2 ปี การถูกคุมขังถึงนราธิวาส: “อุดม” คนงานจากปราจีนฯยังรอคอยคำพิพากษาฎีกาคดี ม.112

เขาติดคุกไปครึ่งทางของโทษในชั้นอุทธรณ์แล้ว แต่คำพิพากษาในชั้นฎีกายังเดินทางมาไม่ถึง

อุดม อดีตคนงานโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากปราจีนบุรี วัย 37 ปี ยังคงถูกคุมขังที่เรือนจำจังหวัดนราธิวาส ในคดีมาตรา 112 มาตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค. 2566 หลังถูกศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน เห็นว่าข้อความที่เขาโพสต์ในเฟซบุ๊กมีความผิดใน 2 ข้อความ ลงโทษจำคุก 4 ปี และศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวมานับแต่นั้น

ผ่านไป 2 ปี เขายังรอวันนัดฟังคำพิพากษาในศาลสุดท้ายอยู่ แต่ก็เสมือนกับต้องรับโทษไปก่อนคดีจะสิ้นสุดแล้ว

.

คนข้างใน

รอบครึ่งปีที่ผ่านมา มีทนายความอาสาเข้าเยี่ยมอุดมเป็นระยะ เขายังคงเข้มแข็ง และพยายามรักษาสุขภาพ โดยการออกกำลังกายในเรือนจำ อุดมได้เป็นผู้ช่วยงานทางเจ้าหน้าที่เรือนจำ โดยช่วยดูแลเรื่องงานเอกสาร จดบันทึกจดหมายเข้าและออก  นอกจากนั้นเขาได้ลงเรียน กศน. ระดับมัธยมปลายจนจบ ได้วุฒิการศึกษาและใบประกาศแล้ว ทำให้เวลาในเรือนจำไม่เสียไปเปล่า ๆ

“ผมอยู่ได้ มีแต่เรื่องสุขภาพจิต ผมเป็นห่วงภรรยามากกว่า ช่วงหลัง ๆ แฟนผมไม่สบายบ่อย ไม่มีใครดูแล” อุดมบอก

ระหว่างรอคอยคำพิพากษาในศาลสุดท้าย อุดมบอกว่าเขาก็พยายามทำใจไว้ แม้ตอนแรกก็หวังว่าฎีกาอาจจะแก้ไขโทษ หรือแก้ให้รอลงอาญาก็ได้ แต่เมื่อต้นปี หลังทราบว่ามีคดีของ “กัลยา” ประชาชนที่ถูกกล่าวหาและคุมขังในคดีมาตรา 112 อีกรายหนึ่งที่นราธิวาสเช่นกัน ได้ถูกศาลฎีกาพิพากษายืนจำคุกถึง 6 ปี เขาก็พยายามเตรียมใจไว้ว่าอาจจะไม่ต่างกัน

แต่การติดคุกในสองปีนี้ ก็ทำให้เขาไม่ได้ประโยชน์อะไรจาก พ.ร.ฎ.อภัยโทษ ที่ออกมาทั้งในรอบปี 2567 และ 2568 ซึ่งให้ประโยชน์กับผู้ต้องขังที่คดีถึงที่สุดแล้วเท่านั้น

ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ อุดมยังได้เข้าอบรม ”หลักสูตรสัคคสาสมาธิ” ซึ่งถ้าผ่านการอบรม จะส่งผลต่อการเลื่อนชั้นผู้ต้องขังเมื่อคดีถึงที่สุด โดยจะเป็นอบรมให้ฟังธรรมะ เดินจงกรม และนั่งสมาธิ

อุดมยังผ่อนคลายจากการติดตามผลกีฬาฟุตบอล เนื่องจากเขาเชียร์ทีมลิเวอร์พูล จนถึงกับเคยบอกเล่น ๆ ว่า ชีวิตเขาไม่มีอะไร นอกจากครอบครัว และทีมลิเวอร์พูล ซึ่งก็มีทั้งข่าวดีที่สามารถได้แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมา อุดมบอกว่าหากเขาอยู่ข้างนอก คงไปร่วมขบวนรถแห่ของแฟนบอลในเมืองไทยที่ใดที่หนึ่งแน่ ๆ แต่ก็มีข่าวเศร้าเรื่องการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุของ “ดีโอโก้ โชต้า” กองหน้าของทีมก่อนเปิดฤดูกาลใหม่

“ผมไว้อาลัยด้วยการโกนหัวในเรือนจำ ผมเชียร์ทีมนี้มานาน เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผมแล้ว ผมบอกกับแฟนว่าทุกครั้งที่มีการเยี่ยมไม่ว่าจะผ่านไลน์หรือมาเยี่ยมที่เรือนจำ จะให้แฟนผมใส่เสื้อลิเวอร์พูล เว้นแต่ช่วงที่อยู่ในเวลางานไม่ต้องใส่ก็ได้” เขาเคยเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ

