เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา ทนายความเดินทางไปที่เรือนจำจังหวัดแม่ฮ่องสอนเพื่อเข้าเยี่ยม พรชัย วิมลศุภวงศ์ ผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 ซึ่งถูกย้ายตัวไปจากเรือนจำกลางเชียงใหม่เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้เยี่ยม โดยอ้างว่าคดีของเขาถึงที่สุดแล้ว
สำหรับพรชัย ถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. 2567 หลังจากถูกศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาลงโทษจำคุกรวม 12 ปี กรณีถูกกล่าวหาจากการโพสต์เฟซบุ๊ก 4 ข้อความ ปัจจุบันเขาถูกคุมขังมาแล้ว 2 ปี 2 เดือนเศษ และเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2569 เขาถูกย้ายตัวจากเรือนจำกลางเชียงใหม่ ไปที่เรือนจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นจังหวัดที่เป็นภูมิลำเนาของเขา หลังจากก่อนหน้านี้พรชัยประสงค์ที่จะขอย้ายเรือนจำ และทางเรือนจำก็มีนโยบายระบายความแออัดของผู้ต้องขัง
หลังจากถูกย้ายตัวไป เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2569 ทนายความสามารถเข้าเยี่ยมพรชัยที่เรือนจำจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ ครั้งนั้นพรชัยเล่าว่าเขาปรับตัวกับเรือนจำใหม่นี้ได้ และพบว่าที่เรือนจำนี้ ผู้ต้องขังส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ หรือบางคนก็ไม่มีสัญชาติ มีทั้งประเภทคดียาเสพติด คดีเกี่ยวกับป่าไม้ หรือคดีแนวฉ้อโกง
พรชัยเล่าว่าที่เรือนจำนี้ สภาพไม่ได้แออัดเหมือนเรือนจำกลางเชียงใหม่ มีสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่ดีกว่า รู้สึกหายใจสะดวกกว่า แต่เห็นว่ายังมีปัญหาในด้านน้ำที่ไม่ค่อยสะอาด และอาหารที่เน่าเสีย
หลังจากย้ายเรือนจำมานี้ พรชัยยังสนใจในเรื่องการลงเรียนต่อ โดยเฉพาะด้านกฎหมาย เพราะอยากใช้โอกาสที่ต้องถูกคุมขังนี้ในการศึกษาหรือต่อยอดอาชีพหากได้ออกไป โดยเขาจะดูรายละเอียดเรื่องการลงเรียนจากข้างในต่อไป หลังจากก่อนหน้านี้ได้จัดเตรียมเอกสารที่จำเป็นไว้แล้ว
ในส่วนการเข้าเยี่ยม ที่เรือนจำนี้ยังคงได้ใส่รายชื่อผู้สามารถเข้าเยี่ยมได้จำนวน 10 รายชื่อ โดยเขาได้ใส่รายชื่อบางส่วนไว้แล้ว รวมทั้งยังสามารถส่งจดหมายมาหาเขาที่เรือนจำนี้ได้
พรชัยยังฝากติดตามเรื่องการเลื่อนชั้นนักโทษ ซึ่งตอนนี้เขาเป็นชั้นดีมาก และก่อนย้ายเรือนจำมา เขาได้ยินว่าน่าจะเข้าเกณฑ์ได้เลื่อนชั้นเป็นชั้นเยี่ยมแล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าพอย้ายเรือนจำมาแล้ว การพิจารณาต่าง ๆ จะเป็นอย่างไร
ต่อมา ในการขอเข้าเยี่ยมเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ของเรือนจำกลับไม่อนุญาตให้ทนายความเข้าเยี่ยมพรชัยอีก โดยอ้างว่าคดีของเขาถึงที่สุดแล้ว แม้ทางทนายความยืนยันว่าพรชัยยังมีคดีตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการชุมนุมเมื่อปี 2564 ที่ค้างอยู่อีก 2 คดี แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังยืนยันไม่อนุญาตให้เยี่ยม และไม่ให้แบบฟอร์มสำหรับการกรอกขออนุญาตเข้าเยี่ยมแต่อย่างใด
จากสถานการณ์ดังกล่าว ทางศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเตรียมทำหนังสือถึงทางเรือนจำ เพื่อสอบถามถึงปัญหาดังกล่าวต่อไป
.
สำหรับพรชัย ปัจจุบันอายุ 42 ปี พื้นเพเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ บ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ก่อนเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น เขาประกอบอาชีพค้าขาย และได้เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563
พรชัยถูกดำเนินคดีจากการชุมนุมและแสดงออกทางการเมือง ทั้งหมด 7 คดี โดยแยกเป็นคดีมาตรา 112 จำนวน 2 คดี ได้แก่ คดีที่จังหวัดเชียงใหม่ และยะลา, คดีตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จำนวน 4 คดี และคดีตาม พ.ร.บ.ความสะอาดฯ อีก 1 คดี โดยในส่วนคดีตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นั้น มีคดีที่ยังไม่สิ้นสุดอยู่ในชั้นสอบสวนอีก 2 คดี โดยเป็นคดีจากการชุมนุมในช่วงดินแดงปี 2564
ทั้งนี้ พรชัยยังไม่เข้าเกณฑ์ตาม พ.ร.ฎ.อภัยโทษ พ.ศ. 2569 ที่ออกมาเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากเขาถูกคุมขังยังไม่ครบ 1 ใน 3 ของโทษตามกำหนดโทษ โดยพรชัยยังเหลือโทษอีกกว่า 9 ปี 9 เดือนเศษ
ในส่วนปัญหาของที่เรือนจำไม่อนุญาตให้ทนายความเยี่ยมผู้ต้องขังคดีถึงที่สุดแล้ว ยังเกิดขึ้นเป็นระยะ ไม่ใช่เพียงผู้ต้องขังในคดีจากการแสดงออกทางการเมืองเท่านั้น โดยวิธีปฏิบัติดังกล่าวต่างกันไปในแต่ละเรือนจำ ไม่ได้มีมาตรฐานที่ชัดเจน แม้ก่อนหน้านี้ ศาลปกครองเชียงใหม่จะเคยมีคำพิพากษาเมื่อปี 2564 เห็นว่าไม่ว่าจะเป็นนักโทษเด็ดขาดหรืออยู่ระหว่างสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้อง หรือผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีของศาล ย่อมต้องได้รับสิทธิที่จะได้รับการเยี่ยมจากญาติหรือพบทนายความ
.
| สามารถร่วมเขียนจดหมายถึงพรชัย “ฝากถึง พรชัย วิมลศุภวงศ์ แดน 8 เรือนจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน 200 ตำบลปางหมู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58000” หรือเขียนจดหมายออนไลน์ถึงผู้ต้องขังทางการเมือง ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล |
.
ย้อนอ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
ปัญหาเรือนจำไม่ให้ทนายความเยี่ยม ‘ผู้ต้องขังคดีสิ้นสุดแล้ว’ ยังเกิดขึ้นในหลายเรือนจำ
‘กฎ 10 รายชื่อ’ ของเรือนจำ จักรวาลรูหนูของนักโทษ(การเมือง)การกดขี่ซ้ำ-ไม่สมเหตุสมผล
.
