สรุปคดีการเมืองอัยการสั่งฟ้อง 7 คดี ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว #ทะลุแก๊ส – ครอบครองวอดำ – ชุมนุมราชประสงค์ตุลา 63

ตั้งแต่วันที่ 13 – 25 ตุลาคม 2564 เฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนพบว่า มีคดีจากการชุมนุมและแสดงออกทางการเมืองที่พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องทั้งหมด 7 คดี  เป็นคดีสืบเนื่องกับการชุมนุมของกลุ่ม #ทะลุแก๊ส ได้แก่ คดีความผิดฐานมีวิทยุสื่อสาร (วอ) ไว้ในครอบครอง 2 คดี รวมจำเลย 2 ราย เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม #ม็อบ29สิงหา ปี 2564, คดีฝ่าฝืนเคอร์ฟิว ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 2 คดี จำเลยรวม 4 ราย เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุม #ม็อบ19กันยา ปี 2564

เป็นคดีสืบเนื่องจากการครอบครองวิทยุสื่อสารอีก 1 คดี เป็นคดีของ “ชาญชัย” อดีตการ์ดเสื้อแดง ถูกจับก่อนเข้าร่วมในการชุมนุม #ม็อบ24มีนา และคดีของจำเลย 5 คน สืบเนื่องจากการชุมนุม #ม็อบ25ตุลา ปี 2563 ที่ราชประสงค์ หนึ่งในนั้นคือ “ไผ่” จตุภัทร์ ที่ถูกฟ้องโดยยังถูกคุมขังในเรือนจำ

อย่างไรก็ตาม ยังมี 1 คดี ที่ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย คือคดีที่สืบเนื่องจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 ที่ด้านหน้าของ สน.ทุ่งสองห้อง คดีนี้มีจำเลยทั้งหมด 18 ราย (รวมไผ่ จตุภัทร์) โดยมีจำเลย 1 ราย คือ ทรงพล สนธิรักษ์ หรือ “ยาใจ ทะลุฟ้า” ที่ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เนื่องจากศาลเห็นว่า “จำเลยก่อเหตุซ้ำในหลายคดี”

>>> ไม่ให้ประกัน “ยาใจ ทะลุฟ้า” กรณีสาดสีป้าย สน.ทุ่งสองห้อง ศาลอ้าง พฤติการณ์คดีร้ายแรง เกรงจะไปก่อเหตุอันตราย

ขอบคุณรูปภาพจาก ผู้จัดการออนไลน์

15 ตุลาคม 2564 – พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด (สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3) ได้มีคำสั่งฟ้อง ภัทรพล  และ รัชพล (สงวนนามสกุล) ต่อศาลอาญา (แยกเป็นคนละคดี) ต่อศาลอาญา ในคดีความสืบเนื่องจากการมีเครื่องวิทยุคมนาคม (วอดำ) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคมฯ โดยภัทรพลเป็นเจ้าของร้านพระเครื่องในบริเวณดินแดงที่ถูกเจ้าหน้าที่บุกค้นร้านตามหมายค้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่อ้างว่ามีความเกี่ยวข้องกับการชุมนุมของกลุ่ม #ทะลุแก๊ส ในขณะที่รัชพลเป็นคนขับรถของภัทรพล ต่อมา ทั้งคู่ถูกนำตัวไปดำเนินคดีต่อที่ สน.ห้วยขวาง

>>> ม็อบ29สิงหา วันที่ คฝ. สลายชุมนุม “เยาวชนทะลุแก๊ส” โดยไม่มีอำนาจ แต่จับ 37 ราย ดำเนินคดี 29 ราย เป็นเยาวชน 13 ราย

สำหรับเนื้อหาในคำฟ้อง ระบุว่า เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2564 จำเลยทั้ง 2 ได้มีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมมือถือ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการรับและส่งสัญญาณเสียงที่สามารถให้เข้าใจความหมายได้ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ไม่ปรากฏหมายเลขทะเบียนวิทยุคมนาคม เฉพาะภัทรพล ส่วนกรณีของรัชพล เป็นวิทยุคมนาคมที่มีหมายเลขทะเบียน โดยทั้ง 2 คน ไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้จากเจ้าพนักงาน

ตามวันและเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวจำเลยทั้งคู่พร้อมยึดอุปกรณ์วิทยุคมนาคม จากนั้นได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน ทำการสอบสวนแล้ว จำเลยให้การปฏิเสธ และเจ้าหน้าที่ได้ยึดเอาอุปกรณ์สื่อสารเป็นของกลาง โดยในคดีนี้ พนักงานสอบสวนเคยยื่นคำร้องต่อศาล ขอฝากขังทั้ง 2 ในชั้นสอบสวนและศาลก็ได้อนุญาตตามนั้น ก่อนที่ต่อมาจะอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว คิดหลักประกัน 25,000 บาท ในกรณีของภัทรพล และ 50,000 บาท ในกรณีของรัชพล เนื่องจากเจ้าหน้าที่อ้างว่า มีการตรวจพบเจอระเบิดปิงปองเป็นหลักฐานอีกอย่างในรถ

ท้ายสุด ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวทั้ง 2 ในชั้นพิจารณา ใช้หลักทรัพย์ประกันเดิมที่เคยวางไว้ในชั้นสอบสวน กำหนดนัดตรวจพยานหลักฐานอีกครั้งวันที่ 22 พฤศจิกายน 2564

ขอบคุณรูปภาพจาก ไทยรัฐออนไลน์

+++ สั่งฟ้อง 1 ประชาชน ฐานฝ่าฝืนเคอร์ฟิว #ม็อบ19กันยา 64 แม้เจ้าตัวยืนยัน ไม่ได้เข้าร่วมชุมนุม +++

15 ตุลาคม 2564 – พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวงดุสิต ได้มีคำสั่งฟ้อง จิรายุ (สงวนนามสกุล) ต่อศาลแขวงดุสิต ในคดีความสืบเนื่องจากการฝ่าฝืนเคอร์ฟิว ตามข้อกำหนดออกตามความใน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยเขาถูกจับกุมในพื้นที่ชุมนุม #ม็อบ19กันยา ปี 2564 บริเวณแยกดินแดง โดยเจ้าตัวให้ข้อมูลว่า ตนไม่ได้เข้าร่วมในการชุมนุมอย่างใด แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชนไล่จับกุม จนรถล้ม ปากแตก นิ้วกลางซ้ายเป็นแผล และยังถูกกระบองตีที่มือจนบวมช้ำ

>>> #ม็อบ19กันยา ตร. ยึดพื้นที่ดินแดง เกิดจุดเผชิญหน้าใหม่กับเยาวชน ‘ทะลุแก๊ส’ รวบจับ 22 ราย เป็นเยาวชน 6 ถูกทำร้ายกว่า 10 ราย ยึดรถจักรยานยนต์คนฝ่าเคอร์ฟิว

สำหรับพฤติการณ์ตามคำฟ้อง ระบุว่า เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2564 เวลาราว 23.40 น. ซึ่งอยู่ในระหว่างเคอร์ฟิว จําเลยได้ออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 21.00 น. ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น โดยรวมกลุ่มกันอยู่ที่บริเวณหน้าโรงแรมอินทรา ถนนราชปรารถ โดยไม่มีความจําเป็นและไม่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย อันเป็นการฝ่าฝืนข้อกําหนดของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

หลังรับทราบคำฟ้อง ต่อมา ศาลได้อนุญาตให้ปล่อยตัวจำเลยชั่วคราวในชั้นพิจารณาคดี กำหนดหลักทรัพย์ประกัน เป็นเงินจำนวน 20,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์ ศาลกำหนดนัดพร้อมตรวจพยานหลักฐานอีกครั้งวันที่ 24 มกราคม 2565

ขอบคุณรูปภาพจาก ไทยรัฐออนไลน์

+++ สั่งฟ้อง “ชาญชัย” อดีตการ์ดเสื้อแดง เหตุครอบครองวอไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต +++

20 ตุลาคม 2564 – พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด (สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6) ได้มีคำสั่งฟ้องคดี ชาญชัย ปุสรังสี อดีตการ์ดของกลุ่ม นปช. ต่อศาลอาญา ในคดีสืบเนื่องจากการครอบครองวิทยุโทรคมนาคม โดยเขาถูกจับกุมก่อนเข้าร่วมในการชุมนุม #ม็อบ24มีนา ก่อนถูกกล่าวหา ตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคมฯ

