4 นักกิจกรรม รับทราบข้อกล่าวหา ม.112 เพิ่ม คดีปาอาหารหมาเรียกร้องให้ปล่อยตัว “นิว”

12 มี.ค. 64 เวลา 10.00 น. ที่สภ.คลองหลวง ณัฐชนน ไพโรจน์, ชลทิศ โชติสวัสดิ์, พรหมศร วีระธรรมจารี และ เบนจา อะปัญ เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในความผิดตามมาตรา 112 จากกรณีการรวมตัวเรียกร้องให้ปล่อยตัว “นิว” สิริชัย นาถึง ซึ่งถูกจับกุมในยามวิกาลด้วยข้อหามาตรา 112 ในวันที่ 14 ม.ค. 64 ที่บริเวณหน้าสภ.คลองหลวง

ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 14 ม.ค. 64 หน้าสภ.คลองหลวง

ในคดีนี้มีผู้ถูกออกหมายเรียกเพิ่มเติม 9 ราย โดยยังมี ‘แอมป์’ ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา ซึ่งขอเลื่อนรับทราบข้อกล่าวหา และ ศศลักษณ์ เยาวชนอายุ 17 ปี ซึ่งเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาไปวานนี้แล้ว (11 มี.ค. 64 ) ส่วน ‘รุ้ง’ ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, ‘ไมค์’ภาณุพงศ์ จาดนอก และ ‘เพนกวิน’ พริษฐ์ ชิวารักษ์ พนักงานสอบสวนระบุว่าจะเดินทางเข้าไปแจ้งความที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เรือนจำพิเศษธนบุรี และทัณฑสถานหญิงกลางในภายหลัง

แจ้งเพิ่ม ม.112 เหตุ “ร่วมกันปาอาหารสุนัข ใส่รูป ร.10”

พนักงานสอบสวน พ.ต.ท.พิศิษฐ บุญมีสุข และ ร.ต.ท.ภีมวัจน์ จิตต์สงวน ได้บรรยายพฤติการณ์ของทั้ง 9 ว่า “ร่วมกันกระทําผิดโดยการขว้างปาอาหารสุนัขชนิดเม็ด ไปที่พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเชิงสัญลักษณ์เพื่อเปรียบเทียบ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ดังเช่นเจ้าหน้าที่ตํารวจ เป็นเหมือนสุนัข และพระมหากษัตริย์ เป็นเจ้าของสุนัข” 

ข้อกล่าวหายังระบุว่า พรหมศรได้กล่าวโดยชัดเจนที่วิญญูชนสามารถเข้าใจได้ทันทีว่า ผู้กระทําผิดประสงค์ที่จะขว้างปาไปยังพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ และเป็นสิ่งซึ่งประชาชนชาวไทยทั่วไปเคารพ สักการะบูชา เสมือนหนึ่งแทนพระองค์ โดยการกล่าวถ้อยคํา จวบจ้วง เสียดสีด้วยวาจา อันอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

ข้อกล่าวหาได้บรรยายข้อความที่ผู้ต้องหาแต่ละคนปราศรัยที่ด้านหน้าสภ.คลองหลวง โดยมีผู้ที่ไม่ได้กล่าวถ้อยคำใดใดแต่พนักงานสอบสวนได้บรรยายพฤติการณ์ที่เข้าข่ายกระทำความผิดไว้ว่า “แม้หากว่าจะไม่ได้มีการพูดข้อความ หรือถ้อยคําใดๆ แต่การดูหมิ่น หรือการหมิ่นประมาทนั้น ไม่จําเป็นที่จะต้องเป็นการใช้ถ้อยคํา เพราะการใช้สัญลักษณ์ การสื่อด้วยอวัยวะของร่างกาย หรือสิ่งอื่นใด รวมถึงการกระทําที่สื่อถึงการดูหมิ่น หรือหมิ่นประมาทก็ถือว่าเป็นการดูหมิ่น หรือหมิ่นประมาทได้”

จากนั้นพนักงานสอบสวนได้สรุปพฤติการณ์ของผู้ต้องหาทั้งหมด ตั้งแต่การปูผ้าขาว การเข้ามาลั่นระฆัง การโปรย อาหารสัตว์ การจุดธูปและกรวดน้ํา เทน้ำแดง และพูดกล่าวคล้ายการประกอบพิธีงานศพ อันเป็นการ ดูถูกเหยียดหยาม ทําให้อับอายเสียหาย แก่เจ้าหน้าที่ตํารวจที่นั่งอยู่ขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยอยู่ในที่เกิดเหตุ เป็นการกระทําที่เปรียบเจ้าหน้าที่ตํารวจเสมือนเป็นสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงจึงได้โปรยอาหารสัตว์ที่ผ้าขาวด้านหน้าเจ้าหน้าที่ตํารวจ และยังขว้างอาหารสัตว์ใส่ตํารวจที่นั่งอยู่ดังกล่าว เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตํารวจดังกล่าวให้ได้รับความเสียหายในคดีนี้ 