กำลังใจของอุดมอีกอย่าง คือเขาได้รับจดหมายจากภายนอกเป็นระยะ อาทิ จดหมายจากคุณเอกชัย หงส์กังวาน เขียนมาพูดคุย หรือจากโครงการFree Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล เขาชอบถ้อยคำหนึ่ง ที่มีคนเขียนเข้ามาทำนองว่า  “เจ้าจงมีศรัทธาไว้พิงหลัง ให้ชีวิตได้พักพิงจนนิรันดร์” ข้อความเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ ทำให้พอมีกำลังใจและมีความหวังต่อไป

ในทางตรงกันข้าม จดหมายที่เขาเขียนออกมาดูเหมือนจะส่งไปถึงบ้านได้ช้ากว่าจดหมายที่ส่งเข้ามามาก บางฉบับใช้เวลาหลายเดือน กว่าภรรยาของเขาจะได้รับ ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเพราะอะไร

“อยู่ในนี้ไม่มีอะไรน่ากลัว แต่มันน่าเบื่อมาก อยู่ท่ามกลางผู้คน 600 คน บางทีก็เหมือนอยู่คนเดียว ได้แต่รอให้แต่ละวันผ่านไปเร็ว ๆ เพื่อจะได้ออกไปอยู่ด้วยกัน แต่คงจะดีมากถ้าออกไปแล้วได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในประเทศนี้

“ถึงแม้ว่าโอกาสจะน้อยมาก แต่พี่เชื่อว่าทุกอย่าง จะเปลี่ยนแปลงไปตามกลไกแห่งเวลา ไม่มีใครหยุดยั้งการเดินของเวลาได้ เมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่จะเติบโตและแข็งแรงขึ้น และจะเป็นกำลังหลักในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในไม่ช้า ไม่มีใครสำคัญและยิ่งใหญ่ไปกว่าประชาชนทั้งประเทศ” คือข้อความบางส่วนในจดหมายของเขา

.

คนข้างนอก

“ของขวัญ” ภรรยาของอุดม อายุอ่อนกว่าเขา 4 ปี เธอยังคงทำงานเป็นคนงานผลิตชิ้นส่วนชิพในโรงงานที่ปราจีนบุรี หลังไม่มีเขาช่วยกันหารายได้อีกแรงตามปกติ ทำให้เธอต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อส่งเงินกลับไปให้ลูกวัย 10 ปี ซึ่งอาศัยอยู่กับยายที่บ้านเกิดจังหวัดสระแก้ว

ของขวัญยังคงมีโรคประจำตัว เป็นโรคหอบหืดและภูมิแพ้ ในช่วงหน้าฝน ที่อากาศเปลี่ยนแปลง อาการมักกำเริบหนักขึ้น ช่วงปีก่อนหน้านี้ ก็ต้องแอดมิทที่โรงพยาบาลบ่อยครั้ง เรื่องสุขภาพยังทำให้เธอกังวลและเครียดกับมัน ซึ่งถ้าเป็นมาก ๆ อาจส่งผลกระทบต่อการทำงาน

“กลัวว่าลูกขึ้นมัธยมจะหนักขึ้น” เธอเล่าถึงความกังวลต่ออนาคต หากอุดมยังไมได้ออก ขณะนี้ลูกสาวเรียนอยู่ชั้น ป.5 อีกสองปี ต้องขยับไปเรียนในระดับที่สูงขึ้น จึงคาดว่ารายจ่ายจะมากขึ้น แต่เรื่องน่ายินดีคือลูกสาวของทั้งคู่ยังคงตั้งใจเรียน สอบได้ที่ 1 ของชั้น

ปีนี้ เธอบอกว่าเริ่มมีอาการปวดไหล่ และกล้ามเนื้ออักเสบ น่าจะเกี่ยวกับการทำงาน ต้องยกของและอยู่ในท่าเดียวยาวนาน ซึ่งก็กลัวว่าจะเป็นเรื้อรัง ต้องพยายามรักษาและหายามากิน

ทั้งเมื่อเวลาเนิ่นยาวขึ้น ของขวัญเล่าว่าปีนี้ เธอพยายามโทรไปที่ศาลด้วยตนเอง เพื่อสอบถามความคืบหน้าคดีของอุดม ว่ามีนัดฟังคำพิพากษาฎีกามาแล้วหรือยัง เธอโทรไปแทบทุกครึ่งเดือน ซึ่งเจ้าหน้าที่ศาลก็ให้ข้อมูล และแจ้งว่าสามารถโทรมาสอบถามได้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีฎีกาลงมา

