต่อมา ศาลอนุญาตให้ฝากขัง และมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว เป็นเหตุให้ทั้งสองคนถูกนำตัวไปขังอยู่ที่เรือนจำกลางเชียงใหม่ ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2563 หลังยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวดังกล่าว

ภาพขณะที่อานนท์ถูกปล่อยตัวที่เรือนจำกลางเชียงใหม่ และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจอายัดตัวทันที

หลังถูกปล่อยตัว อานนท์ถูกอายัดตัวจากเรือนจำกลางเชียงใหม่ นำตัวไปยัง สน.ชนะสงคราม ตามหมายจับในคดีมาตรา 116 (ข้อหาในขณะนั้น ภายหลังถูกสั่งฟ้องในข้อหามาตรา 112 ร่วมด้วย) เหตุชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร โดยมีตำรวจ สน.ชนะสงคราม ควบคุมตัวเดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยรถตู้และอนุญาตให้มีทนายความเดินทางไปด้วย 1 คน 

ศาลอาญาอนุญาตให้ฝากขังระหว่างสอบสวนและไม่อนุญาตให้ประกันตัวในตอนแรก แต่ภายหลังจากที่พนักงานสอบสวนยื่นขอฝากขังผัดที่สอง และอานนท์ได้ยื่นคำร้องคัดค้านการฝากขัง ศาลได้ยกคำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวน ระบุว่า “เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีความมั่นคง มีการตั้งพนักงานสอบสวนกว่า 50 นาย พยานที่เหลือที่ยังไม่ได้สอบปากคำเป็นเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งไม่ได้มีความยุ่งยาก ระยะเวลาฝากขัง 12 วัน จึงเพียงพอแล้ว กระบวนการตรวจสอบหลักฐานภายในอย่างเรื่องภาพเคลื่อนไหวและลายนิ้วมือเป็นกระบวนการตรวจสอบภายใน ไม่เกี่ยวกับผู้ต้องหา” 

อานนท์จึงได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2563 ในเวลาประมาณ 00.00 น. หลังครบกำหนดเวลาของหมายขังการฝากขังครั้งที่หนึ่ง

ภาพขณะที่อานนท์ถูกปล่อยตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

อานนท์ถูกขังระหว่างพิจารณาคดีหลังมีคำสั่งฟ้องในข้อหาหลักตามมาตรา 112 จากการชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร เทวัญ รอดเจริญ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว ระบุว่า “…การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำซ้ำ ๆ ต่างกรรมต่างวาระตามข้อกล่าวหาเดิมหลายครั้งหลายครา กรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยอาจไปก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับความผิดที่ถูกกล่าวหาอีก…” จึงเป็นเหตุให้อานนท์และแกนนำที่ถูกสั่งฟ้องร่วมกัน ถูกนำตัวไปขังที่เรือนจำ

ระหว่างถูกคุมขัง เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายน 2564 มีข่าวการแพร่ระบาดโควิด-19 ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซึ่งพบว่าอานนท์และผู้ต้องขังการเมืองรายอื่น ๆ เช่น “จัสติน” ชูเกียรติ และ “ไมค์” ภาณุพงศ์ ติดโควิดในเรือนจำ ต่อมาหลังจากการยื่นประกันหลายครั้ง และมีผู้ต้องขังทางการเมืองหลายคนอดอาหารประท้วง รวมถึงกระแสเรียกร้องให้คืนสิทธิประกันตัว ศาลจึงทยอยให้ประกันตัวอย่างมีเงื่อนไข 

จนอานนท์ได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2564 จากการยื่นครั้งที่ 8 ระหว่างการรักษาอาการป่วยโควิด-19 อยู่ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ 

อานนท์ถูกขังระหว่างสอบสวนยาวจนถึงระหว่างพิจารณาคดี ในข้อหามาตรา 112 จากการชุมนุมวันที่ 3 ส.ค. 2564 “เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย” หรือ #ม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์2 สืบเนื่องจากการเข้ามอบตัวในวันที่ 9 ส.ค. 2564 และถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สน.ปทุมวัน จนถูกส่งตัวเข้าเรือนจำตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. 2564 หลังศาลอาญากรุงเทพใต้อนุญาตให้ฝากขังตามที่พนักงานสอบสวนยื่นคำร้อง อีกทั้งศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวในตอนแรก แม้เขียนจดหมายยืนยันสิทธิในการต่อสู้คดีและยื่นคำร้องขอประกันตัวหลายครั้ง 

กระทั่งศาลอาญากรุงเทพใต้อนุญาตให้ประกันตัวจากการยื่นครั้งที่ 11 และถูกปล่อยตัวเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2565 ภายใต้เงื่อนไข 7 ข้อ รวมถึงการติดกำไล EM และห้ามออกนอกเคหสถานในช่วงเวลา 19.00 – 06.00 น. ของวันใหม่ (ภายหลังศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ถอดกำไล EM และยกเลิกเงื่อนไขห้ามออกนอกเคหสถาน) 

การถูกขังครั้งดังกล่าว นับว่าเป็นการขัง ‘ระหว่างพิจารณาคดี’ ที่ยาวนานเกือบหนึ่งปี ก่อนที่จะได้รับสิทธิประกันตัวออกมา

ภาพปล่อยตัวอานนท์​ เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2565 ภาพจาก Banrasdr Photo

อานนท์ถูกคุมขังระหว่างอุทธรณ์และฎีกา หลังศาลอาญามีคำพิพากษาจำคุกในคดี ม.112 เหตุปราศรัยในการชุมนุม #ม็อบ14ตุลา63 ต่อมาถูกพิพากษาจำคุกคดี ม.112 อีกหลายคดี และคดีข้อหาอื่น ๆ รวมแล้วมีโทษจำคุกรวมกันประมาณ 31 ปี 9 เดือนเศษ (ข้อมูล ณ วันที่ 26 ก.ย. 2569) โดยที่ปัจจุบันศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ประกันตัว แม้จะมีความพยายามในการยื่นประกันตัวอย่างต่อเนื่อง รวมกันไม่น้อยกว่า 167 ฉบับ ขณะที่อานนท์ถูกขังมาสามปีเต็มแล้วและยังคงทำหน้าที่ทนายความให้กับจำเลยคดีทางการเมืองอีกหลายคน และต่อสู้กับคดีต่าง ๆ ที่ถูกกล่าวหาเรื่อยมา

ภาพอานนท์ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2566 ภาพจากไข่แมวชีส

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

คดีทางการเมืองทั้งหมดของ ‘อานนท์ นำภา’ 

2 ปีที่คุมขัง: ชวนย้อนอ่านคำเบิกความ ‘อานนท์ นำภา’ สู้แล้ว 10 คดี ม.112 ยืนยันแสดงออกด้วยเจตนาดีต่อสถาบันกษัตริย์ ให้สามารถดำรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ

วันทนายความ: เกือบสองปีครึ่งแห่งการคุมขัง “อานนท์ นำภา” ยังทำหน้าที่ทนายความใน 19 คดี

X