จำคุก 4 ปี ‘ณัฐชนน-ณวรรษ’ คดี ม.112 และยุติคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ‘ชนินทร์-อรรถพล’ กรณีปาอาหารหมาและปราศรัยหน้าสภ.คลองหลวง เมื่อปี 64 ก่อนให้ประกันตัวณัฐชนนระหว่างอุทธรณ์

วันที่ 26 ต.ค. 2569 เวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 17 ศาลจังหวัดธัญบุรีนัดฟังคำพิพากษาในคดีของ 4 นักกิจกรรม ได้แก่ ณัฐชนน ไพโรจน์ และณวรรษ เลี้ยงวัฒนา ในข้อหาหลักตาม ม.112 อรรถพล บัวพัฒน์ และชนินทร์ วงษ์ศรี ในข้อหาหลักตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากกรณีการรวมตัวเรียกร้องให้ปล่อยตัว “นิว” สิริชัย นาถึง ซึ่งถูกจับกุมในยามวิกาลด้วยข้อหามาตรา 112 ที่บริเวณหน้า สภ.คลองหลวง เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2564

ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีของชนินทร์และอรรถพล เนื่องจากคดีได้รับนิรโทษกรรม ส่วน “ณัฐชนน-ณวรรษ” เห็นว่ามีความผิดตามมาตรา 112 ลงโทษจำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา โดยเห็นว่าณวรรษ กล่าวปราศรัยใช้คำพูด พาดพิงและด้อยค่าพระมหากษัตริย์ และจำเลยทั้งสองร่วมกันปาอาหารสุนัขท่ามกลางเสียงของผู้ชุมนุมที่ใช้ถ้อยคำหยาบโลนโดยปาไปยังทางพระบรมฉายาลักษณ์ ก่อนให้ประกันตัวณัฐชนนระหว่างอุทธรณ์

.

4 นักกิจกรรมร่วมติดตามการจับกุม “นิว” สิริชัย เมื่อปี 64 ก่อนที่ 2 รายจะถูกฟ้องในข้อหา มาตรา 112 และอีก 2 ราย ถูกฟ้องในข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ  

ย้อนไปเมื่อคืนวันที่ 14 ม.ค. 2564 “นิว” สิริชัย นาถึง ขณะนั้นเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถูกจับกุมโดยตำรวจ สภ.คลองหลวง ด้วยหมายจับในข้อหาตามมาตรา 112 ทำให้เพื่อนนักกิจกรรมที่ทราบข่าว ได้ไปรวมตัวกันที่หน้า สภ. เพื่อติดตามการจับกุม และทำกิจกรรมเรียกร้องให้ปล่อยตัวสิริชัย 

ในตอนแรก สิริชัยถูกนำตัวไปที่ บก.ตชด. ภาค 1 ไม่ใช่ที่สถานีตำรวจ ทำให้มีการพยายามติดตามหาตัวผู้ถูกจับกุม เพราะไม่แน่ชัดว่าถูกนำตัวไปที่ใด แต่ต่อมาตำรวจได้นำตัวสิริชัยไปตรวจค้นห้องพัก ก่อนนำตัวมาที่ สภ.คลองหลวง ในช่วงเวลา 02.00 น.

สำหรับคดีนี้มี วราวุธ สวาย เป็นผู้แจ้งความดำเนินคดีมาตรา 112 ย้อนไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 พนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง ได้ออกหมายเรียกนักกิจกรรม-นักศึกษา-เยาวชน จำนวน 12 คน ให้เข้ารับข้อกล่าวหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, มั่วสุมก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ก่อนที่ในเดือนมีนาคม 2564 มีผู้ต้องหา 8 ราย ได้แก่ ณัฐชนน ไพโรจน์, ชลธิศ โชติสวัสดิ์, พรหมศร วีระธรรมจารี, ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา และนักกิจกรรมอีก 4 ราย ถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 เพิ่มเติม

พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดธัญบุรี โดยมีจำเลยทั้งหมด 9 คน ในจำนวนนี้มี 7 คน ได้แก่ ณัฐชนน, ชลธิศ, พรหมศร, ณวรรษ และนักกิจกรรมอีก 3 ราย ถูกฟ้องในข้อหาตามมาตรา 112 อีก 1 ข้อหา 

ในนัดสอบคำให้การ พรหมศรได้ให้การรับสารภาพตามฟ้อง ทำให้คดีเหลือจำเลยรวม 8 คน และจากนั้นระหว่างการสืบพยาน ชลธิศ โชติสวัสดิ์ หนึ่งในจำเลยคดีนี้ได้เสียชีวิตลง ศาลจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีและดำเนินการสืบพยานต่อของจำเลยที่เหลือรวม 7 คน 

คดีนี้มีการสืบพยานทั้งสิ้น 6 นัด ในระหว่างปี 2568-2569 ฝ่ายจำเลยที่เหลือปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และยืนยันว่าการรวมตัวหน้า สภ.คลองหลวง มีขึ้นเพื่อติดตามความปลอดภัยของสิริชัย ซึ่งถูกจับกุมยามวิกาลโดยไม่มีหมายเรียกและไม่แจ้งสถานที่ควบคุมตัว การทำกิจกรรมเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ประท้วงกระบวนการยุติธรรม ไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นกษัตริย์หรือตำรวจ ส่วนการพ่นสีสามารถล้างหรือทาทับได้ โดยไม่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายถาวร ทั้งนี้เหตุเกิดในพื้นที่โล่งแจ้งและผู้ชุมนุมส่วนใหญ่สวมหน้ากากอนามัย

ต่อมาเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2569 หลังพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้ ทนายจำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีในข้อกล่าวหาบางส่วน ยกเว้นเฉพาะมาตรา 112 ที่ถูกยกเว้นไม่ให้นิรโทษกรรม ต่อมาศาลได้กำหนดนัดฟังคำสั่งและฟังคำพิพากษาในวันที่ 26 ต.ค. 2569 เวลา 09.00 น.

.

เห็นว่า โดยพฤติการณ์ ‘ณัฐชนน-ณวรรษ’ ย่อมรู้ว่าสิ่งที่ปาคืออาหารสุนัข และทิศทางปาไปยังพระบรมฉายาลักษณ์เป็นการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ จำคุก 4 ปีไม่รอการลงโทษ

วันนี้ (26 ต.ค. 2569) เวลา 08.30 น. ที่หน้าห้องพิจารณาคดีที่ 17 มีประชาชนที่มาให้กำลังใจและคู่ความในคดีอื่นนั่งรอเวลานัด พบว่าช่วงเช้ามีคดีทั้งสิ้นรวม 38 คดี ที่ห้องพิจารณาชั้น 4 ทุกห้องมีการนำแผ่นฟิล์มฝ้าขุ่นใสมาติดที่ประตูกระจกทำให้คนนอกไม่สามารถมองลอดผ่านไปได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ในช่วงที่มีการสืบพยานยังไม่มีการนำมาปิด

เวลา 09.20 น. ณัฐชนนและชนินทร์ มาถึงห้องพิจารณาคดี โดยภายในห้องมีประชาชนที่มารอให้กำลังใจราว 17 คน รวมถึง เจ้าหน้าที่จากภาคประชาสังคม เช่น iLaw, ThumbRights และอาสารับฟัง มาร่วมฟังคำพิพากษาในวันนี้ด้วย ณัฐชนนพูดคุยกับผู้ที่มาให้กำลังใจและรับปากว่า “เดี๋ยววันนี้กลับด้วยกัน”