สำหรับพฤติการณ์ตามคำฟ้อง ระบุว่า เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2564 จำเลยได้มีเครื่องวิทยุคมนาคม (วอ) ที่สามารถใช้งานรับส่งสัญญาณเสียง หรือทางอื่นใด โดยทำให้เข้าใจความหมายด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีย่านความถี่ภาครับและภาคส่ง อันเป็นคลื่นแฮรตเซียน ชนิดมือถือ ไม่ปรากฏหมายเลขทะเบียนวิทยุคมนาคม จํานวน 1 เครื่อง อันเป็นเครื่องวิทยุคมนาคมตามกฎหมาย ไว้ในความครอบครองของจําเลยโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตและไม่ได้รับการยกเว้นใดๆ ตามกฎหมาย

ตามวันและเวลาดังกล่าว เจ้าพนักงานได้จับกุมจำเลย พร้อมกับยึดเครื่องวิทยุฯ เป็นของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนแล้ว จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างสอบสวน จำเลยไม่ได้ถูกควบคุมตัว โดยได้รับการปล่อยชั่วคราว มีประกันตัวตลอดมา 

หลังรับทราบคำสั่งฟ้อง ศาลได้อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวชาญชัย กำหนดหลักทรัพย์เป็นเงิน 25,000 บาท กำหนดนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564

รู้จักชาญชัยเพิ่มเติม ตร.แจ้ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 12 คดีรวด “ชาญชัย” อดีตการ์ดเสื้อแดง 

ขอบคุณรูปภาพจาก ไทยรัฐออนไลน์

+++ สั่งฟ้อง 3 ประชาชน ฐานฝ่าฝืนเคอร์ฟิว แม้ไม่ได้ร่วมชุมนุม #ม็อบ19กันยา ปี 64 จำเลยยืนยัน พวกตนเป็นช่างซ่อมแอร์ แต่ถูกจับขณะกำลังกลับบ้าน +++

20 ตุลาคม 2564 – พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 ได้มีคำสั่งฟ้องประชาชน 3 ราย คือ นุติ, เริงชัย, และต่ายพิจิต (สงวนนามสกุล) ต่อศาลแขวงดุสิต ในคดีความที่สืบเนื่องกับการชุมนุม #ม็อบ19กันยา ปี 2564 ถูกกล่าวหาว่า ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวฯ แม้ทั้งสามยืนยันว่าไม่ได้เข้าร่วมในการชุมนุมแต่อย่างใด

ทั้ง 3 ให้ข้อมูลกับศูนย์ทนายฯ ภายหลังว่า ทั้งหมดทำงานเป็นช่างไฟฟ้า ในวันเกิดเหตุได้เดินทางไปยังโบ๊เบ๊เซ็นเตอร์เพื่อซ่อมแอร์ แต่พบว่ามีการพ่นยาในบริเวณห้าง จึงได้แจ้งเหตุที่ไม่สามารถเข้าทำงานแก่นายจ้าง นายจ้างจึงแจ้งให้ทั้ง 3 เข้ามาใหม่ในช่วง 22.00 น. เมื่อทำงานเสร็จ ขณะขับรถจักรยานยนต์กลับที่พัก ก็กลับถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่

>>> #ม็อบ19กันยา ตร. ยึดพื้นที่ดินแดง เกิดจุดเผชิญหน้าใหม่กับเยาวชน ‘ทะลุแก๊ส’ รวบจับ 22 ราย เป็นเยาวชน 6 ถูกทำร้ายกว่า 10 ราย ยึดรถจักรยานยนต์คนฝ่าเคอร์ฟิว

สำหรับพฤติการณ์ในคำฟ้อง ระบุว่า เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2564 เวลา 23.00 น. จําเลยทั้งสามได้ร่วมกันออกนอกเคหสถานในช่วงเวลาเคอร์ฟิว โดยร่วมกันขับขี่รถจักรยานยนต์ไปที่บริเวณแยกอุรุพงษ์ เขตราชเทวี ซึ่งอยู่ภายในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยไม่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมายอันเป็นการฝ่าฝืนข้อกําหนด ที่ออกตามมาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

