พรุ่งนี้! ปล่อยตัวผู้ต้องขัง ม.112 อีก 4 ราย “ธนพร – สมบัติ – ขนุน – ทีปกร” หลังเข้าเกณฑ์พ.ร.ฎ.อภัยโทษ

ในช่วงเช้าวันที่ 27 ส.ค. 2568 มีรายงานว่าผู้ต้องขังทางการเมืองในคดีมาตรา 112 จำนวน 4 ราย ได้แก่ สมบัติ ทองย้อย, “ธนพร”, “ทีปกร” และ “ขนุน” สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ จะได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ เนื่องจากเข้าหลักเกณฑ์การได้รับอภัยโทษตาม พ.ร.ฎ.อภัยโทษฯ พ.ศ. 2568 ซึ่งออกมาในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยรายละเอียดการปล่อยตัวจะเป็นไปตามเรือนจำที่แต่ละคนถูกคุมขัง

.

สมบัติ ทองย้อย สิ้นสุดการคุมขัง 2 ปี 8 เดือน

กรณีของสมบัติ ทองย้อย ประชาชนและอดีตการ์ดเสื้อแดง วัย 55 ปี จะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในคดีมาตรา 112 โดยรับโทษจำคุก 4 ปี ตามคำพิพากษาของศาลอทธรณ์ จากกรณีโพสต์ข้อความ “#กล้ามาก #เก่งมาก #ขอบใจนะ” ประกอบกับแปะภาพบันทึกหน้าจอจากข่าวมติชนเกี่ยวกับบัณฑิตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่เข้ารับปริญญาทั้งคณะ เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2563 และอีก 2 ข้อความกล่าวถึงการทำตัวใกล้ชิดกับประชาชน ซึ่งโพสต์เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2563

สมบัติต่อสู้คดีเรื่อยมา จนกระทั่งวันที่ 25 เม.ย. 2565 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 6 ปี หลังจากนั้นเขาไม่ได้รับการประกันตัวในระหว่างอุทธรณ์ และถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นาน 9 เดือนเศษ แต่ภายหลังศาลฎีกาอนุญาตให้ประกันตัว เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2566 พร้อมเงื่อนไขติดกำไล EM 

สมบัติมีอิสรภาพเพียง 7 เดือนเศษ กระทั่งในวันที่ 13 ก.ย. 2566 เขาสูญเสียอิสรภาพเป็นครั้งที่ 2 หลังศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น แต่แก้โทษลดเหลือจำคุกรวม 4 ปี โดยในครั้งนี้ศาลฎีกากลับมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทำให้เขาถูกคุมขังเรื่อยมา ก่อนตัดสินใจยุติการต่อสู้คดี และกลายเป็นผู้ต้องขังคดีสิ้นสุด

ทั้งนี้สมบัติถูกคุมขังในสองช่วงเวลา รวมกันเป็นระยะเวลา 1,001 วัน หรือประมาณ 2 ปี 8 เดือนเศษ ทำให้เขาเข้าเกณฑ์ได้รับอภัยโทษหลังถูกคุมขังมา 1 ใน 3 ของโทษ

.

ทีปกร สิ้นสุดการคุมขัง 2 ปี 2 เดือน 

ในกรณีของทีปกร หรือ “กิ๊ฟ” อดีตหมอนวดแผนไทยอิสระ วัย 40 ปี จะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายหลังวันที่ 20 ก.พ. 2568 เขาถูกย้ายเรือนจำกะทันหันจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ 

ทีปกรถูกดำเนินคดีในข้อหาตามมาตรา 112 โดยถูกลงโทษจำคุก 3 ปี ตามคำพิพากษาของศาลอาญา เหตุจากการโพสต์เฟซบุ๊กและแชร์คลิปวิดีโอที่มีเนื้อหาวิจารณ์การใช้ภาษีของสถาบันกษัตริย์ เมื่อปี 2563 

หลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2566 เขาไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ ทำให้ถูกคุมขังเรื่อยมา จนตัดสินใจถอนอุทธรณ์ ไม่สู้คดีต่อ ทำให้กลายเป็นผู้ต้องขังถึงที่สุด

หลังถูกคุมขังมา 2 ปี 2 เดือนเศษ ทีปกรได้รับแจ้งว่าตัวเองเข้าเกณฑ์ปล่อยตัวรอบแรกจาก พ.ร.ฎ.อภัยโทษ พ.ศ. 2568  ทำให้เขาจะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำเช่นกัน

.

