ศาลอาญาสั่งยุติคดี ‘อาร์ม-แบงค์-เก่ง-ต้อม’ ชุมนุมราษฎรเดินไล่ตู่ #ม็อบ11มิถุนา65 เหตุเข้าข่ายนิรโทษกรรม พร้อมให้ถอดกำไล EM หลังติดยาวนานเกือบสามปี

วันที่ 19 ต.ค. 2569 เวลา 13.30 น. ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 801 ศาลอาญานัดไต่สวนคำร้องเกี่ยวเนื่องกับการนิรโทษกรรม ในคดีของจำเลย 4 ราย ได้แก่ “อาร์ม” วัชรพล, “แบงค์” ณัฐพล, “เก่ง” พลพล และ “ต้อม” จตุพล (สงวนนามสกุล) กรณีถูกกล่าวหาร่วมกันวางเพลิงรถยนต์ตำรวจ สน.ดินแดง ช่วงหลังการชุมนุม #ราษฎรเดินไล่ตู่ หรือ #ม็อบ11มิถุนา65 ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุกคนละ 3 ปี ส่วนพลพลจำคุก 1 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา ทั้งหมดได้รับการประกันตัวชั้นฎีกา พร้อมให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) ยกเว้น “แบงค์” ณัฐพล ที่ยังไม่ได้รับประกันตัว 

.

ศาลมีคำสั่งให้ยุติการพิจารณาและมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ตามมาตรา 8 ของ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ พร้อมกับอนุญาตให้ถอดกำไล EM หลังจากถูกติดอุปกรณ์ดังกล่าวต่อเนื่องเกือบสามปี รวมถึงเคยเข้าออกเรือนจำหลายครั้งระหว่างการพิจารณาคดี  ทั้งนี้กรณีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยุติคดี โดยไม่ต้องส่งให้ศาลฎีกาวินิจฉัยแต่อย่างใด
.

คดีนี้จำเลยทั้งสี่คนถูกฟ้องใน 5 ข้อกล่าวหา ได้แก่ 1. ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น ตาม ป.อาญา มาตรา 217, 2. ร่วมกันทําให้เสียทรัพย์ ตามมาตรา 358, 3. ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ตามมาตรา 215, 4. ไม่เลิกการชุมนุมมั่วสุมตามคำสั่งเจ้าพนักงาน ตามมาตรา 216 และ 5. ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

เมื่อปี 2565 ทั้งสี่คนเคยถูกคุมขังระหว่างการสอบสวนต่อเนื่องจนถึงชั้นพิจารณาคดีคนละกว่า 240 วัน หลังจากที่มีสองคนถูกจับกุม รวมถึงสองคนไปมอบตัวตามหมายจับ แต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว จึงถูกคุมขังไล่เลี่ยกันตั้งแต่ในช่วงวันที่ 14-17 มิ.ย. 2565 กระทั่งได้รับประกันตัวทั้งหมดเมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2566 โดยศาลกำหนดเงื่อนไขให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM)

ต่อมาหลังการสืบพยาน ศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2566 ลงโทษจำคุกวัชรพล, จตุพล, ณัฐพล คนละ 3 ปี ส่วนพลพลจำคุก 1 ปี 4 เดือน ก่อนศาลจะไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทั้งหมดจึงถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นครั้งที่สอง เป็นเวลากว่า 3 เดือน จึงทยอยได้รับประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ในช่วงเดือน พ.ย. 2566 โดยศาลกำหนดหนึ่งในเงื่อนไขให้ติดกำไล EM 

จากนั้นเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2569 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนจำคุกคนละ 3 ปี และจำคุกพลพล 1 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา ก่อนในวันเดียวกัน ศาลอาญามีคำสั่งให้ประกันตัวจำเลย 3 คน ในระหว่างฎีกา โดยกำหนดเงื่อนไขให้ติดกำไล EM เช่นเดิม ยกเว้น “แบงค์” ณัฐพล ซึ่งถูกคุมขังในคดีอื่นอยู่ และยังไม่ได้รับการประกันตัว

.