ของขวัญเพิ่งเดินทางลงใต้ไปเยี่ยมใกล้ชิดอุดม ที่เรือนจำจังหวัดนราธิวาสมาเมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคม เป็นไปเยี่ยมใกล้ชิดเป็นครั้งที่ 3 ตั้งแต่เขา ติดคุกมาเกือบ 2 ปี

เธอเล่าว่าตอนแรกก็ไม่ทราบว่าจะมีการเยี่ยมใกล้ชิดวันไหน แต่ตัดสินใจไปเยี่ยมเขาในช่วงนั้นเพราะมีวันลาพักร้อน อาจจะได้ แค่เยี่ยมแบบปกติ เป็นเวลา 15 นาที แต่ภายหลังโชคดี ตรงกับวันที่มีการประกาศเยี่ยมใกล้ชิดพอดี

การเดินทางครั้งนี้ของเธอ ได้รับการสนับสนุนจากโครงการ Freedom Bridge ที่ช่วยเหลือผู้ต้องขังทางการเมือง ทำให้เธอได้นั่งเครื่องบินเป็นครั้งแรกในชีวิต หลังจากก่อนหน้านี้เดินทางโดยรถไฟมาตลอด  ครั้งนี้เริ่มจากเดินทางโดยรถไฟจากปราจีนบุรีเข้ากรุงเทพฯ ก่อนไปขึ้นเครื่องบินมาลงที่นราธิวาส เธอเล่าประสบการณ์ครั้งแรกว่าค่อนข้างเมาเครื่องตอนขึ้น และเล่าว่าเธอถึงกับต้องหาดูรีวิววิธีขึ้นเครื่องบินในสื่อออนไลน์ก่อนเดินทางจริง เพราะไม่แน่ใจขั้นตอนการเดินทาง

เมื่อได้พบเจอกันในรอบครึ่งปี ของขวัญบอกว่า “เขายังเหมือนเดิม ยังสู้อยู่ แต่เป็นห่วงเรา แล้วก็อยากกลับบ้านแล้ว อภัยฯ มา สองรอบแล้ว เขายังไม่ได้อะไรเลย ตอนเจอกันก็ยิ้มแย้ม ดีใจ แต่พอจะกลับ เขาก็ร้องไห้ แต่หนูไม่ได้ร้อง เขาบอกให้หนูสู้ หนูก็ยังสู้อยู่” 

ของขวัญเล่าว่าก่อนหน้านี้ เขาคาดหวังเรื่องการนิรโทษกรรม ที่รวมคดี 112 แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นไปได้ยากแล้ว ก็ได้แต่ทำใจกัน “ไม่อยากคาดหวังแล้ว เพราะกลัวจะผิดหวัง” เธอบอก

ความเปลี่ยนแปลงอีกอย่างของคนที่อยู่ข้างนอก คือเธอกลายเป็นคนติดตามข่าวสารบ้านเมือง โดยเฉพาะคดีทางการเมือง เพราะอยากรู้ว่าคดีไหนเป็นอย่างไร เห็นคดีนั้นยกฟ้อง หรือถูกลงโทษก็นึกเปรียบเทียบกับคดีของอุดม เห็นคนได้ปล่อยตัว ก็ดีใจด้วย แต่ก็พยายามไม่คิดมากกับส่วนของตนเอง

“พอเวลาผ่านไป หนูก็รู้สึกว่าไม่ได้ตั้งใจรอแล้ว คิดไปว่าต่างคนต่างมีหน้าที่ พี่เขาก็มีหน้าที่ หนูก็ต้องตั้งใจทำงานไป เดี๋ยวถึงเวลาเขาก็ออกมา” เธอบอกเล่าถึงวิธีจัดการความคิด

ส่วนข้อความที่อยากฝากท่ามกลางการไม่พยายามรอคอยนี้ เธอบอกว่า “คนที่ได้ออกจากคดีแบบนี้ หนูให้ทุกคนเข้มแข็ง อยู่กับปัจจุบัน และขอให้สุขภาพแข็งแรงกันทุกคน”

.

ย้อนอ่านเรื่องราวการเดินทางของอุดม และของขวัญ

จากปราจีนบุรีถึงนราธิวาส: การเดินทางที่อาจไม่ได้หวนกลับของ “อุดม” ผู้ถูกฟ้องคดี ม.112

จากนราธิวาสถึงปราจีนบุรี: การเดินทางหวนกลับเพียงลำพัง เมื่อ ‘อุดม’ ถูกคุมขังคดี ม.112

“อ้อมกอดอ้ายอบอุ่นเสมอ”: การเดินทางของ ‘ของขวัญ’ เข้าเยี่ยมใกล้ชิด ‘อุดม’ ผู้ต้องขัง ม.112

.

สามารถร่วมเขียนจดหมายออนไลน์ถึงอุดม ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล

X