พรุ่งนี้ (6 ส.ค. 2568) เวลา 09.30 น. ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี มีนัดฟังคำพิพากษาในคดีของนักกิจกรรมรวม 12 ราย ในข้อหาหลักตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ชุมนุมมั่วสุม ใช้กำลังประทุษร้ายฯ ตามมาตรา 215 จากกรณีชุมนุมรวมตัวเรียกร้องให้ปล่อยตัวกลุ่มทะลุฟ้าและประชาชน บริเวณหน้ากองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 จังหวัดปทุมธานี (บก.ตชด. ภาค 1) เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2564
จำเลยในคดีนี้ ได้แก่ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์, ณัฐชนน ไพโรจน์, ปนัดดา ศิริมาศกูล หรือ “ต๋ง ทะลุฟ้า”, “ไมค์” ภานุพงศ์ จาดนอก, “ปูน” ธนพัฒน์, “ฟ้า” พรหมศร วีระธรรมจารี, “บอย” ธัชพงศ์ แกดำ, สิริชัย นาถึง, แซม สาแมท, ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, เบนจา อะปัญ และวรวรรณ แซ่อั้ง หรือ “ป้าเป้า”
.
ชุมนุมเรียกร้อง #ปล่อยเพื่อนเรา หน้า ตชด.ภาค 1 ทยอยถูกดำเนินคดี 3 คดีใน 16 คน
ย้อนไปเมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2564 มีการชุมนุมเรียกร้องให้ปล่อยตัวกลุ่มทะลุฟ้าที่บริเวณหน้า บก.ตชด. ภาค 1 หลังสมาชิกกลุ่มและประชาชน รวม 32 ราย ถูกจับกุมจากการรวมตัวกันทำกิจกรรม “ปล่อยเพื่อนเรามา คืนประชาธิปไตย” ที่หน้าสโมสรตำรวจ พบว่าในวันดังกล่าวมีการสาดสีแดงและพ่นสีสเปรย์ใส่เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนที่จัดกำลังมาบริเวณดังกล่าวขณะชุมนุมด้วย

ภาพจาก Mob Data Thailand
หลังกิจกรรมดังกล่าว พบว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีที่สืบเนื่องจากการชุมนุมดังกล่าวทั้งสิ้น 3 คดี รวมแล้วมีผู้ถูกดำเนินคดี 16 คน ดังนี้
- คดีของ 4 นักกิจกรรม (ได้แก่ ปัณณพัทธ์ จันทนางกูล, ชนินทร์ วงษ์ศรี, ชลธิศ โชติสวัสดิ์ และวัชรากร ไชยแก้ว)
- คดีของ 3 นักกิจกรรมและประชาชน (ได้แก่ ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, เบนจา อะปัญ และวรวรรณ แซ่อั้ง)
- คดีของ 9 นักกิจกรรม (ได้แก่ แซม ซาแมท, พริษฐ์ ชิวารักษ์, สิริชัย นาถึง, ณัฐชนน ไพโรจน์, พรหมศร วีระธรรมจารี, ปูน” ธนพัฒน์, ภาณุพงศ์ จาดนอก, ชาติชาย หรือ ธัชพงษ์ แกดำ และปนัดดา ศิริ)
สำหรับคดีของ 4 นักกิจกรรม ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องทุกข้อหา โดยเห็นว่าโจทก์ไม่สามารถนำสืบได้ว่าจำเลยทั้ง 4 ผิดตามฟ้องอย่างไร จำเลยชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ เป็นสิทธิและเสรีภาพที่ถูกรับรองไว้ตามรัฐธรรมนูญ และคดีสิ้นสุดไปแล้ว
ส่วนคดีของ ‘คดีของ 3 นักกิจกรรมและประชาชน’ และ ‘คดีของ 9 นักกิจกรรม’ ดังกล่าวต่อมาหลังถูกสั่งฟ้อง ได้ถูกรวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน และเป็นคดีที่จะมีคำพิพากษาออกมานี้
.