จากนั้นไม่นาน อรรถพลและณวรรษซึ่งถูกคุมขังอยู่ในอีกคดีหนึ่ง ถูกเบิกตัวมายังห้องพิจารณาโดยขึ้นมาที่ประตูสำหรับผู้ต้องขังพร้อมเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ 2 นาย ทั้งสองสวมเสื้อสีเหลือง ด้านหลังเขียนด้วยอักษรสีน้ำเงินว่า “กรุงเทพมหานคร” สวมกางเกงวอร์ม ที่ขาทั้งสองมีโซ่ตรวน และสามารถสวมรองเท้าแตะได้

15 นาทีต่อมา เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์แจ้งกับตำรวจศาลว่าให้คู่ความคดีอื่นที่ไม่ใช่คดีฟังคำพิพากษาออกไปรอด้านนอกก่อน จึงทำให้ภายในห้องเหลือคนราว 23 คน รวมเจ้าหน้าที่ 

10.00 น. ผู้พิพากษาออกนั่งพิจารณา 2 ท่านและสอบถามว่าในคดีนี้มีใครมาบ้าง โดยในวันนี้มีทนายจำเลย ณัฐชนน (จำเลยที่ 4) ณวรรษ (จำเลยที่ 5) อรรถพล (จำเลยที่ 7) และชนินทร์ (จำเลยที่ 9) จากนั้นจึงเริ่มอ่านคำพิพากษา สรุปใจความสำคัญได้ว่า 

ระหว่างพิจารณาคดีมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2569 มาตรา 7 บัญญัติว่า “บรรดาการกระทำใด ๆ ของบุคคลที่เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองหรือแสดงออกทางการเมือง อันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมืองหรือแรงจูงใจทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2548 ถึงวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ที่กฎหมายบัญญัติเป็นความผิดตามที่ระบุในบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งฐานความผิดที่เกี่ยวพันกัน ให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดและให้ผู้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดและไม่ถือว่าเป็นผู้เคยกระทำความผิดรวมถึงพ้นจากความรับผิดทางอาญาและทางพินัยเท่าที่ไม่ขัดกับพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ”

ในคดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหามาตรา 136 (ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน), 215 (ชุมนุมมั่วสุม), 358 (ทำให้เสียทรัพย์), พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียง, พ.ร.บ.ความสะอาด และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ซึ่งเป็นข้อหาตามบัญชีท้าย พ.ร.บ. ดังกล่าว ในข้อ 9 (7) (10) (12) (15) และ (24) การกระทำของจำเลยที่ 1, ณัฐชนน, ณวรรษ, อรรถพล และชนินทร์ ไม่ผิดฐานดังกล่าวอีกต่อไป

มาตรา 8 มีใจความว่า “…เมื่อพระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับแล้ว ในกรณีที่ผู้ที่ได้รับสิทธิตามมาตรา 7 หากผู้นั้นถูกฟ้องคดีต่อศาลแล้วและคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลใดให้ศาลนั้นยุติการพิจารณาและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ”

ดังนั้น จึงยุติการพิจารณาคดีในบางข้อหาของจำเลยที่ 1, ณัฐชนน และณวรรษ และให้จำหน่ายคดีของอรรถพลและชนินทร์ออกจากสารบบความ จากนั้นศาลจึงอ่านคำพิพากษาในเฉพาะข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 

.

  • คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์หรือไม่

พิเคราะห์แล้วโจทก์มี พ.ต.อ.เศกสรรค์ บัวเรือง, ด.ต.เสฏวุฒิ ภักดี และนพคุณ ทองถิ่น มีคลิปเหตุการณ์ 2 คลิปซึ่งผ่านการตรวจสอบแล้วว่าไม่ได้มีการตัดต่อมาแสดงให้เห็นพฤติการณ์ของจำเลย เห็นว่า ณวรรษ (จำเลยที่ 5) พูดผ่านเครื่องขยายเสียงใช้ถ้อยคำพาดพิง ด้อยค่า และจำเลยที่ 8 พูดประชด เสียดสี ล้อเลียน