หลังจากที่ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ประกาศให้มีผลบังคับใช้นิรโทษกรรมคดีอันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมืองหรือแรงจูงใจทางการเมือง ทนายความได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลยุติการพิจารณาและมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ตามมาตรา 8 ของ พ.ร.บ. ดังกล่าว เนื่องจากคดีของทั้งสี่คนเข้าข่ายได้รับนิรโทษกรรมทุกข้อกล่าวหา

จากนั้นศาลมีคำสั่งให้รับคำร้องจำเลยทั้งสี่ และสำเนาให้โจทก์ หากจะคัดค้านให้ทำเป็นหนังสือเสนอต่อศาลก่อนหรือในวันนัด พร้อมนัดไต่สวนคำร้องวันที่ 19 ต.ค. 2569 เวลา 13.30 น.

วันนี้ (19 ต.ค. 2569) ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 801 ทนายความพร้อมกับจำเลยทั้งสามคนทยอยเดินทางมาศาลเมื่อเวลา 13.25 น. พร้อมกับครอบครัวและประชาชนที่ติดตามให้กำลังใจ ในขณะที่ “แบงค์” ณัฐพล ถูกเบิกตัวมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พร้อมถูกสวมกุญแจเท้า

ระหว่างรอศาล ครอบครัวจำเลยคนหนึ่งได้พาลูกคนเล็กเข้ามานั่งเพื่อรอฟังการพิจารณาคดีด้วย แต่เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์แจ้งว่าไม่อนุญาต และให้มารดาพาลูกออกไปนั่งรอบริเวณหน้าห้องพิจารณาแทน

จากนั้นเมื่อเวลาประมาณ 13.50 น. หลังพักการพิจารณาคดีอื่น ศาลจึงเรียกคดีนี้โดยให้จำเลยทั้ง 4 คนลุกขึ้นยืนขานชื่อตนเอง จากนั้นศาลถามต่อว่ามีใครเป็นญาติจำเลยบ้าง พร้อมกับอธิบายเกี่ยวกับการนิรโทษกรรม ว่าคดีนี้อยู่ระหว่างชั้นฎีกา ศาลสามารถมีคำสั่งเองได้โดยไม่ต้องรอคณะกรรมการฯ 

ศาลตรวจดูคำฟ้อง คำพิพากษาศาลชั้นต้น และคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว ฐานความผิดอยู่ในบัญชีท้าย ได้แก่ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215, มาตรา 216, มาตรา 217, มาตรา 218 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นไปตามมาตรา 8 ของ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งบัญญัติไว้ว่า หากผู้นั้นถูกฟ้องคดีต่อศาลแล้วและคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลใด ให้ศาลนั้นยุติการพิจารณาและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และคดีใดที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษผู้นั้นก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดนั้น และถ้าผู้นั้นอยู่ระหว่างการรับโทษให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลงและให้ปล่อยตัวผู้นั้นไป

ศาลจึงมีคำสั่งยุติการพิจารณาคดีและจำหน่ายคดีของทั้งสี่คนออกจากสารบบความ ตามมาตรา 8 ของ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พร้อมออกหมายปล่อย “แบงค์” ณัฐพล ในคดีนี้ แต่เขาจะยังไม่ถูกปล่อยตัว เนื่องจากยังมีคดีอื่นที่ถูกคุมขังอยู่

ภายหลังศาลมีคำสั่ง “ต้อม” จตุพลได้ร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ ขณะเดียวกันประชาชนและครอบครัวของพวกเขาได้เข้ามาแสดงความยินดีกับทั้งสี่คน โดยภราดร เกตุเผือก สื่อพลเมือง ก็แจ้งว่าวันนี้เขาเข้าเยี่ยม “อาย” กันต์ฤทัย ที่เรือนจำ อายได้ฝากแสดงความยินดีกับทั้งสี่คนมาล่วงหน้าด้วย

ด้านกำไล EM ที่ทั้งสามคนยังถูกติดอยู่ ศาลแจ้งว่าให้ทนายความยื่นคำร้องขอถอดกำไล EM ทนายจึงได้ยื่นคำร้องดังกล่าวทันที ต่อมาในช่วงเย็น ศาลอาญามีคำสั่งให้ถอดกำไล EM ดังกล่าว หลังจากนั้น “อาร์ม” วัชรพล, “เก่ง” พลพล และ “ต้อม” จตุพล จึงเดินทางกลับบ้าน