9 คนถูกออกหมายจับ ศาลไม่ให้ประกันชั้นสอบสวน ติดโควิด และอดอาหาร
สำหรับคดีนี้ มี 9 คนที่ถูกออกหมายจับ พบว่าบางรายถูกออกหมายจับเพียง 1 วันหลังจากวันเกิดเหตุ และ 3 คนที่ถูกออกหมายเรียกดำเนินคดี โดยสามารถไล่เรียงเหตุการณ์โดยสรุปได้ดังนี้
7 ส.ค. 2564 แซม ซาแมทถูกจับกุมตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรีลงวันที่ 5 ส.ค. 2564 ระหว่างการชุมนุม #ม็อบ7สิงหา64 บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง
8 ส.ค. 2564 พริษฐ์ ชิวารักษ์, สิริชัย นาถึง, พรหมศร วีระธรรมจารี เข้ามอบตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และณัฐชนน ไพโรจน์ ถูกจับกุมหน้า สตช. ขณะเดินทางมามอบตัว โดยกลุ่มนี้ถูกออกหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรี ลงวันที่ 3 ส.ค. 2564
9 ส.ค. 2564 ธนพัฒน์ (สงวนนามสกุล), ภาณุพงศ์ จาดนอก, ธัชพงษ์ แกดำ และปนัดดา ศิริมาศกูล เดินทางมามอบตัวตามหมายจับที่ สภ.คลองห้า
จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอฝากขังนักกิจกรรมทั้ง 9 คนระหว่างสอบสวน ทนายความได้ยื่นคำร้องคัดค้านการฝากขัง และขอให้ไต่สวนพนักงานสอบสวน ต่อมาศาลจังหวัดธัญบุรีมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขัง ทนายความจึงยื่นประกันตัว แต่ศาลมีคำสั่งยกคำร้อง ระบุเหตุผลโดยสรุปว่า “ผู้ต้องหาได้กระทําการโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ทั้งไม่คํานึงถึงความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของสังคม” ทำให้ทั้ง 9 คนถูกนำตัวไปฝากขังที่เรือนจำชั่วคราวรังสิต (ทั้งที่ควรนำตัวไปที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นการนำตัวไปกักตัว) ยกเว้นปนัดดาถูกฝากขังที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิงคลองห้า
ขณะพวกเขาถูกขังในเรือนจำ ยังมีสถานการณ์โควิด-19 ระบาดในประเทศไทย ซึ่งรวมไปถึงในเรือนจำด้วย เป็นผลให้อย่างน้อย 7 คนจาก 9 คนที่ถูกขังอยู่ติดโควิดในเรือนจำ ได้แก่ แซม สาแมท, “ปูน” ธนพัฒน์, สิริชัย นาถึง, “ฟ้า” พรหมศร, “เพนกวิน” พริษฐ์, “บอย” ธัชพงษ์, “ไมค์” ภาณุพงศ์ ทำให้พวกเขาถูกส่งตัวไปรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์
นอกจากนั้นแล้วยังเกิด “การประท้วงอดอาหาร” โดยมี “ฟ้า” พรหมศร, แซม สาแมท และสิริชัย นาถึง ได้ปฏิบัติการอดอาหารประท้วงเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2564 เนื่องจากต้องการเรียกร้องให้ย้ายพวกเขาไปยังโรงพยาบาลอื่นนอกสังกัดโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แต่อย่างไรก็ตามพวกเขายุติการประท้วงลงในวันที่ 23 ส.ค. 2564 รวมแล้ว 9 วัน
13 ส.ค. 2564 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว “ปูน” ธนพัฒน์ หลังทนายความยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง โดยหนึ่งในเงื่อนไขประกันตัวนั้น ศาลให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวเล็กทรอนิกส์ (EM) อีกด้วย
ต่อมาเมื่อ 26 ส.ค. 2564 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว สิริชัย นาถึง, ปนัดดา ศิริมาศกูล และ แซม สาแมท หลังทนายความยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง
ผ่านมากว่า 1 เดือน ในวันที่ 15 ก.ย. 2564 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว “ฟ้า” พรหมศร, “เพนกวิน” พริษฐ์, “ไมค์” ภาณุพงศ์, “บอย” ธัชพงษ์ และณัฐชนน หลังยื่นอุทธรณ์คำสั่ง โดยหนึ่งในเงื่อนไขประกันตัวทั้งห้าคน มีการให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวเล็กทรอนิกส์ (EM) แต่อย่างไรก็ตาม พริษฐ์เป็นเพียงคนเดียวที่ยังไม่ได้รับปล่อยตัวเนื่องจากถูกถอนประกันในคดีมาตรา 112 อีกคดีหนึ่ง
ด้าน 3 นักกิจกรรมถูกออกหมายเรียก ได้เข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ สภ.คลองห้า จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2564
.
สั่งฟ้องสองคดี ก่อนรวมการพิจารณา
เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2564 พนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรีมีคำสั่งฟ้อง “คดีของ 9 นักกิจกรรม” โดยระบุข้อหาในคำขอท้ายฟ้องรวม 6 ข้อหาหลัก ดังนี้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ, ร่วมกันโฆษณาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต, “มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง (โดยมีทั้งผู้กระทำผิดเป็นหัวหน้า/ผู้สั่งการ และผู้เข้าร่วม)” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม, “ร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 296, “ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 และขอให้ศาลสั่งริบของกลางคือถังสีที่เปิดใช้แล้ว
ต่อมาวันที่ 6 ก.ค. 2565 พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง “คดีของ 3 นักกิจกรรมและประชาชน” โดยระบุข้อหาในท้ายคำฟ้องใน 3 ข้อหาหลัก ดังนี้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ และข้อหามาตรา 215
สำหรับคดีของ 3 นักกิจกรรมและประชาชน ที่สั่งฟ้องในภายหลัง คำฟ้องระบุไว้ว่า โจทก์ไม่สามารถยื่นฟ้องจำเลยทั้งสามคนต่อศาลไปพร้อมกับคดีของ 9 นักกิจกรรมได้ และไม่ได้ยื่นขอผัดฟ้องมาตั้งแต่ต้น เป็นเหตุให้คดีขาดผัดฟ้อง ต่อมาอธิบดีอัยการภาค 1 ซึ่งอัยการสูงสุดมอบหมาย ได้มีหนังสืออนุญาตให้ฟ้องจำเลยทั้งสามแล้ว
.
