24 พ.ย. 2568 เวลา 9.00 น. ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา ในคดีของ “ก้อง” อุกฤษฏ์ สันติประสิทธิ์กุล นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง วัย 27 ปี ซึ่งถูกฟ้องในข้อกล่าวหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) และ (5) กรณีถูกกล่าวหาว่าโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กชื่อ “John New World” รวม 5 ข้อความ เกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 10 และพระราชินี
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ จำคุก 5 ปี 30 เดือน ทำให้คดีของอุกฤษฏ์เป็นอันสิ้นสุด
.
สองศาลพิพากษาจำคุก 5 ปี 30 เดือน ถูกคุมขังระหว่างฎีกาเรื่อยมา
คดีนี้ อุกฤษฏ์ถูกจับกุมจากห้องพักตามหมายจับโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2564 โดยไม่เคยได้รับหมายเรียกมาก่อน และถูกนำตัวไปดำเนินคดีที่ บก.ปอท. โดยพบว่าคดีมี พ.ต.อ.พิเชษฐ์ คำภีรานนท์ เป็นผู้กล่าวหา ในตอนแรกมีการแจ้งข้อกล่าวหาจากการโพสต์เฟซบุ๊ก 2 ข้อความ โดยไม่มีทนายความหรือผู้ไว้วางใจเข้าร่วมในการสอบสวน
ต่อมาในชั้นสอบสวน ตำรวจยังแจ้งพฤติการณ์เพิ่มเติมจากข้อความในเฟซบุ๊กอีก 3 ข้อความ รวมเป็น 5 ข้อความ จาการโพสต์ในเฟซบุ๊กดังกล่าวในช่วงปี 2563-64
หลังจากนั้น พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องคดีเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2564 โดยในนัดสืบพยานเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2565 อุกฤษฏ์ได้ตัดสินใจกลับคำให้การเป็นรับสารภาพตามฟ้อง ก่อนในวันที่ 21 ธ.ค. 2565 ศาลอาญาพิพากษาว่า อุกฤษฏ์มีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี ให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุกกระทงละ 1 ปี 6 เดือน รวม 5 กระทง เป็นโทษจำคุก 5 ปี 30 เดือน (หรือประมาณ 7 ปี 6 เดือน) โดยไม่รอลงอาญา
หลังจากนั้นอุกฤษฏ์ถูกคุมขังที่เรือนจำเป็นระยะเวลา 46 วัน ก่อนจะได้รับการประกันตัวในระหว่างอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2566 และเขาได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อมา
จนเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2567 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยเห็นว่าศาลชั้นต้นกำหนดโทษสมควรแล้ว และเป็นการลงโทษตามกฎหมายขั้นต่ำ จึงไม่สมควรต้องกำหนดโทษใหม่ แม้จำเลยจะไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน แต่พิจารณาจากพฤติการณ์ของจำเลยถือเป็นเรื่องร้ายแรง การสำนึกผิดของจำเลยยังไม่สามารถบรรเทาผลเสียหายที่เกิดขึ้นได้ พิพากษายืน
หลังฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันดังกล่าว อุกฤษฏ์ก็ถูกคุมขังมานับแต่นั้น เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยเห็นว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาด้วยอัตราโทษสูง หากปล่อยตัวชั่วคราว เกรงว่าจำเลยจะหลบหนี โดยในรอบเกือบสองปีที่ผ่านมา แม้มีการยื่นขอประกันตัวระหว่างฎีกาในคดีนี้ไปรวมทั้งหมด 10 ครั้ง แต่ศาลฎีกาก็ไม่อนุญาตให้ประกันตัวเรื่อยมา โดยในช่วงปีหลัง ก้องจะพยายามยกเหตุผลการขอออกไปสอบเพื่อให้จบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงก็ตาม
.
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ จำคุก 5 ปี 30 เดือน คดีเป็นอันสิ้นสุด
ในวันที่ 24 พ.ย. 2568 เวลา 9.00 น ศาลอาญา ที่ห้องพิจารณา 609 มีประชาชน ได้แก่ ครอบครัวและเพื่อนของอุกฤษฏ์มาร่วมฟังคำพิพากษา โดยในวันนี้ไม่ได้มีการเบิกตัวอุกฤษฏ์มาจากเรือนจำกลางบางขวาง แต่ เป็นการอ่านคำพิพากษาผ่านจอภาพเท่านั้น
ศาลได้อ่านคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์-ฎีกา ในคดีอื่น ๆ ก่อน ก่อนที่จะเริ่มอ่านคำพิพากษาในคดีนี้ ในเวลา 9.50 น.