ธนพร สิ้นสุดการคุมขัง 1 ปี 3 เดือน

ทางด้านของธนพร แม่ลูกอ่อนจากจังหวัดอุทัยธานี วัย 25 ปี จะได้รับการปล่อยตัวจากทัณฑสถานหญิงธนบุรี จากการถูกดำเนินคดีมาตรา 112 โดยถูกลงโทษจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา จากคำพิพากษาของศาลฎีกา จากกรณีใช้บัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวไปแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์เฟซบุ๊กของเพจซึ่งเผยแพร่ภาพตัดต่อของรัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 เมื่อช่วงปี 2564

คดีของธนพรเกิดขึ้นในช่วงปี 2564 โดยเธอให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นศาล โดยมีทนายความที่ศาลแต่งตั้งให้ในชั้นพิจารณา โดยศาลอาญาตลิ่งชันได้อ่านคำพิพากษา เห็นว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุก 4 ปี ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 2 ปี แต่ให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี

โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์คดีเพื่อขอให้ลงโทษจำเลยโดยไม่รอลงอาญา และในวันที่ 14 ก.พ. 2566 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำวินิจฉัยแก้คำพิพากษาของศาลชั้นต้น โดยไม่ให้รอการลงโทษจำคุก แต่ธนพรยังได้รับการประกันตัวในชั้นฎีกา

ต่อมาวันที่ 27 พ.ค. 2567 ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ทำให้คดีของเธอสิ้นสุดลง ต้องเข้าเรือนจำทันที

ธนพรเป็นหนึ่งในผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์ได้รับการอภัยโทษตาม พ.ร.ฎ.อภัยโทษฯ ในปี 2568 นี้ ทำให้การคุมขังของเธอจะสิ้นสุดลงที่ระยะเวลา 1 ปี 3 เดือน โดยเธอถือเป็นผู้ต้องขังทางการเมืองหญิงรายที่ 2 ถัดจาก “อัญชัญ” ซึ่งมีกำหนดปล่อยตัวในวันพรุ่งนี้ (27 ส.ค. 2568)

.

ขนุน สิ้นสุดการคุมขัง 1 ปี 5 เดือน

“ขนุน” สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ นักกิจกรรมวัย 23 ปี จะได้รับการปล่อยตัวจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ หลังถูกศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาจำคุก 2 ปี ในคดีมาตรา 112 จากกรณีปราศรัยในชุมนุม #18พฤศจิกาไปราษฎรประสงค์ เมื่อปี 2563 ทำให้ถูกคุมขังโดยไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ มาตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. 2567

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาที่ถูกคุมขัง “ขนุน” สิรภพ มีความพยายามในการยื่นขอประกันตัวต่อศาล ทั้งคำร้องที่ทนายความเป็นผู้ยื่น และคำร้องที่ขนุนเขียนด้วยตนเองจากในเรือนจำ รวมแล้วทั้งหมด 16 ครั้ง คำร้องดังกล่าวถูกส่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่งทุกครั้ง และยังได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกาไปอีกจำนวน 7 ครั้ง แต่ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง

เมื่อเดือน ก.พ. 2568 ที่ผ่านมา ภายหลังขนุนทราบว่าศาลมีคำสั่งยกคำร้องประกันตัวเขาอีกครั้ง เขาได้ตัดสินใจอดอาหารประท้วงในเรือนจำเรียกร้องสิทธิประกันตัว โดยเสนอสองข้อเรียกร้อง คือ 1. สร้างอิสรภาพที่ถาวรแก่ผู้ถูกกล่าวหาทางการเมืองโดยไร้เงื่อนไข และ 2. ยุติการนำมาตรา 112 มาใช้ในทางการเมือง 

หลังเขาอดอาหารไปเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือน ศาลก็ยังคงมีคำสั่งยกคำร้องขอประกันตัว การอดอาหารเริ่มส่งผลต่อสุขภาพทางร่างกาย เป็นผลให้ขนุนตัดสินใจเข้ารับกระบวนการรักษา Refeeding เพื่อรักษาสภาวะขาดสารอาหาร รวมแล้วขนุนอดอาหารทั้งสิ้น 24 วัน (21 ก.พ. – 16 มี.ค.​ 2568)

เขารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์เรื่อยมา จนกระทั่งตัดสินใจยุติการต่อสู้คดี ทำให้ขนุนกลายเป็นผู้ต้องขังคดีสิ้นสุด และเข้าเกณฑ์ได้รับอภัยโทษจากการถูกคุมขังมาแล้ว 1 ใน 3 ของโทษ 

ผลของการได้รับอภัยโทษจะทำให้เขาสิ้นสุดระยะเวลาการคุมขังลงที่ 1 ปี 5 เดือนเศษ

.

รวมแล้วในวันที่ 26 ส.ค. 2568 พบว่าจะมีผู้ต้องขังทางการเมืองจำนวน 5 ราย ที่จะได้รับการปล่อยตัวในรอบแรกนี้ โดยรวมถึงอัญชัญ ผู้ต้องขังที่ถูกคุมขังในคดีมาตรา 112 มายาวนานที่สุดด้วย

อย่างไรก็ตาม หากมีผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์ได้รับการปล่อยตัวตาม พ.ร.ฎ.อภัยโทษฯ ดังกล่าว เรือนจำจะทำรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับการอภัยโทษมีกำหนดภายใน 120 วัน นับแต่วันประกาศ ทำให้คาดว่าจะมีผู้ต้องขังทางการเมืองที่คดีสิ้นสุดแล้วและเข้าเกณฑ์อภัยโทษอีกบางส่วน ทยอยได้รับการปล่อยตัวในช่วง 2-3 เดือนนี้ต่อไป


X