สืบพยาน: จำเลยยืนยันชุมนุมเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรมที่ถูกจับกุมไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้ปราศรัยสั่งให้ผู้ชุมนุมทำร้ายเจ้าหน้าที่
ในการต่อสู้คดี จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ศาลจึงมีการสืบพยานโจทก์และจำเลยไปทั้งสิ้น 12 นัด ในช่วงเดือน 29 ม.ค., 5, 12, 19 ก.พ., 4, 18, 25 มี.ค., 22, 29 เม.ย. และ 13, 27 มิ.ย. 2567 และสืบพยานจำเลยในวันที่ 28 เม.ย. 2568
โจทก์นำพยานเข้าสืบทั้งสิ้น 18 ปาก ได้แก่ พ.ต.ท.กนกพล ภาชนะกาญจน์, ส.ต.อ.สิทธิชัย ทะโพนชัย, พ.ต.อ.อำนวยพันธ์ นิลน้อย, พ.ต.ต.ณัฐวุฒิ รื่นนาค, จ.ส.ต.วราเศรษฐ์ วงษ์ปิ่น, พ.ต.ท.ชนะสงคราม แก้วเงิน (พนักงานสืบสวน),
พ.ต.ท.สิทธิชัย สิทธิประภา, พ.ต.ท.สุนทร รัตนพร, พ.ต.ท.อุทิศ ชอบชื่น (พนักงานสอบสวน), พ.ต.ท.อัครภัส จายะวานิช (ตำรวจ สภ.คลองห้า ลงพื้นที่วันเกิดเหตุ), ส.ต.ท.ปริญญา รัศมีวิศิษฐ์ปัญญา, ส.ต.อ.กิตติพงษ์ คงใจ, ส.ต.อ.ภาณุพงษ์ นามท้าว, ส.ต.อ.กิตติศักดิ์ ภาคอินทรีย์, ร.ต.อ.ชาติ อเนกศรี (เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน หรือ คฝ.),
ธงชัย อัครธรรมบดี (ปลัดอำเภอคลองหลวง), อิทธิศักดิ์ บัวแดง (ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการ แขวงทางหลวงชนบทปทุมธานี), รัตติกรณ์ มีอุตส่าห์ (ผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อบต.คลองห้า) และ พิเชฐ เรื่องศรี (ประชาชนที่ขับรถผ่านที่เกิดเหตุ)
ส่วนฝ่ายจำเลยมีข้อต่อสู้ในคดีว่า ผู้ชุมนุมมาเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับกุมเนื่องจากตำรวจควบคุมตัวนักกิจกรรมและประชาชนไม่ชอบด้วยกฎหมาย, การชุมนุมดังกล่าวไม่ได้มีการปราศรัยสั่งให้ทำร้ายเจ้าหน้าที่,ไม่ได้ปิดการจราจร รถยังสามารถสัญจรไปมาได้ และยังมีเส้นทางอื่นที่สามารถสัญจรได้ด้วย นอกจากนั้น สถานที่ชุมนุมเป็นที่โล่งแจ้ง อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ใช่พื้นที่แออัด ผู้ชุมนุมทุกคนสวมหน้ากากอนามัย ไม่ได้เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค ส่วนการสาดสีที่เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ สามารถล้างออกได้ ไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน
ทั้งนี้ มีพยานจำเลยเข้าสืบจำนวน 3 ปาก ได้แก่ ชาติชาย แกดำ, ปนัดดา ศิริมาศกูล และเบนจา อะปัญ (จำเลยทั้งสามอ้างตนเองเป็นพยาน)
.
ในระหว่างการสืบพยาน ศาลให้ออกหมายจับภาณุพงศ์, พริษฐ์ และปนัสยา และให้สืบพยานลับหลังจำเลย โดยอ้างตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 ทวิ/1 วรรคหนึ่ง
หลังการสืบพยานดังกล่าวเสร็จสิ้น ศาลจังหวัดธัญบุรีนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 6 ส.ค. 2568 เวลา 09.30 น. ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 5
.
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
“ยิ่งถูกจับ ยิ่งอยากจะสู้”: รู้จัก ‘ต๋ง ทะลุฟ้า’ หญิงเดี่ยว 1 ใน 9 ผู้ถูกคุมขังคดีชุมนุมหน้า ตชด.