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่าคดีมีเหตุที่จะรอการลงโทษให้แก่จำเลยหรือไม่
ศาลเห็นว่าขณะเกิดเหตุ จำเลยอายุ 23 ปี เป็นผู้บรรลุนิติภาวะและย่อมมีความรู้ผิดชอบแล้ว ทั้งยังเป็นผู้ที่กำลังศึกษากฎหมายในระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัย จึงย่อมเป็นผู้มีความรู้ทางกฎหมายและมีวิจารณญาณในการรับฟังข้อเท็จจริงมากกว่าบุคคลทั่วไป ดังนั้น จำเลยย่อมมีความสามารถใช้วิจารณญาณตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ก่อนที่จะเชื่อข้อมูลที่จำเลยได้รับเพียงด้านเดียวได้
การที่จำเลยศึกษากฎหมายต้องรู้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรและกฎหมายบัญญัติไว้เป็นความผิดและมีโทษสูง แต่จำเลยกลับลงมือกระทำความผิดโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ที่จำเลยอ้างว่าตนเป็นบุคคลที่วุฒิภาวะไม่สมบูรณ์ จึงหลงเชื่อหรือสำคัญผิดในข้อมูลที่ได้รับเพียงด้านเดียวโดยไม่ได้ใช้ความคิดวิเคราะห์ไตร่ตรองให้รอบคอบนั้น ย่อมเป็นการกล่าวอ้างที่ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้
เมื่อพิจารณารายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยที่จำเลยไม่ได้โต้แย้งคัดค้าน รับฟังได้ว่าก่อนหน้านี้จำเลยมีความสนใจทางการเมืองและและมีความสนใจในเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ จำเลยจึงสร้างบัญชีเฟซบุ๊กเพื่อเผยแพร่ข่าวสารทางการเมืองและสถาบันพระมหากษัตริย์ที่จำเลยได้รับมา และจำเลยยอมรับว่าเริ่มมีความคิดไม่ชอบสถาบันพระมหากษัตริย์เนื่องจากมีการกระทำที่ล้าสมัย ซึ่งเห็นได้ว่าเป็นการรับฟังข้อมูลเพียงด้านเดียว โดยไม่ได้ใช้วิจารณญาณและเป็นความผิดวิสัยของผู้มีความรู้ทางกฎหมาย
ประกอบกับว่าจำเลยมีพฤติการณ์ลงประกาศลงเลขบัญชีเงินฝากธนาคารของตน ขอรับเงินบริจาคสมทบทุนเพื่อสนับสนุนการกระทำหลายรายการ รวมทั้งการกระทำความผิดคดีนี้ในเพจของจำเลย และเงินบางส่วนจำเลยตั้งใจจะนำไปบริจาคช่วยสนับสนุนการเคลื่อนไหวทางการเมือง แม้จะยังไม่มีผู้ใดบริจาคก็ตาม แต่ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าจำเลยมีเจตนาที่จะขอรับเงินบริจาคเพื่อสนับสนุนการกระทำผิดของตน
เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นการหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นพระมหากษัตริย์และพระราชินีโดยนำเข้าข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะทำให้พระมหากษัตริย์และพระราชินีเสื่อมเสียพระเกียรติถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ซึ่งเผยแพร่ไปในระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปสามารถเห็นได้อย่างแพร่หลาย และได้กระทำขึ้นใหม่อีกจำนวนหลายครั้งตั้งแต่ปี 2563 ถึงปี 2564 พฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวเป็นการกระทบต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข จึงเป็นเรื่องร้ายแรง
การกระทำของจำเลยที่ไปแสดงความจงรักภักดีและขอขมาต่อพระบรมฉายาลักษณ์ที่บริเวณมหาวิทยาลัยรามคำแหง แล้วนำไปลงประกาศในเฟซบุ๊กหลังจากมีคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว และหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษหลังจากศาลอุทธรณ์พิพากษายืนแล้วนั้น แสดงให้เห็นถึงเจตนาที่กระทำการดังกล่าว เพื่อไม่ให้ต้องโทษจำคุกมากกว่า ไม่อาจเชื่อได้ว่าเป็นการกระทำดังกล่าวกระทำโดยสำนึกในความผิดและพยายามบรรเทาผลร้ายของจำเลย
ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามาจึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน จำคุกกระทงละ 1 ปี 6 เดือน รวม 5 กระทง เป็นโทษจำคุก 5 ปี 30 เดือน (หรือประมาณ 7 ปี 6 เดือน)
หลังจากอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น อุกฤษฏ์ได้สอบถามต่อศาลว่าเหตุใดตนจึงไม่ถูกเบิกตัวมายังศาลอาญา ซึ่งศาลไม่ได้ให้คำตอบ ขณะเดียวกัน วันนี้มีผู้ต้องขังจากเรือนจำกลางบางขวางที่ถูกเบิกตัวมาฟังคำพิพากษาในห้องพิจารณาเดียวกันกับคดีนี้ด้วย
.
นอกจากนี้ อุกฤษฏ์ยังถูกกล่าวหาในคดีมาตรา 112 ที่ สภ.บางแก้ว แยกเป็นอีกคดีหนึ่งด้วย โดยคดีมี ศิวพันธุ์ มานิตย์กุล เป็นผู้ไปกล่าวหา กรณีโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก John New World เข้าไปยังกลุ่ม “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส” อีก 1 โพสต์ คดีนี้ถูกสั่งฟ้องที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ โดยคดีได้สิ้นสุดลงแล้ว หลังเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2568 ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนให้จำคุก 2 ปี ทำให้ในตอนนี้ คดีของอุกฤษฏ์ทั้งสองคดีเป็นอันสิ้นสุดลง
หากรวมโทษจำคุกในสองคดี ก้องต้องโทษจำคุกรวม 7 ปี 30 เดือน (หรือประมาณ 9 ปี 6 เดือน) แต่ในทั้งสองคดีนี้ ศาลไม่ได้ให้นับโทษต่อกัน ปัจจุบันเขาถูกคุมขังมาเป็นระยะเวลา 1 ปี 9 เดือนเศษแล้ว
ขณะเดียวกันกรณี #ก้องต้องได้สอบ ที่อุกฤษฏ์พยายามยื่นขอสอบเพื่อจบการศึกษาในอีกสามวิชาของมหาวิทยาลัย ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้ โดยทางมหาวิทยาลัยรามคำแหงเห็นว่าไม่มีนโยบายจัดสอบเฉพาะให้นักศึกษาในเรือนจำ
.
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
ขัง ‘ก้อง อุกฤษฏ์’ ครบ 1 ปี กับการต่อสู้ของ ‘เพื่อนราม’ เพื่อให้ก้องต้องได้สอบ
ความอดทนและหยดน้ำตาของ “ก้อง อุกฤษฏ์” นักเรียนกฎหมายที่ยังสู้ทุกวิถีทางในบางขวาง
