3 ปี การคุมขัง “อุดม” ในคดี ม.112 เมื่อเส้นทางกลับบ้านยังอีกไกล หวังถูกย้ายกลับภูมิลำเนา

“ตอนแรกนึกว่าปีนี้หรือปีหน้า จะได้ออกแล้ว กลายเป็นว่าศาลฎีกาเพิ่มโทษไปเป็น 10 ปี คดีอื่น ๆ ยังไม่ขนาดนี้” ของขวัญ ภรรยาของอุดม ผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 ที่เรือนจำจังหวัดนราธิวาส บอกถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นในปีนี้

หากยังพอจำกันได้ อุดม เป็นอดีตคนงานโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากปราจีนบุรี ผู้ถูกกล่าวหาในข้อหานี้จากการโพสต์ข้อความจำนวน 7 โพสต์ คดีมี พสิษฐ์ จันทร์หัวโทน ติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษ เป็นผู้ริเริ่มกล่าวหาไว้ที่ สภ.สุไหงโก-ลก  

ตอนเริ่มคดีนี้เขาอายุ 34 ปี แต่วันเวลาผ่านไป จนปีนี้ขยับอายุมาที่ 39 ปี และถูกคุมขังในเรือนจำมาครบ 3 ปีเต็มแล้ว

อุดม เดินทางจากปราจีนบุรีพร้อมกับภรรยาไปนราธิวาสหลายครั้งระหว่างต่อสู้คดี จนในการไปฟังคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2566 เขาไม่สามารถเดินทางกลับบ้านอีกเลย ครั้งนั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน เห็นว่าข้อความที่เขาโพสต์ในเฟซบุ๊กมีความผิดใน 2 ข้อความ ลงโทษจำคุก 4 ปี และไม่ได้รับการประกันตัวในชั้นฎีกานับแต่นั้น

หลังจากรอคำพิพากษาชั้นฎีกาในเรือนจำกว่า 2 ปี เศษ เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2568 เขาถูกนำตัวไปฟังคำพิพากษาชั้นฎีกาโดยไม่มีใครทราบล่วงหน้าและไม่มีทนายความ ก่อนทราบว่าศาลฎีกาพิพากษาแก้ เห็นว่ามีความผิดเพิ่ม เป็นรวม 5 โพสต์ข้อความ โดยให้กลับมาลงโทษในโพสต์ที่ตีความว่าสื่อความหมายถึงอดีตกษัตริย์รัชกาลที่ 9 ได้ ทั้งที่ในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ยกฟ้องในกระทงเหล่านี้ ทำให้อุดมถูกเพิ่มโทษเป็นจำคุกรวมถึง 10 ปี

ความหวังที่จะได้กลับบ้านดูยาวไกลออกไปมาก เช่นเดียวกับคนรอคอยอย่างของขวัญ ที่ยังต้องอดทนกับวันเวลาที่เนิ่นนานออกไปนี้

เธอยังคงทำงานเป็นคนงานผลิตชิ้นส่วนชิพในโรงงานที่ปราจีนบุรีเหมือนสามปีก่อนหน้านี้ และยังคงต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อส่งเงินกลับไปให้ลูกสาววัย 10 ปี ซึ่งอาศัยอยู่กับยายที่บ้านเกิดจังหวัดสระแก้ว รวมทั้งการผ่อนบ้านและรถที่ร่วมจ่ายด้วยกันมากับอุดม ไม่ให้หลุดมือไป

ของขวัญอัปเดตชีวิตปีนี้ว่า กังวลในค่าใช้จ่ายเรื่องลูกสาวที่เรียนอยู่ชั้น ป.6 แล้ว ปีหน้าก็ต้องสอบเข้า ม.1 ในโรงเรียนใหม่ที่ไกลออกไป เนื่องจากโรงเรียนเดิมมีถึงแค่ชั้นประถม แม้คิดว่าการสอบเข้าคงไม่ยากนัก เนื่องจากลูกสาวค่อนข้างเรียนเก่ง แต่การเข้าชั้นมัธยม เธอประเมินว่าคงมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากพอสมควร ทั้งค่าเทอม ค่าเดินทางไปโรงเรียนที่ไกลออกไป