ทั้งจากข้อความที่ปรากฏด้วยวาจาของผู้ต้องหากับพวก รวมทั้งภาพเคลื่อนไหว และภาพนิ่งที่ปรากฏจากการตรวจสอบของฝ่ายสืบสวนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พิจารณาว่าการกระทําผิดดังกล่าวมาข้างต้นนั้น เป็นการร่วมกันกระทําผิด โดยการดูหมิ่น ใส่ความ หมิ่นประมาท แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ต่อประชาชนทั่วไปที่อยู่ในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบุคคลที่สาม ซึ่งเป็นการกระทําที่ละเมิดต่อกฎหมายซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงในราชอาณาจักร

พนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เพิ่มเติมแก่ทั้งสี่คน 

เบื้องต้นทั้งสี่คนได้ให้ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและจะยื่นคำให้การเป็นหนังสือภายใน 30 วัน ทั้งนี้ตำรวจไม่ลงวันนัดเพื่อส่งสำนวนให้กับอัยการ แต่จะออกเป็นหมายเรียกให้ทราบในภายหลัง เนื่องจากผู้ต้องหาอาจติดธุระในวันที่นัด

ในวันนี้ บรรยากาศที่สภ.คลองหลวง มีตำรวจในเครื่องแบบตั้งแถวตามแนวรั้วสภ. และมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบนั่งอยู่รอบบริเวณ ที่ทางเข้ามีตำรวจยืดแถวพร้อมโล่หลังแบริเออร์ มีจุดให้ลงชื่อการเข้าบริเวณสภ.พร้อมทั้งถ่ายรูปบัตร แต่ไม่ได้มีการตรวจวัดอุณหภูมิใดๆ 

ส่วนภายในห้องสอบสวนมีเจ้าหน้าที่สอบสวน และเจ้าหน้าที่สวมเสื้อกั๊กระบุหน่วยต่างๆ คอยยืนสังเกตการณ์และถ่ายรูปในห้องด้วยมากกว่า 4 ครั้ง รวมถึงเดินตามผู้ถูกกล่าวหาเมื่อไปเข้าห้องน้ำหรือไปสูบบุหรี่

ระหว่างเดินทางกลับ ผู้ต้องหาได้ร่วมกันถ่ายรูปหน้าตึกสภ.คลองหลวง แต่ได้มีเจ้าหน้าที่วิ่งมาห้าม พร้อมกับเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเข้ามาถ่ายรูปและคลิปวีดีโอ พร้อมพูดคุยให้ไปถ่ายภายนอกรั้วของสภ. ถึงแม้ว่าโดยปกติแล้วจะสามารถถ่ายรูปในบริเวณได้ก็ตาม เมื่อสอบถามถึงเหตุผล เจ้าหน้าที่บอกให้ไปคุยกับผู้บังคับบัญชาเอง 

พรหมศรและหมายเรียกข้อหา 112 จากสภ.ธัญบุรี ที่เพิ่งได้รับวันนี้ (12 มี.ค. 64)

นอกจากนั้น พ.ต.ท.ภุมเรศ อินทร์คง พนักงานสอบสวนจาก สภ.ธัญบุรี ได้เข้ามาแจ้งต่อนายพรหมศร ว่าจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีกคดีหนึ่ง ในกรณีที่ไปปราศรัยหน้าศาลธัญบุรีในวันที่ศาลให้ปล่อยตัว “นิว ศิริชัย” วันที่ 14 ม.ค. 64 แต่ในภายหลังกลับบอกว่าเอกสารที่จะแจ้งข้อหายังไม่ครบ จึงได้เปลี่ยนเป็นออกหมายเรียกผู้ต้องหาแทน ระบุข้อกล่าวหาประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.โรคติดต่อ และใช้เครื่องเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยกำหนดไว้กว้างว่าให้ไปรับทราบข้อหาในวันที่ 15-17 มี.ค 64 เวลา 9.00-16.00 น. 

ปัจจุบัน (วันที่ 12 มี.ค. 64) จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน มีผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 อย่างน้อย 68 รายใน 58 คดี เพียงระยะเวลาแค่ 3 เดือน หลังการกลับมาบังคับใช้มาตรานี้อีกครั้งในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2563

>> สถิติผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ปี 2563-64

More from my site