จำเลยที่ 1, ณัฐชนน (จำเลยที่ 4) และณวรรษ (จำเลยที่ 5) ปาอาหารสุนัขใส่พระบรมฉายาลักษณ์ท่ามกลางคำพูดของผู้ชุมนุมที่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย หยาบโลน การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการกระทำที่เล็งเห็นผลได้ว่า ทำให้วิญญูชนเข้าใจว่า เป็นการเสียดสีพระมหากษัตริย์ เสื่อมเสียต่อพระเกียรติยศทำให้พระมหากษัตริย์ถูกเกลียดชัง ไม่ใช่การใช้สิทธิ์โดยสุจริต

ที่ณวรรษ อ้างว่า จำเลยปราศรัยถึงนามสกุลใหญ่โต ถอดมงกุฏออกมาก็คนเหมือนกัน หมายถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เห็นว่า เป็นการพาดพิงนามสกุลพระราชทานหรือนามสกุลที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ และมงกุฏเป็นสัญลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ มีการเปรียบว่า ตำรวจเป็นสุนัขและเจ้าของสุนัข ทำให้เข้าใจว่าสื่อถึงพระมหากษัตริย์ ที่จำเลยอ้างว่าหมายถึงตำรวจนั้นฟังไม่ขึ้น

ที่จำเลยอ้างว่า จำเลยที่ 1, ณัฐชนน และณวรรษ ปาอาหารสุนัขไปที่ป้ายสภ.คลองหลวง ซึ่งมีพระบรมฉายาลักษณ์อยู่ด้านบน เห็นว่า ทิศทางในการปา ปาไปทางพระบรมฉายาลักษณ์และอยู่ท่ามกลางถ้อยคำเสียดสี หยาบคาย และหยาบโลนของผู้ชุมนุม ตามข้อความเอกสารถอดเทปในการชุมนุม แสดงว่าไม่ได้ประสงค์ทำต่อตัวป้ายสภ. เพราะหากจะทำต่อป้ายสภ.จะไม่ใช้ถ้อยคำดังกล่าว

ที่จำเลยอ้างว่าไม่ทราบว่าวัตถุที่ปาคืออะไร ในคลิปเหตุการณ์พบเห็นผู้ชุมนุม 2-3 รายถืออาหารสุนัข ยี่ห้อเพดดิกรี (Pedigree) ถุงสีเหลือง มีผู้ชุมนุมพูดว่า “บุฟเฟต์อาหารหมา” มีผู้ชุมนุมเทอาหารสุนัขลงบนป้ายผ้า พฤติการณ์ของณัฐชนนและณวรรษ ย่อมทราบว่าวัตถุที่ขว้างปาคืออาหารสุนัข

ที่จำเลยอ้างว่าไม่ได้ยินว่าจำเลยที่ 8 กล่าวว่าอะไร จากภาพเหตุการณ์เห็นว่า ณวรรษถือไมค์ให้จำเลยที่ 8 แสดงว่า ณวรรษทราบพฤติการณ์ และณัฐชนนอยู่ในกลุ่มย่อมเข้าใจบริบทพฤติการณ์ ที่อ้างว่าไม่ได้ยินจึงขัดแย้งกับภาพและคลิปเหตุการณ์

จำเลยที่ 1, ณัฐชนน และณวรรษ ใช้เครื่องขยายเสียงปราศรัยและร่วมกันปาอาหารสุนัข ทำให้พระมหากษัตริย์เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ถูกดูถูกและถูกเกลียดชัง พิพากษาว่าจำเลยที่ 1, ณัฐชนน และณวรรษ มีความผิดตามมาตรา 112 ประกอบมาตรา 83 ลงโทษจำคุกคนละ 4 ปี ไม่รอการลงโทษ และให้นับโทษต่อ

ทั้งนี้ เนื่องจากคดีที่ศาลให้นับโทษต่อมีหลายคดี ศาลไม่ได้อ่านโดยละเอียดแต่จากการตรวจสอบพบว่ามีการนับโทษต่อ ดังนี้