โรคประจำตัวของเธอเองก็ยังเรื้อรัง หอบหืดและภูมิแพ้ยังมีอาการเป็นระยะ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนหรือหากมีความเครียดมาก ๆ  ก็ต้องพาตัวเองไปแอดมิทโรงพยาบาล หรือไปพ่นยาฉุกเฉินอยู่ และต้องพยายามทานยาต่อเนื่องตลอด

เธอยังคงได้เยี่ยมเขาผ่านระบบไลน์ เดือนละประมาณ 2 ครั้ง และเมื่อมีเยี่ยมใกล้ชิด ถึงจะเป็นโอกาสให้เดินทางลงไปพบเจอกับอุดมที่เรือนจำสักปีละครั้งหรือสองครั้ง  ปีนี้ เธอเพิ่งได้เดินทางไปเมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยได้รับการสนับสนุนค่าเดินทางจากโครงการ Freedom Bridge ที่ดูแลและช่วยเหลือผู้ต้องขังทางการเมือง

ของขวัญเล่าว่า เยี่ยมใกล้ชิดปีนี้เธอได้เข้าไปเยี่ยมช้า  เนื่องจากระบบที่มีปัญหาของเรือนจำ ทำให้มีเวลาเยี่ยมไม่เต็มที่นัก จากราว 2 ชั่วโมง ทำให้ได้เยี่ยมใกล้ชิดประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ก่อนจะต้องรีบเดินทางกลับด้วย

กิจกรรมเยี่ยมใกล้ชิดยังเหมือนเดิม เปิดโอกาสให้ครอบครัวได้ซื้ออาหารมานั่งกินด้วยกัน สัมผัสโอบกอดกัน และพูดคุยสารทุกข์สุกดิบกันได้นานขึ้นกว่าการเยี่ยมปกติ

ปีนี้ อุดมถูกย้ายจากการช่วยส่วนงานจดหมายเข้า-ออกเรือนจำ ไปอยู่ที่งานจำแนกผู้ต้องขัง สุขภาพเขายังแข็งแรงดี พยายามออกกำลังกายภายในเรือนจำเพื่อไม่ให้เจ็บป่วย โดยเฉพาะการเตะฟุตบอล แต่เธอบอกว่าดูเหมือนเขาจะมีปัญหาสายตานิดหน่อย มองไม่ค่อยชัดขึ้น ซึ่งได้ส่งแว่นตาไปให้ลองใช้แล้ว

“เขาบ่นตลอดว่าอยากกลับบ้าน” ของขวัญเล่าถึงถ้อยคำที่เขาพูดบ่อย ๆ และในการเยี่ยมใกล้ชิดนี้ เธอยังแอบเห็นอุดมร้องไห้ แต่พยายามไม่เอ่ยทักไป

อุดมยังอยากจะย้ายเรือนจำกลับไปยังภูมิลำเนา ซึ่งราชทัณฑ์เปิดให้ผู้ต้องขังที่คดีสิ้นสุดแล้วที่เข้าเกณฑ์ทำเรื่องยื่นขอได้ ก่อนหน้านื้ทนายความได้จัดส่งเอกสารในเรื่องนี้ไปที่เรือนจำตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่ยังต้องติดตามเรื่องเอกสารและการดำเนินเรื่องว่าคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว

อย่างน้อย แม้โทษจะยังเหลืออีกหลายปี อุดมคิดว่าการได้กลับไปถูกคุมขังที่ปราจีนบุรี ใกล้กับภรรยา น่าจะทำให้การเยี่ยมหรือการเดินทางต่าง ๆ ง่ายขึ้น