.
จากการดำเนินคดีดังกล่าว ทั้งสี่คนต้องเผชิญกับการติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) รวมทั้งหมดสองครั้ง โดย “เก่ง” พลพล ติดต่อเนื่องเป็นเวลา 1,079 วัน (6 พ.ย. 2566 – 19 ต.ค. 2569) รวมกับการติดในครั้งแรกอีก 195 วัน (17 ก.พ. – 30 ส.ค. 2566), “อาร์ม” วัชรพล ติดต่อเนื่อง 1,072 วัน (13 พ.ย. 2566 – 19 ต.ค. 2569) รวมกับครั้งแรก 195 วัน, “ต้อม” จตุพล ติดต่อเนื่อง 1,072 วัน (13 พ.ย. 2566 – 19 ต.ค. 2569) รวมกับครั้งแรก 195 วัน และ “แบงค์” ณัฐพล ซึ่งติดกำไล EM ในครั้งแรก 195 วัน และครั้งที่สองตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. 2566 ก่อนที่ต่อมาเขาจะถูกคุมขังในคดีส่วนตัว ซึ่งทราบว่ายังคงต้องติดกำไล EM ในเรือนจำมาระยะหนึ่งก่อนที่จะได้ถอดออกในเวลาต่อมา

.

ส่วนการถูกคุมขังในเรือนจำ ทั้งสี่คนเคยถูกจองจำอย่างน้อยสองครั้ง ได้แก่ ช่วงระหว่างการสอบสวนจนถึงชั้นพิจารณาคดี และช่วงระหว่างการอุทธรณ์ภายหลังมีคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดย “เก่ง” พลพล เคยถูกขังทั้งสิ้น 314 วัน (แบ่งเป็นการถูกขังครั้งแรก 245 วัน และครั้งที่สอง 69 วัน), “อาร์ม” วัชรพล เคยถูกขังทั้งสิ้น 323 วัน (แบ่งเป็นการถูกขังครั้งแรก 248 วัน และครั้งที่สอง 75 วัน), “ต้อม” จตุพล เคยถูกขังเป็นเวลารวม 323 วัน (แบ่งเป็นการถูกขังครั้งแรก 246 วัน และครั้งที่สอง 77 วัน) 

ส่วน “แบงค์” ณัฐพล เคยถูกขังอย่างน้อยสามครั้ง แบ่งเป็นการถูกขังครั้งแรก 245 วัน ครั้งที่สอง 78 วัน และครั้งที่สามหลังถอนประกันคดีนี้ระหว่างถูกคุมขังคดีส่วนตัวในช่วงเดือนมกราคม 2568 และปัจจุบันเขายังคงถูกคุมขังในคดีส่วนตัว และคดี ม.112 อีกคดีหนึ่ง

นอกจากนี้ ระหว่างที่ “ต้อม” จตุพล และ “แบงค์” ณัฐพล ถูกคุมขังยังได้ร่วมปฏิบัติการฝืนตื่นประท้วงเพื่อเรียกร้องให้ศาลคืนสิทธิประกันตัว ร่วมกับ “เก็ท” โสภณ เป็นเวลา 7 วันในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2566 

.

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

#ม็อบ11มิถุนา65 : ราษฎรเดินไล่ตู่ : Mob Data Thailand

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 3 ปี “อาร์ม-ต้อม-แบงค์” และ “เก่ง” 1 ปี 4 เดือน กรณีถูกกล่าวหาวางเพลิงรถตำรวจ หลังชุมนุม #ราษฎรเดินไล่ตู่ ปี 2565 ก่อนได้ประกันชั้นฎีกา 

อ่านบทสัมภาษณ์จำเลยทั้งสี่คน

“ผมแค่อยากเห็นสังคมที่คนเท่ากัน” : คุยกับ “แบงค์ ณัฐพล” 4 พล (เมือง) ดินแดงก่อนฟังคำพิพากษา

“หากต้องกลับเข้าไป ครอบครัวผมก็จะยิ่งลำบากขึ้นไปอีก” : คุยกับ “ต้อม จตุพล” 4 พล (เมือง) ดินแดง ก่อนฟังคำพิพากษา

“ผมจะสู้จนกว่าทุกอย่างจะดีขึ้น ถ้าวันไหนชนะขึ้นมาก็คือวันนั้นที่ผมหยุด”: คุยกับ ‘เก่ง พลพล’ 4 พล (เมือง) ดินแดง ก่อนวันพิพากษา

“ผมยืนยันว่าผมบริสุทธิ์”: คุยกับ“อาร์ม วัชรพล” 4 พล (เมือง) ดินแดง ก่อนวันพิพากษา

X