หลังจากฟังคำสั่งฟ้อง ศาลได้อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย กำหนดหลักทรัพย์ประกัน รายละ 20,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์ ศาลกำหนดนัดพร้อมและตรวจพยานหลักฐานต่อไป วันที่ 24 มกราคม 2565 

ขอบคุณรูปภาพจาก Thai PBS News

+++ สั่งฟ้อง 5 นักกิจกรรม รวม “ไผ่” จตุภัทร์ เหตุร่วม #ม็อบ25ตุลา ปี 63 ก่อนให้ประกัน เรียกหลักทรัพย์รายละ 20,000 บาท ยกเว้นไผ่ที่ยังถูกคุมขังต่อ +++

วันที่ 20 และ 25 ตุลาคม 2564  – พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด (สำนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษศาลแขวง 6) ได้มีคำสั่งฟ้องนักกิจกรรมทั้งหมด 5 ราย ได้แก่ “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, “ครูใหญ่” อรรถพล บัวพัฒน์,“แอมป์” ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา และต่อมาสั่งฟ้องธานี สะสม และ ณัฐวุฒิ สมบูรณ์ทรัพย์ ต่อศาลแขวงปทุมวัน ในคดีความสืบเนื่องจากการเข้าร่วมในการชุมนุม #ม็อบ25ตุลา ปี 2563 ที่บริเวณแยกราชประสงค์ ทั้งหมดถูกกล่าวหาเรื่องการกีดขวางทางสาธารณะ, พ.ร.บ. จราจรฯ “ตั้งสิ่งของขวางการจราจร”, และฝ่าฝืนข้อกำหนดเรื่องการชุมนุมตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ

>>> “ครูใหญ่” – “ไผ่” ถูกแจ้งข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ – พ.ร.บ.ชุมนุมฯ เหตุร่วม #ม็อบ25ตุลา สี่แยกราชประสงค์

>>> ตร.ลุมพินีเข้าแจ้งข้อหา “ไผ่” ในเรือนจำ 2 คดี กรณีหล่อเทียนไล่ประยุทธ์-ชูสามนิ้วในเซเว่น

>>> ไม่สนโควิด! ตร.รุดแจ้งข้อหานักกิจกรรมคดี #ม็อบ25ตุลา ปี 63 ถึงในรพ. แม้เจ้าตัวรักษาโรคอยู่

สำหรับพฤติการณ์ตามคำฟ้อง ระบุว่า จำเลยทั้งหมด กับพวกอีกจำนวน 1 คน ซึ่งเป็นเยาวชน และดำเนินคดีแยกต่างหากแล้ว ได้ร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2563 ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมรวมกลุ่มชุมนุมทางการเมืองเกี่ยวกับการบริหารของรัฐบาลในขณะนั้น ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถเข้าร่วมได้ และมีประชาชนจำนวนมาก รวมทั้งจำเลยเข้าร่วม จนเต็มพื้นผิวจราจรบริเวณแยกราชประสงค์ ไม่มีการแจ้งการชุมนุมก่อนล่วงหน้า และไม่มีมาตรการป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19

ต่อมา พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ได้แจ้งข้อหาต่อจำเลยแล้ว จำเลยให้การปฏิเสธ จำเลยทั้งหมดไม่ได้ถูกควบคุมตัว พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอผัดฟ้อง แต่ไม่ได้ฟ้องคดีในผัดฯ และรองอัยการสูงสุด ซึ่งอัยการสูงสุดได้มอบหมาย ได้อนุญาตให้ฟ้องจำเลยทั้งหมดแล้ว 

ต่อมา ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย 4 ราย กำหนดหลักทรัพย์ในการประกันตัวเป็นเงินรายละ 20,000 บาท ใช้เงินจากกองทุนราษฎรประสงค์ ในขณะที่ไผ่ จตุภัทร์ ยังถูกคุมขังอยู่ในอีกคดีหนึ่ง สืบเนื่องจากกรณีการถูกถอนประกันตัวโดยไม่มีการไต่สวน ในคดีชุมนุม #19กันยาทวงคืนอำนาจราษฎร ศาลแขวงปทุมวันกำหนดนัดพร้อมเพื่อสอบคำให้การอีกครั้งวันที่ 24 พฤศจิกายน 2564

อ่านเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง ผู้ต้องขังทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 9 ส.ค. 2564

X