“เราก็อยากให้ย้าย จะได้เยี่ยมกันสะดวกขึ้น” ของขวัญบอกถึงความรู้สึก

การถูกคุมขังจากคดีทางไกลเช่นนี้ ยังทำให้พบเจอปัญหาอีกหลายอย่าง ทั้งการที่จดหมายซึ่งส่งถึงกันเดินทางไปไม่ถึง ของขวัญบอกว่าทราบว่าตั้งแต่ต้นปีนี้ อุดมส่งจดหมายออกมาหา 2-3 ฉบับแล้ว แต่กลับไม่เคยไปถึงมือเธอเลย ไม่ทราบว่าตกหล่นหายไประหว่างทาง หรือไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกมาหรือไม่ ทำให้เขาว่าจะเลิกส่งจดหมายแล้ว

นอกจากนั้น อุดมยังเจอปัญหาไม่ได้รับวุฒิบัตร กศน. ที่เขาเรียนจนจบชั้น ม.6 ภายในเรือนจำ ตั้งแต่ปีก่อนหน้านี้แล้ว แต่ทราบว่าต้องให้ไปรับวุฒิบัตรที่ กศน. นราธิวาสเอง ทั้งที่ตัวอุดมถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ และไม่มีญาติอยู่ในพื้นที่เลย ทำให้จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้รับวุฒิบัตรใด ๆ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อการเรียนต่อหรือการใช้ประกอบเรื่องความประพฤติในเรือนจำ

เดิมที ทั้งคู่คิดว่าปีนี้หรือปีหน้า อุดมน่าจะได้รับการปล่อยตัวแล้ว เนื่องจากโทษเดิมในชั้นอุทธรณ์คือ 4 ปี พอถูกคุมขังมาครบจวน 3 ปี น่าจะได้เข้าเกณฑ์อภัยโทษหรือลดหย่อนโทษลง แต่กลายเป็นเวลาของโทษที่เพิ่มขึ้นไปมากกว่าสองเท่าครึ่งนี้ ทำให้เขายังไม่เข้าเกณฑ์อภัยโทษใด ๆ ในปีนี้เลย

10 ปี รู้สึกว่าโทษมันสูงเกินไป คดีโพสต์เฟซบุ๊ก แต่สูงเหมือนกับไปฆ่าคนตาย” ของขวัญยังคงเน้นย้ำเรื่องอัตราโทษในคดี

ข้างหนึ่งชีวิตยังไร้เสรีภาพ และการรอคอยการกลับบ้านก็อีกยาวนาน อีกข้างหนึ่งต้องแบกรับภาระการดูแลครอบครัวเพียงลำพัง และยังต่อสู้กับสุขภาพที่อ่อนแอ

วันเวลาอันยากลำบากของทั้งคู่ยังดำเนินต่อไป

.

ย้อนอ่านเรื่องราวการเดินทางของอุดม และของขวัญ

จากปราจีนบุรีถึงนราธิวาส: การเดินทางที่อาจไม่ได้หวนกลับของ “อุดม” ผู้ถูกฟ้องคดี ม.112

จากนราธิวาสถึงปราจีนบุรี: การเดินทางหวนกลับเพียงลำพัง เมื่อ ‘อุดม’ ถูกคุมขังคดี ม.112

2 ปี การถูกคุมขังถึงนราธิวาส: “อุดม” คนงานจากปราจีนฯยังรอคอยคำพิพากษาฎีกาคดี ม.112

อ่าน รายงาน “ปัญหาการดําเนินคดีทางไกล: สำรวจข้อกฎหมาย ผลกระทบ และข้อเสนอเพื่อการเปลี่ยนแปลง”

.

สามารถร่วมเขียนจดหมายออนไลน์ถึงอุดม ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล

และร่วมบริจาคสนับสนุนการดูแลผู้ต้องขังทางการเมือง ผ่านโครงการ Freedom Bridge

.

X