จำเลยที่ 4  (ณัฐชนน) นับโทษต่อใน 2 คดีของศาลจังหวัดธัญบุรี ได้แก่ 

  1. คดีพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กรณีรวมตัวเรียกร้องให้ปล่อยตัวกลุ่มทะลุฟ้าและประชาชนหน้า บก.ตชด. ภาค 1 ศาลพิพากษาจำคุกรวม 2 ปี 12 เดือน ปรับ 50,200 บาท โดยให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี (คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์และเข้าข่ายได้รับการนิรโทษกรรม)
  2. คดี ม. 112 กรณีถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ผลิต “หนังสือปกแดง” หรือหนังสือ “ฟ้ามืดเมื่อมีได้ ก็ฟ้าใหม่ย่อมคงมี ปรากฏการณ์สะท้านฟ้า 10 สิงหา 10 ข้อเรียกร้องว่าด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์” ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้จำคุก 2 ปี ไม่รอการลงโทษ (คดีอยู่ระหว่างฎีกา)

จำเลยที่ 5 (ณวรรษ) นับโทษต่อใน 3 คดี ได้แก่

  1. คดี ม.112 ของศาลอาญา กรณีปราศรัยในการชุมนุม #ม็อบ13กุมภา64 #นับ1ถึงล้านคืนอำนาจให้ประชาชน บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนลงโทษจำคุก 1 ปี 7 เดือน ไม่รอการลงโทษ
  2. คดี ม.112 ของศาลอาญากรุงเทพใต้ กรณีอ่านแถลงการณ์ในชุมนุม #ม็อบ14พฤศจิกา64 คัดค้านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดีล้มล้างการปกครองฯ หน้าสถานทูตเยอรมนี ศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี ไม่รอการลงโทษ
  3. คดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง ของศาลแขวงปทุมวัน กรณีเข้าร่วมปราศรัยในกิจกรรมแฟลชม็อบหน้าห้างสรรพสินค้าสามย่านมิตรทาวน์ หรือ #ม็อบ17ตุลา63 ศาลพิพากษาจำคุก 1 เดือน ไม่รอการลงโทษ

ลงชื่อผู้พิพากษา ได้แก่ ประจวบ ทองแสวง และธัชฤทธิ์ พรรณลาภ

.

หลังอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ได้รอฝ่ายจำเลยลงชื่อในเอกสารก่อนจะนำตัวณัฐชนนไปใต้ถุนศาลเพื่อรอฟังคำสั่งประกันตัวในชั้นอุทธรณ์ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ไม่ได้ใส่กุญแจมือ เนื่องจากเขาเป็นผู้พิการสูญเสียขาขวาและใช้ขาเทียม ในขณะที่ณวรรษและอรรถพลถูกนำตัวกลับไปคุมขังต่อที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ต่อมาเวลาประมาณ 15.25 น. ศาลจังหวัดธัญบุรีมีคำสั่งให้ประกันณัฐชนนระหว่างอุทธรณ์ โดยให้วางหลักทรัพย์เป็นเงินสด 200,000 บาท ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์ ทั้งนี้ศาลไม่ได้กำหนดเงื่อนไขอื่นใด

.

อ่านบันทึกสืบพยานคดีนี้: ก่อนพิพากษา: อ่านบันทึกสืบพยานคดีชุมนุมหน้า สภ.คลองหลวง ปี 64 “ณัฐชนน-ณวรรษ” ถูกฟ้องข้อหาหลัก ม.112 ส่วน “อรรถพล-ชนินทร์” ถูกฟ้อง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เข้าข่ายนิรโทษกรรม

อ่านฐานข้อมูลคดีนี้: คดี 112 นักกิจกรรม 8 ราย ถูกกล่าวหาปาอาหารหมาใส่พระบรมฉายาลักษณ์หน้า สภ.คลองหลวง

X